ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่84 ผสานเมล็ดพันธุ์

    อยู่ ๆ ทั่วทั้งสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลก็สั่นไหวอย่างรุนแรงปราณพลัง ท่วมท้นท้องฟ้า ขนาดทั่ว ทั้งสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล

    กินเนื้อที่กว่าสิบแคว้น ยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง


    ชายหน้ากากขาวหยุดการต่อสู้ทันทีแล้วถอยหนีออกไป "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"


    อี้เฉินเองก็ตกใจ "เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมรอบบริเวณถึงสั่นไหว"




    จอมยุทธหลายคนสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกเขาต่างใจสั่นสะท้านเกิดอะไรขึ้น ทุกคนที่อยู่ภายในนั้นต่างรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

    มีจอมยุทธบางกลุ่มถึงกับถอยหนีออกจากสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล จอมยุทธบางคนก็เริ่มออกห่างจากที่นี่

    หลายคนรู้สึกได้ถึงปราณพลังบางอย่าง ที่อยู่ ใจกลางสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล


    "ถอยเร็วเข้า ข้าว่าต้องมีอะไรอยู่ด้านล่างแน่นอน"


    "ข้าเองก็รู้สึกถึงปราณพลังอะไรบางอย่างด้านใต้"


    ใจกลางซากปรักหักพัง คล้ายกับพระราชวังเก่าแก่ที่ถูกทำลายมานาน อยู่ ๆ มันสั่นไหวอย่างรุนแรง รอบบริเวณทรุดตัวเป็นวงกว้าง

    เสียงสัตว์ตัวใหญ่คืบคลานออกมาจากใต้ดิน ตัวของมันถูกโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินตรึงไว้ เสียงคำราม " โฮก"

    หนึ่งครั้งทำให้จอมยุทธ์ที่อยู่ใกล้ ๆ ร่างระเบิดจากเสียงคำราม รอบบริเวณแหลกลาญกลายเป็นลานโล่ง

    กว่าร้อยลี้เพียงแค่เสียงคำราม ทำให้ทุกอย่างพังพินาศ


    จอมยุทธ์ที่เห็นพลังโจมตี ถอยหนีกันอย่างบ้าคลั่ง "นั้นมันคือตัวอะไรกันแน่"


    "รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า"
    หลาย ๆคนใจสั่นสะท้านได้ความหวาดกลัว


    "ข้าไม่เคยเห็นพลังที่มากขนาดนี้มาก่อนเพียงแค่คำราม หายไปเกินครึ่งแคว้น"


    "นั้นมันขั้นพลังอะไรกันแน่ เหตุใดถึงได้น่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้" พวกเขาต่างพูดคุย


    จอมยุทธ์หลาย ๆ คนเลือกที่จะ ถอยหนีออกจากที่นี่โดยไว ปราณพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงมาก กดดันทุกสารทิศ

    มังกรสีดำแห่งความตาย ตัวใหญ่ยาวกินพื้นที่บริเวณกว้าง50กว่าจั้ง ร่างของมันคล้ายโครงกระดูก รายล้อมไปด้วยเพลิงสีดำ

    กลิ่นอายความตามรอยคลุ้ง ที่หลังของมันแบกโลงศพไว้หนึ่งโลง


    หลายคนเห็นยังใจสั่นสะท้าน"มันคือตัวอะไรกันแน่"


    มันกระชากโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินทิ้ง เสียง โซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินถูกกระชากดังออกไปไกล
    พายุโหมดซัดอย่างบ้าคลั่ง จอมยุทธหลาย ๆ คนยังรู้สึกแสบผิวหนัง ถอยล้นไปหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัว
    รอบบริเวณ บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง อากาศแตกร้าวเป็นทางยาว เห็นชั้นบรรยากาศภายใน นานหลายลมหายใจก่อนจะปิดตัวสมานกัน
    ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานจากไป อย่างบ้าคลั่งดังสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง


    ที่ที่มัน บินผ่าน ทุก ๆ อย่างพังพินาศ ราบเป็นหน้ากลอง เหล่าจอมยุทธ์ที่หนีไม่พ้นตัวแตกสลายในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ศพ

    จอมยุทธ์หลายคนที่เห็น มังกรดำแห่งความตาย ยังหวั่นกลัวจนตัวสั่น

    จอมยุทธคนหนึ่งเอ่ยพูด "นั้นมันสัตว์อสูรบรรพกาล เหตุใดมันยังมีชีวิตอยู่"

    หลาย ๆ คนเองก็เคยอ่านตำราเก่าแก่


    "นั้นมันสัตว์อสูรในตำนานเหตุใดมันยังอยู่ นั้นมันมังกรแห่งความโกลาหล"

    หลายคนที่อ่านตำรา ต่างรู้จัก มังกรแห่งความโกลาหล มันเป็นมังกรเก่าแก่บรรพกาล ว่ากันว่าสงครามครั้งแรกเกิดขึ้นจาก

    สัตว์อสูรบรรพกาลเปิดสงครามครั้งใหญ่ กว้างล้างทั่วสิบทิศ ผู้เป็นหนึ่งไม่มีสอง


    สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล กลายเป็นเขตต้องห้ามผู้คนส่วนใหญ่หนีออกไปจากสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล กลับที่มั่นของตน


    อี้เฉินกับซีเผิง เองก็กลับออกมาจากสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล พวกเขาสองคนต่างถูกไล่ล่า
    จากชายสวมหน้ากากสีขาวโชคดี ที่หนีรอดเข้าไปภายในเมืองได้ทัน แถว ๆ นั้นเต็มไปด้วยจอมยุทธ์ที่คุ้มกันชายแดนทางเหนือ

    ชายสวมหน้ากากสีขาวไม่กล้าลงมือภายในเมือง นั้นเต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธ์ คุ้มกันแดนเหนือ หากก่อเรื่องที่นี่จบไม่สวยแน่

    อี้เฉินคิดว่าภายในเมืองคงจะปลอดภัย เขาหาโรงเตี๊ยมที่พักก่อนที่จะพักฟื้น ปราณพลัง
    ทันที ที่พวกเขาอยู่กันตามลำพัง


    ซีเผิงเอ่ยถาม "เจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดเจ้าต้องช่วยข้า" ซีเผิงมองอี้เฉินด้วยความระแวดระวัง


    อี้เฉินถอดหน้ากากชายชรา


    "เจ้า เจ้า ยังไม่ตายงั้นหรือ" ซีเผิงรีบเข้ามาตบไหล่อี้เฉินอย่างไว ก่อนจะกระแทกหน้าอกอี้เฉิน ไปหนึ่งที


    อี้เฉินยิ้ม "ข้าออกจะตายยากใครบอกเจ้าข้าตายแล้ว"



    "ดีแล้วที่เจ้ายังไม่ตาย ข้าตามหาน้องสาวข้ามานานหลายปีไม่รู้นางอยู่ที่ใด พวกเราแยกกันตั้งแต่มาถึงดินแดนร้อยแคว้น ตัวข้าถูกส่งไปทำสงครามนองเลือดกว่าสงครามจะจบนางก็จากไปแล้ว"


    อี้เฉินตอบกลับอย่างไว "ข้ารู้น้องเจ้าอยู่ที่ไหน นางอยู่สำนักเหมันต์ อยู่ในสำนักนอกของสำนักเซียน นางเองก็มายังสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล ข้าไม่รู้ว่าพวกนางจะปลอดภัยหรือไม่"อี้เฉินตอบด้วยสีหน้าจริงจัง


    "เจ้าว่าอย่างไรนะนางเองก็มาที่นี่ ข้าจะไปตามหานาง"

    อี้เฉินเตือน "ช้าก่อนซีเผิง เจ้ากับข้าเองก็อันตรายไม่แพ้กัน หากถูกกลุ่มชายหน้ากากสีขาว ไล่ล่าคงรอดพ้นยาก

    เจ้าได้เมล็ดพันธุ์โพธิ์ มาใช่หรือไม่ ผสานมันเข้าไปในทะเลความรู้เจ้าก่อนอย่างน้อยก็หน้าจะเพิ่มพลังต่อสู้ได้มั้ง"


    ซีเผิงพยักหน้าเขา เข้าไปภายในห้องพัก ดำดิ่งลงไปในทะเลความรู้ เพื่อผสานเมล็ดพันธุ์

    อี้เฉินเองก็นำเอาเมล็ดพันธุ์ที่เขาได้มาออกมาพิจารณา มันแปลกอย่างมากไม่มีปราณพลังใดเลย มันเหมือนเมล็ดพันธุ์ว่างเปล่า

    ไม่มีแม้ปราณพลังอื่นปนเปื้อน
    อี้เฉินลองเอาปราณพลังของตัวเองเข้าไปกระตุ้นเมล็ดพันธุ์มันกลับ ไม่ได้ผลอะไร

    เขาครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะใช้เลือดตัวเองเข้าไปกระตุ้นเมล็ดพันธุ์ให้มีปราณพลัง เมล็ดพันธุ์สั่นไหวน้อย ๆ ค่อย ๆ ดูดซับเลือดของอี้เฉินเข้าไป

    เลือดหลั่งไหลลงไปในเมล็ดพันธุ์ เรื่อย ๆ


    ผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยาม เลือดอี้เฉินหลั่งไหลเข้าไปภายในเมล็ดพันธุ์จนกลายเป็นสีเลือด

    เลือดอี้เฉินหดหายไปมาก จวนจะแห้งเหือด
    จนเวลาไหลผ่านไปถึงหนึ่งก้านธูป เมล็ดพันธุ์เริ่มเปลี่ยนแปลง ส่องแสงสีแดงพร่างพราวทั่วห้อง

    แม้แต่ด้านนอกยังมองเห็นแสงสีแดงสว่างเจิดจ้า 

    อี้เฉินรีบดำดิ่งเข้าไปในทะเลความรู้ทันที ก่อนที่จะผสานเมล็ดพันธุ์สีแดงลงไปในทะเลความรู้


    ทันที ที่อี้เฉินวางเมล็ดพันธุ์ลงไปภายในทะเลความรู้ของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้แต่เมี่ยนจือยังตกใจ

    เข้ามาดูเมล็ดพันธุ์สีแดงเลือดใกล้ ๆ นางมีสีหน้าตกใจ เมื่อมองดูใกล้ ๆ เมี่ยนจือครุ่นคิดจนขมวดคิ้ว เหตุใดมันถึงเปลี่ยนไปมากเช่นนี้

    นางที่เห็นเมล็ดพันธุ์ตอนแรกนางไม่แม้แต่จะสนใจเมล็ดพันธุ์ที่อี้เฉินเก็บมาแต่ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปราวกับฟ้ากับเหว


    เมล็ดพันธุ์ค่อย ๆ แทงหน่ออ่อนขึ้นมา รากของมันหยั่งลึกลงไปในทะเลความรู้ ค่อย ๆ เติบโตอย่างช้า ๆ

    ผ่านไปสามชั่วยามต้นของมันสูงเท่าตัวคน

    ต้นไม้เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉานดูน่าหวาดกลัว ใจกลางต้นไม้เหมือนมีหัวใจเต้น "ตุบ ตุบ" ดังออกมา

    ปราณพลังอี้เฉิน เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าในชั่วพริบตา ทะเลความรู้สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนที่มันจะขยายออกเป็นวงกว้าง

    แม้แต่มังกรสายฟ้าที่แหวกว่ายใจกลางท้องฟ้า ยังร้องคำรามด้วยความดีใจเหมือน มันจะชอบท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ขึ้น


    อี้เฉินลืมตาตื่นขึ้น ก่อนที่เขาจะสำรวจตัวเอง ปราณพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัว ขนาดเมล็ดพันธุ์ยังไม่เติบโตโดยสมบูรณ์ ยังสามารถเพิ่มปราณพลังได้มากขนาดนี้

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน