วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    บทที่ 27 เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้!

            “คุณเกาชง โปรดใจเย็นลงก่อนครับ ข้อมูลของเรามีความแม่นยำที่สุด ไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้อย่างแน่นอน”

     

            “แกจะบอกว่าฉันสู้ไอ้สวะนั่นไม่ได้งั้นเหรอ!” เกาชงด่าทอด้วยความโกรธ

     

            พนักงานต้อนรับยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณเกาชง คุณคิดมากไปแล้วครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น แม้ว่าคะแนนของคุณจะยอดเยี่ยมมาก แต่เมื่อเทียบกับคุณหลินหานแล้ว ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง”

     

            “พวกคุณลงดันเจี้ยนแบบธรรมดา แต่คุณหลินหานเจอบอสมิโนทอร์ ซึ่งพูดกันตามจริงแล้ว สิ่งที่คุณหลินหานเผชิญนั้นมีความยากกว่า และความเร็วของคุณหลินหานก็เร็วกว่าทีมของคุณจริง ๆ ครับ”

     

            เกาชงชี้หน้าพนักงานต้อนรับ “แกหมายความว่ายังไง แกพูดกับลูกค้าแบบนี้เหรอ!?”

     

            “พวกเราก็แค่ทำตามระเบียบที่วางไว้ หากคุณเกาชงยังคงมาก่อเรื่องอยู่ที่นี่ ผมก็มีอำนาจที่จะยกเลิกสิทธิ์ในการรับบัตรเข้าสนามของคุณในอนาคตได้เช่นกัน แน่นอนว่าคุณเกาชงผู้มีธุรกิจใหญ่โตอาจจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณเกาชงก็เชิญโวยวายต่อไปเถอะครับ”

     

            พนักงานต้อนรับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนดูไม่ออกเลยว่ากำลังโกรธอยู่หรือไม่ และเมื่อต้องเผชิญกับการอาละวาดของเกาชง พนักงานต้อนรับก็ไม่ได้ใส่ใจ

     

            แม้คนที่มาที่นี่จะเป็นผู้มีสถานะทางสังคม แต่สถานะทางสังคมก็มีการแบ่งระดับชั้น ยิ่งไปกว่านั้น เบื้องหลังของสนามทดสอบแห่งนี้มีอำนาจมหาศาล ต่อให้อีกฝ่ายจะมีสถานะสูงส่งเพียงใด ถ้ามาก่อเรื่องที่นี่ย่อมไม่อาจยินยอมให้ได้เด็ดขาด ต่อให้จะต้องล่วงเกินลูกค้ารายนี้ ระเบียบของสถานที่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาไว้

     

            หมัดที่เกาชงตั้งใจจะเหวี่ยงออกไปชะงักค้างกลางอากาศ เขาเหวี่ยงแขนลงอย่างแรง “ดี! แกดีมาก! คอยดูเถอะ ฉันจะไปร้องเรียนแกกับผู้จัดการเถียนต่อหน้าเลย!”

     

            พนักงานต้อนรับยังคงสุภาพเหมือนเดิม “เชิญตามสบายครับ”

     

            “หึ!” เกาชงสะบัดหน้าเดินจากไป “หัวหน้าทีม พวกเราเร่งความเร็วกันหน่อย จะทำคะแนนให้ดีกว่านี้ได้ไหม”

     

            หัวหน้าทีมส่ายหน้า “ถึงผมอยากจะหาเงินจากคุณแค่ไหน แต่คะแนนระดับนี้มันน่าตกใจจนผิดปกติ ทีมรับจ้างฟาร์มของเราทำคะแนนระดับนี้ไม่ได้หรอกครับ คุณชายครับ คะแนนของเราตอนนี้ก็ถือว่าดีพอแล้ว คนทั่วไปไม่มีทางก้าวข้ามได้หรอกครับ”

     

            “ก้าวข้ามไม่ได้?” เกาชงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พลางชี้ไปที่คะแนนของหลินหานบนหน้าจอขนาดใหญ่ “มีคนเข้ามาทีหลังฉันแท้ ๆ แต่กลับออกมาก่อนฉัน แถมข้อมูลทุกอย่างยังกดหัวฉันจนมิด! ไอ้ขยะนั่นมันก็แค่สายฮีลแท้ ๆ มีสิทธิ์อะไรทำได้ขนาดนี้!”

     

            “จริงสิ!” เกาชงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที เขานิ่งไปครู่หนึ่งแล้วตะโกนขึ้นว่า “ทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำ! ต้องเป็นทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำแน่ ๆ ! ถ้าไม่ใช่ทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำ หลินหานกับหวังเฉียงไม่มีทางทำคะแนนได้ขนาดนี้ ต้องเป็นไอ้หวังเฉียงแน่ ๆ ที่ยอมทุ่มทุนขนาดนี้!”

     

            ตอนนี้เกาชงปักใจเชื่อว่า คำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดมีเพียงเท่านี้ ถ้าไม่ใช่ทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!

     

            หัวหน้าทีมที่อยู่ข้าง ๆ แม้จะอยากอธิบายให้เกาชงฟังว่าทีมรับจ้างฟาร์มระดับทองคำก็ทำคะแนนระดับนี้ไม่ได้

     

            ทว่าเมื่อเห็นท่าทางคลั่งของเกาชง เขาจึงนิ่งเงียบไว้และไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เขาแค่ต้องการหาเงินก้อนนี้ให้จบ ๆ ไปอย่างสงบ ส่วนนายจ้างอยากจะทำอะไร ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา

     

            ...

     

            “ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า” พนักงานคนหนึ่งกระซิบเบา ๆ ข้างพนักงานต้อนรับ

     

            พนักงานต้อนรับยิ้มบอก “ก็แค่ความอิจฉามันครอบงำน่ะ เดี๋ยวพอเวลาผ่านไปโดนโลกความจริงตบหน้าเข้าให้ก็หายเอง”

     

            พนักงานหัวเราะ “คุณชายพวกนี้ไม่เคยลำบากเลย นายว่าไหม ทั้งที่อยู่ห้องเดียวกัน แต่คุณหลินหานดูสุขุมกว่าตั้งเยอะ ส่วนเกาชงนี่คิดว่าตัวเองสำคัญเกินไปจริง ๆ ”

     

            “ถ้าฉันเป็นนาย ฉันโยนไอ้ลูกเศรษฐีนี่ออกไปตั้งนานแล้ว ถึงตอนนั้นต่อให้พี่เถียนจะตำหนิลงมา พวกเราก็มีเหตุผลให้พูด เพราะเห็นชัด ๆ ว่าคุณชายคนนี้ว่างจนหาเรื่องใส่ตัว”

     

            “ช่างเถอะ ๆ ถึงจะมีพี่เถียนคุ้มครอง แต่เราก็ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้หรอก”

     

            ...

     

            ไม่กี่วันต่อมา

     

            หลินหานตื่นแต่เช้า บิดขี้เกียจไล่ความง่วง วันนี้เป็นวันสำคัญมากสำหรับหลินหานและเหล่านักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษา

     

            นั่นก็คือ การสอบคัดเลือกเข้าศึกษา!

     

            ในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาทุกปี จะมีบรรดาอัจฉริยะหรือยอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมากมาย นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะทำให้สถาบันการศึกษาทุกสารทิศรู้จัก และหลายคนถึงกับถือว่า การสอบคัดเลือกครั้งนี้เป็นโอกาสเปลี่ยนชีวิตเพียงครั้งเดียว

     

            แม้ว่าการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาจะสำคัญมาก แต่สำหรับหลินหานในตอนนี้ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาแล้ว ด้วยการสนับสนุนจากระบบ หลินหานมั่นใจว่าการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขานั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

     

            ทว่าเกาชงเคยท้าทายเขาไว้ ดังนั้นในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาครั้งนี้ เขาจะเหยียบเกาชงให้จมดิน เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าความโอหังต้องจ่ายราคาแพง

     

            “หลินหาน รีบลงมาเร็ว ได้เวลาไปเข้าร่วมการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาแล้ว”

     

            เสียงของหวังเฉียงดังมาจากนอกหน้าต่าง บ้านของทั้งสองคนอยู่ไม่ไกลกัน ใครตื่นก่อนก็จะเดินมารับอีกฝ่าย เป็นข้อตกลงที่รู้กันในใจ

     

            “อย่าเร่งสิ อย่าเร่ง” หลินหานเก็บม้วนเวทมนตร์และไอเทมบางอย่างที่ซื้อมาจากตลาดการค้าลงกระเป๋าอย่างเรียบง่าย แล้วรีบวิ่งลงไปหาหวังเฉียง

     

            “หลินหาน เมื่อวานฉันไปรับภารกิจเปลี่ยนอาชีพคลาส 2 มาแล้วนะ ภารกิจของฉันง่ายมาก เป็นแค่ระดับ C แค่รอเวลาที่เปิดให้หมุนเวียนออกนอกเมืองได้ ฉันก็จะไปทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพได้แล้ว”

     

            หวังเฉียงบอกอย่างมีความสุข ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้หลินหาน ถ้าหลินหานไม่พาเขาเก็บเลเวลจนถึงเลเวล 10 การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาครั้งนี้เขาคงต้องลงแข่งในสภาพเลเวล 5

     

            ตอนนี้ด้วยเลเวล 10 บวกกับอาวุธอย่างสำรับการ์ดไม้หุ้มไหม หวังเฉียงจึงมีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างมาก

     

            “งั้นฉันขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยแล้วกัน” หลินหานยิ้มตอบ เมื่อเห็นหวังเฉียงมีความสุข เขาก็พลอยยินดีไปด้วย

     

            “แต่ถึงอย่างนั้น พอต้องเผชิญหน้ากับพ่อนมอย่างนาย ฉันก็คงทนได้ไม่กี่หมัดหรอกนะ” หวังเฉียงทำท่าทางหวาดกลัวพลางเอ่ยต่อ

     

            “ฉันจินตนาการถึงสีหน้าคู่ต่อสู้ของนายวันนี้ออกเลยว่ะ ตอนแรกที่ขึ้นสนาม พอได้ยินว่านายเป็นสายฮีลคงดีใจแทบตาย แต่พอหมัดของนายซัดเข้าหน้า ถึงจะได้รู้ว่าพ่อนมอย่างนายน่ะมันน่ากลัวขนาดไหน!”

     

            ได้ฟังคำบรรยายของหวังเฉียง หลินหานก็หลุดหัวเราะออกมา “มันจะเกินจริงไปหน่อยมั้ง อาชีพสายต่อสู้มีตั้งเยอะแยะ พวกเขาจะมากลัวผู้สังเวยอย่างฉันได้ยังไง”

     

            “แต่ผู้สังเวยอย่างนายนี่มันประหลาดเกินมนุษย์ไปแล้วไง!” หวังเฉียงบอกอย่างเอือมระอา “ตอนนี้ฉันยอมโดนรุมหนึ่งต่อสอง ดีกว่าต้องมาเจอนายที่เป็นตัวประหลาด หมัดเดียวมีหวังโดนซัดจนดับคาที่แน่”

     

            “หรือว่าฉันจะลองขอผู้คุมสอบ ให้เราสองคนลองสู้กันก่อนสักตาดีไหม”

     

            “หลินหาน อย่าเลย ขอร้องละ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด!”

    คล้ายกับเรื่องวิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า! ที่คุณอ่าน