หลังจากประเมินความมืดมิดบนหน้าต่างระบบเปิดระบบแผนที่แล้ว นัทและมาร์โกก็พยักหน้าตกลงกันอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะใช้กลยุทธ์ "แยกกันหาข้อมูลดิบ" เพื่อกระจายกำลังเปิดเส้นทางในพื้นที่มกรนครต่างมิติให้เร็วที่สุดเพราะพวกเขาทั้งสองคนยังคงติดภาพจำและคิดว่าเมืองหลวงของโลกที่สองแห่งนี้ คงจะมีกฎเหล็กสากลห้ามต่อสู้และคุ้มครองความปลอดภัยเหมือนรั้วศิลาป้อมปราการในโลกที่หนึ่งดั้งเดิม
ทว่า... นั่นคือการคำนวณข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างมหันต์!
เพราะในความเป็นจริงแล้ว โลกที่สองแห่งนี้ไม่มีกฎสากลห้ามสู้รบหรือฆ่าแกงกันใดๆ ทั้งสิ้น! ชัยภูมิในตัวเมืองที่ดูสงบเงียบและไม่มีใครลุกขึ้นมาตวัดคมอาวุธเฉือนคอหอยกันใหญ่โต เป็นเพียงเพราะทุกเผ่าพันธุ์สายบนต่างเกรงกลัวและเกรงใจท่านเจ้าเมืองผู้ทรงอิทธิพลและแข็งแกร่งขีดสุดที่ปกครองนครแห่งนี้อยู่เฉยๆ เท่านั้น แววตาของนักล่าทุกตัวพร้อมจะเสียบแทงกันข้างหลังทันทีหากสบโอกาสในมุมมืด
นัทที่สะพายพาด ขวานใหญ่ด้ามยาวขนาดยักษ์ระดับประณีต เล่มใหม่ล่าสุดเอาไว้บนแผ่นหลังแทนตำแหน่งของดาบขนาดกลางเล่มเก่าที่พังทลายลงไป ส่วนข้างเอวเหน็บดาบสั้นทรงคาตานะระดับประณีต และที่น่องขาขวายังอุตส่าห์มีมีดสั้นระดับทั่วไปผูกแหนบซุกซ่อนซุกไว้แอบๆ อีกหนึ่งเล่ม เขาเดินก้าวเท้าสำรวจทัศนียภาพอันล้ำยุคไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาสแกนไปหยุดอยู่หน้าสิ่งปลูกสร้างขนาดยักษ์อันสวยสง่าตระการตา ป้ายด้านหน้าสลักจารึกข้อความสากลระบุชัดเจนว่า "สถานที่รับภารกิจสำหรับนักผจญภัย"
เมื่อเป้าหมายข้อมูลอยู่ตรงหน้าเค้าเดินตรงดิ่งก้าวเท้าฝ่าประตูหินเข้าไปหาคนที่พอจะเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อเอ่ยปากสอบถามรหัสข้อมูลทันที นัทใช้เวลาพูดคุยสืบเสาะจนได้ความว่า กิลด์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมสัญญากลางที่มีผู้ว่าจ้าง คอยมาตั้งงบเงินรางวัลจ้างวานให้นักล่าออกไปค้นหา เสาะหา และตัดชิ้นส่วนวัตถุดิบต่างๆ จากฝูงอสูรกายนอกเมือง แล้วนำกลับมาส่งมอบเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองโบราณ
สมองที่ผ่านศึกหนารากเลือดพลันอ๋อขึ้นมาในใจทันทีหลังจากฟังคำอธิบาย เพราะตั้งแต่ตอนเขาสู้กับเสือขาวยักษ์นอกเขตปลอดภัยเขาระเบิดข้อมูลได้แล้วว่า โลกหลังจากนี้เวลามอนสเตอร์ตายจะไม่มีเงินทองแดงตกหล่นบนพื้นดินอีกต่อไป... ที่แท้ ไอ้การรับเควสต์ล่าแล่เนื้อของกิลด์นักผจญภัยนี่แหละ คือหนทางหลักในการหาเงินประทังชีวิตและกวาดตุนทุนทรัพย์ของพวกต่างดาวสายบนๆ!
นัทรีบเอ่ยปากถามเจ้าหน้าที่ทันที "พี่ครับ แล้วค่าธรรมเนียมสมัครสมาชิกกิลด์นี่ต้องจ่ายกี่เหรียญทองครับ?"
เจ้าหน้าที่ปรายสายตาสแกนร่างของเขาจากหัวจรดเท้า — ชุดผ้าทอธรรมดา ไร้เกราะไร้ตรา — ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
"สมัครได้ฟรี... แต่ผู้จะเป็นนักผจญภัยของโลกที่สอง ต้องผ่านการทดสอบคัดกรองเสียก่อน เพื่อกรองของไร้ค่าทิ้งเสียให้พ้นทาง รอบถัดไปเริ่มในอีกสองชั่วโมง"
ไวเท่าความคิด นัทรีบเปิดใช้งานระบบเปิดระบบแผนที่โปร่งแสง รัวนิ้วคีย์ข้อมูลสั่งการแจ้งข่าวให้มาร์โกรับรู้ในแชตกลุ่มย่อยทันที:
"พี่มาร์โก! รีบสับขาพุ่งความเร็วแสงตามพิกัดระบบเปิดระบบแผนที่มาที่พิกัดกิลด์นักผจญภัยด่วนเลยพี่! ข้าเจอช่องทางทำเงินถาวรและเบาะแสข้อมูลชั้นเลิศแล้ว แต่อีกสองชั่วโมงระบบจะเปิดฉากการสอบคัดเลือกขั้นต้น รีบมาจูนแถวรวมตัวกันครับ!"
หลังจากส่งข้อความเสร็จ นัทก็ก้าวเท้าเดินมาทรุดตัวนั่งรอตรงบริเวณจุดที่นั่งพักผ่อนสแตนบายยามวิกาล แววตาของเขาคมกริบกวาดสายตาใช้สกิลตรวจสอบไล่สแกนมองดูผู้ทดสอบจากเผ่าพันธุ์อื่นดวงดาวอื่นที่มารอเข้าสอบรอคัดเลือกเหมือนกัน ซึ่งในลานดินตอนนี้มีนั่งคุมเชิงอยู่ 2 คน แต่ละตัวแผ่ออร่ามวลมานาและพลังจิตหนาแน่น บรรยากาศกดดันและเย็นเยือกจนสัมผัสได้ทันทีว่า... การสอบของโลกที่สองในอีกสองชั่วโมงข้างหน้านี้ มันต้องโหดหิน ยากรากเลือด และป่าเถื่อนกว่าบททดสอบของโลกที่หนึ่งมากมายหลายเท่าตัวแน่นอน!
ผู้ทดสอบจากหลากหลายดวงดาวเกรดบนทั้ง 23 ชีวิตจัดแถวเดินก้าวเท้าตามเจ้าหน้าที่กิลด์ลึกเข้ามาจนถึง "สนามสอบประลองยุทธ" ชัยภูมิเบื้องหน้าคือลานศิลาขนาดยักษ์รอบทิศทางปูลาดด้วยเหล็กกล้าจักรกลหนาชันที่ส่งกลิ่นอายความกดดันเย็นเยียบ นัทและมาร์โกสับขาเดินคุมเชิงอยู่รั้งท้ายขบวน ทั้งสองคนรู้ซึ้งดีว่าสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นที่มาร่วมสอบในวันนี้ล้วนเก่งกาจดุดันและแข็งแกร่งขีดสุด เพราะมีรังสีออร่าพลังงานแผ่พุ่งหลากธาตุระเบิดออกมาให้สัมผัสรับรู้ได้ตลอดเวลา
ทว่า... สิ่งที่สองหนุ่มมนุษย์โลกไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยในชีวิต คือร่างกายเหนือมนุษย์ของพวกเขาทั้งสองคนก็มีมวลขุมพลังที่หนาแน่นน่ากลัวไม่แพ้กัน! เพียงแต่ขุมพลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกถูกประมวลผลขึ้นมาแฝงอยู่ในร่างกายด้วยหน้าต่างระบบเปิดรับแผนที่สากล ไม่ได้เป็นพลังที่ติดตัวตื่นรู้มาแต่กำเนิดเหมือนดาวดวงอื่น ส่งผลให้กระแสพลังภายในร่างแปรผันกลายเป็น "พลังปราณเร้นกาย" ที่สงบนิ่ง ลึกลับ และไม่มีกลิ่นอายไอพลังงานแผ่พุ่งเล็ดลอดออกมาภายนอกสรีระให้ใครสแกนดักจับได้เลยสักนิดเดียว ปัจจุบันทั้งนัทและมาร์โกยังไม่รู้จักระดับขั้นของปรานใดๆ ทั้งสิ้น ไม่รู้เลยว่าในโลกนี้มีการแบ่งขั้นพลังงานเป็นชื่อแบบพวกจอมยุทธ์ นัทรู้เพียงแค่ข้อมูลหลังบ้านในระบบของตัวเองว่ามีหลอดพลังปราณสะสมอยู่ 300 หน่วยเต็มหลอดเท่านั้น
"การทดสอบคัดเลือกขั้นต้นของพวกเจ้าในวันนี้ เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด!" เสียงทรงอำนาจของเจ้าหน้าที่กิลด์ดังก้องกังวาน "จงพุ่งทะยานร่างก้าวเท้าขึ้นมาบนลานหินเพื่อเปิดฉากปะลองฝีมือกับ 'ผู้คุมสอบ' ของเราซะ! ตราบใดที่พวกเจ้าสามารถยืนหยัดต้านทานท่วงท่าโจมตีหรือแสดงไหวพริบเอาชีวิตรอดได้ตามเกณฑ์... ระบบจะอนุมัติให้พวกเจ้าผ่านเข้ารับสัญญากลางทันที!"
นัทกวดสายตาสแกนมองตรงไปยังกึ่งกลางลานประลองยุทธ พลันดักจับรหัสระบบเห็นร่างของผู้คุมสอบชั้นแนวหน้าในวันนี้ เขาคือนักผจญภัยระดับอาวุโส (ระดับ A) สายตรงทางด้านลมปราณที่ได้รับเชิญมาทำหน้าที่คัดกรอง รูปร่างกายภาพภายนอกเป็นบุรุษเพศจากเผ่าสัตว์ป่าใบหน้าคล้ายแมวป่าทว่าสรีระร่างกายกลับกำยำล่ำสันอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนาชันปานศิลา แผ่ออร่าความร้อนระอุของลมปราณระดับสูงบดขยี้ชั้นบรรยากาศจนอากาศบิดเบี้ยว
มหกรรมการสอบเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อน ดาหน้าเข้าฟัดกันอย่างรากเลือด ทว่าผ่านไปเพียงแค่สองคนแรก... ผลลัพธ์กลับพังทลายโดนผู้คุมสอบเผ่าแมวซัดปลิวละลิ่วกระเด็นตกรอบน่วมไปตามๆ กัน จนกระทั่งเสียงประกาศชื่อคิวถัดไปดังขึ้น ซึ่งเป็นตาของนัทเพราะเขาขยับตัวมาลงทะเบียนเป็นคนแรกๆ ตั้งแต่หัวค่ำ
"คิวถัดไป... มนุษย์โลก ก้าวเท้าขึ้นลานประลอง!"
สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศรอบข้างพลันส่งเสียงซุบซิบนินทาจากเหล่าผู้ทดสอบเผ่าพันธุ์อื่นอีก 20 กว่าชีวิตที่นั่งคุมเชิงอยู่รอบนอกทันตาเห็น แววตาของพวกต่างดาวสายบนฉายประกายเยาะเย้ยเหยียดหยามเมื่อเห็นนัทเดินจัดแถวก้าวเท้าขึ้นไปบนลานหินในชุดผ้าทอธรรมดามอมแมม แถมบนแผ่นหลังยังสะพายพาด ขวานใหญ่ด้ามยาวขนาดยักษ์ระดับประณีต เล่มเขรอะรุงรังเหน็บดาบสั้นคาตานะไว้ข้างเอว ดูไร้รอยสักเวทมนตร์หรือรังสีออร่าพลังงานแผ่ออกมาคุ้มกายสักนิดเดียว
ผู้คุมสอบสายตรงเผ่าสัตว์ยืนกอดอก ปรายสายตาเนตรดูแคลนจ้องมองนัทตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาดุดันเหี้ยมเกรียมแฝงคำดูถูกระเบิดออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเอ่ยปากถามไถ่ขยายความด้วยน้ำเสียงเย็นชา:
"เจ้ามนุษย์... ข้าขอถามเบื้องต้น เจ้าคิดจะใช้สิ่งใดหรือศาสตร์สายไหนในการรับมือทดสอบกับข้าในศึกนี้?"
นัทขยับข้อมือจัดระเบียบสายสะพายขวานยักษ์ด้ามยาวบนแผ่นหลัง แววตาสนุกบ้าคลั่งระเบิดวาวโรจน์สบตาประสานนิ่งพลางตอบเสียงเรียบกวนๆ:
"ผมขอเลือกใช้ พลังปราณ ครับพี่"
ได้ยินคำตอบดั่งนั้น ผู้คุมสอบเผ่าแมวป่าถึงกับเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหลุดหัวเราะห้วนในลำคอพ่นลมหายใจดูถูกเหยียดหยามออกมาทันควัน "หึๆๆ! พลังปราณงั้นรึ? ช่างกล้าพูดได้หน้าตาเฉย! ระดับลมปราณภายในร่างกายของเจ้ามันคงจะอยู่ในระดับที่ต่ำต้อยติดดินมากเลยสินะเจ้าหนุ่มเอ๋ย... ตัวข้าเองก็ออกศึกกรำศึกเคี่ยวกรำใช้พลังปราณสายตรงมาทั่งชีวิต ทว่าตลอดทั่วทั้งสรีระร่างกายของเจ้าในตอนนี้... กลับไม่มีกลิ่นอายไอพลังลมปราณแผ่ออกมาให้ข้าสัมผัสสะกิดผิวได้เลยสักนิดเดียว!"
ผู้คุมสอบขยับเท้าขวาย่ำลึกแยกขาตั้งท่า แผ่ออร่าลมปราณร้อนระจุจนเหล็กกล้าใต้ฝ่ามือส่งเสียงครวญคราง สะบัดมือเรียกให้นัทบุกเข้ามาด้วยสายตาสมเพชขีดสุด "ในเมื่ออยากลองของนองเลือด... ก็จงดาหน้าขยับฝีเท้าพุ่งเข้ามาได้เลยขรับ! ข้าจะช่วยสับกระดูกสั่งสอนสัจธรรมโลกที่สองให้แกเบิกเนตรเอง!"