รถม้าหันหัวกลับสู่เมืองหลวงตามคำสั่งของจอมเวทรอย เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของจักรพรรดิที่ชอบทำตามใจตนเอง
“สามสิบส่วนของกำไร... ถือว่าเจ้าได้เปรียบไม่น้อย”
อีไลอัสเอนกายเล็กน้อย มองชายหนุ่มตรงหน้าพลางเอ่ยเสียงเรียบ
“เอาเถอะ ข้าถือว่าซื้ออนาคตของเด็กคนนี้แล้วกัน”
ถ้อยคำนั้นตรงกับสิ่งที่โอลิเวอร์เคยเอ่ยไว้ก่อนหน้า ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้น่าสนใจ จมูกทางการค้าของเขาไม่เคยพลาด
นิโคลัสเพียงนั่งฟัง ไม่แทรก ไม่โต้ จนเมื่อการตกลงสิ้นสุด จึงโค้งตัวเล็กน้อยก่อนเอ่ย
“ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องใคร่ ขอความช่วยเหลือสักประการ”
อีไลอัสเลิกคิ้วเล็กน้อย มองสำรวจชายหนุ่มราวกับจะอ่านความคิด
“เจ้าว่ามา... ข้ารอฟังอยู่”
“กระหม่อมประสงค์ให้ท่านโอลิเวอร์ช่วยกวาดซื้อหุ้นของกลุ่มการค้าความหวังทั้งหมดที่มิได้อยู่ในมือหัวหน้าตระกูลโฮป และอยากใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองแทน”
น้ำเสียงหนักแน่นและสายตาไม่ไหวเอนของนิโคลัส ทำให้ทั้งสองบุรุษผู้มากอำนาจชะงักฟัง
“กลุ่มนี้กำลังทรุด ราคาหุ้นคงไม่สูงนัก อีกทั้งเราไม่ได้ซื้อทรัพย์สิน มีเพียงหุ้นเท่านั้น หลายคนพร้อมขายอยู่แล้ว ยกเว้นประธานและบุตรชาย”
เขาหยุดหายใจเพียงครู่ แล้วกล่าวต่อ
“ร้านนี้ กระหม่อมจะใช้เป็นที่จำหน่ายสินค้าทั่วไป มิได้แข่งกับสินค้าที่กระหม่อมจะสร้างให้กลุ่มเหรียญทอง”
จักรพรรดิเพ่งมองอยู่นาน ก่อนเอ่ยด้วยสุรเสียงราบเรียบ
“เหตุใดต้องเป็นกลุ่มการค้านี้”
“เพราะพี่สาวแท้ของกระหม่อมเป็นสะใภ้ของประธานโฮป การช่วยครั้งนี้จึงเป็นการหารายได้ให้เขี้ยวอัสดง และช่วยครอบครัวไปพร้อมกัน”
เขายังไม่ละสายตา ก่อนเสริมอีกประโยค
“หากราคาสูงเกินคาด กระหม่อมจะสร้างสินค้าใหม่ชดเชยให้ท่านโอลิเวอร์”
อีไลอัสไม่ตรัสตอบทันที แต่หันไปถามโอลิเวอร์แทน
“เจ้ารู้จักพวกเขาหรือไม่... พวกเขาถูกซินเดรสเทรลเล่นงานด้วยหรือเปล่า”
โอลิเวอร์ก้มศีรษะเล็กน้อย
“รู้จักขอรับฝ่าบาท กลุ่มการค้าความหวังเป็นกลุ่มขนาดกลางที่มีอายุยาวนานหลายชั่วอายุคน และไม่เคยมีข่าวเสื่อมเสียเลย เพิ่งครานี้เท่านั้นที่ซินเดรสเทรลใหญ่เกินจะต้าน”
“ขนาดกลุ่มมั่นคงเช่นนี้ยังทรุด... กลุ่มเล็กที่ไร้พวกพ้องจะเหลืออะไร”
น้ำเสียงเจือความเคร่งขรึม
“จริงดังนั้นฝ่าบาท กลุ่มย่อยที่ไม่สังกัดใคร ปิดตัวไปมากแล้ว”
อีไลอัสเงียบครู่หนึ่งราวชั่งน้ำหนัก ก่อนตรัสสั้น ๆ
“เจ้าจัดการเถอะ... แต่ทำเอกสารกู้เงินไว้ กำหนดชำระคืนในสี่ปี”
จากนั้นหันมาทางนิโคลัส
“เจ้าคิดว่าจะใช้คืนตามเวลาได้ไหม?”
“ไม่เกินสามปี กระหม่อมจะใช้หนี้คืนให้หมด ขอบพระทัยฝ่าบาท”
เขาคุกเข่าเพื่อแสดงความเคารพ
อีไลอัสคลี่ยิ้มบาง
“แล้วเจ้าจะขายสิ่งใด ที่แตกต่างจากของที่ทำให้พวกเรา... โดยไม่ต้องพึ่งวัตถุดิบจากซินเดรสเทรล”
“กระหม่อมตั้งใจขายเครื่องแต่งกายตัดเย็บประณีต ลวดลายออกแบบใหม่ และของเล่นแปลกตาที่เด็กทุกคนต้องอยากได้”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวเสริม
“เพียงสองอย่างนี้ก็เพียงพอให้เขี้ยวอัสดงมีกำไร ยังไม่นับร้านอาหารที่จะเปิดอีกในไม่กี่วัน ซึ่งคาดว่าจะคึกคักแน่นอน”
จักรพรรดิปรายตามองเพื่อนเก่า
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าหนุ่มนี่เป็นหลานเจ้า... ตระกูลเจ้าไม่มีหัวการค้าแม้แต่คนเดียว เจ้าไปเก็บมาจากไหน โซลมาหรือ”
เห็นรอยไม่ตอบ อีไลอัสจึงทำได้เพียงหัวเราะเบา ๆ
“เอาเถอะ ถือเป็นโชคของวาลเดียที่ได้เจ้ามา ขอเพียงอย่าเดินตามรอยซินเดรสเทรลก็พอ... แต่มีเจ้าคุมอยู่ ข้าก็เบาใจ”
เขาหันมาที่นิโคลัสอีกครั้ง
“แต่อย่ามัวหมกมุ่นแต่เรื่องการค้า ให้เวลากับการฝึกฝนพลังไว้ ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะปกป้องเจ้าได้”
“พะย่ะค่ะฝ่าบาท”
นิโคลัสก้มศีรษะรับอย่างนอบน้อม
ขณะกำลังฟังจักรพรรดิสนทนากับนายน้อย จอมเวทรอยชะงักขณะที่สีหน้าตึงขึ้นราวกับนึกถึงเรื่องสำคัญ ก่อนเอ่ยถามอีไลอัสเสียงขรึม
“เจ้าได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับผู้อัญเชิญปีศาจหรือยัง?”
บรรยากาศในรถม้าพลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกทันที
จักรพรรดิขมวดคิ้ว สีหน้าฉายแววกังวล
“ยังไม่มีเบาะแสแม้แต่น้อย เหตุการณ์ล่าสุด…พวกมันทำลายร่องรอยสะอาดเกลี้ยง ไม่เหลืออะไรไว้ให้ตาม ข้ากังวลว่าจะมีเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะไม่อย่างนั้น พวกมันคงไม่เคลื่อนไหวถึงเพียงนี้”
รอยพยักหน้ารับ เขาคิดไม่ต่างกันนัก
“ถ้ามีสิ่งใดให้ช่วย ก็ส่งคนมาบอกข้าได้”
“แน่นอน”
อีไลอัสตอบรับทันควัน แววตายินดี การได้เพื่อนเก่าเช่นรอยกลับมา เท่ากับมีไพ่ตายเพิ่มในมือ
หลังจากส่งจักรพรรดิและโอลิเวอร์กลับ จอมเวทรอยกับนิโคลัสจึงมุ่งหน้ากลับโรงแรม
“ท่านตา ได้มาเท่าไหร่…พอใช้จ่ายสร้างร้านอาหารไหม?”
นิโคลัสถามทันที เนื่องจากเมื่อสักครู่โอลิเวอร์ได้มอบเงินก้อนแรกให้ แลกกับแบบแปลนรถม้าของเขา
“พอแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วง”
ชายชราตอบ ก่อนมองนายน้อยด้วยแววจริงจัง
“แต่เจ้าควรรีบสะสางเรื่องอื่นให้เสร็จ แล้วตั้งใจฝึกอย่างจริงจังได้แล้ว อีกไม่กี่สัปดาห์ก็เปิดเรียน ช่วงนี้เจ้าต้องสร้าง ‘วงแหวนมานาแรก’ ให้สำเร็จเสียก่อน เจ้าถึงจะเป็นนักเวทฝึกหัดขั้นต้นโดยสมบูรณ์”
“ท่านก็รู้…แกนมานาของข้าใหญ่กว่าคนทั่วไปมาก การขัดเกลาให้สมบูรณ์ต้องใช้เวลานานขึ้น นี่ก็เพิ่งเกินสามในสี่มาเล็กน้อยเท่านั้น”
“ทุ่มเทมากขึ้น”
จอมเวทกดเสียงหนัก
“ก่อนเปิดเรียน เจ้าต้องสร้างวงแหวนแรกให้ได้ รวมทั้งเลือกธาตุประจำวงให้ชัดเจน”
“ขอรับ”
นิโคลัสจำต้องตอบรับโดยไร้ข้อโต้แย้ง
สำหรับนักเวทฝึกหัดที่สอบเข้าในลำดับต้น ๆ แทบทั้งหมดล้วนเป็น ‘นักเวทขั้นต้นสมบูรณ์’ กันแล้ว
นิโคลัสแม้ถูกนับในระดับนักเวทขั้นต้น แต่แท้จริงยังเป็นเพียง ‘กึ่งขั้นต้น’ เพราะยังสร้างวงแหวนมานาแรกไม่สำเร็จ
การพัฒนาของนักเวท เริ่มจากสร้าง ‘แกนมานาแรกเริ่ม’ สู่ ‘แกนมานาแท้จริง’ เมื่อทำได้ก็ถือว่าเลื่อนเป็นนักเวทเทียร์หนึ่ง หรือ ‘นักเวทฝึกหัด’
ในแต่ละเทียร์ แบ่งย่อยเป็นสี่ขั้น — ต้น กลาง สูง และสมบูรณ์ — วัดจากจำนวนวงแหวนมานาที่หมุนรอบแกน หนึ่งวงแหวนเท่ากับหนึ่งขั้น
การสร้างวงแหวนแต่ละวง ต้องขัดเกลาแกนมานาจนส่องประกายสมบูรณ์ จากนั้นแยกเศษส่วนหนึ่งออกมาหมุนรอบแกนหลัก ราวกับดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์
เศษแกนที่แยกออกมานี้ทำหน้าที่เป็นคลังมานาย่อย ใช้เก็บมานาธาตุเฉพาะเพื่อเสริมพลังเวทในธาตุที่ถนัด เช่น หากถนัดธาตุไฟ คลังย่อยจะสะสมมานาไฟ ทำให้เวทไฟรุนแรงยิ่งขึ้น เศษที่แยกออกมาสามารถขัดเกลาและเพิ่มเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ หากแต่ต้องใช้ความพยายามและระยะเวลาที่นานขึ้น ขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้สะสมมานาธาตุได้เพิ่มขึ้น
ทุกครั้งที่สร้างวงแหวนใหม่ แกนมานาหลักจะหม่นแสงลง จำเป็นต้องขัดเกลาให้แวววาวสมบูรณ์อีกครั้งก่อนเริ่มสร้างวงมานาอันถัดไป
แต่เวลาที่เหลืออยู่ไม่ถึงสี่สัปดาห์ ทำให้ภารกิจนี้กลายเป็นแรงกดดันมหาศาลสำหรับนิโคลัส…
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์นับจากวันที่พบจักรพรรดิอีไลอัส
นิโคลัสใช้ชีวิตแทบทุกวันไปกับการฝึกฝนอย่างหนัก แม้ต้องแบ่งเวลาเล็กน้อยไปทำเรื่องอื่น
เรื่องแรกที่ชายหนุ่มทำหลังจากกลับจากส่งมอบแบบสร้างรถม้า เขาได้แจ้งพี่สาวให้รู้ว่าจะมีคนของเขาไปกวาดซื้อหุ้นจากหุ้นส่วนคนอื่นของตระกูลโฮป พร้อมกำชับไม่ให้บอกใครว่ามีเขาอยู่เบื้องหลังแม้แต่พี่เขยก็ห้ามบอก
ทางฝั่งร้านอาหาร เมนูราเม็งเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง อีรินและอารินเรียนรู้วิธีทำจนสามารถทำได้ด้วยตนเอง และยังเริ่มถ่ายทอดให้ริต้าและแอน แม่ครัวประจำโรงแรม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดร้าน
ทว่าด้วยภาระมากมาย เขาก็พลั้งลืมบางเรื่องไปโดยสิ้นเชิง…
เสียงและใบหน้าบูดบึ้งของสาวน้อยที่มาหาเขาเมื่อวานยังติดอยู่ในหัว
“นิค เจ้าทำของเล่นให้ข้าหรือยัง?”
เสียงแหลมบาดแก้วหูของซีรีนดังขึ้นทันทีที่เขาตอบว่า “ลืม”
สุดท้ายเขาจำต้องสละเวลามานั่งออกแบบรองเท้าโรลเลอร์เบลดให้สามสาว ให้ได้เห็นกับตาว่าเขาลงมือแล้ว และให้แจ็คไปมอบแบบให้นัก
ประดิษฐ์ของกลุ่มเหรียญทองผลิตให้ พร้อมกำชับให้พวกเขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะมั่นใจว่ามันจะได้รับความนิยมไม่น้อย
เขาเลือกทำโรลเลอร์เบลดแทนสเก็ตน้ำแข็ง เพราะเล่นได้บนพื้นราบทั่วไป สะดวกกว่าที่ต้องรอพื้นน้ำแข็ง
ซีรีนบอกว่าอีกสามวันจะมาใหม่ หวังว่าเขาจะไม่ลืมอีก
“นี่ข้าขัดเกลาแกนมานามาทั้งสัปดาห์ มันยังไม่สมบูรณ์อีกหรือ!”
เมื่อสำรวจแกนมานาอีกครั้ง นิโคลัสก็พบว่ามันยังเหลือส่วนขุ่นมัวไม่ถึงหนึ่งในสิบ
ตามคำแนะนำของจอมเวทรอย เขาจึงฝึกสะสมมานาให้เต็มที่ จากนั้นใช้เวทจนมานาเกือบหมด แล้วค่อยสะสมใหม่ สลับเช่นนี้เพื่อเร่งการขัดเกลาแกนมานาให้เร็วขึ้น
หากใครคิดว่า “อัจฉริยะไม่ต้องฝึกหนัก” คงต้องคิดใหม่ถ้าได้มาเห็นการฝึกของนิโคลัส
เหล่าองครักษ์สลับเวียนกันมาช่วยฝึกอยู่เสมอ
ปีเตอร์ ผู้ใช้หอก มักเตือนนายน้อยอยู่เรื่อย
“นายน้อย หอกท่านเคลื่อนไหวมากเกินไปจนแทบไร้พลัง หอกแม้ไม่เน้นพลังทำลายเท่าขวาน แต่ทุกท่วงท่าต้องแฝงแรง ไม่ว่าจะทิ่มแทงหรือตวัด ยิ่งผสานกับการขี่สัตว์อสูร แรงบุกทะลวงย่อมมากกว่าดาบหลายเท่า”
เวลาเขาสอนมักลืมไปเสียสนิทว่านักเรียนคนนี้คือนายน้อย ร่องรอยฟกช้ำบนร่างนิโคลัสจึงเพิ่มขึ้นทุกวัน จนวิคเตอร์ต้องเตือนว่าเขาเป็นนักเวท ไม่ใช่อัศวินเช่นพวกตน
เลวาน นักดาบคู่ ถ่ายทอดวิชาอย่างอดทน
“ดาบคู่ของข้าเน้นความเร็วและพลิกแพลง ไม่เน้นแรงปะทะ ใช้คมดาบเฉือนและปัดป้อง ท่านสามารถนำไปประยุกต์กับเวทลมได้ หากชำนาญพอ…”
ตั้งแต่เคยฝึกด้วยกันมาแล้วในป่า นิโคลัสก็ค่อย ๆ ก้าวหน้าขึ้น จนเลวานเห็นว่าเขาพร้อมในขั้นต่อไป จึงยอมสอนท่วงท่าที่ซับซ้อนขึ้นและเนื่องจากซ้อมโดยใช้ดาบไร้คม การฝึกกับเลวานจึงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้านเวทมนตร์ นอกจากจอมเวทรอยที่จะคอยชี้แนะเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นอีรินและอีริคผลัดกันมาช่วยแนะนำให้อยู่เสมอ
นิโคไลถ่ายทอดเวทเสริมพลังหลายชนิดให้ชายหนุ่ม ซึ่งตัวเขาเองประหลาดใจไม่น้อย เพราะโดยปกตินักเวทสายโจมตีไม่ค่อยฝึกเวทสนับสนุน แม้จะไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่บ่อยนักที่เห็นใครใช้เวทสนับสนุนได้หลายบทเหมือนนายน้อยของตน
อย่างไรก็ตาม ความสามารถรอบด้านไม่ได้หมายถึงความได้เปรียบเสมอไป และนั่นคือหัวข้ออบรมของจอมเวทรอยในวันนี้
“ข้อดีของเจ้าคือการมีความสามารถหลากหลาย…แต่ก็เป็นจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน”
ชายชราเอ่ยขณะอยู่ในโรงฝึก
นิโคลัสรับฟังโดยไร้ข้อโต้แย้ง เพราะเขาเองก็รู้ดีในข้อนี้
“เจ้าต้องแบ่งเวลาฝึกกับหลายทักษะ ทำให้ไม่มีสิ่งใดที่เชี่ยวชาญสุด หากไปแข่งเฉพาะด้าน เจ้าคงไม่ติดกลุ่มหัวแถว เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจขอรับ ดังนั้นข้าต้องฝึกหนักมากกว่าคนทั่วไป อีกทั้งไม่มีใครยืนยันว่ามันจะประสบผลลัพธ์ที่ดี”
“ไม่ต้องกังวลเกินไป เรื่องนี้แม้เกิดขึ้นได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
จอมเวทรอยทอดสายตามองท้องฟ้า คล้ายระลึกถึงอดีต
“ในบันทึกโบราณก่อนเกิดจักรวรรดิวาลเดียและโซลมา เคยมีนักเวทบางคนที่ใช้เวทได้ทุกธาตุ เรียกว่า ‘อาร์คาโนแมนเซอร์’ และในหมู่พวกเขา มีเพียงหยิบมือที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วย จึงถูกขนานนามว่า ‘อาร์คาโนเบลด’ — นักรบแห่งอาร์คาโน”
นิโคลัสถึงกับเลิกคิ้ว เพราะไม่เคยอ่านเจอในตำราหรือความทรงจำเดิม
“บันทึกเหล่านี้อยู่ในเอกสารโบราณและตำนานปรัมปรา คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้อ่าน แม้ในสถาบันก็มีเพียงไม่กี่คนที่เข้าถึง”
“ท่านตาหมายความว่า…ตนเองพิเศษใช่ไหม?”
โป๊ก!
“โอ๊ย!”
“อย่านอกเรื่อง ตั้งใจฟัง”
ชายชราส่งเสียงดุ
“แม้อาร์คาโนเบลดจะแข็งแกร่ง แต่การฝึกโหดเกินกว่าคนทั่วไปจะรับได้ การหาคนมีคุณสมบัติครบว่ายากแล้ว ทว่าการฝึกให้สำเร็จยังยากยิ่งกว่า เมื่อเวลาผ่านไปคนเหล่านี้จึงลดน้อยลง หลายคนตายจากการสู้รบ หลายคนสิ้นอายุขัย สุดท้ายชื่อพวกเขาก็หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์”
จอมเวทถอนหายใจ
“ส่วนอาร์คาโนแมนเซอร์ แม้พบได้มากกว่า แต่การกระจายฝึกทุกธาตุทำให้พลังโจมตีลดลง ในมุมกองทัพ การมีนักเวทที่เน้นฝึกเพียงธาตุหรือสองธาตุจะมีประสิทธิภาพกว่า อีกทั้งการใช้เวลาและทรัพยากรสร้างหนึ่งอาร์คาโนแมนเซอร์ พอกับการสร้างนักเวททั่วไปได้สี่ห้าคน จึงไม่มีใครเอาความหวังไปฝากไว้กับคนเดียว นั่นคือเหตุผลที่เมื่อสิ้นยุคโกลาหล ชื่อนี้ก็เลือนหายไป”
แม้เข้าใจเหตุผล แต่นิโคลัสก็ไม่อาจทิ้งเส้นทางฝึกหลายด้านได้ เพราะมันคือแก่นของตัวตนเขา
ชายชราเห็นแววตาดื้อรั้นของเด็กหนุ่ม จึงทำได้เพียงพยักหน้า
“อยากฝึกต่อก็ฝึก แต่จงเตรียมรับความยากลำบาก เพราะหากไม่เร่ง ระยะห่างระหว่างเจ้ากับเหล่าผู้นำจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ”
เขายกตัวอย่างให้นายน้อยเห็นภาพชัดขึ้น
“อย่างซีรีน ตอนมาที่นี่ครั้งแรกก็เป็นเพียงนักล่าฝึกหัดฝีมือดี แต่หลังเหตุการณ์ปีศาจ จากที่ข้าเห็นเมื่อวานนี้ นางคงผ่านการฝึกหนักมา ข้าคาดว่าเธอน่าจะสร้างวงแหวนวีร่าวงแรกสำเร็จแล้ว”
“อะไรนะ!”
นิโคลัสเบิกตา ไม่คาดคิดว่าซีรีนจะก้าวหน้าเร็วถึงเพียงนี้
“อย่ามองเธอเป็นแค่เด็กสาวทั่วไป เธอคือหลานสาวหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่ง ถ้าไม่ระวัง เจ้าจะถูกทิ้งห่างได้ง่าย ๆ”
สุดท้าย ชายชรามองนายน้อยด้วยแววตาทั้งห่วงใยและภูมิใจ
“แม้ข้าอยากเห็นนายน้อยแกร่งพอที่จะรับผิดชอบตระกูล…แต่เหนือสิ่งอื่นใด ข้าหวังให้ท่านได้มีความสุข และสนุกกับชีวิตตามวัยตนเอง”