ตอนที่ 37 : กระบี่มารปะทะดาบเทวะ และรอยร้าวในจิตวิญญาณ
บรรยากาศภายในถ้ำเหมันต์ที่เคยเย็นยะเยือกบริสุทธิ์ บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยไอหมอกสีดำทมิฬที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอวิ๋นหง นายน้อยตระกูลหลักก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของมันทำให้แผ่นน้ำแข็งบนพื้นปริร้าวและละลายกลายเป็นแอ่งน้ำสีโลหิตเน่าเหม็น ดวงตาที่ไร้ซึ่งตาขาวจ้องมองอวิ๋นเซียวประดุจพญามัจจุราชที่กำลังเพลิดเพลินกับการดิ้นรนของมดปลวกในกำมือ
"ดิ้นรนแทบตาย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า..." เสียงที่เปล่งออกมาเป็นความวิปริตที่ซ้อนทับกันระหว่างความหยิ่งยโสของอวิ๋นหงและความเคียดแค้นของเซี่ยคงหมิง "น้องชายผู้แสนดี เจ้าคิดหรือว่าซุกหัวอยู่ในถ้ำแคบๆ นี้แล้วจะรอดพ้นสายตาของ 'บิดา' ไปได้? วันนี้ข้าจะค่อยๆ เลาะกระดูกเจ้าออกทีละซีก ดึงเส้นเอ็นเจ้าออกมาทีละเส้น ให้เจ้าได้ลิ้มรสความสิ้นหวังก่อนจะถูกควักหัวใจ!"
อวิ๋นเซียวหยัดกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ร่างกายจะร้าวระบม ทว่านัยน์ตาสีรัตติกาลของเขากลับปรากฏไอหมอกสีม่วงจางๆ วาบผ่าน กลิ่นอายที่แผ่ออกมาไม่ใช่ปราณแท้ของวิถีธรรมะอีกต่อไป แต่เป็นความลึกล้ำและมืดหม่นของ 'วิชามารกลืนนภา' ขั้นต้นที่เพิ่งผสานเข้ากับตัวตนของเขา
"ผู้ใดจะเป็นฝ่ายถูกควักหัวใจ... คงต้องลองดูกันสักตั้ง!"
อวิ๋นเซียวไม่รอให้ศัตรูเปิดฉาก เขาตวัดมือขวาสร้างดาบปราณที่หล่อหลอมจาก 'ปราณหลอมภพ' ผสมผสานกับไออสูรสีม่วงคล้ำ พุ่งทะยานเข้าหาอวิ๋นหงด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอดีต วิถีกระบี่ของเขาดุดันและบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งกรอบเกณฑ์แห่งความเมตตา
"ฮ่าฮ่าฮ่า! น่าสมเพช! แค่เศษเดนวิชามารที่แอบจำพักจำลูมา คิดจะมาต่อกรกับต้นตำรับอย่างข้าเชียวหรือ!" อวิ๋นหงแค่นเสียงหัวเราะ มันไม่ได้หลบหลีก ทว่าเพียงยกฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยปราณมารระดับวิถีแก่นแท้จำแลงขึ้นต้านรับ
เปรี้ยงงง!!
ดาบปราณปะทะฝ่ามือมาร คลื่นกระแทกพัดทำลายหินย้อยภายในถ้ำจนแหลกละเอียด อวิ๋นเซียวรู้สึกราวกับฟาดฟันลงบนภูผาเหล็กกล้า แรงสะท้อนกลับกระแทกเส้นลมปราณของเขาจนปวดร้าว ทว่าในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น ชายหนุ่มกลับแสยะยิ้มเย็นเยียบ
"ต้นตำรับแล้วอย่างไร... หากถูกกลืนกินเสียเองก็เป็นเพียงสวะ!"
อวิ๋นเซียวไม่ได้หวังจะชนะด้วยกำลังดิบแต่แรก เขารู้ดีว่าพลังของอวิ๋นหงในยามนี้มีเศษเสี้ยวของวิถีแก่นแท้หนุนหลัง การปะทะตรงๆ ย่อมมีแต่ตายกับตาย พริบตาที่พลังสองสายเชื่อมต่อกัน อวิ๋นเซียวรีดเร้น 'ปราณหลอมภพ' ถึงขีดสุด เปลี่ยนจากสภาวะ 'โจมตี' เป็นสภาวะ 'ดูดกลืน' อย่างกะทันหัน!
วังวนมืดมิดก่อตัวขึ้นที่ฝ่ามือของอวิ๋นเซียว มันกระชากเอาปราณมารอันเกรี้ยวกราดของอวิ๋นหงเข้ามาในร่างของตนเอง! ความเจ็บปวดจากการดึงพลังมหาศาลเข้าสู่เส้นลมปราณที่เปราะบางทำให้อวิ๋นเซียวต้องกระอักโลหิตออกมาคำโต ทว่าเขาฝืนใช้เจตจำนงบีบอัดพลังมารนั้น ผสานเข้ากับเพลิงบรรพกาลเพียงเศษเสี้ยว ก่อนจะ 'สะท้อน' พลังทั้งหมดกลับไปอัดกระแทกเข้าที่จุดตันเถียนของอวิ๋นหงในระยะประชิด!
"อั่ก... เจ้า!!" อวิ๋นหงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะใช้วิถีบ้าบิ่นยอมเจ็บตัวเพื่อสะท้อนพลังกลับมา พลังมารที่ถูกหลอมรวมด้วยเพลิงฟ้าดินกระแทกร่างของมันจนปลิวถลาไปกระแทกผนังถ้ำอย่างแรง
ทว่ารากฐานของจอมมารนั้นลึกล้ำเกินจินตนาการ เพียงอึดใจเดียว อวิ๋นหงก็ยันตัวลุกขึ้นมาได้ รอยแผลที่หน้าอกสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยไอหมอกสีดำ ความโกรธเกรี้ยวของมันปะทุถึงขีดสุด
"ไอ้เดรัจฉาน! ข้าจะฉีกร่างแกเดี๋ยวนี้!"
อวิ๋นหงพุ่งทะยานกลับมาด้วยความเร็วดุจเงาพราย กรงเล็บมารขยายใหญ่ครอบคลุมทิศทางหลบหลีกทั้งหมด อวิ๋นเซียวที่เพิ่งสูญเสียพลังจากการสะท้อนกลับเมื่อครู่ ไม่อาจยกดาบขึ้นต้านทานได้ทัน รัศมีแห่งความตายจ่อประชิดถึงคอหอย!
ทว่าในชั่วอึดใจที่เงื้อมมือมารกำลังจะปลิดชีพ...
วิ้งงง!!
แสงสีน้ำเงินอมม่วงสว่างวาบขึ้นบาดตา ร่างระหงของลั่วปิงเยว่พุ่งเข้ามาขวางหน้าอวิ๋นเซียวอย่างไร้ความลังเล! ทว่านางไม่ได้ใช้มหาปราณน้ำแข็งเพื่อต้านรับ แต่นางกลับใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ลำคอของตนเอง ตรงตำแหน่งของ 'ตราประทับภาชนะ' อย่างรุนแรง!
"ผนึกภาชนะ... เบิกโลหิตสละชีพ!"
ลั่วปิงเยว่แผดเสียงตวาด นางยอมเปิดเผยความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในรอยตรามรณะ ใช้เจตจำนงที่แน่วแน่กระตุ้นให้ตราภาชนะนั้น 'ระเบิด' พลังที่มันเคยกักเก็บไว้ออกมา รอยตราดวงตาสีม่วงคล้ำแปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลเกราะป้องกันขนาดมหึมา สกัดกั้นกรงเล็บมารของอวิ๋นหงไว้ได้ในเสี้ยววินาที!
ตู้มมม!!!
แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั้งขุนเขา เกราะป้องกันแตกร้าวและสลายไปพร้อมกับร่างของลั่วปิงเยว่ที่ร่วงหล่นลงมาดุจใบไม้ร่วง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปื้อนชุดสีขาวบริสุทธิ์ของนาง การฝืนใช้ตรามารเยี่ยงนี้ทำให้นางต้องรับการตีกลับอย่างสาหัส เส้นลมปราณของนางแทบจะขาดสะบั้น
"ศิษย์พี่หญิงลั่ว!!" อวิ๋นเซียวรับร่างของนางไว้ในอ้อมแขน ความโกรธแค้นและเจ็บปวดบีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย
"ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์... พวกแกทุกคนต้องกลายเป็นอาหารของข้า!" อวิ๋นหงฝ่าฝุ่นควันเข้ามาด้วยสภาพที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม มันแสยะยิ้มเหี้ยม พุ่งตรงเข้าคว้าคอเสื้อของอวิ๋นเซียว กรงเล็บมือขวาของมันแทงทะลุผิวหนังบริเวณหน้าอกซ้ายของชายหนุ่ม หมายจะกระชากหัวใจที่กำลังเต้นตุบๆ ออกมาลิ้มรส
ทว่า... ในวินาทีที่กรงเล็บมารสัมผัสกับ 'โลหิต' ของอวิ๋นเซียวที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล สิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็บังเกิดขึ้น!
ซี่...!! อ๊ากกกก!!!
อวิ๋นหงพลันแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือด! กรงเล็บมารที่แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า ทันทีที่สัมผัสโลหิตของอวิ๋นเซียว กลับเกิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาราวกับน้ำกรดที่ราดรดลงบนหิมะ! เนื้อหนังของมันถูกแผดเผาไหม้เกรียมอย่างรวดเร็ว พลังมารที่เคยเกรี้ยวกราดถูกผลักดันให้ถอยร่นด้วยอำนาจลึกลับบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของอวิ๋นเซียว!
"เลือดนี่มัน... เป็นไปไม่ได้! สายเลือดต้องสาปที่ถูกลบเลือนไปแล้ว... สายเลือดที่แท้จริงของตระกูลอวิ๋น!!" เสียงของเซี่ยคงหมิงที่ซ้อนทับอยู่ในร่างอวิ๋นหงกรีดร้องด้วยความหวาดหวั่นและไม่อยากเชื่อ มันรีบกระชากมือกลับอย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยมองอวิ๋นเซียวเป็นเพียงมดปลวก บัดนี้กลับแฝงด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกในสัญชาตญาณ!
อวิ๋นเซียวเบิกตากว้าง ความงุนงงสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก สายเลือดของเขา? ตระกูลหลักที่กักขฬะและคอยกดขี่เขามาตลอด แท้จริงแล้วมีความลับอันยิ่งใหญ่ใดซุกซ่อนอยู่กันแน่? เหตุใดเลือดของเขาจึงเป็นปฏิปักษ์ต่อวิชามารกลืนนภาอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้? ปริศนาแห่งชาติกำเนิดผุดขึ้นมาท้าทายความเชื่อทั้งหมดที่เขาเคยมี!
ทว่าเขาไม่มีเวลาให้ค้นหาคำตอบ อาศัยจังหวะที่อวิ๋นหงกำลังดิ้นทุรนทุรายและตื่นตระหนก อวิ๋นเซียวตวัดแขนรวบร่างของลั่วปิงเยว่และพันซานที่หมดสติขึ้นบ่า รีดเร้นปราณหลอมภพหยดสุดท้ายระเบิดพลังพุ่งทะยานหลบหนีออกจากถ้ำเหมันต์ประดุจดาวตกสีโลหิต!
"อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้!! ข้าจะฝังพวกแกไว้ที่นี่!!"
อวิ๋นหงที่ได้สติกลับมาแผดเสียงคำรามลั่น มันระเบิดมหาปราณมารทั้งหมดที่มี อัดกระแทกเข้าใส่รากฐานของถ้ำและภูเขาทั้งลูกอย่างบ้าคลั่ง!
ครืนนนน!! ตู้มมม!!
แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ภูเขาหินผาที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีพังทลายลงมาถล่มทับทุกสิ่งทุกอย่าง อวิ๋นเซียวใช้วิชาตัวเบาขั้นสุดยอด พุ่งหลบหลีกเศษศิลาขนาดยักษ์ที่ร่วงหล่นลงมาอย่างเฉียดฉิว เขาลัดเลาะฝ่าหมอกควันและป่าทึบ วิ่งหนีสุดกำลังจนกระทั่งได้ยินเสียงคลื่นลมกรรโชกแรง
เมื่อเบื้องหน้าไร้ซึ่งทางไปต่อ เขาหยุดยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงอยู่ ณ บริเวณ หน้าผาริมทะเลตะวันออก เกลียวคลื่นสีคล้ำเบื้องล่างกระแทกโขดหินดังกึกก้อง สายลมหนาวพัดพาเอากลิ่นอายความตายมาจากแผ่นดินเบื้องหลังที่พังพินาศ
ชายหนุ่มวางร่างของสหายทั้งสองลงอย่างระมัดระวัง ร่างกายของเขาสะบักสะบอมจนถึงขีดสุด เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง เขาหอบหายใจพลางก้มลงมองบริเวณหน้าอกซ้ายของตนเองเพื่อสำรวจบาดแผลจากกรงเล็บมาร
ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา กลับทำให้ลมหายใจของอวิ๋นเซียวต้องหยุดชะงัก!
บนผิวหนังบริเวณขั้วหัวใจ... 'ตราทัณฑ์สวรรค์' ที่เคยเป็นรอยแผลเป็นรูปอสนีบาต บัดนี้ได้อันตรธานหายไปแล้ว!
ทว่าสิ่งที่มาแทนที่ กลับเป็นรอยประทับสีดำอมม่วงที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร มันหลอมรวมเศษซากของแก่นพลังงานมาร วิชามารกลืนนภา และสายเลือดปริศนาของเขาเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็น 'รอยสักรูปมังกรทมิฬ' ที่กำลังขดตัวคำรามอยู่บนหน้าอกซ้ายของเขา! ดวงตาของมังกรนั้นสาดแสงสีเลือดเรืองรอง บ่งบอกถึงพลังงานอันไร้ขอบเขตและอันตรายที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
นี่ไม่ใช่เพียงการหลอมรวม... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการ 'กลายพันธุ์' ที่แท้จริง! ชะตากรรมของเขาได้หลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ของวิถีธรรมะและวิถีมาร ก้าวเข้าสู่มรรคาแห่งความโกลาหลที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องหวาดหวั่น!