ตอนที่ 15 The Girl
“พวกมันออกล่าแล้ว”
นักล่าสาวอสูรกล่าวพร้อมกับพ่นลมออกมาทางจมูก
สาวๆ ทุกคนที่เหลือเงียบกริบได้แต่เป็นผู้เฝ้ามองที่ดี และคอยสอดส่องระแวดระวังบริเวณรอบๆ บ้าน เผื่อมีอสูรตนไหนที่มันดือรั้นเผลอเข้ามาใกล้ จะได้ส่งสัญญาณให้เธอกำจัดพวกมันซะ พวกเธอทั้งหลายเหมือนเป็นดั่งตัวช่วยที่มาเสริมอีกแรง
ถึงจะไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย แต่ทำไมกระจิตกระใจทุกคนกลับดูกระวนกระวายยิ่งหนัก ก้อนเนื้อหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ตั๊มๆ คอยลุ้นระทึกไปกับเธอ และเอาใจช่วยให้เธอออกล่าอสูรได้จริงๆ ให้สมกับที่ลั่นวาจาไว้ ต่อหน้าทุกคน เธอเป็นดั่งแสงสว่างที่ส่องนำทางท่ามกลางความมืด และเป็นความหวังที่พึ่งพึงของทุกคน ณ ตอนนี้ ถ้าเรื่องที่เธอพูดเป็นความจริง ว่าเธอเป็นนักล่าอสูร มาที่นี้ก็เพื่อมาปราบเหล่าอสูร อีกไม่นาน ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ ก็คงจะสงบสุขและกลับมาเป็นดั่งเดิม
“เอาล่ะ จู่ จู่ๆ ”
ฉันหันไปมองยังหญิงสาวชุดดำที่เธอประกาศบอกว่าตัวเองเป็นนักล่าอสูร และคุ้นเคยดีกับท่าทางสัญลักษณ์แบบนี้ เพราะมันหมายถึง ห้ามพูดคุย หรือใช้เสียงใดๆ ทั้งนั้น เวลาพลบค่ำได้หวนกลับมาแล้ว กลิ่นอายความชั่วร้าย มาน่ารังเกียจ กำลังลอยกลับมา ทุกคนอยู่แน่นิ่งสนิทอยู่บนหลังบนต้นไม้ที่พวกเราช่วยกันสร้างมันขึ้นมา และแล้วก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นจากด้านล่าง
กุบกับ กุบกับ กุบกับ!!
กุบกับ กุบกับ กุบกับ!!
กุบกับ กุบกับ กุบกับ!!
เสียงนั้นเป็นเสียงก้าวเดินของพวกเหล่าอสูรร้าย พวกมันกำลังเริ่มออกล่าหาเหยื่อ และแล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆ ดังขึ้น ดังขึ้น เสียงมันเริ่มดังเข้ามาใกล้ๆ พวกเราแล้ว เป็นเพราะบรรยากาศตอนนี้เงียบมาก จึงทำให้ได้ยินเสียงฝีก้าวนั้นเต็มใบหูสองข้างอย่างชัดเจน
“เอาล่ะ ผนึก ผนึก ตายๆ ไปซะ พวกอสูรร้าย ฉันมาเพื่อกำจัดพวกแก”
“ย่าส์ ย่าส์ ย่าส์”
“ย่าส์ ย่าส์ ย่าส์”
พลังวิเศษณ์ที่เรียกพลังเวทย์ผนึก ถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือทั้งสองนั้น บัดนี้ฝ่าของหญิงสาวนักล่าอสูรกำลังปลดปล่อยพลังให้แผ่ปกคลุมทั่วร่างของอสูรร้าย อำนาจของพลังผนึกนั้นมันกักขังร่างอัปลักษณ์ของอสูรร้ายไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้
ทันทีที่อสูรตนหนึ่งมันโดนพลังเวทย์ผนึก ร่างอัปลักษณ์นั้นก็ดิ้นทุรนทุรายและกรีดร้องแวกหาทางออกจากการถูกกักขังในผนึก แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะอำนาจพลังเวทย์ผนึกของเธอ แข็งแรงและแกร่งกล้ายิ่งหนัก ร่างอัปลักษณ์นั้นที่ดูเกรี้ยวกราด น่ากลัว บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นร่างที่ดูอ่อนแอจนน่าสมเพจ และแล้วอสูรร้ายที่ถูกพลังเวทย์ผนึก จุดจบของพวกมันก็คือ การก็ถูกดูดวิญญาณออกจากร่าง แล้วเก็บเข้าสู่น้ำเต้ากักขังเวทย์ต่อไป
น้ำเต้ากักขังเวทย์ เป็นแหล่งที่เก็บวิญญาณของอสูร เป็นเพราะคำสั่งของท่านอาจารย์ ที่ต้องการวิจัย ชิ้นส่วนของวิญญาณ ท่านจึงเลือกให้เธอให้ทำการสลายพวกซะ แต่เปลี่ยนเป็นกักขังในน้ำเต้าเวทย์แทน
อสูรตนนั้นที่ถูกพลังเวทย์ผนึกควบคุม ร่างอัปลักษณ์เน่าๆนั้น ก็ค่อยๆ ลอยหายลับเข้าไปในน้ำเต้านั้น เพียงชั่วกระพริบตาเดียว และแล้วพลังผนึกก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ผนึก ผนึก ผนึก”
“ผนึก ผนึก ผนึก”
“ผนึก ผนึก ผนึก”
เสียงหญิงสาวนักล่าอสูร เธอกำลังต่อสู้กับเหล่าอสูรร้าย การทำให้อสูรค่อยๆ หายไปทีละตน ทีละตนทุกสายตาทุกคนคอยจับตามอง และ เฝ้าดูเหตุการณ์ทุกอย่างนั้นด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เคยคิดว่าโลกนี้จะได้มาพบมาเจอกับคนที่มีอำนาจพลังวิเศษณ์จริงๆ ความรู้สึกด้านลบต่อหญิงสาวนักล่าผู้นี้ก็กลับแปรเปลี่ยนไป ทุกคนพร้อมจะสนับสนุนและช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่
เมื่อพลังผนึกนั้นถูกปล่อยไปมากจนเกินไป เรี่ยวแรงของพลังที่เหลือในร่างกายก็เริ่มจะหมดแล้ว เธอดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด และแล้วผลลัพธ์ของมันก็คือ ร่างนั้นกำลังเซซัด จวนเจียนจะล้มลงอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้น
องค์ราชินีก็โผล่เข้ามาจากทิศทางใดนางก็มิรู้ เพราะสายตาเริ่มพร่ามัวเสียแล้ว เธอสัมผัสได้ถึงพลังกายอุ่นร้อนเข้ามาโอบกอดร่างของเธอเอาไว้ เขาพยุงเธอขึ้นจากร่างที่กำลังจะหมดสติล้มลง
และแล้วองค์ราชินีก็บรรจงประณีต ประทับรอยจูบ ลงริมฝีปากบางๆ ของหญิงสาวนักล่าอสูรผู้นั้น เธอลืมตาโผลงด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูองอาจจนน่าเกรงขาม เธอจะกระทำเช่นนี้โดยง่าย
ทันทีที่พลังถูกส่งทอดออกมา เธอได้รับพลังนั้นอย่างเต็มที่ จากรสชาติการจูบ ขององค์ราชินี ผู้เกิดมาพร้อมกับพลังวิเศษณ์เหนือธรรมชาติ เธอเข้ามาซุปชีวิตของหญิงสาวนักล่าให้กลับฟื้นคืนมา
นักล่าสาวอสูรเมื่อได้รับพลังแล้ว เธอรีบดีดตัวออกจากอ้อมแขนนั้นทันที และแล้วเธอก็เริ่มปล่อยพลังเวทย์ผนึกต่อสู้กับเหล่าอสูรต่อ
“ผนึก ผนึก ผนึก”
“ผนึก ผนึก ผนึก”
อสูรร้ายที่โชคร้ายพวกมันโดนเธอผนึก กักขัง และดูดวิญญาณลงน้ำเต้า ร่างอัปลักษณ์ค่อยๆ หายไปทีละตน ทีละตน จนหมด
เธอนั่งลงหอบแหก แหก เพราะมีอาการเหนื่อยและฟุกล้มลงหลับไปในที่สุด
“เป็นแบบนี้มันก็ไหวนะ...”
ท่านหญิงกอดอก พร้อมกับส่ายหน้า ออกอาการประท้วงอยู่ในใจ เพราะไม่มีใครใจดีที่จะรับได้หรอกนะ ที่จะใช้ผู้หญิงคนเดียวกัน วันนี้แค่จูบ แล้ววันหน้าพลังของนางเกิดหมดขึ้นมา จะไม่ถึงขั้นอุ้มเธอขึ้นเตียง ทำหน้าที่แทนฉันเลยหรือกระไรกัน แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ล่ะ
เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ ........ เสียงถอนหายใจพร้อมอาการเซ็งจัด
“มันคือภารกิจ และหน้าที่ นะท่านหญิง ท่านอย่าทรงคิดมากเลย”แสงแว่วของผู้ติดตามแทรกขึ้นมา
“ฉันจะพยายามนะ ผู้ติดตาม”
“อุ้มนางขึ้นไปพักผ่อน”
องค์ราชินีหันพระพักตร์ไปหาผู้ติดตาม
“ทำไงได้ล่ะ ก็ใครบอกให้องค์ราชินีอะไรนั้น เกิดมามีพลังวิเศษณ์อยู่คนเดียว ใครก็ทำหน้าที่นี้แทนไม่ได้ด้วยซิ ฮึ ฮึ...”
สตาร์หันหน้าไปบ่นพรึมพรำกับสกาย
“ถ้าเราจะช่วยแบ่งเบาภาระของนักล่าอสูรอะไรนั้นได้ ก็มีอยู่ทางเดียวคือยิงให้แม่นกว่านี้ เพราะฉะนั้นสายๆ หน่อย ไปซ้อมยิงปืนกัน”
สกายขยี้ผมของน้องสาวเบาๆ จนผมเผ้านั้นก็เริ่มยุ่งเหยิงด้วยน้ำมือของพี่สาว
“รู้แล้วน่ะ .....” สตาร์ตอบรับพร้อมกับมองไปที่พี่สาวด้วยสายตาหรี่เล็ก
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน