กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 6 บทที่ 162 นักพรตวิญญาณ

    บทที่ 162 นักพรตวิญญาณ

            หลังจากได้รับลูกปัดแล้ว ฉู่อวิ๋นก็กลับไปยังที่นั่งเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นตลอดทาง

            “ผู้อาวุโส ลูกปัดนี้มีอะไรพิเศษหรือ? สกปรกแบบนี้ทำไมท่านต้องเอามันมาด้วย?”

            “ถ้าไม่ใช่เพราะท่านผู้เฒ่านั่นคุยง่าย เราอาจจะไม่สำเร็จก็ได้”

            เขาถือลูกปัดสีดำเล็กๆ ไว้ในมือฉู่อวิ๋นสังเกตอย่างระมัดระวังและพบว่าหลังจากทำความสะอาดแล้วมันมีลวดลายลึกลับอยู่บนพื้นผิวของลูกปัด และดูเหมือนว่าลักษณะพื้นผิวที่ขรุขระนั้นจะกระจายตัวอยู่สม่ำเสมอ

            “เจ้าเด็กโง่ นี่คือไข่มุกระเบิดไทวะ[1] ที่นักพรตมากพลังสร้างขึ้นในสมัยโบราณ!” โยวกู่จือตะโกนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่ายังคงตื่นเต้นมาก

            เมื่อได้ยิน ฉู่อวิ๋นก็แสดงสายตาอยากรู้อยากเห็นและถามว่า “ไข่มุกระเบิดไทวะมันคืออะไร?”

            “ไข่มุกระเบิดไทวะ...”  โยวกู่จือเงียบไปสักพักราวกับกำลังมองย้อนกลับไปในอดีต นึกถึงปีอันรุ่งโรจน์เมื่อพันปีก่อน

            หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ถอนหายใจ “เมื่อพันปีที่แล้วยังมีนักพรตวิญญาณอยู่มาก เทียบได้กับนักรบวิญญาณเลย”

            “ในยุคนั้น เรียกได้ว่ามีวีรบุรุษมากความสามารถอยู่มากมายใต้หล้าเกิดโกลาหลครั้งใหญ่ เป็นยุครุ่งเรืองของวิชายุทธ์ทั้งหลายแหล่นักพรตวิญญาณและนักรบวิญญาณล้วนแข่งขันกัน และเท่าเทียมกัน”

            “ในเวลานั้น เพื่อที่จะจัดการกับนักรบที่ทรงพลังอย่างยิ่งนักพรตบางคนได้พัฒนาอาวุธปลิดชีพที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความคิดทางจิตวิญญาณกล่าวกันว่ามีพลังอันไม่มีที่สิ้นสุด นั้นคือไข่มุกระเบิดไทวะ”

            เมื่อพูดเช่นนี้ โยวกู่จือก็เริ่มมีอารมณ์ลึกซึ้งขึ้น พูดคำว่า ‘ไข่มุกระเบิดไทวะ’ ได้อย่างมีพลัง

            โยวกู่จือหายใจเข้าลึกๆ และพูดต่อ “ตราบใดที่จิตใจของนักพรตวิญญาณเคลื่อนไหวไข่มุกระเบิดไทวะก็จะระเบิดด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวจนใต้หล้าตกตะลึงได้เป็นผลให้พลังของนักพรตวิญญาณอยู่ยงคงกระพัน ไร้ใครเทียบได้”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉู่อวิ๋นเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เขาเกือบจะทิ้งลูกปัดเล็กๆในมือนี้แล้ว ก่อนจะถามขึ้นมา “มันทรงพลังขนาดนั้นเลย? ไข่มุกนี้จะไม่ระเบิดหรอกใช่ไหม...”

            โยวกู่จือนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าเด็กโง่เหตุผลที่ไข่มุกนี้ทรงพลังมากก็เพราะมันถูกสลักไว้ด้วยเครื่องหมายวิญญาณของนักพรตวิญญาณหากปราศจากความคิดของผู้สร้าง ไข่มุกระเบิดไทวะนี้ก็จะไม่ระเบิด”

            “อีกอย่าง ไข่มุกในมือเจ้ายังเป็นของเก่าแก่จากสมัยโบราณผู้คนในลานประลองปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นลูกปัดวิญญาณธรรมดาและเก็บไว้ที่นี่คนที่ทำไข่มุกเม็ดนี้คงดับสูญไปนานแล้ว”

            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้...” ฉู่อวิ๋นแอบพยักหน้าเงียบๆ เหงื่อเย็นไหลย้อย

            “เฮ้อ น่าเสียดายที่ไข่มุกเม็ดนี้มีข้อบกพร่องใหญ่อยู่เช่นกัน...”

            โยวกู่จือถอนหายใจยาว ดูคล้ายผ่านการเปลี่ยนแปลงมากมายฉู่อวิ๋นรู้สึกตัวจึงขยับเล็กน้อยและถามว่า “ข้อบกพร่อง? หรือว่าไข่มุกนี่จะทำลายคนที่สร้าง...”

            เมื่อได้ยินสิ่งนี้ โยวกู่จือก็หัวเราะแล้วพูดว่า “ฮ่าๆ! อันที่จริงมันก็ไม่ต่างจากที่เจ้าพูดนัก”

            “แม้ว่าไข่มุกระเบิดไทวะจะทรงพลังมากจนไล่ระดับราชันย์ได้แต่ความเสียหายนั้นสะท้อนออกสองทาง เนื่องจากมีลายสลักวิญญาณ เมื่อไข่มุกระเบิดผู้ที่สร้างมันก็จะเจ็บปวดอย่างมากเช่นกัน”

            “ไม่นาน ทักษะนี้ก็ถูกจัดเป็นทักษะวิชาต้องห้าม และตอนนี้ก็ควรจะหายไปแล้ว”

            ฉู่อวิ๋นงุนงงและถามว่า “ในเมื่อไขมุกนี้มีข้อบกพร่องมากขนาดนี้แถมเรายังใช้งานมันไม่ได้อีก ไยท่านถึงต้องเอามันมาอีก?”

            “ฮะๆ”  โยวกู่จือยิ้มเจ้าเล่ห์และพูดคล้ายกระซิบ“แม้จะใช้ไข่มุกระเบิดไทวะเม็ดนี้ไม่ได้แต่ก็มีลายสลักวิญญาณของนักพรตวิญญาณที่แข็งแกร่งอยู่ ขอเพียงเจ้าปรับแต่งมันและปรับปรุงพลังวิญญาณของตัวเอง เช่นนั้นก็ง่ายแล้ว”

            “ยิ่งไปกว่านั้น จากที่ข้าตรวจสอบ ไข่มุกสีเข้มเม็ดนี้ถูกนักพรตวิญญาณระดับสี่สิบห้าสร้างขึ้น!มันเป็นสมบัติท่ามกลางสมบัติอย่างแน่นอน!”

            ขณะที่พูด โยวกู่จือกะโกนอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นมาก

            ในแคว้นเทียนเฉิน นอกเหนือจากนักรบวิญญาณแล้วยังมีนักพรตลึกลับที่เรียกว่านักพรตวิญญาณอยู่ด้วย

            ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้สามารถประลองกับนักรบได้เพียงแค่อาศัยพลังจิตสามารถสังเกตทะเลดารา ค้นหาความลับสวรรค์ และเรียกอัสนีเทพได้

            นักพรตวิญญาณก็เหมือนกับนักรบวิญญาณ มีระดับต่างๆ เช่นกันซึ่งค่อนข้างง่ายและรู้จักกันโดยตรงว่าเป็นระดับ

            โดยทั่วไปแล้ว นักพรตวิญญาณระดับสี่สิบห้านั้นแข็งแกร่งพอๆกับระดับราชันย์ กล่าวได้ว่าทรงพลังมาก

            ในเวลาเดียวกัน สำหรับผู้หลอมอาวุธ นักปรุงยา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคมและผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมสัตว์ปีศาจ การฝึกฝนพลังวิญญาณมีความสำคัญมากและสามารถกำหนดความสำเร็จในอนาคตไปได้ในตัว

            แน่นอนว่าผู้หลอมอาวุธธรรมดาระดับสามสิบอาจไม่สามารถต่อกรกับนักรบในขั้นเทียมฟ้าหรือแม้แต่นักรบในขั้นพื้นพิภพได้

            เนื่องจากในยุคสมัยของพลังยุทธ์นี้วิธีการโจมตีทางวิญญาณและวิชาลับมากมายได้สูญหายไปนานแล้ววิชาลับทางวิญญาณที่สามารถนำมาใช้ในการโจมตีได้ แม้แต่วิชาการอัญเชิญสายฟ้าระดับต่ำสุดก็ไร้ค่าไปเสียแล้ว

            ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่วัตถุวิญญาณที่สามารถปรับปรุงพลังวิญญาณได้ก็ยังหายากและเกือบจะสูญหายไปดังนั้นนักพรตวิญญาณที่สามารถปรับแต่งอาวุธและโอสถล้ำค่าได้จึงมีค่ามาก

            “เจ้าหนู ข้าต้องดูดซับพลังวิญญาณในไข่มุกระเบิดไทวะเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งของข้าส่วนลายสลักวิญญาณที่เสียหายนั่น เจ้าก็ใช้มันปรับแต่งได้ ประโยชน์คุณูปการแน่นอน”  โยวกู่จือกล่าว

            “หา? ท่านมอบพลังวิญญาณนั่นให้ข้าไม่ได้หรือ? อย่าขี้เหนียวเลยนะ ผู้อาวุโส” ฉู่อวิ๋นยิ้มน้อยๆ ยามได้ยินคำอธิบายของโยวกู่จือเกี่ยวกับนักพรตเขาก็โหยหามัน

            “ชิ! นี่เทียบเท่ากับพลังวิญญาณของผู้แข็งแกร่งในขั้นราชันย์เชียวนะ!ดูดซับไปนิดเดียวเจ้าก็ตายได้!”

            “มีเพียงรอยสลักวิญญาณที่แตกสลายนั้นเท่านั้นที่สามารถดูดซับโดยต้องมีข้าคอยช่วยจงพอใจเสียเถิด”

            โยวกู่จืออธิบายอย่างช้าๆ ทำให้ฉู่อวิ๋นโกรธและไม่พอใจ ถามว่า “แล้วถ้าข้าดูดซับลายสลักวิญญาณนี้สำเร็จข้าจะเป็นนักพรตวิญญาณได้หรือเปล่า?”

            “ฝันไปเถอะ!”  โยวกู่จือดุอย่างเย็นชา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ความจริงแล้ว...ถ้าเจ้าโชคดี หลังจากดูดซับมันแล้ว ระดับพลังวิญญาณของเจ้าอาจจะเพิ่มถึงประมาณระดับที่ยี่สิบ”

            “แค่ระดับยี่สิบเอง…”  ฉู่อวิ๋นถอนหายใจเดิมคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ทะยานขึ้นฟ้า แต่แท้จริงแล้วกลับเพิ่มระดับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านี้เอง

            “สำหรับเจ้าแล้ว พลังวิญญาณระดับยี่สิบนั้นไม่น้อยทั้งเจ้าเพิ่งมาถึงขั้นฐานของผู้หลอมอาวุธระดับสามแล้ว ในอนาคตอาจสร้างกระบี่ของตัวเอง สร้างอาวุธอื่นได้ นั่นจะนำเงินมาให้เจ้าไม่หยุดเลยล่ะ”

            “นอกจากนี้ ยิ่งพลังวิญญาณสูงเท่าไร การฝึกฝนและการต่อสู้ก็ยิ่งดีเท่านั้นหยุดบ่นได้แล้ว เจ้าเด็กบ้า!”  โยวกู่จือดุ สาปแช่งอยู่ในใจทำไมเด็กคนนี้ถึงอยากแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้

            “ฮ่าๆ พอใจแล้ว พอใจแล้ว!”  ฉู่อวิ๋นวางลูกปัดมุกลง ดูผ่อนคลายมากขึ้น

            ตอนนี้ เขาได้รับสมบัติวิญญาณมากมายและโยวกู่จือก็มั่นใจว่าตราบใดที่เขาได้พบกับซิวหลัวหน้าผี ผู้สืบทอดของเขาก็จะสามารถช่วยฉู่ซินเหยาได้ ทำให้ฉู่อวิ๋นมีความสุขมาก

            สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ฉู่อวิ๋นเดินช้าๆ กลับไปยังที่นั่งพิเศษด้วยรอยยิ้มโง่ๆบนใบหน้า

            ยามนี้ ในสายตาของทุกคน หน้ากากคริสตัลสีดำของฉู่อวิ๋นเต็มไปด้วยรอยแตกใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยเลือด แต่เขายังหัวเราะกับตัวเองอย่างโง่เขลา...

            “อวิ๋น... คุณชายอวิ๋น ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ฉู่ซินเหยาเป็นคนแรกที่ถามด้วยสีหน้ากังวล

            “ไม่เป็นไร ฮ่าๆ...”

            ฉู่อวิ๋นเผยรอยยิ้มอ่อนโยนและจะเข้าไปใกล้ฉู่ซินเหยา แต่ก่อนจะสาวเท้าก้าวไปเสวี่ยหรูเยียนก็เข้ามาแทรกอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

            นางมองซ้ายมองขวา หันไปรอบๆ ฉู่อวิ๋น เหลือบมองไปตรงนั้นตรงนี้ หลังจากนั้นครู่หนึ่งดวงตาของนางก็เปี่ยมไปด้วยความรัก พูดเบาๆ ว่า “คุณชายอวิ๋น ท่านไม่เป็นไรก็ดีแล้วหรูเยียนเป็นห่วงท่านมาก”

            เมื่อเห็นเช่นนี้ ใบหน้าของฉู่อวิ๋นก็หมองลงทันที ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไร?นางก้าวร้าวและน่ารำคาญ คอยกันไม่ให้เขาได้พบกับฉู่ซินเหยาเป็นพิเศษโดยเฉพาะในวันนี้

            “นางเป็นหญิงสูงศักดิ์ไม่ใช่หรือ? ช่างไร้มารยาทน่ารังเกียจนัก” ฉู่อวิ๋นมุ่นคิ้วเล็กน้อยในใจของเขาไม่มีความประทับใจที่ดีต่อเสวี่ยหรูเยียนหลงเหลืออีกแล้ว

            ในเวลานี้ เสวี่ยหานเฟยโบกพัดขนนกเบาๆ แสดงท่าทีอ่อนโยน และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“จอมยุทธ์อวิ๋นได้รับบาดเจ็บ ควรพักผ่อนให้เร็วที่สุด ต้องการให้คุณชายเช่นข้าเรียกใครมาปรนนิบัติท่านหรือไม่?”

            “เห็นหน้าตาตลกๆ ของท่านแล้วคุณชายเช่นข้าไม่อยากให้ท่านถูกคนหัวเราะเยอะเลยจริงๆ ฮ่าๆ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของฉู่อวิ๋นก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาเขาลูบหน้ากากเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ข้าสบายดีแค่เพียงไม่ต้องการให้ท่านเข้ามายุ่งอีก มีเรื่องอะไรข้าจะจัดการเอง”

            “อ้อ! ใช่แล้ว!” ฉู่อวิ๋นแสดงรอยยิ้มอวดโอ้และพูดต่อ “คุณชายเสวี่ยต้องขอโทษด้วยจริงๆ ข้าชนะการประชันห้ามังกรทำให้ท่านต้องเสียหินวิญญาณหมื่นก้อนไป ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเสวี่ยหานเฟยก็เย็นลง เขาหรี่ตารู้สึกค่อนข้างอึดอัด

            แม้ว่าหินวิญญาณหมื่นก้อนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขาแต่ครั้งหนึ่งเขาเคยโอ้อวดต่อหน้าผู้คนมากมายว่าฉู่อวิ๋นจะแพ้ในรอบที่สี่อย่างแน่นอน

            แต่ตอนนี้ ฉู่อวิ๋นไม่เพียงแต่ได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์เท่านั้นแต่ยังดูเหมือนว่าจะมาแทนที่ซิวหลัวหน้าผีได้ แถมยังขโมยความโดดเด่นและได้รับการชื่นชมจากผู้คนหลายพันคนนี่ทำให้คุณชายชุยเสวี่ยไม่มีความสุขอย่างยิ่ง

            “ฮ่าๆ หมื่น...”

            “คุณชายอวิ๋น”

            ในขณะที่เสวี่ยหานเฟยกำลังจะหักล้าง ฉู่ซินเหยาก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

            นางเดินไปหาฉู่อวิ๋นและพูดเบาๆ “คุณชายอวิ๋นท่านชนะการประลองห้าครั้งติดต่อกัน ข้าเพิ่งจำได้ว่าตัวเองก็วางเดิมพันไว้ด้วยท่านช่วยพาข้าไปรับรางวัลหินวิญญาณที่โต๊ะเดิมพันได้หรือไม่?”

            “ได้แน่นอน~”

            ฉู่อวิ๋นหัวเราะเบาๆ จ้องมองที่ไปเสวี่ยหานเฟยจากนั้นก็ออกจากเวทีพร้อมกับฉู่ซินเหยา เสวี่ยหานเฟยโกรธมากจนหายใจไม่ออกหน้าอกสั่นกระเพื่อม

            “ฮ่าๆ น้องหญิง คนรักของเจ้ามีปากที่ทรงพลังถึงเพียงนี้…”

            “คุณชายอวิ๋น~ รอข้าด้วย ข้าก็อยากไปเหมือนกัน~”

            ก่อนที่เสวี่ยหานเฟยจะพูดจบ เสียงตะโกนก็ดังขึ้นอีกครั้งนั่นคือเสียงของเสวี่ยหรูเยียน นางรีบวิ่งออกจากประตูเป็นผลให้ร่างทั้งสามที่นั่งอยู่ที่ที่นั่งพิเศษหายไปในบัดดลปล่อยให้เสวี่ยหานเฟยตกตะลึง เลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมขมวด

            เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ พระอาทิตย์กำลังตกดิน ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว

            ระหว่างทางกลับไปที่เรือนกลิ่นกำจร ฉู่อวิ๋นสบตากับฉู่ซินเหยาบอกนางเป็นนัยว่าแผนการในวันนี้ถูกยกเลิก และขอให้นางรอข่าวดี

            “ข้าจะรอเจ้า” ฉู่ซินเหยากะพริบตาคู่งามของนางเบาๆและเหลือบมองฉู่อวิ๋นเพื่อแสดงความเข้าใจ

            แม้ว่าฉู่ซินเหยาจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดแผนการที่ตกลงกันไว้จึงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันแต่นางก็เชื่อมั่นว่าฉู่อวิ๋นต้องมีเหตุผลในการทำเช่นนี้และนางก็ต้องปฏิบัติตามมัน

            ในตอนเย็น ทุกคนส่งฉู่ซินเหยากลับไปที่เรือนกลิ่นกำจรระหว่างทางกลับไปที่จวนตระกูลเสวี่ย ฉู่อวิ๋นก็กล่าวคำอำลากับตระกูลเสวี่ยเตรียมตัวไปหาซิวหลัวหน้าผี

            แต่ก่อนออกเดินทาง เสวี่ยหรูเยียนพยายามติดตามเขาอย่างไร้ยางอายทำให้ฉู่อวิ๋นรู้สึกไม่พอใจจริงๆ

            ในท้ายที่สุด ฉู่อวิ๋นยังคงใช้เหตุผลส่วนตัวเป็นข้ออ้างในการบอกลาโดยบอกเสวี่ยหรูเยียนว่าเขาจะไปซ่อมหน้ากาก จึงสามารถหลบหลีกออกมาได้

            เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตั้งแต่การชุมนุมเสือมังกร คุณหนูจากตระกูลเสวี่ยก็เริ่มรู้สึกคลุมเครือต่อเขามากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่านางถือว่าเขาเป็นคนที่ใกล้ชิดและคุ้นเคยมากแล้วคนหนึ่ง

            “ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนจริงๆ”ฉู่อวิ๋นนึกถึงข้อสรุปนี้ในใจ จากนั้นจึงเร่งความเร็วและก้าวไปต่อไปข้างหน้า

    ----------


    [1] สวรรค์

     

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810