หลี่ชิงเหลียนมิได้ก้าวเท้าออกจากลานเรือนแม้แต่ครึ่งก้าว
บนโต๊ะมีม้วนข่าวกรองสามม้วนกางแผ่อยู่
เส้นทางการเดินทางของเสิ่นจ้ง
แผนผังการป้องกันจวนตระกูลเสิ่น
ตารางเวรยามของที่ทำการกรมโยธาธิการ
จ้าวหลิงเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างโต๊ะ มิได้เอ่ยเร่งเร้า
หลี่ชิงเหลียนยกอ่างใส่ทรายแห้งมา เทลงบนพื้นโต๊ะ
เขาใช้ปลายด้ามพู่กันขีดเขียนลงบนผืนทราย วาดเป็กำแพงเรือน ระเบียงทางเดิน ูเาจำลอง และคอกสุนัข
จวนตระกูลเสิ่นขนาดย่อส่วน ก่อตัวเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
กรวดหินสามก้อนร่วงหล่นลงไป
ูเาจำลอง ระเบียงทางเดิน คอกสุนัข
นั่นคือป้อมยามลับ
กรวดหินอีกสี่ก้อนตกลงรอบห้องนอนหลัก
นั่นคือผู้คุ้มกันข้างกายที่แท้จริงของเสิ่นจ้ง
มีพื้นเพมาจากองครักษ์เสื้อดำ
สี่คน
ปลายนิ้วของหลี่ชิงเหลียนลากเคลื่อนไปตามกระบะทราย
เส้นทางแรก ถูกป้อมยามลับทีู่เาจำลองปิดตาย
เส้นทางที่สอง ถูกป้อมยามลับที่คอกสุนัขสกัดกั้น
เส้นทางที่สามมุ่งสู่ห้องนอนหลัก ทว่าต้องเผชิญหน้ากับองครักษ์เสื้อดำทั้งสี่นายพร้อมกัน
หากบุกสังหารซึ่งๆ หน้า ความวุ่นวายย่อมใหญ่หลวงนัก
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งถ้วยชา ค่ายทหารลาดตระเวนเมืองย่อมแห่กันมาปิดล้อม
เขาชักมือกลับ
“ไม่ฆ่าที่จวนตระกูลเสิ่น”
จ้าวหลิงเอ๋อร์ผลักกระดาษอีกแผ่นมาให้
“ทุกวันพุธ เสิ่นจ้งจะไปที่ตรอกจินอวี๋”
หลี่ชิงเหลียนช้อนตาขึ้นมอง
“ภรรยาน้อยรึ?”
“สตรีที่ไถ่ตัวออกมาจากหอคณิกาหลวง เสิ่นจ้งซ่อนนางไว้มิดชิดนัก”
ปลายนิ้วของจ้าวหลิงเอ๋อร์เคาะลงบนหน้ากระดาษ
“ทุกวันพุธ ยามซวีสามเค่อ เขาจะนั่งรถม้าเข้าไปในตรอกจินอวี๋ ตรอกนั้นยาวสามสิบจั้ง มีถนนเพียงสายเดียว สุดตรอกคือลานเรือนเล็กๆ หลังหนึ่ง”
“ผู้คุ้มกันเล่า?”
“ผู้คุ้มกันในที่สว่างสี่นายจะรั้งอยู่ปากตรอกด้านนอก องครักษ์เสื้อดำสี่นายจะตามเข้าไปในลานเรือน แต่จะไม่เข้าไปในเรือนประธาน พวกมันแยกประจำการสองจุด ห่างจากเสิ่นจ้งสองจั้ง”
หลี่ชิงเหลียนขีดลากเป็ร่องทรายเส้นยาวแคบอีกเส้นหนึ่งตรงข้างกระบะทราย
ปิดทึบทั้งสองด้าน
“ตรอกตัน”
จ้าวหลิงเอ๋อร์มองดูเขา
หลี่ชิงเหลียนนำก้อนหินที่เป็ตัวแทนของเสิ่นจ้ง กดลงไปที่สุดปลายร่องทราย
“คือทางตายของมัน”
บนกระบะทราย แผนผังถูกจัดวางขึ้นใหม่อีกครา
ตรอกทางเดิน
กำแพงเรือน
เรือนประธาน
จุดประจำการสองแห่งขององครักษ์เสื้อดำ
รถม้าและเสาผูกม้า
หลี่ชิงเหลียนหยิบกรวดหินสองก้อนไปวางไว้นอกประตูเรือน
“เพียงแค่หลอกล่อพวกมันออกไปได้สองคน อีกสองคนที่เหลือ ย่อมไม่คณามือ”
เมื่อจ้าวหลิงเอ๋อร์ได้ยินประโยคนี้ ปลายนิ้วก็พลันกำแน่น
“วันนี้ ก็คือวันพุธ”
หลี่ชิงเหลียนลุกขึ้นยืน
ตรงมุมห้อง กระบี่เหล็กธรรมดาเล่มนั้นวางนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้
เขากุมด้ามกระบี่
เปลวไฟในเตาของห้องขยับไหวเล็กน้อย ทว่าความอบอุ่นกลับคล้ายถูกกดทับลงไป
จ้าวหลิงเอ๋อร์มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก
นางเพียงมองดูเด็กหนุ่มชุดฟ้าผู้นั้นหมุนตัวเดินออกจากประตูไป
ประดุจดั่งดาบเล่มหนึ่งที่ท้ายที่สุดก็ถูกผู้คนชักออกมาจากเงามืด