บทที่ 5
ทุกซอกทุกมุม
ซิ่งหลิงว่ายน้ำได้และว่ายน้ำเป็ แต่เวลานี้ไม่ควรที่จะว่ายทวนน้ำควรพยุงตัวและปล่อยให้สายน้ำพัดพา พยายามประคองสติไว้ ค่อยๆ พยายามว่ายออกด้านข้างเพื่อหนีกระแสน้ำจะปลอดภัยมากกว่า คลับคล้ายคลับคลาว่าก่อนที่นางจะถูกกระแสน้ำพัดเหมือนมีมือคู่ใหญ่พยายามคว้าตัวนางเอาไว้...
แต่ทุกสิ่งกลับกระจ่างได้ไวกว่าที่ซิ่งหลิงคาดคิด หางตาเห็นบุรุษตัวโตกำลังพยายามพยุงตัวเหนือผิวน้ำ ดำผุดดำว่ายสภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าสุนัขก็กังวลว่าเขาจะจมน้ำตาย แต่กลัวว่าหากยื่นมือเข้าไปช่วย เขาจะเกาะหนึบตัวนางกลายเป็จมน้ำไปเสียทั้งคู่
เขาเป็คนที่ซื้อครั้งแรกของนางก็จริง มีสัมพันธ์ลึกซึ้งอันผิวเผินเพียงแค่คืนเดียว นับเป็ลูกค้าคนหนึ่ง คงไม่ถึงขั้นต้องร่วมตายด้วยกันหรอกกระมัง...
แต่หากจะไม่ช่วย...
ในขณะที่ซิ่งหลิงลังเลไม่รู้ว่า์มีเมตตาที่เห็นนางลำบากมามากพอแล้วจึงดลให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากเริ่มอ่อนลงและเปลี่ยนทิศทาง ซิ่งหลิงรีบใช้โอกาสนี้ตีเท้าว่ายเข้าหาค่อยๆ ดึงตัวของจิ้งเส้าหวงจากทางด้านหลัง ยังดีที่อยู่ในธารน้ำน้ำหนักตัวของบุรุษตัวโตจึงไม่มีผลเท่าไหร่นักทำให้ซิ่งหลิงพอที่จะลากเขาขึ้นฝั่งด้านข้างได้อย่างทุลักทุเล ตัวเปียกม่อล่อกม่อแล่กั้แ่เส้นผมจรดถุงเท้า เปียกซึมไปยังเอี๊ยมด้านใน
“คุณชาย คุณชาย!”
ซิ่งหลิงตบแก้มของจิ้งเส้าหวงที่ดูเหมือนไม่ได้สติ เห็นว่าเขาไม่ตอบสนองนางก็ไม่รอช้า ประสานฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแล้วกดลงบนกลางอกของเขา
ยิ่งเห็นว่าชายผู้นี้ไร้การตอบสนองซิ่งหลิงจึงใช้มือหนึ่งกดหน้าผากของเขา อีกมือหนึ่งยกคางขึ้นแล้วบีบปลายจมูก ก้มหน้าลงประกบปากเป่าลม หางตาคอยสังเกตหน้าอกของเขาที่พองขึ้นเล็กน้อยก็เร่งกดกลางหน้าอกสลับกับการช่วยหายใจไปเรื่อยๆ ไม่นานคนตัวโตที่ไม่ได้สติก็พ่นน้ำออกจากปาก กระอักไอจนตัวโยน
การกดหน้าอกสลับกับช่วยหายใจกินแรงมหาศาล เรี่ยวแรงในกายถูกเผาผลาญเพื่อช่วยเขาเอาไว้ เห็นว่าจิ้งเส้าหวงพยายามหายใจ ก็โล่งเหมือนยกูเาออกจากอก โล่งใจจนร่างกายอ่อนเหลว นั่งแปะแหมะหมดเรี่ยวแรงอยู่ที่พื้น
จิ้งเส้าหวงสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง จนลมหายใจกลับมาเป็ปกติค่อยเห็นสตรีตัวจ้อยใบหน้าซีดขาวไร้สีเืกำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ไม่ไกล กวาดตามองรอบๆ หนหนึ่ง
ไร้เงาของผู้อื่น
มีเพียงเขาและนาง...
จิ้งเส้าหวงไม่ใช่คนพูดมากและไม่ใช่คนที่พูดในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เอ่ยถามว่าใช่นางช่วยเขาเอาไว้หรือไม่
ซิ่งหลิงนั่งกอดเข่าแน่น กอดตัวเองเอาไว้ให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น นางหนาวจนฟันกระทบกันส่งเสียงกึกกัก จิ้งเส้าหวงถอดเสื้อท่อนบนออกจนหมด อ้าแขนออกร้องเรียกอี้จีมากเล่ห์เบื้องหน้า “มานี่”
ดวงตาคู่งามเหลือบมองคุณชายจิ้งที่ส่งเสียง เห็นเขาอ้าแขนออกให้นางอิงแอบก็ไม่รอช้าคลานเข้าหาทันที ความอุ่นร้อนจากกายบุรุษทำให้นางซาบซ่านจนน้ำตาแทบไหลอาบแก้ม
“ก่อกองไฟไม่ได้ เมื่อคืนฝนตกหนัก” ต้นหญ้ากิ่งไม้ล้วนเปียกชื้นยากจุดไฟ ซิ่งหลิงผงกหัวรับแรงๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
“เ้าก็ทนรับลมสักหน่อย อยู่ริมฝั่งดีกว่าเดินเข้าป่าหาถ้ำอาศัย ในป่ามีแมลงและอสรพิษ รออีกเดี๋ยวเซี่ยจี้คงพบพวกเรา”
จิ้งเส้าหวงถอนใจมองสตรีร่างบางที่กำลังสั่นงกๆ อยู่ในวงแขน หลุบตามองสีหน้าขาวซีดที่ไม่ดูดีขึ้นจากเดิม จึงตัดสินใจถอดเสื้อผ้านางออก
“เดี๋ยว...”
“ร่างกายเ้าไม่ว่าบนหรือล่าง ข้าเห็นครบทุกซอกทุกมุมแล้ว” จิ้งเส้าหวงพูดหน้าตาย ไร้ซึ่งความขัดเขิน
คำพูดของเขาทำให้ซิ่งหลิงอับจนปัญญา ทั้งตอนนี้นางก็หนาวเกินกว่าที่สมองจะทำงานหรือรับรู้อะไร หากการแก้ผ้ากลางป่าเขาท่ามกลางที่โล่งแจ้งอุจาดตาเหล่าเทพเซียนบนฟ้าหรือเป็การลบหลู่เทพแห่งขุนเขา คิดชักนำอสนีผ่าคนวิตถารก็ลงโทษเขาแต่เพียงผู้เดียวเถิด
เขาเป็คนแก้ผ้านางนะ!
ซิ่งหลิงปล่อยให้จิ้งเส้าหวงถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออกไปจนเหลือเพียงเสื้อสีขาวชั้นในเท่านั้น เพียงแค่ถอดเสื้อผ้าออกไปหนึ่งชั้นก็รับรู้ได้ถึงความอุ่นเพิ่มมากขึ้น...
จิ้งเส้าหวงรู้ว่าสตรีในอ้อมแขนกำลังบดเบียดเข้าหาก็ตวัดแขนกอดนางแน่นขึ้น หลุบตาพิศดูใบหน้าเล็กจ้อยที่แนบอยู่บนแผ่นอกก็อดไม่ได้ที่จะถอนใจแรงๆ แล้วกระชับอ้อมแขน กอดนางแน่นขึ้นอีก...
เวลาผ่านไปเท่าใดจิ้งเส้าหวงก็สุดรู้มองสีของท้องฟ้าที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็่เวลาดวงตะวันใกล้ตกดินสีหน้าจิ้งเส้าหวงก็ไม่สู้ดี
พื้นที่แห่งนี้เขาไม่คุ้นชินกลัวว่าหากเดินสะเปะสะปะไม่รู้ทิศทางก็จะยิ่งหลงเข้าไปในป่าลึก ซ้ำเกรงว่าจะคลาดกับเซี่ยจี้ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากขึ้นกว่าเดิม แต่สตรีผู้นี้เริ่มตัวร้อนผ่าวสองแก้มแดงก่ำ เม็ดเหงื่อผุดซึม ทั้งร่างกายของนางก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แววตาเลอะเลือนของนางทำให้ั์ตาของจิ้งเส้าหวงเคร่งขรึม ในใจไม่สบอารมณ์นัก เหตุใดเซี่ยจี้ถึงได้มาช้านักใช่ว่าเกิดเื่อะไรไม่ดีขึ้นหรือไม่
“คุณชาย...”
“คุณชาย!”
“ข้าอยู่นี่!”
เพียงแค่จิ้งเส้าหวงส่งเสียงนำทาง ไม่เกินหนึ่งอึดใจเงาร่างของเซี่ยจี้ก็ปรากฏในครรลองสายตา จิ้งเส้าหวงขยับตัวเล็กน้อยบิดตัวปิดบังสตรีในอ้อมอก สั่งการเสียงเรียบ
“หันหลังไป ถอดเสื้อออกมา”
เซี่ยจี้ไม่ทันเข้าใกล้ ได้รับคำสั่งนี้ของผู้เป็นายก็ไม่ชักช้าถอดเสื้อตัวนอกอย่างรวดเร็วและยื่นส่งไปด้านหลัง จิ้งเส้าหวงใช้เสื้อแห้งๆ ของเซี่ยจี้คลุมลงบนร่างบาง กระชับตัวซิ่งหลิงอุ้มแนบอก
“ผู้น้อยมาช้าขอ...”
“กลับไปค่อยรับโทษ”
น้ำเสียงเสียงเรียบเฉยยากบ่งบอกอารมณ์นี้ทำให้เซี่ยจี้หน้าจืดเจื่อน มองผู้ติดตามอีกสามสี่คนที่เพิ่งปรากฏตัวพร้อมกับม้า จิ้งเส้าหวงะโขึ้นหลังอาชาตัวโตพ่วงพี ท่อนขาแกร่งกระแทกท้องม้ามุ่งกลับไปยังเรือนพักจิ้งกงอย่างเลี่ยงไม่ได้
เรือนพักจิ้งกงเวลานี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายเมื่อหมอหัวขาวหัวดำพากันอออยู่ในเรือนและแน่นอนว่าผู้ที่สำคัญที่สุดในเรือนนี้ย่อมไม่พ้นผู้สืบทอดตระกูลจิ้ง
...จิ้งเส้าหวง
“พอแล้ว ไม่ต้องตรวจแล้ว”
จิ้งเส้าหวงสะบัดข้อมือซ้ายขวาออกจากหมอเฒ่าเคราขาวคนที่สามที่เข้ามาตรวจชีพจร ใช้สายตาคมวับวาวดุจเหยี่ยวขับไล่หมอในห้องออกไปจนหมดสิ้น ตัวเขาไม่ใช่หมอนปักลายนุ่มนิ่มไร้สามารถ มีวรยุทธ์และวิชายุทธ์ติดกายการแช่น้ำเย็นจัดและต้องลมเย็นไม่ใช่เื่ยากลำบากอะไร มีแต่เพียงเื่ตกน้ำเท่านั้นที่ทำให้เขาเสียการควบคุมอยู่บ้าง...
“อี้จีผู้นั้นเป็อย่างไร” จิ้งเส้าหวงตวัดสายตาถามพ่อบ้านประจำเรือนพักจิ้งกง
“คุณชายวางใจ ตูหม่านางเป็คน...”
“นางเป็อย่างไร”
พ่อบ้านเหงื่อแตกพลั่กน้ำเสียงของผู้เป็นายทุ้มต่ำลงน่าหวั่นเกรงมากกว่าเดิม กระแอมไอโค้งเอวลงต่ำจนเสียงกระดูกของคนสูงวัยดังกรอบแกรบ
“ข้าน้อยจะรีบไปดูอาการของแม่นางแล้วรีบมาแจ้งคุณชายทันทีขอรับ”
จิ้งเส้าหวงไม่ได้ตอบรับ เพียงแค่เอนหลังพิงกับหัวเตียง ปิดตาลงรอชุนจี้เข้ามารายงานเื่เส้นทางไปยังแดนเหนือ ฉับพลันใบหูจิ้งเส้าหวงขยับเล็กน้อยเมื่อเสียงการเคลื่อนไหวอันคุ้นเคยดังขึ้น อ้าปากโดยไม่ลืมตาขึ้นมอง “ว่ามา”
“น้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เส้นทางสายหลักหน้าเมืองตอนนี้ใช้ได้แล้วขอรับ”
“อีกสองชั่วยามเตรียมตัวเดินทาง”
ชุนจี้รู้ดีว่าคำสั่งจากผู้เป็นายถือเป็สิ้นสุด ทั้งตอนนี้คุณชายก็ดูอารมณ์ไม่ค่อยดี ลอบมองข้างเอวที่ไร้หยกพกประจำกาย ชุนจี้ก็อดไม่ได้ เลียบเคียงถาม
“คุณชายแล้วหยกพกประจำกายเล่าขอรับ”
“ฝากเอาไว้ก่อน”
คำตอบเรียบเฉยดังว่าหยกพกประจำตัวเป็สิ่งของที่ไม่สลักสำคัญอะไรนี้ทำให้ชุนจี้จะร้องไห้ก็ไม่ได้หัวเราะก็ไม่ออก ทั้งเขายังไม่มีความกล้าพอที่จะตัดสินใจอะไรแทนผู้เป็นาย จึงได้แต่ถอยเท้าออกมาเงียบๆ
เมื่อรอบด้านเงียบลงจิ้งเส้าหวงถึงได้ลืมตาขึ้น ั์ตาคมทอประกายแรงกล้าเผยถึงความจนใจออกมาชัดเจนหวนนึกถึงหยกพกประจำตัวที่อยู่ในมือเล็กๆ ของสตรีผู้นั้น
ไม่ว่าพยายามแงะมือของนางออกจากหยกประจำตัวอย่างไรก็แกะไม่ออก นางจับไว้อย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่าทาแป้งเปียก หากใช้แรงหักหาญก็ใช่ว่าจะนำออกมาไม่ได้ หากทำเช่นนั้นก็มีแต่ต้องหักกระดูกนิ้วของนางก็เท่านั้น
ได้ยินว่านางเป็อี้จี จะร้ายดีอย่างไรก็ต้องใช้นิ้วเล่นเครื่องดนตรีจึงทำใจหักไม่ลง
ทั้งในเวลาเสี่ยงตายนางกลับไม่ปล่อยมือ ไม่ใช้มือไขว่คว้าหาทางรอดแต่กลับจับหยกพกของเขาไม่ปล่อย ไม่รู้ว่านางฉลาดเฉลียวหรือโง่งมกันแน่
พลันเสียงเล็กๆ และรอยยิ้มแฉ่งที่แสร้งยิ้มเพื่อยียวนก็ปรากฏภาพแวบผ่านสมอง
‘ซิ่งหลิงจะรักษาของสำคัญของคุณชายด้วยชีวิต’
จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ โคลงหัวแล้วปิดตาลง ไม่นำเื่ฟุ้งซ่านไร้สาระใส่ใจอีก