ตอนที่หกสิบสาม วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด4
“ข้าขอบอกกล่าวความลับด้านวิชาฝีมือกับท่านพลังปราณวิชาฝีมือของข้าเกี่ยวพันกับหยินหยาง ทิวาราตรียามตะวันเที่ยงเหนือฟ้าคือเวลาที่พลังหยางของข้าถึงขีดสุดท่านจะเห็นข้าแข็งแกร่งที่สุดในเวลานั้นแต่ยามตะวันคล้อยเหนือศีรษะไปข้าจะอ่อนแอลงเรื่อยๆจะอ่อนแอลงที่สุดเมื่อก่อนตะวันจะรุ่งท่านเห็นข้าในสภาพที่ใกล้จะอ่อนแอที่สุดเมื่อวาน ฮา”
ตั๋งฮวงกล่าวอย่างอารมณ์ดี
เขาคิดว่าเปิดเผยบางอย่างให้กาเว่ยงฟังน่าจะทำให้เขาคลายความสงสัยไปได้
และตั๋งฮวงยังไม่บอกว่าเวลาก่อนตะวันจะรุ่งคือช่วงที่ธาตุหยางอ่อนแอที่สุดก่อนที่จะพลิกผันขึ้นมาในตอนเช้าซึ่งหมายความว่า
ช่วงก่อนจะรุ่งคือช่วงที่พลังธาตุหยินสูงสุด
เป็นช่วงเวลาที่เขาใช้วิถีลี้ลับเวทย์ คาถาได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
แต่กาเซี่ยงคงไม่อยากฟังเรื่องนี้
“นายท่านไว้วางใจข้าจนบอกกล่าวเรื่องนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านเสียความไว้ใจที่บอกกล่าวเรื่องนี้ต่อข้า”
แม้ว่าสายบุ๋นสายบู๊จะแยกจากกัน
แม้แต่บัณฑิตสายขงจื้อก็มีเรื่องของการเรียนขี่รถม้ายิงธนูไม่ใช่พวกที่ไร้ความรู้เรื่องวิชาบู๊เสียทีเดียว
แต่กาเซี่ยงแบบเดียวกับคนในยุคนี้ที่มองว่าความลับเรื่องวิชาบู๊นั้นสำคัญอย่างยิ่งยวด
วิชาหลายวิชาสืบทอดกันในหมู่วงศ์ตระกูลไม่ถ่ายทอดให้คนนอก
ตามสายตาของกาเว่ยงการที่ตั๋งฮวงบอกตนเองเช่นนี้แม้จะมองว่าบอกผู้อื่นในเรื่องร้ายแรงง่ายดายเกินไปบ้าง
แต่กาเว่ยงก้คิดว่าตั๋งฮวงพยายามเปิดเผยเรื่องนี้เพื่อซื้อใจตน
ตั๋งฮวงก็พยายามบออกล่าวว่า
“ข้าบอกท่านเรื่องนี้เพราะข้าต้องให้ท่านทราบถึงขีดจำกัดของข้าเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันข้าไม่อยากให้ท่านประเมินความสามารถของข้าผิดไป อย่างตอนกลางคืนหากมีนักฆ่าลอบเร้นเข้ามาข้าคงอ่อนแอที่สุดในช่วงใกล้รุ่งอย่างที่ข้ากล่าวไว้แล้วหากท่านวางแผนเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันผ็ลอบสังหารให้กับข้าท่านกาก็มีความจำเป้นที่ต้องทราบเรื่องนี้ไว้”
กาเว่ยงผงกศีรษะ
“ข้าร้อยรับทราบของนายท่านโปรดวางใจ”
ตั๋งฮวงรินน้ำชาให้กับกาเซี่ยงดื่ม
กาเซี่ยงกลับกล่าวปฏิเสธ
“ขออภัยนายท่านข้าต้องระวังเรื่องเลือดลม ชาเป็นยาก็จริงแต่อะไรที่มากเกินไปก็กลับเป็นยาพิษได้”
ในยุคสมัยนี้ทุกคนยังมองว่าชาคือยารักษาโรคอยู่นั่นเองไม่ใช่เครื่องดื่มที่เราเอาไปผสมทำเป็นชานมไข่มุก