หวั่นไหวอีกครั้ง เธอพยายามจะหักห้ามใจ
ต่อให้เขาจะทำมากกว่านี้ เธอยังต้องหักใจให้ได้เขาจะมาเล่นกับความรู้สึกเธออีกไม่ได้เด็ดขาด!
“แต่ฉันมีแฟนแล้วนะ”
“แล้วยังไง ฉันชอบเธอ ฉันไม่ได้แย่งเธอไปจากเขา เื่ของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะ”
“เก็นจิ นายรู้หรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”
“รู้ ฉันรู้ตัวมาตลอด รู้มาตั้งนานแล้ว ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
ประโยคที่เขาพูดนี้มันทำให้ฉันอึ้ง! ไปเลย เมื่อฉันและเขายังเด็ก เขาก็มีใจให้ฉันเหรอเนี่ย บ้าไปแล้ว
“ฉันจำเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก กินเก่งคนนั้นได้ดีเธอยังอยู่ตรงนี้เสมอ”
เขาพูดแล้วเอามือหนาของเขามาทาบที่อกตรงตำแหน่งหัวใจของเขามันทำให้เธอรู้สึกบีบหัวใจอย่างมากที่สุด
“เธอ ไม่ต้องกังวลใจไปหรอก ขอแค่ฉันอยู่ตรงนี้ใกล้เธอได้เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว”
ประโยคนี้ฉันก็อึ้ง!ไปอีกเหมือนกัน เขานั่งอยู่ข้างฉัน ใจฉันสั่นไปหมดแล้ว
“กินเถอะ จะได้เวลางานแล้วนะ”
เขาหยิบเบอร์เกอร์ที่เขาซื้อมาให้ตนเองเหมือนกันหยิบเข้าปากแล้วเคี้ยว เขาไม่มีเขินอายอะไรเลยยังคงทำเหมือนสิ่งที่พูดเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษ อะไรของเขาเนี่ย!
เธอนี่หวั่นไหว ใจเต้นไม่เป็จังหวะไปหมดแล้ว ขณะที่เธอก็หยิบเบอร์เกอร์มาเคี้ยวกินมือเธอยังสั่นอยู่เลย มันไม่ยุติธรรมซะเลยนะ
เมื่อเวลางานมาถึงวันนี้เธอกับเก็นจิมาฝึกงานอยู่ที่ห้องคอลเซ็นเตอร์ ขนาดของห้องนี้ไม่ใหญ่มากลักษณะคล้ายกรอบสี่เหลี่ยม มีโต๊ะ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์วางอยู่ที่โต๊ะในห้องมีทั้งหมดสี่โต๊ะ พี่ที่ทำงานประจำตำแหน่งอยู่แล้วมานั่งอยู่ที่นี่สองคนรวมเธอและเก็นจิเป็สี่คนพอดี
เมื่อมาถึงพี่ที่ทำงานตำแหน่งนี้ทั้งสองคนก็นั่งโต๊ะทำงานกันหมดแล้วพวกเขาเตรียมตัวรับสายลูกค้าทั้งหมดในโรงแรมนี้
เธอและเก็นจิจึงรีบไปนั่งที่แล้วเตรียมตัวรับสายลูกค้าเช่นกัน
กริ๊งงง
โทรศัพท์ดังขึ้น เธอจึงรับสายทันที
“สวัสดีค่ะ ดิฉันขวัญข้าวรับสาย เป็เกียรติให้บริการค่ะ”
เธอพูดไปด้วยก็หันไปมองกระจก เพื่อมองดูใบหน้าของตน พยายามยิ้ม ให้น้ำเสียงที่พูดออกไปออกมาดีที่สุด
“ฮัลโหล รับสายแล้วทำไมไม่พูด”
เธอแปลกใจที่ลูกค้าไม่ได้ยินที่เธอพูด
“อ้อ ได้ยินแล้ว บอกให้ปรับปรุงเื่สายดีเลย์ ั้แ่เมื่อวานยังไม่ได้ปรับปรุงอีกหรือไง”
เมื่อวานแขกน่าจะโทรมาแล้ว แล้วสายน่าจะดีเลย์จนแขกรําคาญ
“ต้องขออภัยด้วยนะคะ”
“กว่าจะได้ยินเสียงเธอนะ”
“เมื่อวานน้ำที่ห้องฉันไหลช้าโทรมาแจ้งแล้ว ช่างมาแก้แล้ว แต่วันนี้น้ำกลับมาไหลช้าอีกแล้ว”
สายยังดีเลย์สามถึงสี่วินาทีเสียงจากปลายสายถึงจะได้ยิน
“ค่ะเดี๋ยวดิฉันขอประสานงานให้ใหม่นะคะ ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะ”
“รีบๆหน่อยนะช่วยแก้ปัญหาให้มันจบๆ ี้เีโทรหาแล้ว”
เสียงจากปลายสายเมื่อเธอได้ยินจบก็กดวางสายจากเธอทันที สายแรกก็ทำให้เธอรู้สึกแย่แล้วโรงแรมระดับห้าดาว ลูกค้ายังมีแบบนี้อีกหรือไง
เก็นจิเห็นขวัญข้าวคุยกับลูกค้าสายแรกหน้าตาก็หม่นหมองซะแล้ว เขาพอมองออกว่าเกิดอะไรขึ้น
“อย่าคิดมากนะขวัญข้าวลูกค้าดีๆมีเยอะแยะ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็แบบนี้”
“อืม ขอบคุณนะ”
เขายิ้มให้เธอให้กำลังใจเธออีกแล้ว เธอจึงตั้งใจทำงานต่อไป
ถึงเวลาพักกลางวัน
วันนี้ทุกคนพักทานข้าวพร้อมกันทั้งสี่คนพวกเขาออกมาทานอาหารนอกโรงแรมกันเช่นเคย บรรยากาศร้านอาหารเป็เพลิงเล็กๆร้านอาหารตามสั่งข้างโรงแรม ที่พวกเขามากินที่นี่วันนี้เป็ครั้งแรก
ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์โดยไม่สนใจกัน จนถึงเวลาที่อาหารมาเสิร์ฟ จึงเริ่มจะมองหน้ากันบ้าง
อาหารมาเสิร์ฟแล้วเมนูแรกคือกระเพราไก่ ไข่ดาวของเก็นจิและขวัญข้าว ตามด้วยข้าวผัดผักหมูกรอบของเพิร์ลและสุดท้าย ข้าวผัดต้มยำทะเลของกาย
เมื่อตักอาหารคำแรกของกายเขาเคี้ยวแล้วทำตาโต
“หืม อร่อยมาก”
“ร้านนี้อร่อย”ขวัญข้าวบอก
“ร้านเล็กๆแต่อร่อยมาก”เก็นจิเสริม
“ไว้วันพรุ่งนี้ถ้าพักพร้อมกันมากินที่นี่อีกนะ” เพิร์ลเห็นด้วย
“เสียดายปิดไวถ้าตอนเย็นเปิด มากินอีกแน่นอน ถูกด้วย” กายตบท้าย
“อาหารที่นี่แพงมากมีร้านนี้ล่ะ ที่ถูกและอร่อย ประหยัดเงินไปได้เยอะ”
“ถูกต้องเลยกายฉันเห็นด้วย”
“ใช่เพิร์ล”
“งานครึ่งวันนี้เป็ยังไงบ้าง”กายถาม
“ก็ปวดหัวเช่นเดิม”เพิร์ลบอก
“งานคอลเซ็นเตอร์น่ะปกติก็ช่วยประสานงานแก้ปัญหาให้แขก” เก็นจิเสริม
“อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้าแขกนะ”
“ก็จริงของเพิร์ลนะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้า แต่นอกจากจะช่วยประสานงาน แก้ปัญหาให้แขกแล้วฉันล่ะไม่ชอบสายดีเลย์เลย แค่ปัญหาที่ลูกค้าเจอก็หงุดหงิดแล้วยังจะมาดีเลย์ให้แขกยิ่งหงุดหงิดเป็ทวีคูณอีกนะ”
“แกเจอปัญหานี้เหมือนฉันเลยขวัญข้าว”
“เธอเองหรือกายที่คุยกับแขกที่น้ำในห้องเขาไหลช้า”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันเองวันนี้เขาโทรมาอีกแล้วเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิสายแรกของฉันเลยล่ะ”
“ทำใจเลยไม่อยากเห็นหน้าเขาเลยอ่ะ เขาเหวี่ยงมาก”
“ทุกคนรีบกินข้าวเถอะจะถึงเวลาทำงานแล้วนะ” เพิร์ลเตือน
“โอเค”กายตอบรับ
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
สายเข้าจากโทรศัพท์ของเก็นจิเขารับสายสีหน้าดูเคร่งเครียดหน้าดู เมื่อเขาคุยเสร็จเขากดวางสายก็หันมาคุยกับขวัญข้าว
“ขวัญข้าว รีบทานข้าวแล้วไปทำงานเถอะ”
“มีอะไรหรือเปล่าเก็นจิ”
“เดี๋ยวเล่าให้ฟังระหว่างทาง”
ทำเอาเธอแทบจะกินข้าวไม่ลงแต่ก็กิน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ใช่เพราะความหิวก็แล้วกัน!