รถยนต์ทรงสปอร์ตสุดหรูสีเหลืองแล่นผ่านถนนเข้าคฤหาสน์มังกรคำรามเสียงเครื่องยนต์อันโดดเด่นเรียกให้ทุกสายตาของทุกคนหันมองตามเหล่าสมาชิกในแก๊งต่างรีบพากันยืนออกันตรงลานจอดรถ
พ่อบ้านเดินเข้าไปเปิดประตูรถเมื่อเห็นว่ามันจอดสนิทเรียบร้อยแล้วเด็กหนุ่มในชุดสูทเรียบร้อยสีดำก้าวลงจากรถพร้อมผมที่ถูกจัดทรงไปด้านหลังเผยดวงตาสีอำพันและจมูกโด่งเป็นสันให้ทุกคนได้เชยชม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ/ครับ นายน้อย!”พวกเขาทำความเคารพแล้วกล่าวทักทายประสานเสียงพร้อมเพรียง
“หื้ม? เมื่อกี้พวกคุณพูดว่าอะไรนะ?” จินที่กำลังจะเดินกลับชะงักตัวทันทีที่ได้ยินคำแปลกๆ
“อะ เอ่อ... นะ นายน้อย ครับ”พ่อบ้านตอบด้วยใบหน้าเกรงกลัวบางอย่าง
“ยังดีกว่านายท่านหรือท่านหัวหน้าอะไรพวกนั้นอีกถ้าให้ดีเรียกผมว่าจินก็ได้ ผมไม่ถือ” จินตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเดินจากไป
“...”
เหล่าบริวารทั้งหลายต่างลอบถอนหายใจขับรอยยิ้มให้นายน้อยของพวกเขาด้วยความเอ็นดูซึ่งแตกต่างจากเคียวที่อะไรไม่เข้าหูหน่อยได้เลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว
“คุณด้วยนะ กิล”จินหันไปบอกคนขับรถที่เดินมาข้างๆ
“ไม่เอาครับ ท่านหัวหน้า”กิลอยู่ในชุดสูทสีสันแปลกประหลาดโชว์หัวใสสะท้อนแสงพูดอย่างหนักแน่น
“นี่คือคำสั่ง!”
“ไม่รับคำสั่ง ท่านหัวหน้า”
“คุณนี่มัน แล้วชุดบ้าอะไรเนี้ย เฮ้อ...ไปกันเถอะ” สุดท้ายแล้วจินต้องจำยอมล่าถอยไป
“ท่านหัวหน้าไม่รู้จักแฟชั่นเหรอ?”กิลพูดจาหน้าตายขยับชุดที่สวมโชว์ไปหนึ่งที
“โอเค แฟชั่นสินะ ผมคงตามไม่ทันคุณเจมส์กับคุณฮานะมาถึงหรือยังครับ”จินหยุดเดินแล้วหันกลับไปถามแม่บ้านคนสนิทของชาโต้ด้านหลัง
“คุณเจมส์กับคุณฮานะรอนายน้อยอยู่ที่ห้องทำงานพร้อมกับนายท่านแล้วเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณครับ”จินและกิลเดินผ่านชั้นหนึ่งขึ้นไปยังชั้นสองมุ่งไปยังห้องทำงานของชาโต้ตรงสุดทางเดิน
ห้องทำงานของชาโต้ถูกออกแบบส่วนใหญ่ด้วยไม้ใช้โทนสีน้ำตาลให้การตกแต่งทั้งยังประดับด้วยแสงไฟสีส้มอ่อนให้ความรู้สึกอบอุ่นหากทำงานในที่แห่งนี้ย่อมได้รับความผ่อนคลายและรู้สึกราวกับถูกโอบกอดด้วยความรักก็ไม่ปานขณะนี้มีชายชราในชุดสบายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานพร้อมด้วยบุคคลสองคนยืนตรงหน้าด้วยความนอบน้อมมาดนิ่ง
“พลังวิญญาณงั้นเหรอครับ?”พอฟังชาโต้อธิบายเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของคนระดับสูงในแก๊งก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“มันคืออะไรงั้นเหรอคะ”ฮานะแสดงอาการฉงนชวนมึน
“เคยได้ยินนึกว่าเป็นคำพูดชวนเท่เสียอีก”เจมส์เคยหัวเราะให้เพื่อนเขาคนหนึ่งไปคำโตเลยทีเดียว
“มันเป็นพลังที่หลอมรวมสิ่งสำคัญในร่างกายทั้งสามอย่างเข้าด้วยกันร่างกาย พลังชีวิต และจิตวิญญาณ หากจับสัมผัสได้มันจะแสดงเอกลักษณ์ของพลังวิญญาณออกมา ซึ่งทุกคนมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันเบื้องต้นสามารถดูได้จากสีของออร่า หากจะเข้าใจกับสิ่งที่พูดก็คงยากไปหน่อย มันเป็นแค่นามธรรมเดี๋ยวรอให้หลานข้ามาสอนพวกเจ้าดีกว่า”พออ่านจากสีหน้าของทั้งสองชาโต้เลยไปไม่เป็น
“ขออนุญาตครับคุณปู่”ไม่นานนักจินก็มาถึง โดยมีรอยยิ้มจากชาโต้เป็นการต้อนรับ
ด้วยรูปลักษณ์แตกต่างออกไปทำให้เจมส์กับฮานะไม่คุ้นชินกับชายตรงหน้า
“พอแต่งองค์ทรงเครื่องหน่อยนี่หล่อเหลาเหมือนปู่ตอนหนุ่มๆเลยนะ”
“ขอบคุณครับแต่ผมคงสู้คุณปู่ไม่ได้หรอกมั้ง” จินยิ้มกลับไปยังชายชรา
“ฮ่าๆๆ พอก่อนๆปู่กำลังจะสอนเจมส์กับฮานะเกี่ยวกับพลังวิญญาณ หลานพอช่วยอะไรได้ไหมปู่ไม่ค่อยสันทัดเรื่องพวกนี้”
“ผมก็มือใหม่อยู่เหมือนกันอาจจะพอช่วยอะไรได้ไม่เยอะ”
จินเพิ่งรู้จักพลังนี้ได้จากควาทรงจำของมากิหากนับตามจริงแล้ว ยอมรับได้ว่ายังไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่โชคดีหน่อยซึ่งมันดูคล้ายพลังเวทอยู่ไม่น้อย การจับสัมผัสจึงไม่ใช่เรื่องยากแต่จะให้พูดอธิบายคงต้องว่ากันอีกที
“หลานอำปู่เล่นแล้ว!มือใหม่ที่ไหนเอาชนะผู้อาวุโสได้” ชาโต้ค่อนข้างตกใจหากคนตรงหน้ามือใหม่แล้วเขาละเรียกว่าอะไร
“คุณจินล้มผู้อาวุโสได้งั้นเหรอ!”เจมส์แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
รายละเอียดของเหตุการณ์วันนั้นไม่ค่อยมีใครรู้เท่าไหร่รวมถึงเจมส์กับฮานะด้วย
“คุณปู่เขาพูดเล่นไปงั้นแหละครับอย่าไปสนใจเลย” จินยิ้มกลบเกลื่อน
“อะแฮ่ม! ยังไงก็ช่วยพวกเขาหน่อยแล้วกันพวกเราต้องการกำลังคนให้มากที่สุดตอนนี้ ปู่ขอตัวก่อน”ชาโต้ส่ายหัวกับการโกหกหน้าตายของหลานตัวเอง
“ปู่ครับ ผมมีอะไรบางอย่างจะให้”
“หื้ม?” ยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากโต๊ะ ชาโต้ต้องเงยหน้ามองจินด้วยความสงสัย
“เก็บนี่ไว้กับตัวตลอดเวลานะครับหากมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือตกอยู่ในอันตราย ให้เรียกชื่อผมทันที”จินยื่นสัญลักษณ์รูปสายฟ้าเหมือนที่เคยให้เรย์กะให้ชาโต้
“มันคืออะไรงั้นเหรอ?”ชาโต้พลิกไปมามองดูมันก่อนสักพัก
“เก็บไว้กับตัวดีๆ นะครับ”จินพูดด้วยสายตาเป็นห่วงตอนนี้ชาโต้เป็นญาติเพียงคนเดียวและเขาต้องการดูแลสิ่งสำคัญนี้ให้ดีที่สุด
“ขอบใจนะหลาน ปู่จะเก็บมันติดตัวไว้”ชายชรารับมันมาด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินออกจากห้องไป
“งั้นพวกเรามาเริ่มกันเลยไหมครับ”จินหันกลับมามองคนทั้งสอง
พร้อมด้วยการพยักหน้าเตรียมพร้อมเรียบร้อย
“งั้นคุณฮานะนั่งดูก่อนแล้วกันผมขอเริ่มจากคุณเจมส์”หญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำทะเลเดินไปนั่งด้านข้างอย่างว่าง่ายแต่ก็ลอบมองอยู่ตลอด
“พลังวิญญาณพวกเรามีมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วแต่การคงอยู่ของมันยังคงเป็นปริศนาดังนั้นเราจะเรียกมันออกมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อจับสัมผัสถึงการคงอยู่ของพลังได้ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจสามสิ่งสำคัญ ร่างกาย พลังชีวิต และจิตวิญญาณหาเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ร่างกายเหมือนแก้วน้ำใบหนึ่งพลังชีวิตเหมือนปริมาณน้ำในแก้ว ส่วนจิตวิญญาณคือชนิดของน้ำความสมดุลของทั้งสามจะเป็นค่าผันแปรมากน้อยในการเรียกใช้พลัง”
“ผมอธิบายงงหรือเปล่า”
“พอเห็นภาพขึ้นมาบ้างแล้วครับ”เจมส์คิดตามแล้วพยักหน้าให้จิน
“คุณฮานะล่ะ”จินหันไปถามคนที่นั่งจ้องตาไม่กะพริบ
“พอเข้าใจ มั้ง”หญิงสาวเริ่มไม่แน่ใจว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจ
“งั้นเดี๋ยวผมแสดงให้ดูก่อนแล้วกัน”จินถอยห่างจากเจมส์และฮานะพอสมควร เขาหลับตาตั้งสมาธิ
พึ่บ!แสงสีเหลืองทองไหลท่วมทั่วร่างของจินแต่เพราะเขาลืมตัวเลยใช้ปริมาณออกมามากจนเกิดแรงกดดันอันมหาศาล
“อึก!”ร่างกายของทั้งสองหนักอึ้งจนต้องล้มไปกับพื้น
“ขอโทษทีครับ”
พอจินสลายพลังแล้วทั้งคู่กลับมาหายใจทั่วท้องได้อีกครั้งความหนังอึ้งรูปแบบแปลกใหม่ทำเอาพวกเขาแทบแย่
“มันดูน่าเกินความเป็นจริงไปหน่อยนะครับราวกับเวทมนตร์ที่ผมเคยดูในหนังเลย”แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เจมส์แสดงความต้องการอยากลองอยู่ไม่น้อย
“มันยังเทียบไม่ได้กับเวทมนตร์หรอกครับเชื่อผมสิ”
“หื้ม?” เจมส์ทำหน้าฉงน
“ได้ยินไม่ผิดหรอกครับพวกเรามาลองกันเลยดีกว่า ผมจะลองชักนำพลังในร่างของคุณดูแล้วคุณพยายามจับความรู้สึกนั้นไว้”
“หลับตา พยายามจับสัมผัส อย่ารีบร้อนพวกมันคือตัวตนของคุณ”
จินวางมือลงบนไหล่ของเจมส์ความอบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วร่าง เจมส์สำรวจร่างกายโดยละเอียดถี่ถ้วนเขากำหนดลมหายใจด้วยความรับรู้แล้วทันใดนั้นแสงสีเงินสว่างขึ้นในใจกลางหน้าอกของเขา
“...”เหงื่อตรงหน้าผากเริ่มผุดจำนวนหลายเม็ดแสงสีเงินเริ่มก่อตัวจากจุดกำเนิดแล้วขยายวงกว้างมากขึ้นแต่มันกลับระเหยไปในอากาศเสียก่อนจะเกิดการควบแน่น
“จับได้แล้วสินะครับ พยายามฝึกเรื่อยๆเดี๋ยวก็ดีขึ้น” จินยกมือออกแล้วยิ้มให้กับภาพที่เพิ่งเห็นไป
เจมส์หอบหายใจหนักหน่วงใบหน้าซีดเผือดไร้สีสันราวกับวิ่งมาหลายสิบกิโลเมตร
“ทะ ทำไมมันกินพลังแบบนี้แล้วทำไมคุณจินถึงไม่แสดงอาการอะไรเลย นึกว่ามันจะง่ายเสียอีก”
“ผมอาจเป็นข้อยกเว้นคุณไปนั่งพักก่อนเถอะ คุณฮานะพร้อมนะครับ”
ฮานะเดินมายืนตรงหน้าจินจุดที่เจมส์เคยอยู่เมื่อสักครู่ใบหน้าอันจริงจังของหญิงสาวเล่นเอาจินไปไม่ถูกเลยทีเดียว
“ผมไม่ต้องพูดทฤษฎีให้ฟังอีกรอบแล้วนะ”
“ฉันได้ยินหมดแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำเลยฉันพร้อมแล้ว”
“ครับคุณผู้หญิง”ความพยศของฮานะเป็นสีสันไม่เหมือนใครจริงๆ
ฮานะหลับตาลงเช่นเดียวกับเจมส์ริมฝีปากขบกันแน่นทันทีที่จินวางมือบนไหล่ของเธอ
“อึก!”หญิงสาวกัดปากตัวเองข่มความรู้สึกอันปั่นป่วน
ไม่แกล้งแล้วดีกว่า จินลืมตาข้างหนึ่งแล้วยิ้มให้ ก่อนจะกลับมาชักนำพลังในแบบปรกติ
เส้นพลังเหมือนเส้นด้ายสีฟ้าครามอยู่ท่ามกลางความมืดของจิตใจหญิงสาวยื่นมือไปคว้ามันแต่กลับไม่ถึงฮานะสัมผัสถึงเส้นสายพลังเข้ามาในความคิดแวบหนึ่งก่อนมันหายไป
พึ่บ!ทั่วทั้งร่างของฮานะถูกปกคลุมด้วยออร่าสีฟ้าครามสดใสแล้วระเหยไปในอากาศเช่นเดียวกับเจมส์
“แฮก แฮก”ฮานะหายใจอย่างรุนแรงล้มลงไปนั่งกับพื้นเม็ดเหงื่อจากใบหน้าตกลงพื้นตามจังหวะร่างกายที่สั่นเทิ่ม
“เก่งกันทั้งสองคน ยังไงก็พยายามเข้านะ”จินไม่คิดว่าพวกเขาจะสัมผัสถึงพวกมันได้รวดเร็วเช่นนี้ คงไม่น่าแปลกเท่าไหร่ซึ่งทั้งคู่ต่างพาความเป็นความตายมาไม่น้อย
แต่ส่วนหนักใจคงเป็นที่ฮานะจ้องมาทางเขาอย่างเขม็งอีกครั้ง
“ทำไมถึงชอบจ้องผมแบบนั้นผมไปทำอะไรให้เนี้ย” จินนั่งลงมองหน้าเธอ
“นายจำไม่ได้งั้นเหรอ”ฮานะพูดเองแก้มแดงเอง
“หื้ม?”
“ฉะ ฉันจะฆ่านาย!”ฮานะยกแขนจะฟาดเข้าใส่จิน แต่ชายหนุ่มกลับไหวตัวทันหลบออกไปเสียก่อน
“คงยากหน่อยนะครับ”
ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ”
“ขออนุญาตเจ้าค่ะกลุ่มท่านมาร์คเรียกนายน้อยเข้าพบที่ห้องประชุมเจ้าค่ะ”แม่บ้านคนสนิทของชาโต้เดินเข้ามาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“เดี๋ยวผมตามไปครับ”
พวกนั้นคิดจะทำอะไรอีกละเนี้ยจินดันหัวฮานะกันไว้ด้วยมือข้างขวา แล้วทำใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที