“หืม เจ้าไม่รู้หรอกรึคุณหนูหลี่” หนานกงเฉินเห็นว่านางมีท่าทีตกใจ เขาก็หันไปถามลูกชายทางสายตาว่าไม่ได้บอกนางรึ แต่เจ้าลูกชายตัวดีดันหลบสายตาเขาแทน
“...” หนานกงเฉิน
ทางด้านคนที่ถูกสู่ขอ หญิงสาวในตอนนี้ยังมีแต่ประโยคที่ว่าชายหนุ่มคือลูกชายของเถ้าแก่เฉิน เมื่อได้เช่นนั้นก็ทำให้นางนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่นางได้เจอกับเขาครั้งแรก ตอนนั้นนางก็คิดอยู่ว่าทำไมเขาถึงได้ดูคุ้นหน้าจัง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง สรุปแล้วนางดันรู้จักว่าที่พ่อสามีดีกว่าสามีตัวเองอีกซะงั้น
“หนิงเอ๋อร์รู้จักท่านพ่ออยู่ก่อนแล้วหรือ” ชายหนุ่มผู้เงียบมาตลอดเอ่ยถามหญิงสาว ที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
“อื้มจะว่าเช่นนั้นก็ได้ เพราะว่าคนแรกที่ข้าร่วมงานด้วยก็คือเถ้าแก่เฉิน จากนั้นจึงเป็นพี่หลิง”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ชายหนุ่มพยายามนึกว่านางจะกิจการอันใดกับร้านของเขา ก็นึกได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนเคยมีคนเอาหนังสือไปขายที่ร้าน เขาจึงเดาคนที่ในตอนนั้นน่าจะเป็นนาง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเวลามันก็จะลงล็อกพอดี เรื่องที่ว่านางรู้จักกับพ่อของเขาได้อย่างไร
“ขออภัยคุณหนูหลี่ข้าไม่อยากขัดจังหวะการพูดคุยของพวกเจ้าสักเท่าไหร่ เพียงแต่เรื่องที่ข้า...”
“ท่านลุงเฉินเรียกข้าหนิงหนิงก็พอเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องสู่ขอแน่นอนว่าข้ายอมรับ เพียงแต่นี่เป็นแค่หมั้นหมายใช่หรือไม่เจ้าคะ” เพราะนางคุยกับชายหนุ่มไว้แล้วว่าจะรออีกสองปีค่อยแต่ง
“หืมหมั้นหมายรึ? ลูกชายไม่สิลูกสาวเจ้าไม่ได้บอกนางหรือว่าจะแต่งเลยน่ะ” ชายวัยกลางคนหันไปถามบุตรชายด้วยแววตาหยอกล้อ ที่เห็นว่าเขาใส่ชุดสตรี
“ท่านพ่อถ้าท่านไม่ว่าอันใดข้าว่าเราไปคุยกันสักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ” ชิงหลงมองบิดาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงตา
“เอาสิ” ว่าจบทั้งคู่ก็เดินออกไปท่ามกลางสายตางุนงงของคนในห้อง
“พวกเขาไม่ได้คุยกันมาก่อนหรือ?” หนิงหนิงหันไปถามอาอู๋ที่ยืนข้างเก้าอี้ของเถ้าแก่เฉิน
“ไม่น่าจะได้คุยกันขอรับ” เพราะเมื่อเช้าพวกเขาพึ่งเถียงกันมา อาอู๋ได้แต่คิดในใจไม่ได้เอ่ยออกมา
“เป็นพ่อลูกที่แปลกจริง-_-?”
“...” อาอู๋ นี่ยังไม่เรียกว่าแปลกหรอกขอรับ
.
.
อีกด้านนึง
ชิงหลงที่พาบิดาเดินมาจนถึงเก๋งบัวในสวน พวกเขาสองคนหยุดยืนอยู่ใต้ต้นท้อ ก่อนจะรักษาระยะแล้วเริ่มพูดคุยกัน
“ท่านพ่อไหนท่านบอกว่าไม่ว่างไงขอรับ เหตุใดถึงได้โผล่มาที่นี่ได้กัน” ชายหนุ่มนึกเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เขาโดนบิดาล้อเรื่องแต่งตัว ก่อนจะออกจากบ้านไปอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าข้าไม่ว่างแล้วคนที่อยู่ตรงหน้าเจ้าเป็นวิญญาณหรือ”
“...”
“เอาละเรียกข้าออกมานี่มีเรื่องอันใดก็รีบพูดมา ข้ายังต้องไปสู่ขอลูกสะใภ้อยู่”
“...” ชิงหลงได้แต่มองชายที่มีชื่อว่าบิดาของตนด้วยเหนื่อยหน่าย เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเขาก็โดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้งมาตลอด เพียงเพราะตนสนิทกับมารดามากเกินไป
“ว่าอย่างไรล่ะลูกสาวมีเรื่องอันใดจะคุยกับบิดาของเจ้าหรือ^^”
“เฮ้อ...ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าท่านแม่ยอมแต่งงานกับท่านได้อย่างไร”
“นั้นก็เพราะหล่อเหลาอย่างไรล่ะ ลูกสาวคงไม่มีเข้าใจความรู้สึกนั้นหรอก^^”
“....” เขาคงไม่ได้ลืมไปแล้วหรอกนะว่าตนเป็นบุตรชายน่ะไม่ใช่บุตรสาว
“ว่าอย่างไรล่ะ หากเจ้ายังไม่พูดอีกบิดาจะไปแล้วนะ”
“ท่านพ่อท่านคงไม่ได้หลงท่านแม่จนลืมไปแล้วนะว่าท่านมีบุตรสาวแค่คนเดียว และตอนนี้นางก็พึ่งจะสามขวบน่ะ”
“ไม่มีทางข้าไหนเลยจะลืมลูกตัวเอง ข้ามีบุตรสาวสองคนต่างหาก^^”
“...” ชิงหลง เขาไม่ควรเรียกตาแก่นี่ออกมาจริงๆ
ห้องโถง
เนื่องจากว่าเรื่องหลังจากนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง คุณชายอิ๋งจึงขอตัวกลับไปก่อน เพราะเขาไม่อยากอยู่เป็นพยานรับรู้เรื่องการแต่งงานครั้งนี้ เขาจึงขอตัวกลับไปก่อน เลยทำให้ตอนนี้นอกจากคนของชิงหลงแล้วก็มีแค่ครอบครัวของนาง
“พี่ชิงหลงคุยกันเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” หญิงสาวมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะหันไปมองคุณพ่อสามีที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า
หนิงหนิง: เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
“เสี่ยวหนิงหนิงขอโทษที่ให้รอนานน่ะ เรามาเข้าเรื่องกันเถอะ”
“อ่า เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันเรื่องงานแต่ง ซึ่งก็จะดำเนินไปตามสามหนังสือหกพิธีการ* [1] โดยข้ามหนังสือหมั้นหมายไป จึงเหลือแค่หนังสือสินสอดกับหนังสือรับตัว ซึ่งวันนี้ที่เถ้าแก่เฉินมา ก็เพื่อมาส่งหนังสือสินสอดและทำการสู่ขอ ส่วนหีบที่นางเห็นก็ส่วนนึงของสินสอดที่ฝ่ายชายเตรียมมา
หลังจากที่นางเอาเทียบวันเดือนปีเกิดให้อีกฝ่ายไปแล้ว พวกนางก็มาคุยกันเรื่องจัดงานต่อ ซึ่งเรื่องนี้ทางบ้านพี่ชิงหลงขอเป็นคนรับผิดชอบเอง เนื่องจากนางนั้นอยู่ตัวคนเดียวไม่มีญาติผู้ใหญ่ เรื่องการจัดงานจึงตกเป็นของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว แต่หญิงสาวก็ยังขอมีส่วนร่วมในการจัดงานแต่งด้วยอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะโดนคัดค้านก็ตาม
“การแต่งงานมีเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นพี่ชิงหลงอย่าห้ามข้านะเจ้าคะ”
“...”
ด้วยเหตุนี้เรื่องจริงจบลงที่นางจะเป็นฝ่ายช่วยจัดหาพวกวัสดุหรือของตกแต่งให้ เพราะหนิงหนิงนั้นมาเส้นสายอยู่ในวงการพ่อค้าพอตัว จึงทำให้หาของพวกนี้ได้ง่ายกว่าและยังได้ราคาดีกว่า นอกนั้นก็เป็นเรื่องฤกษ์แต่งงาน ซึ่งทางนั้นหาไว้แล้วคือวันที่สิบห้าเดือนเก้าปีนี้ หรือก็คืออีกสามเดือนหลังจากนี้
ซึ่งตอนแรกหญิงสาวก็คัดค้านเพราะนางตั้งใจจะแต่งหลังจากนี้อีกสองปี แต่อีกฝ่ายบอกว่าเรื่องจะปล่อยไว้นานกว่านี้ก็คงไม่ดี เพราะชิงหลงยังต้องกลับไปทำงานที่เมืองหลวงอีก ดังนั้นพวกเขาจึงอยากจัดงานให้มันเสร็จๆ ไปเลย ทั้งคู่จะได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน
ตอนแรกที่หนิงหนิงได้ยินว่าต้องไปอยู่เมืองหลวง นางก็ไม่ชอบใจเท่าไหร่เพราะนั้นคืออาณาเขตของพวกตัวเอง แต่ตอนมาน้องชายนางบอกว่าจะไปเรียนต่อที่นู่น ซึ่งพี่เขยได้หาสำนักศึกษาไว้ให้แล้วจะไม่ไปก็ไม่ได้ สุดท้ายนางจึงยอมตกลง ที่เหลือก็รอแค่ผลของการเสี่ยงทาย เมื่อผลออกมาแล้วเป็นมงคลเข้ากันได้ งานแต่งก็จะดำเนินการทันที เลยทำให้ตอนนี้หญิงสาวมีงานเพิ่มมาอีกอย่าง คือนางต้องปักชุดแต่งงานเอง ถึงจะบอกว่าทำเองแต่จริงๆ แล้วนางก็ได้ทำแค่ผ้าคลุม เพราะชายหนุ่มไม่ยอมให้นางทำชุด เขาบอกว่าเรื่องชุดเขาจะเป็นคนเตรียมเอง นางมีหน้าที่แค่เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวพอ
เมื่อหารือเรื่องงานแต่งจบแล้ว เถ้าแก่เฉินก็อยู่กินมื้อเที่ยงด้วยกันก่อนจะเดินทางกลับ ส่วนชิงหลงนั้นอยู่กับนางต่อจนถึงหลังกินมื้อเย็น เขาก็ค่อยขึ้นรถม้ากลับบ้านไปอีกคน
หลังจากที่หญิงสาวส่งชิงหลงขึ้นรถกลับไปแล้ว นางก็เดินกลับไปที่ห้องนอนของตน ก่อนจะหยิบขวดยาสมุนไพรออกมาแล้วถือไปห้องอาบน้ำ ร่างบางของหญิงสาวนั่งแช่น้ำอยู่ในถังอย่างผ่อนคลาย ในหัวก็นึกถึงเรื่องแต่งงานที่คุยกันในวันนี้ จากเดิมที่นางตั้งใจว่าจะรออีกสองปีค่อยแต่ง กลายเป็นว่าตอนนี้นางกำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวในอีกสามเดือน
อดีตดร.สาวผู้ที่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้แต่งงาน เพราะในชาติก่อนนางก็เป็นสาวโสดอายุสามสิบกว่า ผู้ไม่เคยสนใจเรื่องชายหญิง แต่มาตอนนี้นางกำลังจะได้เป็นเจ้าสาวในอีกสามเดือนข้างหน้า ซึ่งมันก็สร้างความตกให้นางไม่น้อยจริงๆ
“อื้ม...อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิดแหละนะ” หญิงสาวยกยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนนั่งพิงขอบถังแล้วหลับตาลง นางนั่งแช่น้ำอยู่นานจนกระทั่งน้ำในถังเริ่มเย็น นางถึงได้ลุกออกจากถังแล้วหยิบเสื้อคลุมมาสวมไว้จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอน...
โรงละคร
ชิงหลง: ท่านพ่อถามจริงเถอะในใจท่านเคยมีบุตรชายอย่างข้าบ้างหรือไม่
หนานกงเฉิน: ไม่มีเจ้าเป็นแค่อุบัติเหตุบนความรักของพ่อแม่เท่านั้นแหละ
ชิงหลง: ......
หลายปีต่อมา
ลูกชาย: ท่านพ่อในใจท่านเคยมีข้ากับพี่สาวหรือไม่
ชิงหลง: ไม่มีพวกเจ้าเป็นแค่อุบัติเหตุบนความรักของพ่อกับแม่//รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน
ลูกชาย: .......ท่านแม่ท่านพ่อรังแกข้าQAQ//ตะโกน
หนิงหนิง: ท่านพี่^^
ชิงหลง: (0_0!!)
* [1]
‘สามหนังสือ หกพิธีการ’ (三書六禮) หรือขั้นตอนการสู่ขอเจ้าสาวแบบจีนโบราณโดยจะเป็นการแลกเปลี่ยนหนังสือสามฉบับระหว่างตระกูล และการดำเนินตามพิธีการ 6 ข้อ