สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 พวกเราต้องเริ่มโจมตีก่อน

            ซุนเฟยรับรู้ได้ถึงสายตาของทุกคนที่จับจ้องมาที่เขา

            เขาจึงแสดงรอยยิ้มให้ความมั่นใจแก่ทหารและพลเรือนที่กระวนกระวายใจเขาโบกมือเรียกบรู๊คและเพียร์ซให้ทั้งสองคนที่อยู่ตรงด้านล่างหอประตูเมืองให้ขึ้นมาหาเขาและเมินเฉยต่อพัศดีโอเลเกร์ที่พยายามดึงดูดความสนใจกับตัวเองและไม่สนใจเลขานุการบาร์เซิลที่ยืนอยู่ตำแหน่งด้านหลังไม่ไกลจากตัวเอง

            นี่เป็นสัญญาณที่ผิดปกติที่เห็นชัดเจน

            ถึงแม้ว่าพวกชาวบ้านจะไม่รู้อะไร แต่เมื่อเห็นแบบนี้ก็พอจะเข้าใจว่าโอเลเกร์และบาร์เซิลอดีตสองขุนนางที่เรืองอำนาจของเมืองแซมบอร์ด เกรงว่าเมื่อเผชิญหน้ากับราชาอเล็กซานเดอร์ในอนาคตพวกเขาคงต้องสูญเสียอำนาจไปแน่ๆ

            “บรู๊ค บอกการเคลื่อนไหวของศัตรูในระหว่างนี้มาสิ”

            ซุนเฟยถามเบาๆ ขณะที่เดินไปหยุดอยู่ตรงด้านหน้ากำแพงเมือง ก่อนจะลูบเบาๆไปบนหินที่เต็มไปด้วยรอยดาบรอยกระบี่แล้วทอดสายตาไปมองข้าศึกที่อยู่นอกเมือง

            “ฝ่าบาท ในระหว่างสี่ชั่วโมงที่พระองค์พักผ่อนอยู่นั้นไม่รู้ว่าทำไมพวกข้าศึกถึงไม่ทำการเคลื่อนไหวใดๆไม่แม้แต่จะขยับสักนิดหรือจะแกล้งทำทีจู่โจมก่อกวนเราสักครั้งก็ไม่มี เหมือนกับว่ากำลังรออะไรอยู่แต่...” พูดถึงตรงนี้ บรู๊คก็ชี้นิ้วไปตรงตำแหน่งไกลๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า“พวกมันยังเหลือบันไดยึดเมืองอีกสามอันและมีอุปกรณ์โจมตีเมืองเร่งด่วนอย่างอื่นอีกจำนวนหนึ่งซึ่งทั้งหมดเคลื่อนย้ายมาตรงสะพานหินแล้วพวกมันมีการเตรียมการที่ดีมากทั้งยังทุ่มกำลังทหารเพิ่มมากกว่าเมื่อสามสี่วันก่อนเสียอีกหากพวกมันเปิดฉากโจมตีพวกเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ไม่เคยมีมาก่อน”

            ซุนเฟยมองตามนิ้วที่บรู๊คชี้

            เห็นรูปแบบกระบวนทัพของข้าศึกเกราะดำที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

            พลโล่จำนวนร้อยคนยังคงอยู่หน้าสุดของกองกำลังทั้งหมด และมีระยะห่างระหว่างเมืองแซมบอร์ดกับชายฝั่งตอนเหนือไม่กี่ก้าวเหมือนกับเป็นกำแพงยักษ์สีดำที่อยู่ด้านหน้าสุดคอยคุ้มกันกองทัพ

            แต่ด้านหลังของพลโล่ รูปแบบกระบวนทัพก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

            พลธนู พลขวาน พลหอก ทั้งสามทัพที่อยู่ด้านหลังพลโล่เมื่อช่วงเช้าก็ถอยออกไปเล็กน้อยทหารเกราะดำบางส่วนยกบันไดยึดเมืองสามอันไปรออยู่ตรงนั้น ถัดจากนั้นก็เป็นกำแพงไม้กันธนูขนาดใหญ่สี่ห้าแผ่นที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วนจากไม้เปียกสีเขียวด้านหลังของกำแพงไม้มีเครื่องยิงหินที่สูงมากกว่ายี่สิบเมตรจำนวนหกเครื่อง และมีทหารที่แข็งแกร่งมากคอยคุ้มกัน...

            เห็นแบบนี้ ซุนเฟยก็ขมวดคิ้ว

            เครื่องยิงหินทั้งหกเครื่องนี้เป็นเครื่องมือโจมตีเมืองที่ทรงประสิทธิภาพอย่างมากและมันเป็นภัยคุกคามสูงยิ่งกว่าบันไดยึดเมืองเสียอีก แค่ลากเครื่องยิงหินนี้เข้าใกล้เมืองแซมบอร์ดในระยะสองร้อยเมตรไม่ว่ากำแพงเมืองจะแข็งแกร่งมากขนาดไหนก็สามารถยิงถล่มจนพังได้เพียงยิงยี่สิบครั้งและทหารจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันนายบนกำแพงก็จะตายในทันที

            เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ผู้บัญชาการฝ่ายข้าศึกทุ่มหมดหน้าตัก ตัดสินใจที่จะทำลายเมืองแซมบอร์ดภายในอึดใจเดียว

            “กำแพงธนูพวกนั้นคงจะเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานนี้ เพราะบนลำต้นยังมีใบไม้เขียวติดอยู่เลยแต่เครื่องยิงหินทั้งหกเครื่องกลับไม่เคยปรากฏขึ้นในการต่อสู้ก่อนหน้านี้มาก่อนหรือว่า...พวกข้าศึกจะมีกำลังเสริมมา?”

            คิดถึงจุดนี้ ซุนเฟยก็เลียริมฝีปากอย่างเผลอตัว

            หากเป็นอย่างที่พูด สงครามนี้แทบจะไม่มีหนทางชนะอะไรเลยหากข้าศึกเริ่มเข้าโจมตี ไม่ว่าจะยิงธนูรุนแรงนับไม่ถ้วนอย่างไรก็จะถูกกันด้วยกำแพงไม้พวกนั้นจากนั้น เมื่อไรก็ตามที่ลากเครื่องยิงหินเข้าถึงในระยะยิงของมันเมืองแซมบอร์ดคงจบเห่แน่ๆ

            นี่เป็นสงครามที่อยุติธรรมที่สุดแล้ว

            นอกจากกำลังพลที่แตกต่างกันแล้วผู้บัญชาการลึกลับฝ่ายศัตรูคนนั้นก็มากด้วยกลยุทธ์และยังมีความระมัดระวังรอบคอบ ทั้งยังจับจุดอ่อนของเมืองแซมบอร์ดคือกำลังพลไม่พอเป็นจุดอ่อนที่บรู๊คและคนอื่นๆ หาวิธีกลบจุดอ่อนนี้ไม่ได้

            ซุนเฟยเห็นสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานตรงหน้าก็ขมวดคิ้วน้อยๆ

            บรู๊คที่อยู่ข้างๆ ก็มองท่าทีของซุนเฟยด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

            “มีอะไรก็พูดมาเถอะท่าทางลังเลไม่ใช่ท่าทางที่ผู้บัญชาการใหญ่ของเมืองแซมบอร์ดข้าควรจะมี”ซุนเฟยสังเกตเห็นท่าทางของบรู๊คก็เริ่มพูดหยอกล้อ

            บรู๊คเพียงแค่กระซิบที่ข้างหูของซุนเฟย“ฝ่าบาท...บางที...เมืองแซมบอร์ดคงจะต้านทานไว้ไม่อยู่ ข้าและเหล่าทหารรักษาพระองค์ยินดีที่จะอยู่ที่นี่เพื่อยื้อเวลาให้ท่านแลมพาร์ดและเพียร์ซทั้งสองคนนี้นำทหารยอดฝีมือจำนวนหนึ่งคอยคุ้มกันท่านและท่านแองเจล่าไปด้านหลังเมืองแล้วเสด็จหนีไป...”

            “ไม่ได้!”

            ซุนเฟยไม่ฟังจนจบก็เอ่ยตัดบทบรู๊คทันที

            เขาไม่ได้พูดอะไรอีก แต่จากการที่เขาสั่นศีรษะช้าๆ บรู๊คและเพียร์ซต่างมองเห็นถึงปณิธานอันแรงกล้าขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์ทั้งสองก็เข้าใจในทันที ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ราชาหนุ่มองค์นี้จะไม่ยอมหลบหนีไปอย่างแน่นอนท่าทางแบบนี้ทำให้ในใจของพวกเขาทั้งปลาบปลื้มทั้งกังวล

            “จะรอแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มโจมตีก่อน”

            ซุนเฟยเคาะนิ้วเบาๆ บนก้อนหินกำแพงเมืองและพูดออกมา

            ประโยคนี้ไม่ต่างอะไรกับฟ้าผ่าตอนกลางวันแสกๆดังระเบิดตรงข้างหูพวกเขา

            “เริ่มโจมตีก่อน?”

            บรู๊คและเพียร์ซต่างตกใจ ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ด้วยกำลังพลที่แตกต่างกันและวินัยทหารที่ด้อยกว่าแบบนี้ จะให้เป็นฝ่ายรุกโจมตีก่อน? หมายความว่าให้ละทิ้งความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของเมืองแซมบอร์ดไปมันเหมือนกับใช้พายแอปเปิ้ลนิ่มๆ ไปฟาดกับหินภูเขาแข็งๆ...สามารถจินตนาการถึงชะตากรรมอนาคตได้เลย

            “ฝ่าบาท นี่....นี่ไม่ใช่เสี่ยงอันตรายเกินไปหรือขอรับ?” บรู๊คพยายามพูดเปลี่ยนความคิดซุนเฟย

            “ไม่มีเวลาแล้ว”

            ซุนเฟยส่ายหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “หากข้าเดาไม่ผิดหลังผ่านเวลาอาหารเที่ยงไป ข้าศึกจะเริ่มเปิดฉากโจมตีทันที...หากต้องการที่จะอยู่รอดในสงครามครั้งนี้พวกเราจำเป็นต้องออกไปโจมตีแบบไม่คาดคิด ถ้ายังรอต่อไป เมื่อไรที่ข้าศึกเริ่มโจมตีพวกเราก็มีเพียงความตายที่รออยู่”

            พูดถึงตรงนี้ ซุนเฟยก็กวาดตามองไปทั้งสองคนอย่างช้าๆ

            มองท่าทางงุนงงของทั้งสองคน ซุนเฟยใช้น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทุ้มนุ่มถามว่า“คิดว่าอย่างไร นักรบของข้าพวกเจ้ากล้าที่จะออกไปตะลุยด้วยกันกับข้าแล้วช่วยกันส่งไอ้พวกลูกหมาพวกนั้นลงไปอาบน้ำในแม่น้ำจูลี่ไหม?”

            ประโยคเรียบง่ายประโยคเดียว ราวกับเป็นคำขอแนะนำจากสหาย

            แต่ ณ เวลานี้ บรู๊คและเพียร์ซรู้สึกเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน

            “ฝ่าบาท เป็นเกียรติของข้าที่จะได้ร่วมรบกับฝ่าบาท” น้ำเสียงของทั้งสองสั่นเครือ

            “ดี ตอนนี้ข้าจำเป็นให้พวกเจ้าไปจัดการสองสามเรื่องก่อน...บรู๊คเจ้าบอกให้ทหารพักชั่วคราว จำไว้ ให้เหลือไว้แค่ไม่กี่นายให้คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของศัตรู...อีกอย่างหนึ่งคัดเลือกนักรบที่เชื่อใจได้สักยี่สิบนายให้เร็วที่สุดแล้วพามาพบข้า เพียร์ซเจ้าช่วยข้าไปเตรียมบางอย่างหน่อย...”

            ซุนเฟยกระซิบสองสามคำข้างหูเพียร์ซ เพียร์ซหันหลังจากไปด้วยความงงงวย

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ซุนเฟยก็ยืนเงียบๆ สักพัก

            หลังจากที่คิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบในหัวเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่จะเริ่มดำเนินการในขั้นตอนต่อไปเขาก็หันหลังเดินจากไป

            ตลอดทาง สายตาของเหล่าทหารต่างจ้องมองมาตลอด ซุนเฟยก็เดินมาถึงด้านหน้าของแฟรงก์แลมพาร์ด ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ด

            “ฝ่าบาท!” แลมพาร์ดก้มหัวลงเล็กน้อย

            ในตอนแรก ทัศนคติของยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่มีต่ออเล็กซานเดอร์ค่อนข้างจะเย็นชาแต่ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มปล่อยวางทัศนคตินั้นและเริ่มพูดคุยกับซุนเฟย

            ในใจของซุนเฟยรู้สึกปลาบปลื้มมาก

            เขารู้ว่า การแสดงออกของตนเองก่อนหน้านี้ ได้รับการยอมรับจาก ‘พี่ชายยอดฝีมือ’ที่แสนเงียบขรึมท่านนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้พึ่งพาพลังที่แข็งแกร่งของพี่ชายยอดฝีมือทำให้เมืองแซมบอร์ดสงบสุขและรักษาราชบัลลังก์ของอเล็กซานเดอร์ที่ปัญญาอ่อนได้มั่นคงซุนเฟยรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก เล่ากันว่าแลมพาร์ดเป็นสหายคนสนิทของราชาองค์ก่อนที่สวรรคตไปแล้วดังนั้นสำหรับซุนเฟยแล้ว แลมพาร์ดก็ถือว่าเป็นญาติผู้อาวุโสคนหนึ่งเลยทีเดียว

            “ท่านลุงแลมพาร์ด ข้าอเล็กซานเดอร์มีเรื่องอยากจะขอความกรุณาจากท่าน” ซุนเฟยพูดด้วยความเกรงใจอย่างมาก

            แลมพาร์ดมองซุนเฟย ก่อนจะหันไปมองข้าศึกที่ตั้งมั่นบนสะพานหินที่เหมือนคลื่นกระแสน้ำสีดำนอกเมืองครุ่นคิดอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ถามว่า“ท่านหวังจะให้ข้าช่วยลงมือทำลายเครื่องยิงหินพวกนั้นใช่ไหม? ข้ามั่นใจแค่สามสิบสี่สิบส่วนว่าสามารถโจมตีทำลายเครื่องพวกนั้นได้สักสองสามเครื่อง...”

            “ทำลายเครื่องยิงหิน?”

            ซุนเฟยตะลึงงัน เข้าใจความคิดของแลมพาร์ดแล้วเขาส่ายหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ท่านลุงแลมพาร์ดเรื่องที่ข้าจะรบกวนท่านไม่ใช่เรื่องนี้...อืม เรื่องเป็นแบบนี้อีกสักครู่ข้าจะเปิดฉากโจมตีพวกมันก่อนดังนั้นข้าหวังว่าในสถานการณ์แบบนี้ท่านจะรักษาเสถียรภาพของที่นี่เพื่อข้าและหากข้าโชคร้ายตายขึ้นมา ข้าหวังว่าท่านจะช่วยดูแลแองเจล่า ปกป้องนางและเจ็มม่าให้หนีออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย”

            ----------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288