เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบสอง The White Man’s Burden

    ตอนที่หนึ่งร้อยแปดสิบสอง The White Man’s Burden

    ผู้คนอาจจะรู้จัก รัดยาร์ด คิปลิ่งในฐานะผู้แต่ง

    “เมาคลีลูกหมาป่า”

    The Jungle Book

    แต่ในโลกปัจจุบันที่แนวคิดหลายๆอย่างอาจจะไม่ค่อยทำให้คนพอใจนัก

    เขายังเป็นผู้แต่งบทกลอนเกี่ยวกับแนวความคิด

    The White Man’s Burden

    ภาระหน้าที่ของคนขาว

    ว่าคนขาวนั้นมีภาระหน้าที่ในการที่จะต้องช่วยเหลือคนที่ด้อยพัฒนาสังคมเทคโนโลยี วัฒนธรรม

    ให้พวกเขากลายมาเป็นคนสมัยใหม่ไม่ตกอยู่ในความยากจนและความล้าหลังอีกต่อไป

    ซึ่งไม่น่าจะเป็นแนวคิดในสังคมปัจจุบันที่ยอมรับได้มากนัก

    สำหรับแนวสังคมปัจจุบันที่ยอมรับ

    ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

    Multiculturalism

    แต่สำหรับคนที่ผ่านการใช้ชีวิตในเมืองบอมเบย์หรือมุมไบของอินเดียมาแล้วอย่างรัดยาร์ด

    ไม่น่าจะยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ลงคอจริงๆ

    แบบเดียวกับที่โรเบิร์ต ดาวนี่ย์จูเนียร์เคยกล่าวว่า

    You can’t go a $2,000-a-nightsuite at La Mirage to a penitentiary and really understand it and come out aliberal

    “คุณไม่สามารถนอนที่ห้องสูทที่ลามิเรจ ราคา 2,000 ดอลล่าร์ต่อคืนและมานอนคุกโดยที่เข้าใจมันและออกจากคุกมาโดยที่ยังเป็นลิเบอรัลอยู่ได้”

    ว่าแนวความคิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมเชื่อมั่นในความหลากหลายว่าแต่ละวัฒนธรรมมีข้อดีของมันเอง

    หรือนักท่องเที่ยวต่างๆอาจจะมีความสุขที่เห็นชาวบ้านตามป่าเขาจุดไฟโดยถูกิ่งไม้หรือชนเผ่าพื้นเมืองที่ย้ายบ้านบ่อยๆหลบหนีไปตามป่าเขา

    เราจะค้นพบความเป็นจริงของชีวิตว่า

    ที่คนขาวพูดเรื่อง

    จุดสิ้นสุดทางประวัติศาสตร์นั้น

    แม้จะไม่ถูกทั้งหมดในแง่สังคมของจุดสิ้นสุด

    แต่ถูกต้องอย่างมากในการพัฒนาสังคมจากชนเผ่ามาเป็นรัฐสมัยใหม่

    เราไม่สามารถมาเป็นรัฐสมัยใหม่ได้หากเรายังนุ่งใบตองอยู่หรือใช้กาบมะหร้าวแทนผ้าอนามัยให้กับเด็กผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือเอาก้อนดินมาทำเป็นขนมปัง

    เมื่อมีข่าวการทำ

    “ก้อนดินขนมปัง”

    เราจะเจอข่าวภูมิใจในภูมิปัญยาชาวบ้านที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่างที่สื่อต่างๆของภาครัฐพยายามจะนำเสนอว่าความยากจนคือสิ่งดีงามสวยงาม

    แต่หากเราไปเดินทางในแอฟริกาและค้นพบว่าประชาชนในแอฟริกาทำก้อนดินขนมปังเหมือนกัน

    เราจะเริ่มรู้สึกแล้วว่าพวกเราไม่ใช่คนแปลกหรือการทำก้อนดินขนมปังไม่ใช่เรื่องน่าชื่นชม

    เพราะคนแอฟริกาเก่งกว่าเราในแง่ที่อย่างน้อยก็ใส่แมลงลงไปในก้อนดินเพื่อเพิ่มสารอาหาร

    หรือคนที่เอาดินปืนมาผสมกับยาเสพติดและสูดไปเพื่อคิดว่าเพิ่มพลังให้กับตนเองได้

    การกินหัวใจของศัตรูเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเองนั้นผมพอรับได้เพราะที่วิทช์ดอกเตอร์หมอผีของแอฟริกาทำนั้นมีการบันทึกไว้ในหลายตำราทางอาคม

    ว่าหากเราฆ่าศัตรูและแหวกหัวใจมากินนั้นเราจะได้พลังจากศัตรูที่เรากินหัวใจมา

    อย่างน้อยตำนานฟาฟเนียร์หรือเกี่ยวกับหัวใจมังกรก็บอกเราว่ามันทำได้จริงแม้เราอาจจะติดคำสาปมังกรมาด้วยก็ตาม

    แต่ไม่มีการบันทึกแต่อย่างใดว่าทานดินปืนแล้วจะทำให้เรามีพลังขึ้นมา

    แต่เราก็ทำไปแล้วเพราะเราขาดความรู้

    นี่คือสาเหตุที่คนขาวแซวแนวอิเซไคที่ชาวแดนอาทิตย์อุทัยพยายามพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมของดินแดนต่างโลกว่าคือ

    The Rice’s Man Burden

    ภาระหน้าที่ของคนข้าว

    ว่าคนข้าวแดนอาทิตย์อุทัยมีหน้าที่ทางศีลธรรมในการที่ต้องปฏิบัติต่อทาสอย่างดีไม่ทำทารุณโหดร้ายและนำเอาวัฒนธรรมมายองเนสข้าวและโชยุกับซุปมาเป็นวัฒนธรรมอาหารการกินให้พวกป่าเถื่อนต่างโลกได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมที่สูงส่งของคนข้าว

    รวมถึงพัฒนาให้ชนพื้นเมืองอิเซไคได้มีเงินทองมากขึ้นโดยแนะนำการปรับปรุงการทำนาหมุนเวียนการค้าขาย ธนาคารต่างๆ

    เพื่อให้ไอ้พวก savage ป่าเถื่อน อนารยชนคนเถื่อนเหล่านี้

    ได้รับรู้ถึงความสูงส่งของวัฒนธรรมของคนข้าว

    ไม่ต้องอยู่อย่างยากลำบากอีกต่อไป

    ทำให้คนขาวนั้นไม่ชอบที่คนข้าวได้นำเสนอแนวนิยายอิเซไค

    ตอนแรกสารภาพว่าเจิดเองก็เห็นด้วยเล็กน้อยกับคนขาว

    มองว่ามัฯธรรมควรมีความหลากหลายของมัน

    ไม่ควรยัดเยียดแนวคิดของเราให้กับคนอื่น

    แต่ตอนหลังมาเจอโลกนี้จริงๆทำให้เขาเห็นด้วยกับภาระหน้าที่ของคนข้าวมากขึ้น

    ว่าหากเราไม่ช่วยให้พวกที่เอาดินโป่งมาปิ้งกินให้พวกเขามีอาหารการกินที่ดีขึ้น

    หากเราคนข้าวไม่ทำแล้วใครจะทำกัน?

    เราไม่สามารถผ่านคุกมาได้โดยที่ยังเป็นลิเบอรัลอย่างที่โรเบิร์ตดาวนี่ย์ จูเนียร์ว่าไว้

    ดังนั้นเขาพยายามจะทำให้โลกนี้พัฒนามากขึ้นแม้พวกเขาจะด่าว่าผมในภายหลังก็ตาม

    เพราะหากไม่มีคนข้าวมาช่วย

    ชนพื้นเมืองก็ยังเอาดินมาปิ้งกินอยู่นี่ล่ะ

    “อ้าม ค่ะดาร์ลิงก์”

    ราตรีก็ยังปรนนิบัติตามฐานะผีสาวคอยรับใช้หมอผีที่ดี

    แทนที่จะใช้ความสามารถของตนเองไปทำเรื่องที่มีประโยชน์กว่า

    แต่หมอผีกลับเลือกที่จะเอาพวกผีสาวไปเป็นทาสกามคอยรับใช้

    ไม่ต้องห่วงทุกคน

    ผมได้สืบทอดจิตวิญญาณของท่านรัดยาร์ดคิปลิ่งผู้แต่งเมาคลีลูกหมาป่ามาแล้ว

    ไม่ยอมให้พวกเจ้าอยู่ในความล้าหลังป่าเถื่อนอีกต่อไป!!!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน