บทที่ 13
สุราที่นี่ก็ไม่เท่าไร
หนึ่งเดือนผ่านไปฟางหนิงฮวาก็เริ่มคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในเมืองถู่หยางแล้วถึงแม้ว่าจะคิดถึงที่ที่จากมาอยู่บ้างแต่ว่าที่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนักใจอะไรคนที่คิดถึงก็เห็นจะมีแค่เสี่ยวปิงกับคนที่ร้านอาหารเท่านั้นแต่ถึงอย่างไรพวกเขาย่อมต้องมีชีวิตของตนเองต่อไปถึงนางไม่จากตายก็ต้องมีวันใดวันหนึ่งจากเป็อยู่ดี
การที่ได้มาเกิดใหม่ที่นี่ก็ดีไม่น้อยนางมีทั้งพ่อแม่ทั้งอารองที่รักและคอยดูแลนางเมื่อเทียบกับชาติที่แล้วที่ไม่มีญาติเลยแม้แต่คนเดียวนั้นก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นกว่ามากการได้อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวเป็อะไรที่มีความสุขยิ่งซึ่งนางไม่เคยััมาก่อน
ชีวิตที่นี่ก็เรียบง่ายไม่ต้องทำงานแข่งกับเวลาหรือว่าแข่งขันกันเพื่อความก้าวหน้าอาจจะมีบ้างในคนระดับสูงแต่ไม่ใช่บุตรสาวร้านขายซาลาเปาเช่นนางงานที่ต้องทำก็มีไม่มากเพียงแค่ตื่นเช้ามาปั้นแป้งซาลาเปาแล้วก็เอาซาลาเปาไปส่งเท่านั้นส่วนตอนบ่ายว่าง ๆ อยากจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็สามารถไปได้
ซึ่งภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ฟางหนิงฮวาก็ไปมาแทบทุกที่ในเมืองถู่หยางแล้วทุกซอกทุกมุมของตลาด สถานที่สำคัญอย่างจวนเ้าเมือง จวนว่าการ โรงน้ำชาเขตนอกเมืองอย่างเช่นป่า น้ำตก แม่น้ำใกล้ ๆ นางไปสำรวจมาจนพอใจแล้วยกเว้นก็แต่เหลาสุรากับหอนางโลมเท่านั้นที่ยังไม่ได้เข้า
เช้าวันนี้ฟางหนิงฮวาก็ทำหน้าที่ของตนเองตามปกติหลังจากไปส่งซาลาให้จวนเ้าเมืองเป็ที่สุดท้ายก็ตรงดิ่งกลับร้านทันทีกลับมาก็มานั่งปั้นแป้งซาลาเปาต่อแต่ไม่จำเป็ต้องรีบเร่งปั้นนักเพราะเมื่อเช้านางปั้นไปแล้วสามร้อยลูก
"หนิงฮวาวันนี้ไม่ไปเที่ยวเล่นที่ไหนหรือ หรือว่าเบื่อเมืองถู่หยางแล้ว" ฟางตวนเอ่ยถามเพราะปกติแล้วเห็นบุตรสาวออกไปทุกบ่าย
ที่ผ่านมานี้บิดามารดาของฟางหนิงฮวารู้สึกดีใจขึ้นมาไม่น้อยที่บุตรสาวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทั้งสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นราวกับว่าหายเป็ปกติแล้วทั้งยังรู้จักออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกพบปะผู้คนซึ่งก่อนหน้านี้เ้าของร่างเดิมไม่เคยทำเลยนางเพียงอยู่แต่ในบ้านรักษาตัวเท่านั้นเมื่อเห็บบุตรสาวเป็เช่นนี้ทั้งสองคนก็ยิ่งอยากสนับสนุน
"ข้ากำลังคิดอยู่ว่าจะไปที่เหลาสุราดีหรือไม่ข้ายังไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของสุราเลย" ฟางหนิงฮวากล่าวใช่แล้วเ้าของร่างเดิมั้แ่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ดื่มสุราเลยสักจอกอีกทั้งั้แ่ตนเองทะลุมิติมาเกิดที่นี่เดือนกว่าแล้วก็ยังไม่มีเครื่องดื่มแอลกฮอล์ตกถึงท้องเลยสักแอะจะว่าไปแล้วก็คิดถึงเบียร์ขึ้นมาแต่ทว่าที่เมืองถู่หยางแห่งนี้คงไม่มีเบียร์ขายหรอกกระมังหากเป็สุราขึ้นชื่อของเมืองนี้แล้วละก็อาจจะพอแทนกันได้
ฟางตวนได้ยินบุตรสาวพูดก็นึกเปรี้ยวปากขึ้นมาเช่นกันรีบควักเงินในตะกร้ามานับหนึ่งตำลึงแล้วยื่นให้บุตรสาว "เ้าเอาเงินนี้ไปพอดื่มเสร็จแล้วก็ซื้อมาฝากพ่อสักไหล่ะ"
"ท่านพ่ออยากได้สุราแบบใด" ฟางหนิงฮวาถามด้วยความตื่นเต้นนางรู้สึกดีมากที่บิดาดมารดาในยุคนี้ไม่ขัดขวางการดื่มสุราของบุตรมิหนำซ้ำยังให้เงินอีกต่างห่างหากว่าเป็ยุคที่นางจากมาเด็กวัยมัธยมปลายเท่านางจะขออนุญาตไปดื่มสุรานั้นคงไม่ใช่เื่ง่าย
"เ้าชิมแล้วอันไหนอร่อยก็เอาตามเ้าว่าเลย" ฟางตวนกล่าว
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่ออ้อ…ข้าดื่มสุราแล้วว่าจะแวะไปหาต้าเป่าสักหน่อยจะเอาซาลาเปาไปช่วยเขาผูกสัมพันธ์กับสาวน่ะ" ฟางหนิงฮวาพูด
มารดาของนางได้ยินแล้วก็ยิ้มออกมาพลางถามว่า "ต้าเป่ามีหญิงในดวงใจแล้วอย่างนั้นหรือเป็ผู้ใดกัน"
"เป็เสี่ยวเจียงบุตรสาวร้านขายผลไม้แห้งฝั่งตรงข้ามเ้าค่ะรับรองว่าข้าต้องช่วยสหายให้สมหวังให้จงได้ ข้าไปก่อนนะเ้าคะ" ฟางหนิงฮวากล่าวจบก็วิ่งออกจากร้านไป
เหลาสุราซ่งเฮ่อของเมืองถู่หยางแห่งนี้ใหญ่โตมโหราฬยิ่งเป็อาคารสองชั้นขนาดใหญ่ มีโต๊ะมากมายเท่าที่สังเกตดูน่าจะรับลูกค้าได้มากที่สุดราวครั้งละสองร้อยคนสถานที่แห่งนี้ยังเคยเป็ที่จัดเลี้ยงของเหล่าทหารเมืองถู่หยางอยู่บ่อย ๆและที่สำคัญท่านเ้าเมืองก็ชมชอบที่จะมาดื่มสุราที่เหลาสุราซ่งเฮ่อแห่งนี้ด้วย
นอกจากเหล่าทหารแล้วเหลาสุราแห่งนี้ก็เป็ที่นิยมของเหล่าคุณชายไม่แพ้กันรวมทั้งเหล่าคหบดีพ่อค้าแม่แค้ที่เดินทางผ่านเมืองถู่หยางด้านข้างของเหลาสุราเป็โรงเตี้ยมซึ่งเป็ของเหลาสุราเองกล่าวได้ว่าหากเมาแล้วกลับบ้านไม่ไหวก็นอนค้างมันที่โรงเตี้ยมเสียเลย
นอกจากเหลาสุราซ่งเฮ่อแห่งนี้แล้วก็ยังมีเหลาสุราอีกหลายแห่งแต่ฟางหนิงฮวาจะเก็บไว้ไปวันหลังวันนี้ขอลิ้มรสสุราที่เขาว่าดีที่สุดในเมืองถู่หยางก่อน
"แม่นางมากี่คนขอรับ" เสี่ยวเอ้อที่หน้าร้านทักทายด้วยน้ำเสียงที่สดใสเขามักจะทำเช่นนี้เสมอเมื่อเห็นลูกค้าเข้าร้านเพราะว่าหากว่าเขาดูแลดีก็อาจจะได้เงินพิเศษจากลูกค้า
"ข้ามาคนเดียว" ว่าแล้วฟางหนิงฮวาก็เดินอาด ๆเข้าไปในเหลาสุรา นางเดินวนอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะได้ที่นั่งที่ถูกใจเดิมทีคิดว่าจะไปที่ชั้นสองแต่ทว่า่นี้ยังเป็่กลางวันบนชั้นสองอาจจะไม่ครึกครื้นนางจึงเลือกที่นั่งที่มุมหนึ่งของชั้นล่างแทน
เสี่ยวเอ้อเดินมาเช็ด ๆ ถู ๆที่โต๊ะเล็กน้อยก่อนจะผายมือเชิญให้ฟางหนิงฮวาไปนั่ง "เชิญแม่นางนั่งขอรับท่านจะดื่มสุราอะไรหรือ"
"ข้ายังไม่เคยดื่มสุราที่นี่มาก่อนเ้ามีสุราอะไรแนะนำบ้าง" ฟางหนิงฮวาถามอย่างสนใจ
"แม่นางเคยดื่มสุรามาก่อนหรือไม่ขอรับข้าจะได้จัดระดับความแรงให้ได้" เสี่ยวเอ้อถามกลับ
"ย่อมเคยอยู่แล้วตอนที่ข้าอยูเมืองอื่นข้าดื่มมาแล้วเกือบทุกชนิดเอาที่แรงที่สุดที่เหลาสุราของเ้ามีมาก็แล้วกัน" ฟางหนิงฮวากล่าวอย่างอวดโอ่ทำเอาเหล่าคุณชายที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามมองมาด้วยความสนใจ
เมื่อชาติที่แล้วฟางหนิงฮวาถือได้ว่าเป็บุคคลอันตรายสำหรับคู่แข่งที่คิดอยากจะดวลสุรากับนางเลยทีเดียวเป็ผู้ที่คอแข็งที่สุดในร้านอาหารแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็สุราชนิดไหนกี่ดีกรีก็ไม่สามารถสยบนางได้พอมาที่นี่นางจึงมั่นใจว่าสุราที่นี่คงไม่แรงเกินไปสำหรับนาง
เสี่ยวเอ้อวิ่งกลับมาพร้อมกับไหสุราสีดำใบหนึ่งแล้วเมล็ดถั่วหลายชนิดอีกจานเขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วบอกข่าวดีกับนาง "นี่เป็สุราไห่เผิงร้อนแรงที่สุดในร้านเถ้าแก่บอกว่าหากแม่นางดื่มสุรานี่จนหมดไหภายในเวลาหนึ่งเค่อได้จะไม่คิดเงินขอรับเพียงแต่แม่นางต้องลงนามว่าเป็หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมท้าดื่มสุราไห่เผิงเท่านั้น"
สิ้นคำกล่าวของเสี่ยวเอ้อคนในร้านต่างก็ปรบมือเสียงดังเกรียวกราวให้กำลังใจฟางหนิงฮวาที่กำลังจะดื่มสุราไหนั้นฟางหนิงฮวาถึงกับยิ้มกริ่มคิดว่าตนจะได้ดื่มสุราโดยไม่ต้องจ่ายเงินแล้วจากนั้นก็ลงนามของตนเองต่อจากผู้ที่เคยมาท้าดื่มก่อนหน้านี้
สุราจอกแล้วจอกเล่าผ่านลำคอของฟางหนิงฮวาเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อสุราไหนนั้นที่เสี่ยวเอ้อยกมาก็ถูกดื่มจนหมดสีหน้าของผู้ดื่มไม่ปรากฏอะไรทั้งสิ้นฟางหนิงฮวายังคงนั่งแกะเมล็ดฟักทองหน้าตาเฉยราวกับว่าฤทธิ์ของสุราไม่ได้ต่างจากน้ำเปล่าเลยเหล่าคุณชายที่มองอยู่ถึงกับอึ้งไปไม่คิดว่าในเมืองถู่หยางจะมีหญิงสาวที่ดื่มสุราได้เก่งถึงเพียงจากนั้นก็เริ่มมีผู้อยากจะดวลสุรากับนางบ้าง
"เอามาอีกไห" ฟางหนิงฮวากล่าว
เสี่ยวเอ้อรีบเอาสุรามาให้อีกแต่ทว่าคราวนี้นางไม่ได้เปิดดื่มเพียงแต่จ่ายเงินให้กับเสี่ยวเอ้อแล้วหยิบไหสุราเตรียมออกจากร้าน
"แม่นาง…เ้าจะไปแล้วหรือ" เสียงนุ่มทุ้มดังมาจากโต๊ะของเหล่าคุณชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเ้าของเสียงเป็คุณชายจวนคหบดีแห่งหนึ่งรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเขาแอบมองฟางหนิงฮวาั้แ่ที่นางเข้ามาในร้านแล้วสำหรับเขาหญิงสาวที่เข้ามาดื่มสุราคนเดียวนั้นน่าสนใจเป็อย่างยิ่ง
ฟางหนิงฮวาหันมายิ้มให้เขาด้วยความที่เขาหน้าตาดีนางจึงค่อนข้างเป็มิตรด้วย "เ้าค่ะข้าต้องนำสุรากลับไปให้ท่านพ่อ"
"หากว่าคราวหน้าข้าอยากจะดวลสุรากับเ้าสามารถไปตามหาเ้าได้ที่ใด" คุณชายท่านนั้นถาม
"ท่านสามารถไปหาข้าได้ที่ร้านขายซาลาเปาในตลาดข้าต้องขอตัวก่อน" กล่าวจบฟางหนิงฮวาก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้คุณชายผู้นั้นยืนยิ้มอยู่ครู่ใหญ่
จนในที่สุดสหายของเขาก็ถึงกับต้องกระตุกแขนเสื้อให้เขาลงมานั่ง "เ้าชอบนางเข้าแล้วล่ะสิหวังว่านางคงไม่แต่งงานออกเรือนไปก่อนแล้วนะ"
"ฮูหยินที่ไหนจะออกมานั่งดื่มสุราผู้เดียวเล่าข้าว่านางต้องยังไม่มีสามีเป็แน่" คุณชายอีกคนกล่าว