“นี่ค่ะ! คุณนั่งทำงานของคุณตรงนี้ก็แล้วกันนะคะ”
เธอบอกให้เขาไปใช้โต๊ะขนาดเล็กที่ถูกจัดไว้สำหรับทำงานที่ห้องพักหรูของเธอ
“ขอบคุณครับ แล้วคุณขิมจะไปไหนครับ”
เขาพูดพลางเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเอาไว้ก่อนที่ร่างนุ่มจะถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย
“ปล่อยค่ะ! ขิมจะไปอ่านหนังสือรอคุณอยู่ตรงนั้นค่ะ”
หญิงสาวพยายามพาตัวเองออกจากอ้อมกอดเขา แต่ไม่เป็ผล
“คุณยังไม่ตอบคำถามผมเลยนะครับ”
เขายังคงยึดร่างเธอเอาไว้แนบอก
“ตอบอะไรคะ คุณไม่ได้ถามอะไรสักหน่อย”
เธอแกล้งพูดทั้งๆ ที่ยังจำถ้อยคำของเขาได้ทุกถ้อยคำ
“ก็ที่ผมบอกอะไรน้า เอ! ผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว สงสัยต้องทำอีกทีจะได้จำได้ ว่าบอกอะไรคุณไว้บ้าง”
เขาแกล้งแหย่เล่น
“ไม่เอาค่ะปล่อยขิมได้แล้วค่ะ” เธอพูดพร้อมพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการถูกพันธนาการ
“ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะบอกผมว่าจำได้มั้ยที่ผมบอกอะไรไป ไม่งั้นจะโดนทำแบบเมื่อกี้อีกแน่ๆ เลย ไม่เชื่อลองดูสิ!” เขาท่าทางเอาจริงพร้อมทั้งกอดร่างบางให้แน่นกว่าเดิม
“ปล่อยขิมค่ะคุณกรณ์ อย่าค่ะ…”
ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่ออีก ริมฝีปากนุ่มนิ่มก็ถูกปิดด้วยเรียวปากของเขาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาแสดงความเป็เ้าของมากกว่าครั้งที่แล้ว เพราะแน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีให้นั้น ไม่ได้แตกต่างจากเขาเลย
จูบเนิ่นนานที่เขาประทับลงไป ยังความรู้สึกที่วาบหวามมาให้เธอโดยไม่รู้ตัว นี่หรือที่เขาเรียกกันว่าััรักแรก นี่เธอรักเขาเข้าแล้วหรือนี่ ให้ตายสิเทียมหทัย ทำไมเธอไม่ขัดขืนเขาเลย เธอปล่อยให้เขาร่างกายและริมฝีปากบางเสียเนิ่นนาน
แขนทั้งสองข้างนั้นเผลอยกขึ้นไปโอบหลังเขาไว้อย่างไม่รู้ตัว เป็การให้สัญญาณกับเขาให้รุกหน้าต่อไป จากริมฝีปากมาที่แก้มขาวเนียนสองข้าง ไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวเนียนส่งกลิ่นหอมของน้ำหอมที่เธอชโลมบางๆ เอาไว้ก่อนที่จะไปหาเขา มือสองข้างของเขาโอบไปข้างหลังเพื่อลูบไล้แผ่นหลังเธอเพื่อหาความนุ่มนวลอยู่เนิ่นนาน
“คุณกรณ์ค่ะ! ปล่อยค่ะ!”
เธอเรียกสติกลับมาได้ และเอื้อมมือมาปรามมือใหญ่หนาหนุ่มของเขาเอาไว้ก่อนที่จะล้ำเส้นไปมากกว่านี้ ทำให้เขาเองก็เรียกสติตัวเองกลับมาเหมือนกัน
“ผมรักคุณ”
เขาบอกเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงแ่เบา ทว่าชัดถ้อยชัดคำมั่นอกมั่นใจอย่างที่สุด เทียมหทัยอายจนพูดอะไรไม่ออกได้แต่นิ่งอยู่กับอกเขาเท่านั้น
“รักั้แ่วันแรกที่ผมพบคุณบนถนนวันนั้น คุณรู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหนที่ต้องอยู่ใกล้ๆ กับคนที่ตัวเองรัก แต่ไม่มีโอกาสได้บอกกับเธอ”
และ้ายืนยันการกระทำเมื่อครู่นี้ว่าเขาไม่มีเจตนาจะล่วงเกินเธอเพียงเพราะความ้าของธรรมชาติของชายชาตรีเท่านั้น แต่ทุกอย่างที่ทำไปนั้นมันออกมาจากความรู้สึกลึกๆ ในใจเขาทั้งหมด
“แล้วทำไมคุณไม่บอกล่ะคะ” เธอพยายามเบี่ยงกายจากอ้อมแขนของเขา แต่ไม่สำเร็จ
“ก็ผมเพิ่งบอกเขาไปเมื่อกี้ไงครับ! และก็ไม่รู้ว่าเขาจะรับรักผมบ้างหรือเปล่าน้า! ผมมันก็แค่ลูกกำพร้าพ่อที่ทั้งชีวิตต้องคอยพึ่งใบบุญของเ้านายไปวันๆ ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาจะให้โอกาสให้ผมได้มอบรักให้”
เขาพูดหยั่งเชิงอีกรอบ และด้วยหัวใจเป็สุขยิ่ง
“ถ้าคุณกำพร้าพ่อ งั้นขิมก็แย่กว่าคุณสิคะ ไม่มีทั้งแม่และพ่อเลย”
“แต่คุณก็เป็ลูกสาวคนโปรดของคุณลุงกับคุณป้านะครับ ท่านฐานะร่ำรวย มีทุกอย่างไว้ให้คุณหมดแล้ว แต่คุณขิมดูผมสิ ถ้าไม่นับกับทรัพย์สมบัติที่คุณธรรยกให้ก็แทบจะพูดได้ว่ามีแต่ตัว แล้วใครที่ไหนเขาจะยอมให้ลูกสาวคนโปรดมาใกล้ชิดกับผมได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยอีกครั้ง
“และถ้าท่านรู้ว่าคุณกำลังรังแกลูกสาวท่านอยู่ ท่านก็คงจะไม่ปล่อยคุณไว้แน่ๆ ค่ะ” เธอเหน็บเขาเพราะไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็อิสระเสียที
“งั้นคุณตอบผมมาก่อนสิ ว่าคุณคิดเหมือนผมมั้ย”
เขามองหน้าเธอเพื่อหาคำตอบ ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงด้วยความอายที่ถูกเขาตื๊อขอรัก
“ปล่อยขิมก่อนสิคะ! ไหนคุณบอกว่าจะมาทำงานไงคะ ไม่เห็นจะทำอะไรเลย”
เธอพยายามบ่ายเบี่ยง
“ไม่ตอบเหรอ งั้นจูบนะ” เขาแกล้งก้มหน้าลงมาหาเธออีกครั้ง
“อย่าค่ะ! ปล่อยค่ะ ขิมยอมแล้วค่ะ ปล่อยขิมได้หรือยังคะ”
“ยอมอะไรครับ ยอมให้ผมจูบหรือว่ายอมรับรักผม” เขาพูดพร้อมอมยิ้มแสดงความมีชัยอยู่ในที
“เอ่อ! ขิมไม่เคยรังเกียจคุณและสิ่งที่คุณเป็ค่ะ”
“แต่คุณก็ไม่ได้รักผมเหมือนที่ผมคิดใช่มั้ยล่ะ” เขารีบชิงพูด
“ต้องให้ขิมบอกด้วยหรือคะ”
หญิงสาวเลี่ยงอย่างอายๆ เป็นัยให้รู้ว่าที่ยอมอยู่ในอ้อมกอดเขานี้ ก็เป็การแสดงให้เขารู้แล้วว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขา
ทำให้เขายิ้มั์ตาหวานซึ้งและเป็ประกาย จนเขาได้รู้และเข้าใจได้ทันทีว่าที่ผ่านๆ มานั้น เทียมหทัยเองก็มีความรู้สึกที่เหมือนกันกับเขา ไม่ใช่แค่เขาคิดไปเองฝ่ายเดียว มันทำให้เขารู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะนอกจากเขาจะได้ล่วงรู้ความในใจของเธอแล้ว เขาก็ได้รับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้รักที่เขาเป็เขา ไม่ใช่เพราะเขาคือธรรทร ผู้มีฐานะทางการเงินมั่นคง เป็ที่หมายปองของหญิงสาวหลายๆ คน ที่เขาพานพบมา ยิ่งทำให้เขามั่นใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า เธอคือผู้หญิงคนเดียวเท่านั้น ที่เขารักและอยากจะใช้ชีวิตคู่ด้วยในภายภาคหน้า ไม่มีอะไรที่จะมาขวางกั้นไม่ให้เขาเอาเธอมาแนบครองได้แน่ นอกจากความตาย เขาให้สัญญากับตัวเองอยู่ในใจ
“ทำไมครับทีผมยังบอกคุณเลยนะว่าผมรู้สึกยังไง มันไม่ยุติธรรมเลยนะที่คุณจะรู้ความในใจของผมฝ่ายเดียว”
เขาอ้อนวอนเธอ
“แล้วใครใช้ให้บอกล่ะคะ ขิมไม่ได้อยากรู้สักหน่อย”
เธอพูดพร้อมอาการเขินอาย ขณะที่ร่างบางยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยที่อีกฝ่ายไม่คิดที่จะปล่อยเธอง่ายๆ เลย
“ขิมง่วงแล้วค่ะปล่อยขิมเถอะนะ ไหนคุณบอกว่าจะมาทำงานส่งคุณธรรไงคะ รู้ยังงี้ขิมไม่ให้มาด้วยหรอกค่ะ” เธอพูดพลางอ้อนวอนเขาอีกครั้ง
“แล้วถ้าผมบอกว่าผมอยากจะมาอยู่ใกล้ๆ คุณ แล้วคุณจะยอมให้ผมมาด้วยหรือครับ” เขาคัดค้านพลางโอบรัดร่างเธอ...ให้แแ่ยิ่งขึ้น
“คนเ้าเล่ห์! ทีหลังจะได้ไม่เชื่อคุณอีกแล้วล่ะ”
“ถ้าคุณไม่ยอมตอบคำถามผม คืนนี้เราก็จะยืนอยู่นี่ทั้งคืนเลยนะ ผมไม่ได้ขู่นะ”
เขาขู่เธออีกรอบ สีหน้านั้นก็จริงจังไม่น้อย
“ก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องสัญญานะคะว่าถ้าขิมบอกแล้วคุณจะต้องปล่อยขิม”
“ตกลงครับ ไหนลองบอกมาซิอยากจะได้ยินว่าคุณจะบอกอะไรผมน้า”
เขาทำท่าล้อเลียนและละวงแขนให้หลวมออกเพื่อให้เธอได้สบายขึ้น
“ขิมเอ่อ...ขิมรักคุณค่ะ ปล่อยขิมได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวออกอาการอายจนหน้าแดงเป็ลูกตำลึงจนคนฟังเห็นได้ชัดและก็อดที่จะขำเสียไม่ได้ เด็กหนอเด็ก เธอยังเด็กอยู่จริงๆ เลย ไม่ประสากับเื่นี้เลย เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขานั้นจะเป็รักแรกของเธอ
“ผมขอค้างที่นี่นะผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือครับว่าจะไม่ทำอะไรคุณขิมให้มัวหมองเป็อันขาด คุณนอนในห้องส่วนผมนอนที่ชุดรับแขกนะ”
เอาอ้อนวอนและอ้อมแขนนั้นยังคงโอบร่างบางๆ เอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้เป็อิสระ
“ไม่ได้ค่ะ ใครๆ ก็เห็นว่าคุณขึ้นมากับขิมนะคะ” เธอพยายามที่จะหาเหตุผลมาอ้าง
“ถ้าไม่ผมก็ไม่ปล่อยเหมือนกันจะกอดไว้ทั้งคืน และก็จะปล้ำด้วย ให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลย ไม่เชื่อคอยดูสิเอ้า”
เขาขู่ด้วยอาการปนจริง
“อย่านะคุณกรณ์นี่โกงขิมอีกแล้วนะ ขิมโกรธแล้วด้วย ปล่อยขิมค่ะ”
เทียมหทัยเอาจริงบ้าง
“งั้นก็ดีสิ ผมจะได้ปล้ำคุณจริงๆ เลย นะคนดีนะ ผมจะทำงานแล้วคุณก็เข้านอนนะผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินไปกว่านี้นะครับ ถึงแม้ว่ามันจะยากสักแค่ไหนผมก็จะทน เพราะผมรักคุณและไม่อยากให้คุณต้องมาเสียหายเพราะผมนะคนดีนะ เดี๋ยวผมจะส่งคุณเข้านอนนะ”
เขาบอกพร้อมทั้งพาร่างของเธอเข้าไปในห้อง โดยที่เทียมหทัยนั้นทำตามอย่างว่าง่าย เธอนอนลงที่เตียงโดยมีธรรทรนั้นห่มผ้าให้ และหอมฟอดใหญ่ที่แก้มขาวเนียน
“ผมรักคุณนะขิม”
เขาบอกก่อนที่จะปิดไฟห้องและเดินออกจากห้องตามสัญญาที่ให้เอาไว้ แล้วก็มานั่งทำงานของตัวเองตามที่ตั้งใจเอาไว้ จนรู้สึกง่วง และก่อนที่เขาจะนอนก็ไม่วายที่จะเข้ามาดูใบหน้าเรียวงามและจูบลงไปที่หน้าผากก่อนจะออกไปนอนที่ชุดรับแขกจริงๆ
เทียมหทัยตื่นขึ้นมาก็รีบออกมาหาเ้าของร่างที่โอบกอดเธอไว้ค่อนคืนแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของเขา ทำให้เธอผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดจะตามหาอะไร เพราะเธอนั้นอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย
จริงรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำให้เรียบร้อย พอแต่งตัวเสร็จออกมาอีกทีก็พบว่าเขานั้นอยู่ในชุดเสื้อผ้าใหม่นั่งรอเธอที่ระเบียงและอีกไม่นานก็มีพนักงานยกอาหารเช้าเข้ามาให้
“อรุณสวัสดิ์ครับ” เขาทักและยิ้มให้
“ค่ะ ขิมตื่นมาไม่เห็นคุณค่ะ”
“พอดีผมตื่นขึ้นมาเห็นคุณกำลังหลับเลยไม่อยากจะปลุกก็เลยกลับไปอาบน้ำที่บ้านแล้วก็เตรียมข้าวของกลับพร้อมกับคุณเลย ให้ผมขับรถให้นะครับ”
เขารายงานยืดยาว
“แล้วรถคุณล่ะคะ” เธอสงสัย
“ก็เดี๋ยวให้เด็กขับกลับไปส่งก็ได้ครับ ผมคงจะไม่ยอมขับรถกลับบ้านคนเดียวโดยที่ไม่มีแฟนกลับด้วยแน่เลย คุณกินอะไรก่อนออกเดินทางเถอะเดี๋ยวจะหิวไม่รู้ด้วยนะ”
เขาพูดแล้วรีบเฉไปเื่อื่น
“ขี้ตู่ใครเป็แฟนคุณั้แ่เมื่อไหร่คะ”
เธอตอบพร้อมหน้าแดงก่ำ
“อ้าว! เอาแล้วสิ สงสัยต้องเตือนความจำอีกละมั้งคุณถึงจะจำได้” เขาพูดพลางลุกขึ้นมาคว้าเอาร่างบางๆ ไปไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง
“ปล่อยค่ะ! คุณกรณ์หากำไรกับขิมอยู่เรื่อยเลยนะคะ กลับไปจะฟ้องคุณพ่อให้เข็ดเลย”
เธอต่อว่าแต่ใบหน้านั้นรู้สึกสุขใจยิ่งนักที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
“นี่แน่ะฟ้องพ่อเหรอ ต้องลงโทษให้เข็ดเลยนะรู้มั้ย ไหนลองบอกซิใครเป็แฟนผมเอ่ย ถ้าไม่พูดโดนอีกแน่ๆ เลย”
เขาหอมไปที่แก้มเนียนฟอดใหญ่ และทำท่าจะหอมอีกครั้งจนเทียมหทัยต้องรีบห้ามทัพเอาไว้
“ก็ได้ค่ะขิมเป็แฟนคุณค่ะ พอใจหรือยังคะ ปล่อยขิมได้แล้วนะ แล้วก็รีบไปทานข้าวจะได้รีบกลับนะคะ”
เธอรีบเตือนให้เขาได้สติ แล้วก็ได้ผลเขารีบปล่อยให้เธอเป็อิสระและก็กลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
ธรรทรพยายามพาเทียมหทัยขับรถแวะดูโน่นนี่จนใกล้ค่ำจึงยอมพาเข้าบ้านและก็ต้องจอดรถไว้ได้แค่ปากซอยเพราะทั้งเขาและเธอนั้นก็ต่างไม่อยากให้ผู้ใหญ่ได้เห็นว่าทั้งสองมาด้วยกัน
แล้วเขาก็นั่งแท็กซี่กลับเหมือนๆ กับหลายๆ ครั้งที่เขาเคยทำ เพียงแต่ครั้งนี้คนทั้งสองนั้นกลับเข้าบ้านด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบและเป็สุขยิ่งนัก
ไม่นานนักก็มีเสียงโทรเรียกเข้าที่มือถือเทียมหทัย และก็ข้อความหวานซึ้งจากเขาอีกนับไม่ถ้วนภายในไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง
“ยัยชุ! ยังไม่ไปไหนอีกเหรอจ๊ะ ไหนบอกว่าพ่อธรรจะมารับไปสมาคมพร้อมกับคุณหญิงป้าไงจ๊ะ”
โอบบุญทักลูกสาวขณะเดินลงบันไดมาจากชั้นบนของบ้าน แล้วเหลือบไปเห็นว่าลูกสาวยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องรับแขกอยู่
“ไม่ทราบสิคะคุณแม่ ยังไม่เห็นเขาโทรมาเลยค่ะ มีแต่คุณป้าบอกว่าวันนี้พี่ธรรจะมารับแต่ก็ยังไม่เห็นมาสักที”
ชุติมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และตัดพ้อ ทำเอาโอบบุญนั้นรู้สึกสงสารลูกสาวขึ้นมาจับใจ นี่ถ้าหากไม่ติดที่เธอเคยสัญญาไว้กับรสรินทร์เมื่อครั้งเรียนหนังสือด้วยกันว่าใครมีลูกสาวและลูกชายนั้นก็จะให้แต่งงานกัน เธอก็คงจะไม่ขอให้ลูกสาวรับหมั้นธรรทรเลย
เพราะเธอเองก็พอจะดูธรรทรออกว่ารู้สึกยังไงกับลูกสาวของเธอ จะมีก็แต่รสรินทร์เท่านั้นที่คอยบอกว่าธรรทรนั้นไม่ค่อยจะว่างเพราะมัวแต่ทำงาน ซึ่งก็มีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่เธอก็ชื้นใจที่ว่ายังไม่มีข่าวคราวที่ไหนบอกว่าธรรทรนั้นมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากลูกสาวของเธอ และอีกอย่างหนึ่ง
ถ้าเธอได้ธรรทรเป็ลูกเขยเธอก็ชื้นใจในระดับหนึ่งเพราะจะหาผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างเขาและเป็คนดี ไม่สัมมะเลเทเมาที่ไหน วันๆ เอาแต่ทำงานเท่านั้น และเื่เ้าชู้นั้นยิ่งไม่มีข่าวมาเข้าหูเธอเลย
“รถคงจะติดมั้งลูก”
เธอพยายามแก้ตัวแทน
“คุณแม่ก็ยังงี้ทุกทีเลยค่ะ พี่ธรรผิดนัดชุมาหลายครั้งแล้วนะคะ ยังจะมาเข้าข้างอีก ชุไม่ยอมหรอกค่ะ”
เธอพูดพร้อมออกอาการน้อยใจ
“คุณแม่คะ ชุชักไม่แน่ใจแล้วนะคะว่าชุตัดสินใจรับหมั้นกับพี่ธรรนั้น เป็การตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า ชุรู้สึกว่าพี่ธรรเขาไม่เคยคิดว่าชุเป็คู่หมั้นเลยค่ะ เขาก็คอยแต่คิดว่าชุเป็เด็กเหมือนเมื่อสมัยเด็กที่เราเคยเล่นด้วยกันอยู่เรื่อยเลยค่ะ”
เธอพยายามที่จะบอกโอบบุญผู้เป็แม่อีกครั้ง เพราะเธอเคยบอกเื่นี้หลายครั้งแล้ว แต่โอบบุญก็คอยแต่บอกว่า ถ้าได้ธรรทรเป็คู่ชีวิตนั้นเป็เื่ที่ดีแล้ว และเธอก็ให้โอกาสธรรทรบ้าง
“เอาอีกแล้วนะลูกชุ พูดแบบนี้อีกแล้วนะ! แม่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับเราด้วยนะลูก ถ้าเราทำให้พี่เขาประทับใจและเปลี่ยนมุมมองของเราใหม่ สักวันพี่เค้าก็คงจะเปลี่ยนความคิดเองล่ะลูก พี่ธรรเป็คนให้โอกาสคนจะตายไป จะทำให้เขารักนั้นไม่ยากหรอกนะลูกถ้าเราเข้าถูกจุด เขาเป็คนชอบสบายๆ ไม่ชอบให้ใครมาคอยจู้จี้จุกจิกเขา เราก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องคอยตามตรวจเช็คว่าวันนี้เขาไปที่ไหน กับใคร ทำไมไม่มาหาเรา หรือทำไมเขาไม่ทำโน่น ทำนี่ให้เรา อะไรอย่างนี้น่ะลูก สักวันเขาก็จะต้องรักลูกสาวแม่เข้าสักวันล่ะนะ หรือลูกว่าไงจ้ะ! ถ้าลูกรักพี่เค้าลูกก็ต้องทำได้นะลูก และแม่ว่ามันก็ไม่ได้ยากสำหรับลูกเลยจริงมั้ยจ้ะ ลูกสาวแม่คนนี้ออกจะน่ารัก สวย มีชาติตระกูล ถ้าพ่อธรรเขามองไม่เห็นก็โง่เต็มทีแล้วล่ะ”
โอบบุญพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า เหมือนทุกๆ ครั้งที่เคยบอกลูกสาวเอาไว้
“ชุก็พยายามทำอยู่นี่ไงคะ ถึงไม่ได้โทรไปถามว่าอยู่ที่ไหน ยังไง และอีกอย่างนะคะ ถ้าเขาไม่อยากมาชุก็จะไม่ไปกวนเขาค่ะ ถ้าหากเขาไม่รักชุเหมือนที่ชุรักเขา ก็ให้เขามาบอกแม่เองว่าจะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นค่ะ”
เธอพูดไปตามความรู้สึก
“แล้วพ่อกับแม่ล่ะจ้ะลูก จะทำยังไง ลูกก็รู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของเรานั้นไปได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะลูก”
โอบบุญให้เหตุผลที่แท้จริงกับชุติมาในที่สุด ซึ่งเหตุผลนี้เธอได้พร่ำบอกชุติมาเรื่อยมา
“ชุขอโทษค่ะคุณแม่ ชุเห็นแก่ตัวมากไปหน่อยค่ะ” เธอพูดพร้อมเข้ามาโอบกอดแม่ในที่สุด
“แม่กับพ่อเองต่างหากลูกที่จะต้องขอโทษลูก ที่จู่ๆ เอาภาระหนักมาทิ้งไว้ที่ลูก แต่พ่อกับแม่ก็ไม่ได้มีจุดประสงค์เื่ธุรกิจของเราอย่างเดียวนะลูก ก็อย่างที่แม่เคยบอกลูกเอาไว้ การที่ได้คุณธรรทรมาเป็คู่ชีวิตนั้น เป็เื่ที่ดีที่สุดแล้วลูก”
เธอบอกลูกสาว
“ค่ะคุณแม่ชุจะทำให้พี่ธรรรักชุให้ได้ค่ะ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน จะใช้วิธีไหน ชุก็จะทำให้พี่ธรรรักและเห็นค่าของชุให้ได้ค่ะคุณแม่” ฃ
ชุติมาตั้งปณิธานเอาไว้
“อ้าวสงสัยมากันแล้วมั้งลูก”
โอบบุญบอกลูกสาวเพราะได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดที่คฤหาสน์ ถึงแม้ว่าฐานะการเงินของเธอและสามีจะฝืดเคืองลง แต่ด้วยความมีหน้าตาในสังคม เธอและสามีก็ไม่สามารถให้คนภายนอกรู้ฐานะที่แท้จริงได้
คฤหาสน์หลังนี้จึงจำเป็จะต้องคงอยู่เพื่อรักษาหน้าตาเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าธนาคารจะมายึดคืนไปได้ทุกเมื่อ เธอก็ได้แต่หวังว่ารสรินทร์กับลูกชายคงจะช่วยได้ ถ้าลูกสาวได้แต่งงานกับเขาแล้ว
“ว่าไงจ๊ะแม่ลูก คอยฉันนานมั้ย”
รสรินทร์เอ่ยทักเพื่อนรักและว่าที่สะใภ้
“คุณป้าสวัสดีค่ะ ชุเพิ่งเสร็จพอดีค่ะ”
ชุติมาไหว้และแกล้งพูดออกไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่เธอนั้นรอมาไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงแล้ว
“ว่าไงจ๊ะวันนี้จะพาลูกสาวเราไปเที่ยวที่ไหน นั่งก่อนนะ เอาน้ำส้มคั้นเหมือนเดิมนะ”
โอบบุญทักเพื่อนรัก
“แหมโอบนี่รู้ใจเราไปทุกเื่เลยจริงๆ”
รสรินทร์ชมเพื่อนรัก และนี่ก็เป็เหตุผลที่เธอเลือกชุติมาให้มาเป็คู่ชีวิตของธรรทร ถึงแม้เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่าฐานะการเงินของโอบบุญจะเป็ยังไง
ถึงแม้โอบบุญจะไม่เคยปริปากบอกก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะเงินแค่นี้เธอสามารถช่วยได้ แต่ที่สำคัญคือทั้งโอบบุญและครอบครัวก็เป็คนดี
เอาใจใส่ดูแลเธอและครอบครัวเมื่อยาม้าความช่วยเหลือถึงแม้จะไม่ใช่เื่เงินก็ตาม และที่สำคัญแล้วทั้งชาติตระกูล และฐานะทางสังคมนั้นก็ใกล้เคียงกับเธอ
นี่คือสิ่งสำคัญ เพราะเธอจะไม่มีวันยอมให้ลูกชายไปคว้าเอาผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาใช้นามสกุลร่วมกับเธอแน่นอน
“แล้วพ่อธรรล่ะจ้ะรสไม่มาหรือ ไหนบอกว่าจะมาด้วยไงจ๊ะ”
โอบบุญถามทั้งๆ ที่เธอเองก็จะได้คำตอบแบบเดิมๆ จากเพื่อน
“วันนี้ตาธรรมีประชุมด่วนฝากให้ป้าขอโทษหนูชุด้วย ไว้คราวหน้าพี่ธรรเขาจะพาไปเที่ยวเพื่อเป็การขอโทษนะจ๊ะชุ”
รสรินทร์จำจะต้องบอกออกไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ั้แ่เมื่อเช้าเธอไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกชายคนโปรดเลยด้วยซ้ำ
“งั้นป้าว่าเราไปเลยดีมั้ยจ้ะชุ”
รสรินทร์พูดหลังจากยกแก้วน้ำส้มคั้นที่คนรับใช้เอามาให้จนหมดแก้ว
“ดีค่ะคุณป้าเดี๋ยวคนอื่นจะรอแย่เลย”
ชุติมารับคำ
“งั้นฉันไปแล้วนะโอบเอาไว้ว่างๆ เราค่อยนัดทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา”
“จ้ะ แหมเสียดายถ้าวันนี้ไม่ติดธุระก็จะได้ไปด้วย”
“คุณแม่คะ ชุไปนะคะ แล้วเย็นๆ จะกลับค่ะ”
ชุติมาบอกแม่ พร้อมเดินตามรสรินทร์ออกจากห้องรับแขกไป
========================
???????????? Promotion Valentine's Day จ้า????????????
shorturl.at/guGZ8 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/bhFGM <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/fiJU0 <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/imJKT <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
