เพราะเหตุการณ์ตำรวจจับหัวขโมยทำให้ตลาดสดเกิดความวุ่นวายขึ้น แม้จะไม่ถึงขั้นเกิดเรื่องใหญ่แต่ก็บรรยากาศเอะอะจอแจไปทั่ว
จ้าวลี่อิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย กวาดตามองรอบๆ แล้วดึงสายจูงฮัสกี้“มั่วมั่ว ไป กลับบ้านกันเถอะ!”
เธอเหลือบมองตำรวจนอกเครื่องแบบวัยกลางคนและชายชุดดำที่อยู่ในสภาพยับเยินเล็กน้อยอย่างระแวงกลัวว่าพวกเขาจะเอาเรื่องที่ฮัสกี้กัดคน จึงอยากรีบพามันออกไปให้ไว
สวี่มั่วเดินเคียงข้างจ้าวลี่อิ่งออกจากตลาดแต่ในใจกลับบ่นอย่างไม่พอใจ
อะไรกันฟะ เรื่องแก๊งหัวขโมยนี่ยังไม่พอให้กลายเป็นภารกิจอีกเหรอ ระบบอย่าบอกนะว่าแกขี้เกียจ!
[ระบบไม่เคยขี้เกียจ ขณะนี้ยังไม่มีภารกิจใหม่ผู้ใช้โปรดรออย่างใจเย็น]
คำตอบของระบบยังคงเย็นชาดั่งเสียงจักรกล
สวี่มั่วได้แต่ส่ายหัวในใจ ต่อกรกับมันไม่ได้ ก็ทำได้เพียงทนเอา
ภารกิจ ภารกิจ ภารกิจ… ทำไมวันนี้ที่อยากรับภารกิจถึงได้ยากนักหรือว่าเป็นผลข้างเคียงจากการถูกลงโทษคราวก่อน?
สวี่มั่วลองคาดเดา แล้วนึกถึงตอนที่ได้รับ ‘ภารกิจผสมพันธุ์’
ระบบเคยบอกว่านั่นคือ ‘ภารกิจเลื่อนระดับ’ โทษจึงหนักกว่าภารกิจทั่วไปตอนนี้ที่ยังไม่มีภารกิจใหม่ออกมาสักทีอาจเป็นเพราะต้องสร้าง ‘ภารกิจเลื่อนระดับ’อยู่ก็เป็นได้ เหตุการณ์ธรรมดาเลยไม่พอ
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง งั้นภารกิจที่จะได้รับต่อไปก็คงไม่ธรรมดาความยากน่าจะไม่น้อย อย่างน้อยก็ใกล้เคียงกับภารกิจผสมพันธุ์แน่…
คิดถึงตรงนี้ สวี่มั่วก็อดสั่นสะท้านไม่ได้
ไม่สิ ไม่มีทางมีภารกิจที่ยากกว่าภารกิจผสมพันธุ์อีกแล้ว!
ตราบใดที่ไม่ใช่ภารกิจผสมพันธุ์ ต่อให้ยากแค่ไหน เขาก็รับได้!
สวี่มั่วคิด พลางเดินเคียงข้างจ้าวลี่อิ่งมาจนถึงทางออกตลาดสด
“โฮ่ง โฮ่ง…”
ทันใดนั้น หูของสวี่มั่วก็กระดิก เขาได้ยินเสียงบางอย่างแทรกเข้ามาเป็นเสียงสุนัขเห่า ฟังด้วยหูมนุษย์ก็เหมือนเสียงเห่าธรรมดาแต่สำหรับสวี่มั่วกลับฟังออกเป็น…
“ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!!!”
เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือ! แถมฟังแล้วคุ้นหูชอบกล?
สวี่มั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปทางเสียงนั้นซึ่งดังมาจากตรอกมืดๆเล็กที่ไม่มีผู้คน เขาได้ยินเสียงหมาตัวนั้นวิ่งอยู่ข้างในและยังมีเสียงฝีเท้ามนุษย์ไล่ตาม
“เร็วเข้า! จับมันไว้! อย่าให้วิ่งไปถึงฝูงชนนะ!”
“แม่งเอ๊ย! เหล่าไช่ ยิงมันสิวะ!”
“ระวังหน่อย! พื้นมันลื่น!”
“…”
จากนั้นสวี่มั่วก็ได้ยินเสียงคนหลายเสียง เขาชำเลืองมองแล้วพลันตกใจ
เป็นพวกมัน!!
ใช่แล้ว เขาฟังออกว่าเป็นพวกกวงโถวเฉียงที่เคยถูกเขาสั่งสอนไปคืนนั้นและยังแอบตามเขามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ส่วนเสียงหมาที่คุ้นเคยนั้น…ไม่ใช่ทิเบตันมาสทิฟที่เขาเคยช่วยไว้คืนนั้นหรอกหรือ!
บังเอิญขนาดนี้เชียว? มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแถมยังซวยซ้ำถูกสี่คนนั้นตามล่าอีก?
สวี่มั่วคิดพลางเหลือบมองจ้าวลี่อิ่งข้างตัวอย่างลังเลว่าจะเข้าไปยุ่งดีหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ได้ยินเสียงระบบแจ้งภารกิจ
อะไรกันเนี่ย…
สวี่มั่วถอนหายใจอย่างผิดหวังอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจ... ในเมื่อเห็นแล้ว หากไม่ช่วยคงติดค้างใจเกินไป
ถึงยังไงพวกนั้นก็ตามเขามาจึงบังเอิญเจอสุนัขตัวนี้เข้าไปเต็มๆเรียกได้ว่าทิเบตันมาสทิฟซวยเพราะเขา หากถูกจับได้คงไม่รอดแน่ๆเขาจะมัวมองอยู่เฉยๆ ไม่ได้
เพียงแต่ว่า…
สวี่มั่วเหลือบมองจ้าวลี่อิ่งที่กำลังถือโทรศัพท์แชทกับใครบางคนถ้าหากเขาวิ่งหนีอีกครั้ง มีหวังสาวน้อยนี่ได้โกรธเขาอีกแน่
“บรู๋ววว…”
ทันใดนั้น สวี่มั่วก็ได้ยินเสียงร้องโอดครวญของทิเบตันมาสทิฟตามด้วยเสียงล้มดังตุบ คล้ายมันพุ่งชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
“เร็วเข้า! ไล่มันไป!”
“เหล่าไช่! ยิงมันสิ!”
“เวรเอ๊ย! โดนกองขยะบัง!”
เสียงพวกนั้นดังตามมา
สวี่มั่วหรี่ตา รู้ว่ารอไม่ได้อีกต่อไป จู่ๆเขาก็ดันสี่ขาพุ่งทะยานออกไปทันที
“อ๊ะ!!” น่าสงสารจ้าวลี่อิ่ง เธอไม่ทันตั้งตัวทั้งสายจูงหลุดจากมือ มือถือที่ถืออยู่ก็ร่วงกระแทกพื้นดังตุบ
เธออ้าปากค้างมองฮัสกี้ที่วิ่งพรวดออกไป ทั้งตกใจทั้งโมโหก่อนตะโกนลั่น “มั่วมั่ว! คราวนี้จะทำอะไรอีก! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
แต่สวี่มั่วไม่มีทางหยุด และเพื่อไม่ให้จ้าวลี่อิ่งถูกลากเข้าไปพัวพันด้วยทางที่ดีที่สุดคือจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนที่เธอจะตามมา
เขาเผยความเร็วอันน่าทึ่งอีกครั้งพุ่งฝ่าฝูงชนไปอย่างว่องไวท่ามกลางเสียงอุทานดังระงม
ไม่นานก็มาถึงหน้าตรอกแคบในพริบตา แล้วกระโจนเข้าไปทันที
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงพุ่งใส่จมูก ทำเอาสวี่มั่วขมวดคิ้วทันควัน
ตรอกนี้เห็นชัดๆ ว่าไม่ใช่ที่ให้คนเดินเป็นเพียงร่องแคบระหว่างตึกสองหลัง กว้างไม่ถึงสองเมตรปากทางยังวางถังขยะใบใหญ่เรียงกันข้างในอัดแน่นไปด้วยขยะเน่าเหม็นที่ไม่เคยถูกเก็บกวาดมีเศษผักเน่าเนื้อเสียเต็มไปหมด ลึกเข้าไปก็มีขยะหล่นเกลื่อนพื้น ทั้งเข่งไม้เก่าถังพลาสติกแตกกองอยู่ข้างผนัง ทำให้ก้าวเดินยากลำบากยิ่งนัก
บ้าชะมัด! กระโจนเข้ามาทีเดียว สกปรกยิ่งกว่าตกน้ำเสียอีกกลับไปคราวนี้คงต้องอาบซะหลายรอบ แถมคงโดนยัยเด็กนั่นด่าอีกแน่…
สวี่มั่วคิดในใจ แต่ก็ไม่ชะลอฝีเท้า รีบพุ่งลึกเข้าไปด้านใน
ในที่สุดก็เห็นทิเบตันมาสทิฟกับพวกกวงโถวเฉียง
ทิเบตันมาสทิฟพุ่งชนกองขยะจนล้มกลิ้ง ถูกถุงขยะหลายใบถาโถมทับร้องครางพลางพยายามดิ้นออกมา
ส่วนกวงโถวเฉียงกับพรรคพวกก็ตามมาทัน ห่างไปไม่ถึงสิบกว่าเมตรในมือไช่เหอจงยังถือปืนยิงยาสลบเล็กๆ กำลังเล็งตรงไปที่ทิเบตันมาสทิฟ!
การปรากฏตัวของฮัสกี้ทำให้สี่คนนั้นกับทิเบตันมาสทิฟเห็นเข้าโดยทันที
กวงโถวเฉียงกับพรรคพวกถึงกับชะงัก
ส่วนทิเบตันมาสทิฟกลับเห่าอย่างดีใจ “โฮ่ง โฮ่ง… (ลูกพี่! เป็นคุณ!ช่วยผมที!!)”
สวี่มั่วกลอกตาใส่มันทันควัน
ใครลูกพี่แกกัน อย่ามาเรียกมั่วๆ! ฉันไม่อยากมีลูกน้องเป็นหมาหรอกนะ!
เขาถีบสี่ขาพุ่งทะยานข้ามหัวทิเบตันมาสทิฟตรงเข้าหากวงโถวเฉียงกับพวกทันที!
“เชี่ย! มันมาแล้ว!!”
“เป็นฮัสกี้นั่น! มันโผล่มาได้ไงเนี่ย!”
“ระวัง!!”
กวงโถวเฉียงกับพรรคพวกต่างจำฮัสกี้ได้ดี พากันหน้าถอดสีร้องอุทานลั่น
ขณะเดียวกัน ไช่เหอจงก็หันปากกระบอกปืนเล็กเล็งใส่สวี่มั่วแล้วเหนี่ยวไกทันที!
ฟิ่ว
ลูกดอกยาสลบพุ่งตรงมาอย่างฉับไว ทว่าเสี้ยววินาทีคับขันสวี่มั่วกลับดีดตัวเตะผนังด้านข้าง ใช้พื้นที่แคบตรงนี้เปลี่ยนทิศฉับพลันหลบลูกดอกไปได้หวุดหวิด แถมยังอาศัยแรงส่งพุ่งถึงหน้าพวกนั้นในพริบตา!
“อ๊าก!!” เสียงกรีดร้องดังลั่น
ไช่เหอจงถูกอุ้งเท้าเหยียบเต็มหน้า รู้สึกเหมือนจมูกหักร่างทรุดฮวบลงกับพื้นทันที
“โอ๊ยยย!!”
เสียงกรีดร้องถัดมาเป็นของชายหัวเกรียนที่ถูกขาหลังฮัสกี้ถีบเต็มปากฟันน่าจะหลุดไปหลายซี่ ร่างหมุนคว้างกระแทกผนังอย่างแรง
“อ๊ากกก!!”
เสียงที่สามดังขึ้น แม้กวงโถวเฉียงจะพยายามป้องกันและหลบหลีกแล้วแต่ก็ไม่รอดจากอุ้งเท้าเช่นกัน โดนฟาดกระหม่อมจนหัวปักพื้น ทรุดลงอย่างหมดท่า
พลังของสวี่มั่วในตอนนี้มหาศาลนักเขากระโจนกลางอากาศติดต่อกันสามครั้งใช้อุ้งเท้าจัดการพวกนั้นได้ทีละคนจนร่วงไปสาม
พอจะพุ่งเข้าหาคนที่สี่ชายร่างเล็กกลับพลิกตัวกลิ้งหนีไปได้ทันด้วยความว่องไว
สวี่มั่วลงพื้นแล้วกระโจนตามไปอีกครั้ง
“อย่าเข้ามานะ!!”
ชายร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนกพลางหันหลังเผ่นหนีแบบไม่คิดชีวิต แต่กลับพุ่งชนเข้ากับประตูไม้เก่าๆ ข้างๆดังปัง!
ประตูไม้ผุพังที่ไม่รู้ว่าไม่ได้เปิดมากี่ปีพังทะลุเขาร้องโอดครวญพลางกลิ้งทะลุเข้าไปทั้งตัว
ดูเหมือนจะเป็นประตูหลังของบ้านใครสักคน แต่เพราะเก่ามากจนพังได้ง่ายๆเพียงแค่ชนครั้งเดียวก็เปิดอ้า
สวี่มั่วพุ่งวืด พอร่อนลงพื้นก็หันไปมองด้านใน กำลังคิดจะตามต่อแต่สายตากลับแข็งค้าง เพราะภาพที่เห็นทำให้ทั้งตกใจทั้งหวาดหวั่น!
...ชายร่างเล็กนอนฟุบมึนงงอยู่ในห้องมืดทึบหลังประตูนั่น
แต่ตรงมุมห้อง สวี่มั่วเห็นเงาร่างสองคนกำลังทำอะไรบางอย่างและที่ทำให้เขาใจหายวาบก็คือ…ในมือของหนึ่งในนั้น เขาเห็นว่ากำลังถือปืนอยู่!
นี่มัน…เรื่องอะไรล่ะเนี่ย!