The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 72 ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง

     เครดิตภาพจาก  https://pixabay.com


    ………………..

              

           มาวินรู้สึกโล่งอก เพราะคู่อาฆาตเขาโง้งได้ล้มพับลงไปนอนกับพื้น แต่เมื่อคิดว่ายังเหลือสัตว์ป่าบ้าเลือดอีกสองตัว เขาก็กลับมาเครียดอีกครั้ง 


    “ เฮ้อ…..แล้วเราจะสู้กับไอ้สองตัวที่เหลือยังไง”           

            


           ขณะที่เด็กหนุ่มใช้ความคิดหูก็แว่วเสียงแหบต่ำที่โหยหวนและคุ้นหู 


    “ มอ…….. ” 

               


           เด็กหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นดู จึงพบว่าเจ้าของเสียงก็คือ…..วัวป่าตัวที่สอง 


    “ เหอๆ มันมาอีกแล้ว คราวนี้จะเล่นมุกไหนดีนะ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ สีหน้าแสดงออกถึงความท้อแท้ แต่ดูเหมือนวัวป่าจะไม่เข้าใจภาษาคนมันจึงพุ่งเข้าใส่ทันที 


    “ เหวอ..... ” 

          


           มาวินอุทานดัง พร้อมหลบไปทางซ้าย แต่ความเร็วของวัวป่ามีมากเกินไป ทำให้เขาคมๆถากเสื้อของเด็กหนุ่มจนฉีกขาดเป็นทางยาว 

             


           มาวินรีบตั้งกระบวนท่า หวังจะสู้ต่อ ส่วนวัวป่าก็พลิกกายหันกลับมาประจันหน้ากับเด็กหนุ่มดวงตาของมันฉายแววเกรี้ยวกราด เพราะโมโหที่มนุษย์ตัวน้อยทำร้ายเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์จนสลบเหมือด


    “ ถ้าจะบอกว่าขอโทษ แล้วต่างคนต่างไป คงไม่ทันแล้ว ใช่มั้ย พี่วัวจ๋า ” มาวินลงทุนอ้อนวอนเผื่อวัวป่าบ้าเลือดจะใจอ่อนและยอมให้อภัย  


    “ มอ…… ” วัวป่าไม่แยแสสนใจ แถมยังแหงนหน้ากู่ร้องเสียงดังยาวท่วงท่าคล้ายจะปฏิเสธ


    “ โอเค สู้ก็สู้ ไม่มีทางเลือกแล้วนี่หว่า ” มาวินร้องละล่ำละลัก พร้อมขยับกายตั้งท่าต่อสู้

              


           วัวป่าพุ่งเข้ามาขวิด คราวนี้มาวินไม่หลบ แต่วิ่งใส่สุดกำลัง ปากก็กู่ก้องร้องตะโกนเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง พอถึงระยะ เขาก็ต่อยสวนด้วยหมัดขวากำปั้นวิ่งไปที่ใบหน้าของสัตว์ร้ายเต็มแรง 


    “ ว้าก….. สู้โว้ย ” 


    “ เปรี้ยง ” 

              


           เสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ผลการประลองก็คือ.....การกระเด็นกระดอนของเด็กหนุ่ม


    “ เหวอ….”

           


          ร่างเล็กๆลอยละลิ่วไปราวๆ 5 เมตร ปิดท้ายด้วยการชนต้นไม้ใหญ่ขนาดสี่คนโอบ


    “ โครม ”

          


            มาวินนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น เขารู้สึกระบมไปทั่วทั้งตัว แถมยังปวดศีรษะและมึนงงจนเกือบสลบ แต่พอได้ยินเสียงลากยาวของวัวป่าเด็กหนุ่มก็ต้องฝืนกายลุกขึ้นยืน


    “ อู้ย……กระแทกได้หนักกว่ารถสิบล้ออีกแฮะ ไอ้วัวบ้านี่แรงดีชะมัด นี่ขนาดเราเทรนมาตั้งสามเดือน ยังงัดมันไม่ลง ” มาวินบ่นพึมพำในใจหวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เผชิญกับสัตว์มีกีบในครั้งก่อน 


    “ มอ…… ” วัวป่ายังคงกู่ร้อง เด็กหนุ่มจึงเริ่มบันดาลโทสะด้วยการโวยกลับ 


    “ ร้องแต่มอ มอ อยู่ได้ ร้องได้แบบเดียวรึไงฟะ ” 


    “ มอ…… ” วัวป่าไม่ยอมร้องแบบอื่น มันคำรามอย่างต่อเนื่องด้วยเสียงที่ดังขึ้นท่าทางคล้ายคนที่กำลังโมโหอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 


    “ โว้ๆ ชั้นไม่ได้คิดจะต่อว่าอะไร แค่อยากแนะนำให้เข้าคอร์สเรียนภาษามนุษย์ซักหนึ่งเดือน ถึงเวลานั้น นายน่าจะพูดคำอื่นได้บ้าง ” มาวินหน้าเสียในบัดดล ปากก็กล่าวแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ 


    “ มอ…… ” วัวป่าร้องลั่นในรูปแบบเดิม แต่คราวนี้ เพิ่มเติมการยกขาหน้าขึ้นตะกุยพื้นอยู่หลายครั้งจนดินบริเวณนั้นกลายเป็นหลุมลึก


    “ เหอๆ ไม่ไหวแฮะ คุยกันไม่รู้เรื่อง มันคงเอาเราแน่ๆ ” มาวินหัวเราะแฮะๆ พลางปลงตกต่อชะตากรรม ระหว่างที่ห่อเหี่ยวใจ ในหัวก็ปรากฏภาพความทรงจำตอนที่ปะทะกับสามเทพเกมเมอร์แห่งเมืองสุพรรณ หนึ่งในนั้นเคยท้าสู้ด้วยเกมปราบพยศวัวกระทิง 


    “ เอ๊ะ ใช่แล้ว เราน่าจะนำวิธีนั้นมาประยุกต์ใช้กับเจ้าวัวตัวนี้ ดีล่ะ ” 

             


           เมื่อเด็กหนุ่มคิดได้ดังนั้น เขาจึงเลิกพูดพล่าม แล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ดวงตาเรียวจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของวัวป่า


    “ มอ…… ” เคลื่อนไหวของวัวป่าเริ่มช้าลง เหมือนว่ามันจะเกิดความระแวง ทันใดนั้นเอง ดวงตาดุดันก็พลันเบิกโพลงวินาทีต่อมา กายสูงใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่ม

              


           มาวินเพ่งมองวัวป่าแน่วนิ่ง ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวช้าลงจนเกือบจะกลายเป็นภาพสโลโมชั่น ในจังหวะที่เขาแหลมจะพุ่งเสียบอกเด็กหนุ่มก็กระโดดหลบได้อย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด 


    “ มอ…… ” วัวป่าครางยาว มันฉงนปนผิดหวังที่หมูในอวยเกิดหลุดรอดจากคมเขาได้อย่างหวุดหวิด แต่แล้วสัตว์ป่ามีกีบก็ต้องแตกตื่น เมื่อรู้สึกว่าถูกเด็กหนุ่มเกาะกุมตรงแผ่นหลังอวบใหญ่ 


    “ เยี่ยม กระโดดขึ้นหลังของมันได้แล้ว ” มาวินร้องเฮ เขารีบเอาสองแขนรวบโหนกคอล่ำสัน 


    “ มอ….” วัวป่าร้องดังด้วยอาการร้อนรน พร้อมสะบัดศีรษะไปมา หวังสลัดเด็กหนุ่มให้หลุดโดยเร็ว

             


           ทว่ามาวินก็รวบคออวบใหญ่สุดกำลัง เลยทำให้วัวป่าไม่อาจสลัดหลุดโดยง่าย มันจึงเริ่มสะบัดกายอย่างรุนแรง หวังให้มนุษย์ร่างเล็กหลุดร่วงลงมา 


    “ อย่าแข็งขืน ให้ปล่อยตัวไปตามแรง คล้ายใบไม้ที่ลู่ตามลม ” พอวัวป่าเริ่มดิ้นแรง มาวินก็รีบเตือนตัวเอง 

              


           มาวินผ่อนแรงจนเกือบหมด พร้อมสังเกตการสะบัดของวัวป่า จากนั้นปล่อยกายให้พริ้วไปตามทิศทาง ด้วยการอ่านจังหวะที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาขยับตัวตามได้ทุกครั้ง


    “ มอ…… ” วัวป่านึกแปลกใจที่ไม่สามารถสะบัดเด็กหนุ่มให้หลุดออก สิ่งนั้นยิ่งทำให้มันคลุ้มคลั่งและเริ่มโยกกายแรงขึ้น

              


          มาวินรวบสองแขนไว้ที่คอ พลางยิ้มมุมปาก ถึงแม้ความแรงเร็วในการสะบัดจะเพิ่มพูนแต่ไม่ทำให้เขากังวลใจ เพราะยังอ่านจังหวะการเคลื่อนไหวและตามติดได้ตลอด ดังนั้นความพยายามของวัวป่าจึงแทบไม่มีผลต่อเด็กหนุ่ม


    “ ที่เหลือก็….รอให้มันหมดแรงและละพยศไปเอง หึ หึ หึ ” มาวินนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ 

               


           ระหว่างที่เขากำลังจะคว้าชัย โสตประสาทก็แว่วเสียงแหบต่ำที่ชวนสยอง


    “ มอ……. ” 

               


            มาวินรู้สึกว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากวัวป่าตัวที่เขากำลังขึ้นคร่อม แต่ดังมาจากทิศเบื้องหน้าที่ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร นั่นทำให้คู่ประลองถึงกับชะงักงันและหยุดต่อสู้ไปชั่วขณะ 


    “ ไม่ ไม่นะ อย่าให้สิ่งที่ชั้นคิดเป็นจริงเลย ” มาวินนึกภาวนาต่อเจ้าป่าเจ้าเขา แต่พอเงยหน้าขึ้นมองเขาก็พบกับความผิดหวัง เพราะสิ่งมีชีวิตที่กำลังส่งเสียงก็คือ……....วัวป่าตัวที่สาม 


    “ เหอๆ ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ” 

           

            ถึงเวลานี้ มาวินเชื่อแล้วว่าเพลงที่ศิลปินไทยท่านหนึ่งเคยร้องไว้ในอดีตมันคือการนำเรื่องจริงมาแต่งเป็นบทเพลง



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน