ไวน์และอาหารมื้อเย็นเรียกได้ว่าหรูหรา และนอกจากนั้นสิ่งที่สาวๆ ตั้งตารอคือเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้าย มันถูกวางอยู่บนจาน คล้ายกับคริสตัลสีแดงเื มีกลิ่นหอมอ่อนๆ วางอยู่บนโต๊ะร่วมกับอาหาร เลยดูไม่ต่างจากอัญมณีชิ้นหนึ่ง
“ใครจะกินก่อน” อีฮยอนถาม เ้าสิ่งนี้ออกมาจากสมองสัตว์ร้าย ฟังดูน่าสะอิดสะเอียนและเธอก็ไม่กล้าที่จะกิน
“ฉันเอง” สกาเล็ต คอนเนลลี่หยิบเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาหนึ่งอัน ท่ามกลางสายตาของทั้งสามคนเธอเริ่มเคี้ยวในปาก อีฮยอนเอามือปิดปากตัวเอง ในขณะที่โซฟี เรนเนอร์แสดงสีหน้าแปลกๆ กระทั่งหญิงสาวกินเสร็จจึงได้ถาม
“เป็ยังไงบ้าง รสชาติของมันคาวไหม”
“ไม่นะ ภายนอกมันแข็งแต่ข้างในกลับเหมือนเยลลี่ รสชาติดีเลยล่ะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่อธิบายหลังจากกินไปหนึ่งอัน
“แล้ว...เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเธอหรือเปล่า รู้สึกไหมว่ามันแปลกไปจากเดิม” อีฮยอนถาม
สกาเล็ต คอนเนลลี่สำรวจร่างกายของตัวเอง กำลังจะพูดว่าไม่เปลี่ยนแปลงแต่พอรู้ว่าสิ่งแปลกๆ กำลังเกิดขึ้นเธอจึงเปลี่ยนคำพูด “ฉันรู้สึกร้อนไปทั่วร่างกาย หลังจากที่กินเมล็ดพันธุ์สัตว์ร้าย”
“นั่นเพราะร่างกายคุณกำลังได้รับพลังเหนืุ์ ผมแนะนำให้ไปแช่น้ำทำให้ร่างกายเย็นขึ้น ไม่จำเป็ต้องคิดที่จะกินชิ้นที่สอง ร่างกายตอนนี้ของคุณยังต้องปรับตัวอีกมากขืนกินไปสองชิ้นติดกันมีหวังทนไม่ได้แน่” มู่เฉินแนะนำจากประสบการณ์ที่เคยเห็น เคยมีคนโลภอยากได้พลังเยอะๆ แล้วขโมยกินสองชิ้นติดกัน แต่เพราะร่างกายอ่อนแอจนเกินไปสุดท้ายรับพลังไม่ไหวจึงได้เสียชีวิต
หลังจากฟังคำแนะนำของมู่เฉิน สกาเล็ต คอนเนลลี่จึงไม่พยายามโลภกินชิ้นที่สอง
“เอาล่ะฉันจะไปลงอ่าง โซฟีเธอเองก็รีบๆ กินเข้าล่ะ”
“เข้าใจแล้วน่า” โซฟี เรนเนอร์สูดหายใจเข้าลึก หยิบเมล็ดพันธุ์สัตว์ร้ายขึ้นมาด้วยความขยะแขยง แต่สุดท้ายเพราะความแข็งแกร่งจึงต้องกลั้นใจโยนเข้าปาก แรกๆ เคี้ยวด้วยสีหน้าอิดโรย แต่ไปๆมาๆ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป
“ไม่เลวนี่นา รสชาติไม่ได้แย่เกินไปเหมือนกับเยลลี่อย่างที่สกาเล็ตกล่าว นอกจากนั้นร่างกายยังร้อนอย่างรวดเร็ว ฉันจำเป็ต้องรีบลงไปในอ่างก่อนที่ผิวจะไหม้”
อีฮยอนมองสองสาวที่ลงไปแช่น้ำก่อนจะส่งยิ้มให้มู่เฉิน
“คุณไม่กินเหรอ” ชายหนุ่มถาม
“ฉันมีพลังวิเศษอยู่แล้ว แต่พวกเธอน่ะต่าง”
“เชื่อผมเถอะถ้าไม่กินแล้วคุณจะเสียใจ”
“ทำไม”
“ตอนพบผู้ปลดเปลื้องพลังของคุณถูกยกเลิกและยังมีระยะเวลาที่จำกัดในการใช้ ไม่คิดว่านั่นคือลิมิตเหรอ แล้วคุณไม่อยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นหรือไง”
“หรือก็คือถ้าหากฉันกินเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้าย นอกจากสมรรถภาพของร่างกายแล้วยังปรับปรุงพลังวิเศษด้วยสินะ”
“ใช่” มู่เฉินตอบสั้นๆ แล้วกินในส่วนของตัวเองไปสองชิ้น
“ไหนคุณบอกว่ากินได้แค่คนละชิ้น?” อีฮยอนเลิกคิ้วสูง
“นั่นเพราะร่างกายของผมแข็งแกร่งมาก จึงอดทนต่อพลังของเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้ายได้ การกินสองชิ้นในคราวเดียวจึงไม่ใช่ปัญหา”
“เป็อย่างนั้นนี่เอง เอาล่ะฉันเองก็ควรกินได้แล้ว” อีฮยอนไม่กล้ากินแบบมู่เฉิน หลังจากกลั้นใจกินก็รู้สึกว่ารสชาติไม่ได้แย่ เพียงแต่พอนึกถึงสิ่งนี้ออกมาจากสมองสัตว์กลายพันธุ์ทีไรก็แทบอยากจะคลายทิ้ง
มู่เฉินไม่จำเป็ต้องลงไปแช่น้ำกับสาวๆ เขาใช้เวลาส่วนนี้ในการตกปลา
'ติ้ง...ชุดเดรสสีชมพู'
'ติ้ง...กางเกงยีนส์ผู้หญิง'
'ติ้ง...รองเท้าไนท์กี้'
'ติ้ง...กระเป๋าแฟชั่น'
ยังคงเป็ของไร้สาระเหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นมู่เฉินก็ยังตกปลาต่อไป
'ติ้ง...สมุดคำสาปกรีดแทง หลังจากเซ็นชื่อและคำสาบานลงไปในสมุดเล่มนี้ ผู้ที่ผิดคำสาบานจะถูกคำสาปเล่นงานถึงตาย คำเตือนกรุณาใช้ด้วยความระมัดระวัง'
“นี่มัน...” มู่เฉินมองสมุดสีดำในมือด้วยความคิดหลากหลาย เขาเริ่มอ่านคำอธิบายต่างๆ ของสมุด หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่สาวๆ จึงขึ้นจากน้ำแล้ว ส่วนเขาเองก็รู้เกี่ยวกับวิธีใช้อย่างครอบคลุม
มู่เฉินเลือกที่จะไปนอนก่อนใช้สมุดคำสาป
พรุ่นี้จะต้องเดินทางไปยังโรงเรียนเทียนหลงเพื่อช่วยแคทริน วิสตัน ถึงตอนนั้นค่อยใช้สมุดพรุ่งนี้ก็แล้วกัน
......
วันต่อมามู่เฉินแนะนำสาวๆ ให้รู้จักกับสมุดคำสาป ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “หลุมหลบภัยไม่สามารถให้คนนอกรับรู้ได้ รวมถึงหุ่นยนต์พวกนั้นที่อาจถูกมองเป็ภัยคุกคาม ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจผมและเขียนชื่อตัวเองลงไปในสมุดบันทึกเล่มนี้”
ความเชื่อใจในวันโลกาวินาศนั้นไร้ค่า แต่ที่เขายอมช่วยสาวๆ เพราะเห็นว่าเป็ดาราเท่านั้น
มู่เฉินยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเพิกเฉยต่อกองทัพได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้ ดังนั้นถ้าหากข้อมูลของเขาหลุดออกไปมันคงเป็เื่แย่ หรืออาจถูกตามล่าเพราะ้าเทคโนโลยีต่างดาวสิ่งมีชีวิตเชิงกล
“เอาล่ะสาวๆ อย่าได้ทำหน้าตากังวลแบบนั้นสิ เราก็แค่ไม่บอกคนอื่นเกี่ยวกับหลุมหลบภัยแค่นี้ก็รอดแล้ว นอกจากนั้นหากมีคนรู้เข้าเรานี่แหละจะเป็ฝ่ายลำบากไม่มีที่อยู่ ฉันเห็นด้วยกับวิธีของมู่เฉิน แต่ถ้าหากใคร่ไม่เห็นด้วยฉันแนะนำให้ออกไปจากที่นี่จะดีกว่า” สกาเล็ต คอนเนลลี่เป็คนแรกที่เซ็นชื่อตัวเองลงบนสมุดบันทึก ตามด้วยโซฟี เรนเนอร์และอีฮยอน
มู่เฉินเก็บสมุดบันทึกไว้ในพื้นที่ระบบ ก่อนจะเสริมว่า “เอาล่ะเรากำลังจะไปที่โรงเรียนเทียนหลง แต่ผมไม่สามารถนำทุกคนไปที่นั่นได้ ต้องรู้ก่อนว่าชาวต่างชาติถูกปฏิบัติอย่างไร พวกคุณเองก็น่าจะรู้ดี ดังนั้นหลังจากที่คุยกันเสร็จก็ออกมาเจอผมที่ด้านนอกแล้วกัน ผมจะรออยู่ที่นั่นแต่อย่านานเกินไปล่ะ”
สาวๆ เริ่มจับกลุ่มคุยว่าใครจะไปข้างนอกครั้งนี้ดี
พวกเธอเข้าใจดีถึงความเสี่ยงดังนั้นจึงไม่ได้ประท้วงมู่เฉิน ใช้เวลาไม่นานคนที่ออกไปกับเขาก็เป็สกาเล็ต คอนเนลลี่
“ตอนนี้ฉันรู้สึกแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่วันนี้ยังไม่ได้กินเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้าย ไม่งั้นคงฆ่าพวกเลวได้เพียงหมัดเดียว”
“เอาล่ะโม้พอแล้ว มาขึ้นรถสิ”
“รถมอเตอร์ไซค์เหรอ”
“ใช่ หากขับรถยนต์จะใช้เวลานานเพราะต้องใช้เส้นทางเลี่ยง แต่ถ้าหากเป็รถมอเตอร์ไซค์มันสามารถขับผ่านถนนที่มีรถจอดแออัดได้”
“โอเคฉันเข้าใจแล้ว” สกาเล็ต คอนเนลลี่พยักหน้าแล้วซ้อนท้ายเขา
วันนี้มู่เฉินเปลี่ยนให้ฟอลคอนอยู่ในรูปแบบนาฬิกา เพื่อที่จะเข้าไปในค่ายกักกันได้โดยไม่มีพิรุธ
เสียงเครื่องยนต์คำรามบนถนนที่ถูกทิ้งร้าง สกาเล็ต คอนเนลลี่กอดเอวเขาแน่น ทั้งสองขับผ่านถนนเส้นใหญ่ตะลุยไปยังส่วนลึกของเมืองซวนซวน มองเห็นกลุ่มซอมบี้บ้างประปราย แต่พวกมันเคลื่อนไหวได้ช้าหากเทียบกับสองล้อ
ใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงที่หมาย ค่ายกักกันโรงเรียนเทียนหลง มีลวดหนามวางอยู่ด้านหน้าพร้อมกับรถยนต์ที่สร้างเป็บังเกอร์ง่ายๆ ทหารติดอาวุธถือสไนเปอร์ไว้ในมือพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามเข้ามาใกล้จึงใช้กล้องตรวจสอบ พอเห็นว่าเป็คนจีนจึงรีบรายงานด้วยวิทยุสื่อสาร
“จอดก่อน พวกนายมาจากไหนเนี่ย ถูกซอมบี้กัดหรือเปล่า” ทหารวัยกลางคนยืนอยู่หน้าป้อมยามโรงเรียนพร้อมกับยิงคำถาม พวกเขามีด้วยกันประมาณ 5 คน อาวุธาในมือคือปืนกลเบา
“พวกเราหนีออกมาจากเมืองปิงอัน ไม่ได้ถูกซอมบี้กัด พอดีเห็นว่าตรงนี้มีทหารอยู่จึงเข้ามาดู ไม่ทราบว่าพวกเราเข้าไปหลบภัยข้างในได้หรือเปล่า” มู่เฉินอธิบายคร่าวๆ
สกาเล็ต คอนเนลลี่รู้สึกเกร็ง ถึงแม้ปากจะพูดก่อนหน้านี้ว่าตัวเองเก่งเพราะได้กินเมล็ดพันธุ์แห่งสัตว์ร้าย แต่พอเข้ามาอยู่ในถิ่นศัตรูที่อาวุธครบมือ หากไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงแปลก
“เข้าไปได้แต่เราต้องตรวจสอบก่อน หากโดนกัดจะยิงทิ้งทันที และหากมีอาวุธจะถูกยึดไว้ชั่วคราว ภายในค่ายกักกันห้ามพกอาวุธยกเว้นทหาร”
“เข้าใจแล้ว แต่แฟนผมเป็ผู้หญิงหวังว่าจะมีทหารหญิงมารับหน้าที่ตรวจสอบ” มู่เฉินไม่ยอมให้ผู้ชายมาตรวจสอบร่างกายของเธออยู่แล้ว โดยเฉพาะทหารพวกนี้
“ไม่มีปัญหา แต่เธอเป็ชาวต่างชาติดังนั้นหวังว่าจะเข้าใจ ทางเราต้องตรวจสอบทุกซอกทุกมุม!” ทหารวัยกลางคนโบกมือจากนั้นพวกเขาก็ถูกจับแยกห้องตรวจสอบในเต็นท์เล็กๆ ชั่วคราว
“นี่น้องชาย มีบุหรี่บ้างหรือเปล่า” ทหารที่รับหน้าที่ตรวจสอบถาม มู่เฉินยิ้มเยาะแล้วยื่นบุหรี่ให้สองมวล
“มีแค่นี้ ในวันโลกาวินาศสิ่งต่างๆ หาได้ค่อนข้างยาก หวังว่าคุณทหารจะเข้าใจ”
“ไม่เป็ไรแค่นี้ก็ดีมากแล้ว เอาล่ะเข้าไปได้”
มู่เฉินถูกปล่อยตัวและพบกับสกาเล็ต คอนเนลลี่ หลังจากถามเธอเล็กน้อยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็สบายใจลง ดูเหมือนทหารพวกนั้นจะไม่ได้แย่ หรืออาจเพราะบุหรี่ที่เขาให้ไปเธอจึงได้รับการปล่อยตัวเร็ว
มู่เฉินเดินเข้าไปในค่ายกักกันชั่วคราวกับดาราสาว
เนื่องจากทั้งสองไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้า ผิวดี เสื้อผ้าสอาด เพียงเห็นแวบเดียวก็เข้าใจได้ทันทีว่าไม่ธรรมดา
มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหามู่เฉิน “เฮ้พี่ชายเพิ่งเข้ามาใหม่เหรอ คืนนี้มีที่นอนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็มานอนกับฉันสิแต่ฉันขอบะหมี่หนึ่งห่อเป็สิ่งแลกเปลี่ยน อีกอย่างพี่ชายจะทำอะไรกับร่างกายฉันก็ได้นะ”