เซี่ยฮ่าวหยูกับฉินซูอี้ต้องออกงานคู่กันทุกวัน บวกกับภาพที่แฟนคลับบ้านหยูอี้ปล่อยออกมาก็ชวนให้ทุกคนพูดถึงพวกเขาอยู่ไม่น้อย กระแสคู่จิ้นกลายเป็คู่รักไปในชั่วข้ามคืน
“เธอสองคนอยากให้ฉันแก้ข่าวไปในทิศทางไหน” เจียลี่ลี่ถาม “อี้อี้ เธอว่ายังไง”
“ฉันไม่อยากโกหกแฟนคลับค่ะ” ฉินซูอี้ตอบ
“แล้วนายล่ะ” เจียลี่ลี่หันไปถามเซี่ยฮ่าวหยู
“ผมก็ไม่อยากโกหกแฟนคลับเหมือนกันครับ”
“หมายความว่าให้ฉันบอกนักข่าวไปเลยว่าพวกเธอเป็แค่เพื่อนร่วมงานกันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ/ไม่ใช่ครับ” ฉินซูอี้กับเซี่ยฮ่าวหยูตอบพร้อมกัน
“ตกลงว่าเป็คำตอบแบบไหนกันแน่”
“ฉันกับเขาไม่ได้เป็แฟนกัน” ฉินซูอี้บอก
“เราสองคนไม่ได้เป็แฟนกันจริงครับ แต่ผมจะไม่โกหกว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณซูอี้ ผมชอบเธอ และผมจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าผมชอบเธอ”
“หืม...น่าสนใจดีนี่” เจียลี่ลี่ยิ้ม “แล้วนายไม่กลัวว่าแฟนคลับของอี้อี้จะหันมาเล่นงานนายเหรอ”
“ผมชอบเธอและอยากจีบเธอ แต่ถ้าจะทำให้แฟนคลับไม่พอใจ ผมก็ทำอะไรไม่ได้” เซี่ยฮ่าวหยูหันไปถามฉินซูอี้ “คุณจะอนุญาตให้ผมจีบคุณไหม”
“ฉัน...ฉัน...” ฉินซูอี้ใช้กำปั้นทุบหน้าอกเซี่ยฮ่าวหยูอย่างแรง “นายถามอะไรบ้าๆ เนี่ย”
“ผมแค่ถามว่าคุณจะอนุญาตให้ผมจีบคุณไหมเนี่ยนะ ไม่เห็นจะบ้าตรงไหนเลย” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มอย่างจริงใจ “ผมรู้ว่าวงการนี้ค่อนข้างจำกัดเื่ความสัมพันธ์ แต่ผมชอบคุณไปแล้ว ผมหลอกตัวเองและหลอกแฟนคลับไม่ได้หรอก อีกอย่างจะให้ผมมาหลบๆ ซ่อนๆ กับความรู้สึกของตัวเอง ผมยิ่งทำไม่ได้”
ฉินซูอี้นึกถึงความฝันเมื่อคืนที่ผ่านมา เซี่ยฮ่าวหยูในฝันไม่ใช่คนยิ้มง่ายและพูดจาเปิดเผยแบบนี้ เซี่ยฮ่าวหยูคนนั้นมีแต่ใบหน้าบึ้งตึง มีแต่เธอที่คอยเอาใจและเข้าหาเขา แต่กับเซี่ยฮ่าวหยูคนนี้ เธอรู้สึกว่าเธอได้รับการเอาใจใส่
เซี่ยฮ่าวหยูยังยิ้มให้ฉินซูอี้ “ผมไม่ได้ขอคำตอบว่าคุณรู้สึกยังไงกับผมสักหน่อย ผมแค่ถามว่าคุณจะอนุญาตให้ผมจีบคุณหรือเปล่าเท่านั้นเอง”
“อี้อี้ กลับไปทบทวนความรู้สึกของตัวเองก่อนดีไหม” เจียลี่ลี่รู้ถึงความคิดของน้องสาวว่าน้องสาวก็มีใจให้เซี่ยฮ่าวหยู แต่ทำไมน้องสาวถึงพูดและยอมรับมันไม่ได้
“ฮ่าวหยู ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนที่รู้สึกกับนาย และไม่เคยปฏิบัติหรือใกล้ชิดกับใครเหมือนที่ทำกับนาย แต่ฉันก็ไม่มั่นใจว่านั่นคือความรักหรือเปล่า นาย...นาย...จะรอฉันได้ไหม” ฉินซูอี้ถามเซี่ยฮ่าวหยูอย่างไม่มั่นใจ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ไม่ว่าคุณจะให้ผมรอนานขนาดไหน ผมก็รอได้เสมอ” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มกว้าง ‘ซูอี้ ชาติที่แล้วมีแต่เ้าที่รอเรา ชาตินี้เราจะเป็ฝ่ายรอเ้าบ้าง’
“ถ้างั้นฉันจะให้ข่าวไปว่าพวกเธอกำลังศึกษากันอยู่และยังไม่อยากใช้คำว่าแฟนก็แล้วกัน” เจียลี่ลี่พูดจบก็โทรหานักข่าวทันที
เซี่ยฮ่าวหยูล้วงปิ่นหยกออกมาจากกระเป๋า ทันทีที่เขาได้รับสายจากเจียลี่ลี่เพื่อเรียกให้เข้ามาปรึกษาเื่ข่าวเดทของเขากับฉินซูอี้ เขาก็เตรียมคำตอบพร้อมกับเตรียมปิ่นหยกเล่มนี้ไว้แล้ว
ปิ่นหยกเล่มนี้เป็ปิ่นหยกเล่มแรกและเล่มเดียวที่เขาเคยมอบให้กับเธอในชาติที่แล้ว ในตอนที่เขาดื่มยาพิษเพื่อที่จะตายตามเธอไป ด้วยกลัวว่าจะมีคนมาช่วยชีวิตไว้ได้ เขาจึงใช้ปิ่นเล่มนี้ปักเข้าที่หน้าอกของตัวเองอีกหลายครั้ง สุดท้ายไม่มีใครมาขวางเขาได้สำเร็จ เขาจึงได้ทะลุมิติมาพบเธอในชาตินี้ และเมื่อตอนที่เขาตื่นมา ปิ่นเล่มนี้ก็ยังอยู่ในมือของเขา เวลานี้ปิ่นหยกที่เป็ของแทนใจกำลังจะกลับไปอยู่ในมือของเ้าของที่แท้จริงแล้ว
“ผมขอมอบปิ่นหยกเล่มนี้ให้คุณ” เซี่ยฮ่าวหยูยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงให้หญิงสาว “เป็ของตกทอดของตระกูลเซี่ย คุณยินดีจะรับมันไว้ไหมครับ”
ฉินซูอี้เปิดกล่องกำมะหยี่ก็เห็นปิ่นหยกสีขาวเนื้อดี น้ำตาของเธอคลอออกมาโดยไม่รู้ตัว “ฉัน...ฉันคุ้นเคยกับปิ่นหยกเล่มนี้มาก”
“สงสัยว่ามันเคยเป็ของคุณเมื่อชาติที่แล้วมั้ง” เซี่ยฮ่าวหยูพูดติดตลกแม้ว่ามันจะเป็เื่จริงก็ตาม “อี้อี้ ตอนนี้ผมมีแค่ปิ่นหยกเล่มนี้ที่เป็สมบัติที่มีค่าที่สุดที่จะมอบให้คุณ หวังว่าคุณจะชอบ”
ฉินซูอี้เงยหน้าขึ้นมองเซี่ยฮ่าวหยู “คุณช่วยปักปิ่นเล่มนี้ให้ฉันได้ไหมคะ”
เซี่ยฮ่าวหยูหยิบปิ่นแล้วเดินอ้อมไปยืนอยู่ด้านหลังหญิงสาว เขามวยผมหญิงสาวขึ้นหลวมๆ แล้วปักปิ่นลงไป การกระทำของเขาทำให้เขานึกย้อนไปถึงอดีต ครั้งแรกที่เขามอบปิ่นให้เธอ เธอก็ขอให้เขาทำแบบนี้เหมือนกัน
ฉินซูอี้ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองไว้ เธอมองเห็นปิ่นหยกที่ปักอยู่บนผมที่เกล้าขึ้นหลวมๆ ของตัวเอง ถึงจะดูรุงรังไปบ้าง แต่เธอกลับรู้สึกว่ามันดูดีมาก และเมื่อมองเลยไปที่สายตาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาของเขามันทำให้เธอใจเต้นแรง
เซี่ยฮ่าวหยูเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ แต่ฉินซูอี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอหันหลังกลับแล้วกอดเขาไว้แน่น “ฮ่าวหยู ขอบคุณนะคะ ฉันชอบปิ่นเล่มนี้มาก ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดี”
เซี่ยฮ่าวหยูกอดหญิงสาวไว้หลวมๆ “ผมก็ขอบคุณที่คุณยินดีรับมันไว้ ปิ่นเล่มนี้จะเป็ของคุณตลอดไป ความรักของผมก็จะเป็ของคุณตลอดไปเหมือนกัน”
“อะแฮ่ม! เรามาคุยธุระกันต่อเถอะ” เจียลี่ลี่พูดขึ้น
สองหนุ่มสาวผละจากกันอย่างทำตัวไม่ถูก พวกเขาลืมไปสนิทว่าในห้องยังมีเจียลี่ลี่อยู่อีกคน
“นักข่าวจวงจะลงข่าวให้พวกเธอเช้านี้เลย หลังจากนี้เื่งาน พวกเธออยากรับงานคู่ไหม” เจียลี่ลี่ถาม
“ผมแล้วแต่อี้อี้เลยครับ” เซี่ยฮ่าวหยูบอก
“แหม...ได้เลื่อนสถานะขึ้นมาหน่อยก็รีบเปลี่ยนคำเรียกเลยนะ” เจียลี่ลี่ยิ้มแซว ความจริงั้แ่แรกเธอก็หวังให้อี้อี้ของเธอเปิดใจกับเซี่ยฮ่าวหยู เธอคอยเชียร์คอยพูดข้อดีของชายหนุ่มให้น้องสาวฟังอยู่เสมอ ซึ่งน้องสาวตัวดีก็เอาแต่เงียบ แต่ครั้งนี้น้องสาวกลับยอมเปิดใจ คนเป็พี่สาวอย่างเธอก็รู้สึกดีใจไม่น้อย “ฮ่าวหยู อี้อี้เป็น้องสาวคนเดียวของฉัน นายต้องดูแลเธอให้ดีนะ”
“ครับ ผมจะดูแลอี้อี้ให้ดีที่สุด และจะต้องปกป้องเธอยิ่งกว่าชีวิตของผมเลยครับ” เซี่ยฮ่าวหยูให้คำสัญญา
ฉินซูอี้ได้ยินก็ยิ้มเขิน แต่ถึงอย่างนั้นในใจของเธอก็ยังรู้สึกไม่เชื่อเขาเต็มร้อย มันเป็เพราะอะไรเธอก็บอกไม่ได้เหมือนกัน
“อี้อี้ ในเมื่อเธอตัดสินใจว่า่นี้จะเป็่ที่เธอกับฮ่าวหยูเลือกที่จะศึกษากันและกัน เธอก็ต้องใช้เวลานี้ศึกษาหัวใจและความ้าของตัวเองด้วย อะไรที่ติดค้างอยู่ในใจก็ต้องคิดให้ออก ถ้ามันไม่ได้จริงๆ พี่สาวคนนี้ยังยืนอยู่ข้างหลังเธอตลอดนะ” เจียลี่ลี่บอกกับฉินซูอี้ “พี่อยากเห็นเธอมีความสุข”
“ขอบคุณนะคะพี่ลี่”
กรี๊ดดดดดด!
เหลียงซินซินโยนแท็บเล็ตทิ้งลงพื้นอย่างไม่พอใจ “นังซูอี้ ทำไมแกต้องมาแย่งผู้ชายของฉัน คุณฮ่าวหยูเป็ของฉันั้แ่แรกแล้ว แต่ทำไมแกถึงมาแย่งเขาไป!”
“หนู! หนูเป็อะไรไปคะลูก” คุณนายเหลียงวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของลูกสาว “หนูเป็อะไรไปคะ แล้วนี่ทำไมข้าวของถึงกระจัดกระจายอย่างนี้ล่ะ”
“คุณแม่ไม่ได้อ่านข่าวบันเทิงเลยเหรอคะ คุณแม่ไม่เห็นเหรอว่าฉินซูอี้เปิดตัวคบกับคุณฮ่าวหยูของหนูแล้ว” เหลียงซินซินคว้าสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวปาลงพื้นไปเรื่อยๆ “ทำไมนังนั่นถึงชอบมาแย่งของของหนู ไม่ว่าหนูอยากได้อะไรมันก็มาชิงตัดหน้าหนูไปก่อน หนูต้องแพ้ให้นังนั่นไปตลอดเลยเหรอคะ”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะลูกรักของแม่” คุณนายเหลียงปลอบลูกสาว “พวกเขาแค่เพิ่งคบกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ แม่คิดว่าเรายังมีโอกาสอยู่นะ”
“ยังมีโอกาส! โอกาสอะไรคะคุณแม่ ละครที่ผู้กำกับซ่งกำลังจะเปิดกอง เขาประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่รับหนูให้ไปร่วมงาน โอกาสที่หนูจะเข้าใกล้คุณฮ่าวหยูก็ไม่เหลือแล้ว ส่วนงานอื่นหนูก็แทบจะไม่ได้ออกงานที่ได้เจอกับคุณฮ่าวหยูเลย แต่คุณแม่กลับบอกว่าหนูยังมีโอกาส โอกาสที่ว่ามันคืออะไรคะ”
คุณนายเหลียงตบหลังมือลูกสาวเพื่อให้ลูกสาวใจเย็นลง “ผู้กำกับซ่งปฏิเสธที่จะให้หนูรับบทนางเอก แต่ถ้าหนูรับแสดงเป็บทรองหรือบทอื่นล่ะคะ หนูคิดว่าผู้กำกับซ่งจะยอมหรือเปล่า”
“ถ้าทำอย่างนั้นหนูก็จะไม่เด่นเท่าฉินซูอี้น่ะสิคะ”
“ตอนนี้หนูมีทางเลือกไม่มาก ละครของผู้กำกับซ่งครั้งนี้เป็ละครฟอร์มใหญ่ ถ้าหนูได้ร่วมงานกับเขา โอกาสที่หนูจะโด่งดังก็จะมีมากขึ้น และอีกเหตุผลหนึ่งคือหนูจะได้ทำงานในกองถ่ายเดียวกับเซี่ยฮ่าวหยู หนูจะได้เจอกับเซี่ยฮ่าวหยูทุกวันด้วยไงคะ” คุณแม่เหลียงจับมือลูกสาว “ยอมรับบทรองแค่ครั้งนี้เพื่อความสำเร็จในอนาคตนะคะลูก”
“แล้วเราจะไปพบผู้กำกับซ่งยังไงดีล่ะคะ ตอนนั้นหนูแสดงกิริยาไม่ดีกับเขาไว้ด้วย” เหลียงซินซินนึกถึงตอนที่เธอไปขอเล่นบทนางเอกแต่เธอกลับถูกผู้กำกับซ่งปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า เธอเสียหน้าและรู้สึกอายจึงหลุดคำพูดที่ไม่น่าฟังออกไปหลายคำ ผู้กำกับซ่งก็โกรธจนประกาศว่าจะไม่ขอร่วมงานกับเธอ
“ปล่อยให้แม่เป็คนจัดการเถอะจ้ะ หนูอยู่บ้านรอฟังข่าวดีได้เลยนะจ๊ะ”
“คุณแม่คะ แล้วถ้าหนูจะขอให้คุณแม่ช่วยพูดกับผู้กำกับซ่งให้ทิมร่วมแสดงด้วยล่ะคะ ให้เขาแสดงเป็ตัวประกอบก็ได้ แม่ช่วยพูดให้ทิมหน่อยได้ไหมคะ”
“ลำพังแค่เื่ของหนูแม่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จ แต่หนูยังจะให้แม่ช่วยพูดให้ผู้ชายคนนั้นอีกเหรอ” คุณนายเหลียงขมวดคิ้วจนคิ้วแทบจะผูกกัน เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าลูกสาวของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ที่ให้เธอไปพูดกับผู้กำกับซ่งก็เพราะอยากเข้าใกล้เซี่ยฮ่าวหยูไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไร ในใจกลับยังเป็ห่วงผู้ชายอีกคน
“หนูอยากช่วยเขาเพราะเขาเป็นักแสดงในสังกัดเรา ่นี้กระแสตอบรับของทิมกำลังมาแรง ถ้าได้แสดงละครเื่นี้ ชื่อเสียงของเขาก็จะมีมากขึ้น ซึ่งมันก็เป็ผลดีกับบริษัทของเราไม่ใช่เหรอคะ” เหลียงซินซินกอดแขนมารดา “คุณแม่คะ หนูกำลังทำเพื่อบริษัทจริงๆ นะคะ ไม่ได้ทำเพราะเื่ส่วนตัวเลยค่ะ หนูเคยบอกคุณแม่ไปแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าหนูไม่ได้จริงจังกับเขา คุณแม่เชื่อหนูเถอะนะคะ”
คุณนายเหลียงได้แต่แอบถอนหายใจ “ซินซิน ตอนนี้หนูกลายเป็คนสาธารณะที่มีคนคอยจับตามอง หนูจะทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ หนูเคยบอกแม่ว่าหนูไม่อยากแพ้ให้ฉินซูอี้ ถ้างั้นหนูก็ต้องผลักดันตัวเองให้ไปยืนอยู่เหนือฉินซูอี้ให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่หนูจะต้องทำก็คือพยายามอย่าทำให้ตัวเองมีข่าวเสียหาย หนูพอจะทำได้ไหม”
“หนูรู้สึกว่าหนูโชคดีกว่าใครๆ ที่มีคุณแม่เป็ที่ปรึกษาและคอยอยู่เคียงข้างหนูมาตลอด” เหลียงซินซินกอดมารดาแน่นกว่าเดิม “หนูรักคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ”
คุณนายเหลียงถอนหายใจเป็ครั้งที่ร้อย ‘สุดท้ายแล้วหนูก็ยังไม่รับปาก คงเป็แม่ที่ต้องคอยแก้ไขปัญหาให้หนูต่อไปสินะ’