ตอน 28 บานปลาย
ณ วังหลวง ตำหนักใหญ่
"ฝ่าา.... ท่านแม่ทัพชางเฟยขอเข้าเฝ้า"
"ฮูหยินน้อย ไหนเ้าบอกว่าแม่ทัพชางป่วยหนักกล้ากล่าวเื่เท็จกับข้าเชียวหรือ หากเป็คนอื่นข้าคงสั่งตัดหัวไปแล้วแต่เ้านั้นประดุจดั่งลูกข้า ข้าจะไม่ถือโทษเ้า เอาเป็ว่าเ้ากลับไปซะเถอะอย่าสร้างความลำบากใจให้ข้าเลย"
"ขันทีข่านจี๋ ให้แม่ทัพชางเข้ามาข้าอยากฟังว่าเขามีเื่อันใด"
"ทูลฝ่าา เป็ข้าที่ผิดเองละเลยหน้าที่ ปล่อยให้ฮูหยินเข้ามาจุ้นจ้านกับเื่การทหารบัดนี้ข้าไม่ได้ป่วยร้ายแรงอันใด ข้าสามารถเดินทางไปตามแผนที่ท่่านวางไว้ได้"
"ชางเฟย จุ้นจ้าน??? ความหวังดีของฉันนายมองมันว่าเป็การจุ้นจ้านหรอ"
"ฉันไม่น่าหวังดี เห็นใจคนอย่างนายเลย"
"ฝ่าา จ้าวิทูลลา"
"แต่ถึงอย่างไรข้าเห็นสมควรว่าให้เสิ่นปู้เถียวออกรบพร้อมเ้า หวังว่าเ้าจะเข้าใจ"
"ฝ่าา ขอท่านไตร่ตรองใหม่เถิดปู้เถียวยังอายุน้อย ชอบงานกวีอย่างยิ่ง มิได้เก่งกาจการรบแม้แต่น้อย หากเอาไปด้วยเกรงว่าจะเป็ภาระเปล่าๆ"
"ชางเฟย เหตุใด เ้าไม่เปิดใจให้ผู้ใดเลยล่ะเดี๋ยวนี้ใจกล้าออกคำสั่งกับข้าอย่างนั้นหรือ"
"ชางเฟยไม่กล้าๆๆ"
"งั้นก็เอาตามที่ข้าว่า"
อี้หรานเดินออกจากตำหนักใหญ่ ด้วยท่าทีไม่ค่อยพึงพอใจสักเท่าไหร่เดินไปบ่นไป กระทั่งพบฉีหนิงกำลังเดินมุ่งหน้ามาแต่ไกล อี้หรานพยายามโบกมือขึ้นสูงะโโลดเต้นให้เป็จุดสนใจ หวังให้ฉีหนิงเห็นได้ชัด
"ทำไมเ้าฉีหนิงหน้าบื่อนั่น เมินเฉยขนาดนั้นล่ะเมื่อก่อนเวลาเจอฉันมักจะดีใจเหมือนปลากระดี๋ได้น้ำไม่ใช่หรอ"
"อืม ไม่เป็ไร เดี๋ยวฉันเข้าหานายเอง"
อี้หรานรีบวิ่งเข้าหาฉีหนิง จนตัวเองสะดุดล้ม....เห็นแบบนั้นฉีหนิงไม่อาจเมินเฉยได้อีก รีบพุ่งเข้ามารับร่างของนางไว้รับอี้หรานไว้ในอ้อมแขน...ทั้งสองสบตากันปริบๆฉีหนิงเองไม่ยนอมปล่อยนางออกจากอ้อมกอด เพราะตกอยู่ในห้วงภวังค์ คิดว่านางที่อยู่ตรงหน้าคือแม่นางในดวงใจอี้จ้าวิ
อี้หรานคิดในใจ...
"จะว่าไป ฉีหนิงเ้านี่ก็หน้าตาหล่อเหมือนกันนะเนี่ย"
"น่าเสียดายที่ฉันยังไม่ได้กิน ฮ่าๆ"
จังหวะนั้นเอง ชางเฟยและปู้เถียวออกจากตำหนักใหญ่เห็นภาพบาดตาบาดใจกับตา พลังความหึงลุกพ่าวๆ ทนไม่ได้เข้าไปกระชากมืออี้หรานอย่างแรง
"ฉีหนิง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้แผนการของท่านนะท่านจงใจเข้าใกล้นาง ยังไงนางก็เป็ฮูหยินของข้า ท่านหมดโอกาสแล้วยอมแพ้เสียเถอะ"
"ฮะ ฮ่าาาาา กล้ามากกล้าพูดคำว่ายอมแพ้กับข้า"
"คนอย่างข้า ไม่มีทางยอมแพ้ใครหรอก "
"อย่างน้อย ท่านควรให้เกียรตินางบ้างนางอาจจะอับอายจากสายตาผู้คน"
"มีแต่เ้า ที่คิดอกุศล แค่เพียงแค่ช่วยนางเมื่อครู่ไม่รู้ว่านางรีบร้อนไปที่ใด เกือบหกล้ม หากข้าไม่เข้าช่วยเหลือนางหกล้มหน้าทิ้ม แบบนั้น นางจะไม่อับอายเสียยิ่งกว่าหรือ"
"ชางเฟย นายอย่าเป็หมาบ้าได้ป่ะที่นายว่าฉันจุ้นจ้าน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลยนะ"
"เหอะๆ งั้นขอบคุณไท่จื่อที่ช่วยเหลือเป็ชางเฟยที่วู่วามเอง "
"คราวนี้พวกข้าคงต้องขอตัวก่อนพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางนำทัพั้แ่รุ่งสาง"
ฉีหนิงยิ้มมุมปาก มีใบหน้าสะใจนัก ยืนมองทั้งสามเดินจากไปจนสุดสายตา
"ดี แค่นี้ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงแผนของข้าเกือบล่มเสียแล้ว"
"ขุนพลอิง งั้นเ้าไปเตรียมการตามแผนเดิมของเราเตรียมลงมือกับแม่ทัพชาง"
ณ จวนเสิ่น
"อี้หราน เ้าอย่าโกรธข้าเลยพรุ่งนี้ข้าก็ต้องเดินทางไกล เสี่ยงชีวิตต่อสู้เพื่อชาวเมือง "
"ข้าไม่ได้หมายความว่าเ้าจุ้นจ้าน เพียงแต่ว่าข้าอยากให้ฝ่าาเข้าใจว่า เ้าทำเื่ใหญ่เช่นนี้โดยพลการโดนข้าตำหนิอยู่บ้าง"
"แต่ความจริงแล้ว ข้ากล้าตำหนิเ้าซะที่ไหน"
"จริงนะ ถ้างั้น คืนนี้ก่อนไปออกรบตอนเช้านายจัดหนักให้ฉันได้ป่ะ "
"ได้สิ ถ้าเมีย้า ข้าจะมอบรักเร่าร้อนบนเตียงให้เ้าร้องขอชีวิตเยี่ยงเดรัจฉาน"
"แหม๋ ป่วยอยู่ ทำเป็ปากดี"
"แค่นี้ไม่เป็ไรมากหรอก เป็เ้าที่ตื่นตูมไปเอง"
"ฉันเห็นแผลบนตัวของนาย ฉันก็อดเป็ห่วงนายไม่ได้ฉันคิดว่านายออกรบมานับครั้งไม่ถ้วน นายควรได้พักได้แล้ว ไม่งั้นนายก็ต้องออกรบจนแก่เลยหรอขนาดคนรับราชการในโลกของฉันยังมีวันเกษียณเลย"
"เ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจหรอก สำหรับพวกเราแม้ตายก็ไม่เสียดายชีวิต ข้ายินดีทำเพื่อแผ่นดิน เพื่อชาวเมืองจนตัวตาย"
"หลิงหว่าน มีอะไร"
"ท่านแม่ทัพ ช่วยคุณชายรองด้วยคุณชายรองกำลังโดนโบย ที่ตำหนักใหญ่"
"ท่านแม่โบยเขาทำไมกัน "
ณ ตำหนักใหญ่
"กลับจวนมาไม่กี่ชั่วยามก็เกิดเื่เลยหรือ....ท่านแม่เหตุใดท่านต้องโบยน้องรอง"
เฟี้ยบบบบบ เพี้ยะะะ อุ้กก !!!
"ท่านแม่ หยุดนะ!!!"
ชางเฟยทนเห็นน้องรองเจ็บต่อหน้าไม่ได้รีบเอาตัวเองไปกำบังไม้โบยเอาไว้ โอบกอดน้องรองแน่น
วินาทีนั้น ปู้เถียวเกิดความอบอุ่นในใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลพราก
"ที่แท้ก็ยังมีพี่ใหญ่ ที่หวงแหนข้า"
เพื่อไม่ให้ชางเฟยต้องเจ็บตัวฮูหยินใหญ่ยอมทิ้งไม้โบยลงพื้นเสียงดังลั่น
"หลิงหว่าน รบกวน เ้าพาน้องรองกลับห้องใส่ยาให้เขา "
"ท่านแม่ ท่านทำเกินไป ข้าผิดหวังที่ท่านลงมือกับน้องรองเช่นนี้"
"จะไม่ให้ข้า ลงมือได้อย่างไรน้องรองของเ้าชอบทำตัวเป็ภาระ รนหาที่ ไม่สั่งสอนให้รู้ความเสียหน่อยครั้งหน้าสร้างเื่ใหญ่ให้สกุลเสิ่น ข้าจะทำอย่างไรได้ถึงขั้นกล้าขอออกรบแทนเ้า มันเื่เหลวไหลอะไรกัน ข้าต้องปล่อยให้ลูกชายทั้งสองออกรบพร้อมกัน ใจคนเป็แม่เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย"
"ท่านลงโทษน้องรองใหญ่หลวงขนาดนี้เพียงเพราะเื่นี้อย่างนั้นหรือ"
"ท่านแม่วางใจได้ น้องรองทำแบบนั้นก็เพื่อข้าข้ารับรู้ได้ถึงความหวังดีของน้องรอง เขาคงอยากปกป้องข้าและอยากพิสูจน์ตัวเองให้ท่านแม่วางใจ แต่ท่านไม่ต้องกังวลออกรบครั้งนี้ไม่อาจขัดคำของฝ่าาได้ ข้าจะดูแลปกป้องน้องรองสุดชีวิต"
ทันทีที่ทุกคนเดินออกจากห้องโถง ฮูหยินใหญ่ทรุดลงพื้น น้ำตาไหลพราก พึมพำกับตัวเอง
"ข้าตีลูก ข้าเองเ็ปใจยิ่งกว่าเพียงแต่มันเป็วิธีดูแลลูกของข้า.... ชางเฟย เ้ายังไม่เคยมีบุตรเ้ามิเข้าใจแม่หรอก"
"แม่มิได้อยากทำร้ายปู้เถียวแม้แต่น้อยแต่แม่หวังว่า ทางเดียวที่จะช่วยให้น้องของเ้ามิต้องออกรบคือทำให้าเ็เจียนตายซะ"
"นี่ข้าโบยเขาไปแค่ 3 ครั้งเ้าก็เป็เดือดเป็ร้อน เห็นที ข้าคงจะห้ามชะตามิได้แล้ว ต้องทำใจมองลูกทั้งสองออกรบสินะ"
ณ เรือนเล็กห้องของปู้เถียว
"หลิงหว่าน ขอบคุณเ้าที่ทายาให้ข้า"
"เหตุใด เ้ามีน้ำตานองอาบแก้ม"
"ปู้เถียว....ข้ารักเ้า"
"ห่ะ เ้าว่าไงนะ เปเ็นไปได้อย่างไรหรือว่าข้ากำลังฝันอยู่"
"เดิมทีข้าคิดว่า ข้าไม่อาจชมชอบคนอย่างเ้าได้ ทว่าั้แ่ข้าเข้าจวนเสิ่นมาไม่มีใครดีกับข้าเลยสักคน ยกเว้นเ้า "
"เ้าคอยอยู่เป็เพื่อนข้า ปลอบใจข้าให้กำลังใจข้า ดังนั้นข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหัวใจของข้ามันแพ้ให้กับเ้าั้แ่เมื่อใด "
"ข้ารู้เพียงแต่ว่า เห็นเ้าเ็ปข้านั้นไม่อาจนิ่งเฉยได้ อยากร่วมเ็ปไปกับเ้า"
ปู้เถียวฟังคำพูดของนาง รู้สึกซาบซึ้งกินใจ น้ำใจแห่งความปีติไหลออกมาลุกขึ้นโอบกอดนางอย่างแน่นแฟ้น
"หลิงหว่าน รอข้า รอข้านะ ครั้งนี้...ข้ากลับจากสนามรบ ท่านแม่คงงพอเห็นใจข้าบ้าง มีข้ออ้างให้นางตามใจตอนนั้นข้าจะสู่ขอเ้า...."
"ขอบคุณที่เชื่อใจข้า"
"เสิ่นปู้เถียว.....ข้าจะรอเ้ากลับมาข้าจะแต่งกับเ้า"
เมื่อทั้งสองสารภาพความในใจต่อกันพวกเขาใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดอยู่ด้วยกัน ตลอดทั้งคืน...ด้วยบรรยากาศพาไป พวกเขาอดใจไม่ไหว ร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนใต้แสงเทียน....ไม่ว่าร่างกายจะาเ็อย่างไรก็ไม่อาจขัดขวางความ้าทางเพศของวัยหนุ่มสาวได้ปู้เถียวเผด็จศึกแม่นางน้อยหลิงหลิงหว่าน ฝากน้ำรักสีขาวขุ่นสูบฉีดพ่นใส่ทิ้งไว้ในช่องน้อยใต้หว่างขาของนางจนเอ่อล้น มันปะปนกับเืของนาง
"หลิงหว่านข้าทำเ้าเจ็บเกินไปหรือไม่...เหตุใดมีเืปะปน"
"ปู้เถียว...เ้าเป็ชายคนแรกที่ขโมยพรหมจรรย์ของข้า...."
"เ้าลงมือไม่ลืมหู ลืมตาขนาดนั้นจะไม่ให้มันฉีกขาดได้อย่างไร"
ปู้เถียวลูบหัวนางเบาๆ
"ข้าขอโทษเป็ข้าที่ใจร้อนลงมือดุเดือดกับเ้า"
"ข้าชอบความหื่นกระหายนี้ของเ้า..."
ทั้งสองนอนโอบกอดกัน หลับใหลในอ้อมกอดของกันและกัน กระทั่งใกล้รุ่งสาง