เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 14: นางเทวีอสูรฯ ปรากฎตัว (Goddess Queen of Demon appear)

    “คนอย่างเจ้าถ้าไม่ได้หันหน้าเข้าหาสายมืดก็คงไม่ได้เก่งกาจขนาดนี้หรอก จริงไหม” คำเย้ยยันของเซย์เมย์นั้นสร้างความหงุดหงิดให้กับโดมันไม่น้อย โดมันร่ายเวทย์ลงบนพื้นเพื่อทำการเสกแท่นหินศิลาให้ผุดขึ้นเหนือพื้นดิน แต่เซย์เมย์ก็กระโดดหลบมันได้ทั้งหมด ทั้งเซย์เมย์และโดมันต่างก็ร่ายเวทย์กระบี่แสงอัสนีแล้วพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงชิงตำราแห่งศาสตร์มืดมาจากอาจารย์เจ้า”“ข้าไม่รู้ และไม่อยากจะรับรู้มันด้วย”มีการสนทนากันในระหว่างที่กำลังปะทะกันด้วยเวทย์กระบี่แสงอัสนี“ที่ข้าร่ำเรียน และฝึกวิชาเวทย์ดำทั้งหมดในตำรานั่น ก็เพราะว่าข้าต้องการจะชนะและอยู่เหนือกว่าเจ้าให้ได้ยังไงหล่ะเจ้าเซย์เมย์” คมกระบี่แสงของทั้งสองฝ่ายนั้นต่างก็ต้านทานกันไปมา“หันหน้าเข้าหาสายมืด เพียงเพื่อจะเอาชนะข้า เจ้านี่ช่างโง่เขลาเกินเยียวยาซะจริงๆ...”ทั้งสองต่างก็กระโดดถอยหลังออกมา“ถ้าหากเจ้ายังพอมีปัญญาอยู่เพียงนิด เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าตัวเจ้านั้น ก็สามารถพัฒนาให้เก่งกาจขึ้นกว่าเดิมได้โดยที่ไม่ต้องเข้าหาสายมืด...”“แต่เอาเถอะ ถ้าหากมันถึงขนาดนี้แล้วข้าก็คงต้องกำจัดเจ้าทิ้งซะ และชิงตำราแห่งศาสตร์มืดกลับคืนมา” ทั้งสองต่างก็พุ่งเข้าปะทะกันทางด้านพวกเจ้าหญิงฮิเมรากิต่างก็มีสภาพที่สะบักสะบอมจากการต่อสู้กับองเรียวกิเจ้าโยไคตัวนี้มันร้ายกาจเป็นบ้าเลย“Om!!” เจ้าหญิงฮิเมรากิร่ายเวทย์บนแผ่นยันต์เพื่อทำการเปลี่ยนให้ยันต์กลายเป็นนกอัคคีและพุ่งไปที่องเรียวกิ นกอัคคีนั้นสามารถหลบการโจมตีของมันได้อย่างต่อเนื่อง ในระหว่างนั้นเธอก็ร่ายเวทย์กระบี่แสงวารีแล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่จนทะลุผ่านออกมา พร้อมกับน้ำพุขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นจากบนพื้นดินเรียงกันเป็นแถวคินทาโร่รีบร่ายเวทย์เพื่อทำการเสกลูกไฟขนาดใหญ่ขึ้นบนมือทั้งสองข้างและปาใส่องเรียวกิ จากนั้นโยริมิทสึรีบชักดาบคาตานะออกมาจากฝักก่อนที่จะทำการร่ายเวทย์ธาตุลมลงบนคมดาบ และรีบตวัดคมดาบเป็นการปล่อยคลื่นดาบธาตุลมไปที่องเรียวกิจนโดนเข้าที่ร่างมันอย่างจังสึนะทำการร่ายเวทย์เสริมพลังธาตุสายฟ้าให้กับอาวุธของโยชิสึเนะกับเบงเคย์ ทั้งสองรีบพุ่งเข้าฟันใส่องเรียวกิอย่างต่อเนื่องจนร่างของมันทรุดเข่าลงกับพื้นเจ้าหญิงฮิเมรากิไม่รอช้า รีบปิดบัญชีด้วยการร่ายเวทย์เพื่อทำการเสกกระบี่แสงขึ้นจากแผ่นยันต์ลงบนแขนเรียวงามข้างที่ถือมันไว้ และปล่อยคลื่นกระบี่แสงใส่องเรียวกิอย่างต่อเนื่อง จนร่างของมันนั้นได้ดับสลายหายไป พวกเจ้าหญิงฮิเมรากิสามารถเอาชนะองเรียวกิได้อย่างหวุดหวิดภาพเหตุการณ์ได้ตัดมายังยุคปัจจุบัน อยู่ๆ รถตู้ VIP คันหน้าก็เกิดหยุดชะงักลงที่กลางถนนใหญ่บนสะพาน ในท่าม กลางแสงไฟที่ส่องสว่างอยู่เพียงน้อยนิด ซึ่งทั้งโล่งโจ้งและร้างผู้คนในเวลาค่ำคืนนี้ ส่งผลให้รถตู้ VIP คันหลังที่แล่นตามมาพลอยหยุดชะงักลงตามไปด้วย“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหน่ะ” ลูกน้องที่นั่งข้างคนขับเอ่ยถามออกมา“ไม่ทราบเหมือนกัน อยู่ๆ เครื่องยนต์ก็ดับลงเฉย” ลูกน้องที่ทำหน้าที่ขับรถเอ่ยตอบพลางพยายามสตาร์ทรถให้ติดเพื่อจะได้ไปต่อ“เดี๋ยวแกช่วยลงไปดูเครื่องยนต์ให้ที” เมื่อพยายามสตารท์รถหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่ติด จึงเอ่ยสั่งให้ลูกน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ ลงไปดูเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านหน้าทันที“OK ได้” ลูกน้องที่นั่งข้างคนขับรีบลงจากรถไปที่ด้านหน้าเพื่อดูสภาพเครื่องยนต์ที่อยู่ข้างในทันที ในขณะเดียวกันก็เปิดประตูรถด้านหน้าค้างไว้เพื่อให้อากาศออกซิเจนถ่ายเทได้สะดวก“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ในระหว่างนั้น นิชิโกะที่กำลังนั่งหลับก็ตื่นขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณนายหญิง เกิดเหตุขัดข้องนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ”ในระหว่างนั้นเอง ภายในรถตู้ VIP นั้นก็ได้มีกลุ่มควันหมอกสีเหลืองทองจำนวนมากปกคลุมไปทั่วร่างงามของสึบากิที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวรัดรูป และกางเกงยีนส์รัดรูปสีดำขายาว สวมทับอีกชั้นด้วยเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์คอปกแขนยาวสีน้ำเงินเข้ม เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้น กลุ่มควันหมอกเหล่านั้นก็พุ่งเข้าไปในร่างงามของสึบากิผ่านทางช่องปากและรูจมูกทันที ดวงตาสีเขียวมรกตแปรเปลี่ยนเป็นเนตรอสูรสีแดงฉาน“ทำไมมันร้อนอย่างนี้” สึบากิร้องอิดโรยด้วยความเจ็บปวดแสบร้อนราวกับถูกเปลวไฟแผดเผาไปทั่วทั้งร่าง ในขณะเดียวกัน เธอก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายที่เต็มไปด้วยลายสีเหลืองทอง เสียงร้องอิดโรยนั้นทำให้คนอื่นๆ ที่กำลังนั่งหลับอยู่ในรถนั้นพากันลืมตาตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ทั้งหมดรีบพาสึบากิลงจากรถเพื่อดูอาการของเธอทันที“สึบากิ เป็นอะไรไปลูก?” เซ็นเคียวถามสึบากิด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“โอย~ คุณพ่อ คุณแม่...หนูเจ็บ...เจ็บมาก โอย~ ตัวหนูปวดแสบปวดร้อนไปหมดทั้งตัวเลย...โอ๊ย~~”ลักษณะน้ำเสียงของสึบากิในตอนนี้มันช่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน“ทำไมเป็นอย่างนี้คะคุณ...” นิชิโกะรู้สึกตกใจแทบสุดขีด เมื่อเห็นลายสีเหลืองทองปรากฏขึ้นตามผิวหนังของสึบากิ“ยูกินะ โทรเรียกรถพยาบาลที” เซ็นเคียวรีบเอ่ยสั่งยูกินะด้วยความร้อนรน“ค่ะคุณพ่อ” ยูกินะรีบเดินไปหยิบมือถือจากในรถเพื่อโทรเรียกรถพยาบาลมาทันที“โถ่~ สึบากิจังลูกแม่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้”“อดทนไว้นะสึบากิ ตอนนี้พี่เค้ากำลังโทรเรียกรถพยาบาลอยู่”ทันใดนั้น ก็มีน้ำเสียงของหญิงสาวปริศนานางหนึ่งดังขึ้น เกอิชาสาวลึกลับในชุดกิโมโนสีดำทองที่แต่งองค์ทรง เครื่องอย่างครบครัน ผู้มีผมบลอนด์ยาวสลวยสีเหลืองทองส่องประกายไว้ทรงหางม้ากับดวงตาสีฟ้าทะเลอ่อนได้มาปรากฏตัวขึ้นที่กลางถนนใหญ่“เจ้าช่วยลูกสาวของเจ้าไม่ได้หรอก!!”ทันใดนั้น ลูกน้องทั้ง 8 คนก็พากันเดินไปหยิบปืน M16 ที่ท้ายรถ แล้ววิ่งเข้าไปคุ้มกันสมาชิกครอบครัวมัทสึไดระทั้ง 4 คนจากทางด้านหน้า พร้อมกับจ่ออาวุธปืนเล็งไปที่นางเทวีอสูรฯ“นางผู้หญิงคนนี้...คือคนที่อิซานางิกับเจ้าหญิงฮิเมรากิรักและปกป้องนักหนา ข้าจึงขอสาปแช่งให้นาง…กลายเป็นนางอสูรจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของข้า”“แกเป็นใคร” หนึ่งในลูกน้องทั้ง 8 คนถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน“ข้าเป็นสายเลือดของผู้ที่นายท่านของพวกเจ้าเคยเล่าขานกันมาเป็นพันๆ ปี ข้าคือนางเทวีอสูรแห่งพญาจิ้งจอก 9 หาง ผู้มีนามว่าคิวบิ โนะ โยโกะ อิซานามิ ข้า...คือมหาเทวีแห่งปรโลกและหลังความตาย”“เทวีแห่งปรโลกอะไรกันไร้สาระ อย่าไปสนใจมัน พวกเรายิงมันเลย”ลูกน้องทั้ง 8 คนพากันสาดกระสุน M16 ใส่นางเทวีอสูรฯ อย่างสุดกำลัง แต่นางก็สามารถหลบกระสุนได้อย่างพลิ้วไหว และพุ่งเข้าสังหารพวกลูกน้องทั้ง 8 คนด้วยง้าวโลกันตร์อันเป็นอาวุธคู่กายอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวของเลือดที่เจิงนองอยู่กลางพื้นถนนนั้นชวนให้รู้สึกอึดอัดและสะอิดสะเอี้ยนเป็นอย่างยิ่ง