ตอนที่ 179
ท้าทาย
ท่านพี่...!!!
หนิงเซียนที่เห็นเสวี่ยหมิงยืนหันหลังอยู่หน้าลำธารลาวาเอ่ยเสียงดัง ก่อนที่จะชะงักคำพูดเอาไว้เพราะหนิงเซียนไม่ได้มาหาเสวี่ยหมิงตามลำพัง
"เจ้าพอใจแล้วกระมัง" ฮัวเหวินเยี่ยนที่เดินตามติดมาจากด้านหลังเอ่ยขึ้น "อาจารย์รักษาสัญญาที่ว่าจะไม่ฆ่ามันตามที่บอกกับเจ้าแล้วนะ...หนิงเซียน" แม้จะรู้สึกไม่พอใจท่าทีของหนิงเซียน ที่ยิ่งมายิ่งเห็นเด่นชัดว่าเด็กสาวดูเหมือนจะพยายามปกปิดความสัมพันธ์ของตนเองกับเด็กหนุ่มตระกูลหลงเอาไว้ แต่ที่ฮัวเหวินเยี่ยนนั้นไม่ได้แสดงท่าทีขัดขวาง หรือกีดกันเช่นเดิมอีก เพราะตอนนี้นางมั่นใจว่าเสวี่ยหมิงนั้นเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของตนเอง เพราะนางได้ผนึกยันต์เพลิงระเบิดร่างเอาไว้ในตัวของเสวี่ยหมิง หากนางประสงค์จะให้เสวี่ยหมิงตกตายก็ง่ายเพียงพลิกฝ่ามือเท่านั้น แถมตอนนี้เสวี่ยหมิงเองก็มิได้มีพลังลมปราณหลงเหลือเพียงพอที่จะคิดแข็งขืนหรือหลบหนีอีก
...น่าแปกลที่เจ้าเด็กตระกูลหลงผู้นี้ สามารถหลุดรอดจากโซ่ตรวนได้อีก หรือจะเกี่ยวข้องกับเสียงดังเมื่อครู่ อืม...แต่คงไม่น่าจะใช่เพราะเสียงของวิหคเพลิงน่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าประตูเส้นทางแห่งวิหคเพลิงอมตะใกล้เปิดออก และที่เจ้าเด็กตระกูลหลงหลุดออกมาได้น่าจะเป็นเพราะว่ามันไร้ซึ่งลมปราณในร่าง และอาจจะซุกซ่อนทักษะหดเนื้อย่อกระดูกเอาไว้ หากจะคุมขังมันครั้งหน้าคงต้องรอบคอบให้มากกว่านี้
"ท่านอาจารย์ข้าขอเข้าไปคุยกับ..."หนิงเซียนท่าทีชี้นิ้วไปที่เสวี่ยหมิง แต่ยังคงไม่กล้าเอ่ยอย่างชัดถ้อยคำ เพราะกลัวว่าฮัวเหวินเยี่ยนจะจับพิรุธได้
"อืม เจ้าเข้าไปเถอะ อาจารย์จะยืนดูเจ้าอยู่ที่ตรงนี้ละ"
...เด็กน้อยเจ้าคงถูกเจ้าหนุ่มแซ่หลงล่อลวงจน...เฮ้อ
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ยิ่งนัก" หนิงเซียนเอ่ยพร้อมย่อกายคารวะ
"หนิงเซียน" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นพลางเหลือบสายตามองไปยังด้านบน บริเวณที่ฮัวเหวินเยี่ยนยืนอยู่
..."เจ้าสบายดีไหม" เมื่อรับรู้ว่ามีผู้อื่นยืนคุมอยู่ด้านบน เสวี่ยหมิงจึงเปลี่ยนมาใช้เสียงทางลมปราณสื่อสารแทนที่
..."พี่เสวี่ยหมิง ท่าน...ทำไมพลังลมปราณของท่านถึงได้ต่ำลงเช่นนี้ ข้าแทบจะไม่รู้สึกถึงมันเลย"
..."เจ้ามิต้องเป็นห่วงพี่ชายของเจ้าไม่ได้สูญสิ้นพลังอย่างที่เจ้าเข้าใจ เพียงแต่พี่เสวี่ยหมิงคนนี้ปิดซ่อนมันเอาไว้จากผู้อื่นเท่านั้น"
..."หรือว่าเป็นเพราะข้า เป็นความผิดของข้าเอง"
..."ข้าพูดจริง ๆ เจ้ายังมิเชื่อพี่คนนี้หรือ"
"..."หนิงเซียนปรากฏแววโศกเศร้าทบนใบหน้า นางไม่ตอบคำเพียงแค่พยักหน้ารับเบา ๆ
..."ว่าแต่ผู้ที่ยืนคุมเราสองอยู่เบื้องบนนั้นคือใครกัน พลังของนางช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก"
..."พี่เสวี่ยหมิงอย่าได้สำรวจดูอีก นั่นคือท่านประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะแห่งนี้"
..."ประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์"
...การที่ประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะมาคุมหนิงเซียนเองเช่นนี้ คาดว่านางคงจะรู้เรื่องที่หนิงเซียนปฏิบัติต่อเราด้วยดี
..."พี่เสวี่ยหมิงท่านสบายดีใช่มั้ย"
..."ฮ่า ฮ่า ฮ่า แน่นอน พี่ย่อมสบายดี แต่ก่อนอื่นข้ามีเรื่องจะถามหนิงเซียนสักข้อ"
..."อืม ท่านพี่มีอันใดถามหนิงเซียนมาได้เลย"
..."เจ้ารู้ไหมว่าวิหารแห่งเฟิ่งหวงนั้นคือที่ใดกัน"
..."ทำไมพี่เสวี่ยหมิงจึงรู้จักวิหารแห่งเฟิ่งหวงได้"
..."เอาเป็นว่าพี่ไม่มีเวลาอธิบายกับเจ้า แต่หากเจ้าเชื่อพี่ชายคนนี้ เราทั้งสองต้องเข้าไปที่วิหารแห่งเฟิ่งหวงพร้อม ๆ กัน"
..."เออ ข้ารู้ว่าวิหารแห่งเฟิ่งหวงอยู่ที่ใด แต่การจะเข้าไปถึงนั้นล้วนยากเย็น เพราะวิหารแห่งเฟิ่งหวงนั้นอยู่ภายในเส้นทางวิหคเพลิงอมตะ"
..."เส้นทางวิหคเพลิงอมตะ คือที่ใดกัน"
..."เส้นทางวิหคเพลิงอมตะ คือเส้นทางที่ใช้ทดสอบเหล่าศิษย์ที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของวิหคอัคคี แต่เส้นทางลับที่จะเข้าสู่วิหารแห่งเฟิ่งหวงได้นั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะครั้งที่เทพธิดาวิหคเพลิงอมตะเข้าร่วมทดสอบเท่านั้น"
..."งั้นก็เยี่ยมไปเลย งั้นเจ้าก็นำพี่เข้าไปด้วยกัน"
..."เรื่องนี้..."
..."มีปัญหาอันใดรึ"
..."ในหนึ่งรอบของการทดสอบคือทุกสิบปี จะมีผู้ที่เข้าสู่เส้นทางวิหคเพลิงอมตะได้เพียงแค่สิบคนเท่านั้น ซึ่งทุกคนล้วนเป็นศิษย์ที่มีฝีมือโดดเด่นของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่คัดเลือกว่าใครจะได้เข้าไปก็คือประมุขของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงผู้เดียว เรื่องนี้ข้าจึงเกรงว่า..."
..."ไม่มีวิธีอื่นแล้วรึ"
..."หากว่าท่านพี่มีสายเลือดของวิหคอัคคีศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะก็พอจะมีอยู่"
..."เรื่องสายโลหิตของวิหคอัคคีศักดิ์สิทธิ์นั่นมิใช่ปัญหา" เสวี่ยหมิงส่งเสียงลมปราณให้หนิงเซียนพร้อมแสดงเพลิงไฟกลมเกลี้ยงที่วิ่งไปมาบนฝ่ามือให้หนิงเซียนดู ..."นี่คือเพลิงไฟของเจ้า"
..."ท่านพี่รู้แล้ว"
..."ข้าก็เพิ่งจะรู้ไม่นานมานี้เอง และที่ข้าต้องการจะเข้าไปยังวิหารแห่งเฟิ่งหวงก็เพราะต้องการจะทำเรื่องราวให้มันถูกต้อง ดังนั้นเจ้าอย่าได้ถามถึงเหตุผลอีก เพียงเชื่อใจ และทำตามที่พี่ขอร้องจะได้หรือไม่"
..."ตกลง" หนิงเซียนพยักหน้ารับ ..."แต่การจะเข้าไปแทนที่ผู้ใดในเส้นทางวิหคเพลิงอมตะ ท่านพี่เสวี่ยหมิงจำต้องเอาชนะผู้ที่ถูกเลือกอยู่ก่อน และผู้คนที่ถูกเลือกก็แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ข้าเกรงว่า..."
..."เรื่องนั้น มิต้องเป็นห่วง เจ้าเพียงสร้างโอกาสให้พี่ก็พอ ที่เหลือต่อจากนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เสวี่ยหมิงเอง"
"ตกลง" หนิงเซียนเอ่ยด้วยเสียงตนเองอีกครั้ง "อีกเจ็ดวันเตรียมตัวให้ดี" น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นห้วนดัง แต่ใบหน้ากลับอ่อนโยนจับจ้องไปที่เสวี่ยหมิง
"..."เสวี่ยหมิงไม่ตอบคำเพียงพยักหน้ารับ
เมื่อหนิงเซียนเดินจากไป ฮัวเหวินเยี่ยนที่เหลือบมองสำรวจเสวี่ยหมิงอยู่พักใหญ่ เมื่อพบว่าระดับพลังของเสวี่ยหมิงนั้นยังคงต่ำเตี้ยอยู่แค่พื้นฐานลมปราณ นางจึงไม่ได้ใส่ใจที่จะพันธนาการเสวี่ยหมิงอีก เพียงเคลื่อนหินใหญ่ปิดปากถ้ำคุมขังเอาไว้เท่านั้น
หลังจากที่หนิงเซียนจากไปแล้ว เสวี่ยหมิงกก็ไม่กล้าฝึกฝนฝีมือ หรือแสดงพลังใด ๆ ออกมา เพราะเกรงว่าจะถูกจับตาใกล้ชิด เพียงนั่งฝึกจิตทำสมาธิเท่านั้น
ส่วนหนิงเซียนหลังจากที่รับปากกับเสวี่ยหมิงเอาไว้ เด็กสาวก็คิดแผนการขึ้นมากมาย เพื่อจะหาทางนำพาเสวี่ยหมิงเข้าไปยังเส้นทางวิหคเพลิงอมตะด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังคิดไม่ออก สุดท้ายเมื่อไม่อาจใช้แผนการซับซ้อนใด ๆ เพื่อแก้ปัญหา จึงได้แต่อาศัยลูกไม้เดิม ๆ ที่อาศัยศักดิ์ฐานะพิเศษของตนเองเพื่อข่มขู่ผู้คน
.
.
"เข้ามาได้" ฮัวเหวินเยี่ยนเอ่ยขึ้น เมื่อนางรับรู้ว่าผู้ที่เดินทางมาหานางยามวิกาลคือหนิงเซียน
"คารวะท่านอาจารย์"
"อืม เจ้ามีเรื่องราวอันใดจึงต้องเร่งรีบเข้าพบอาจารย์เช่นนี้"
"พรุ่งนี้อาจารย์จะประกาศรายชื่อผู้คนทั้งเก้าที่จะเข้าสู่เส้นทางวิหคเพลิงอมตะร่วมกับศิษย์ ศิษย์จึงอยากจะ..."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอยากรู้ว่ามีใครเข้าไปกับเจ้ามั้งละสินะ เด็กน้อยเอ๋ย เด็กน้อย เจ้านี่อดทนรออีกเพียงค่ำคืนเดียวมิได้เชียวหรือ"
"คือว่า ข้าอยากเสนอคนที่จะเข้าไปด้วยสักหนึ่งคน ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์..."
"อืม เจ้ามีผู้คนในใจที่อยากจะนำเข้าไปด้วยอย่างนั้นหรือ"
"ค่ะ ท่านอาจารย์"
"อืม..."ฮัวเหวินเยี่ยนแสดงท่าทีใคร่ครวญ "ตกลงเพียงหนึ่งคน หากเจ้าต้องการอาจารย์ก็จะอนุญาต"
หนิงเซียนสูดหายใจลึกเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้า "ข้าอยากนำตัวหลงเสวี่ยหมิงเข้าไปกับข้าด้วยค่ะ ท่านอาจารย์" หนิงเซียนพ่นคำกล่าวออกมาโดยไว ก่อนจะใช้สายตามาดมั่นจับจ้องไปที่ฮัวเหวินเยี่ยน
"เหลวไหลสิ้นดี !!!" ฮัวเหวินเยี่ยนตบโต๊ะดังปังใหญ่ แต่เพราะผู้ที่เอ่ยคำขอคือหนิงเซียน ทำให้นางเองก็ไม่กล้าที่จะลงมือขับไสในทันที แต่กลับใช้ความคิดหาเหตุผลมากมายมาปฏิเสธในเบื้องต้น