ผับ JR มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ คนเยอะมากเพลงดีแถมเหล้าก็ราคาไม่แพงด้วยเหมาะสมกับวัยกำลังซนแบบผมเป็ที่สุด
คืนนี้ผมจัดเต็มครับเสื้อยืดคอวีสีขาวคู่กับกางเกงยีนส์สีดำสุดเท่ตัวเก่งผมเลย คือผมมันเป็พวกคลั่งรักสีขาวครับในตู้เสื้อผ้าก็จะมีแต่โทนสีอ่อนๆเยอะมาก เพราะเวลามันใส่แล้วสบายแถมยังระบายอากาศได้ดีมากๆด้วย
ครืด เสียงสั่นเตือนโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมเอง สงสัยไอ้นทีเพื่อนเลิฟโทรมาตามแน่เลย
“ฮัลโหลคร้าบ”
[ไอ้ก้าว มึงอยู่ไหนแล้วห๊ะ] น้ำเสียงมันดูจะหงุดหงิดนิดหน่อยนะ
“หน้าผับแล้ว กูกำลังจะเดินเข้าไป”
[ให้ไวเลย กูกับสายฟ้ามารอนานแล้วเนี่ย]
“เออ รู้แล้วน่า”
พอวางสายจากนทีผมก็ก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง แหมมันเพิ่งสองทุ่มห้าสิบห้านาทีเองยังเหลือตั้งสิบนาที มันมาก่อนเวลาเองนี่หว่าแล้วก็มาโทรเร่งกันอยู่ได้ไอ้เพื่อนนิสัยไม่ดี
ก้าวหรือก้าวหน้าบ่นพึมพำอยู่หน้าร้านก่อนจะมองสำรวจบรรยากาศภายนอกแล้วเดินเข้าไปด้านนอกอย่างอารมณ์ดี พอเดินเข้ามาด้านในร้านต้องตาลุกวาวกันเลยทีเดียวครับ โอ้โห…นักเที่ยวยามราตรีมากันเยอะเลย ร้านนี้เขามีของดีครับจัดร้านได้ตรงใจวัยรุ่นมีเวทีตรงกลางไว้สำหรับนักดนตรีมาเล่นเพลงเพราะๆให้ลูกค้าฟัง ส่วนด้านข้างก็มีมุมดีเจไว้เปิดเพลงมันส์ๆให้ขาแดนซ์ได้โชว์สเต็ปในลานกว้างอีกด้วย ทำให้ผมรู้สึกชอบบรรยากาศของร้านนี้เป็พิเศษเลย
‘อ่ะ เจอแล้ว’ ผมเห็นมันสองคนแล้วครับ มันยังคงเลือกนั่งมุมเดิมตลอด เนี่ย! ถือว่าเป็ข้อดีเลยนะ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการหาที่นั่งนานๆ
“มาได้สักทีนะมึงพวกกูรอตั้งนาน” นทีบ่นทันทีเมื่อผมเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมันช่างผิดกับสายฟ้าที่นั่งเงียบกริบแทบไม่มีปากไม่มีเสียง
“อะไร กูก็มาตรงเวลานะ มึงมาก่อนทำไมล่ะ” ผมหน้างอใส่นทีอย่างไม่พอใจมาก่อนแล้วก็เสือกบ่นอีกทีหลังก็หัดมาให้มันตรงเวลาซิวะ
“ถ้ากูไม่มาก่อนจะได้โต๊ะให้มึงนั่งไหมไอ้ลูกหมา วันนี้วันศุกร์นะเผื่อมึงลืม” มันตอบผมแบบเอือมๆ
“โอ๊ะ ใช่แล้วกูลืมเลยโทษทีๆ” ผมยิ้มแห้งให้มันลืมสนิทเลยมิน่าล่ะตอนเดินเข้ามาคนถึงเยอะเป็พิเศษที่แท้ก็วันหยุดนี่เอง นทีไม่ได้ตอบอะไรมาอีกมันแค่ทำหน้าปลงกับความเป็ผม ก่อนจะเปลี่ยนเื่มาเป็นำเสนอเครื่องดื่มที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะแทน
“มึงมาช้า กูเลยสั่งมาก่อนแล้วนะ คืนนี้เต็มที่ไม่เมาไม่กลับ” นทียกแก้วยื่นออกมาตรงกลางโต๊ะแล้วพูดกระตุ้นเืนักสู้ในตัวผม
“จัดไปครับเพื่อน” ต้องอย่างนี้เพื่อนสนิทที่รู้ใจกันผมคว้าแก้วเหล้าที่มันชงไว้ให้ยื่นไปชนกับแก้วนทีทันที
“จะลำบากกูอีกไหม” สายฟ้าบ่นแล้วทำหน้าลำบากใจเพราะทุกทีมันจะต้องเป็ฝ่ายตามเก็บซากอารยธรรมของผมกับนที
‘เฮ้อ ลำบากมันแล้วจริงๆ’
“มึงควรจะชินได้แล้วนะเพื่อนเลิฟ” ผมยิ้มหน้าระรื่นพร้อมกับขยิบตาให้มันหนึ่งทีด้วยถึงจะเกรงใจมันมากแค่ไหนแต่แอลกอฮอล์ตรงหน้าก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นเดียวกัน
“เฮ้อ” สายฟ้ามันจ้องหน้าผมแล้วไม่พูดอะไรออกมาอีก นอกจากถอนหายใจอย่างเอือมระอาจากนั้นก็หันไปยกแก้วของตัวเองขึ้นมาดื่มบ้าง
“มึงห้ามดื่มเยอะนะสายฟ้า” นทีเพื่อนรักก็รีบหันไปทำเสียงเข้มใส่เพราะกลัวคนคออ่อนอย่างสายฟ้าจะเมา แต่คราวนี้สายฟ้าไม่ยอมอ่อนให้อย่างที่คิดเพราะมันจ้องนทีกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ทำไมกูจะดื่มไม่ได้วะทีพวกมึงยังดื่มกันได้เลย” โอ้โหแบดบอยสัสพูดแล้วยกยิ้มมุมปากเพิ่งจะเคยเห็นสายฟ้าก็แพรวพราวใช่ย่อยนี่หว่า
“กูกลัวว่ามึงจะเมาน่ะซิ มึงไม่ได้คอแข็งเหมือนพวกกูสองคนนะ” นทีพูดติดขัดหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้สายฟ้าดื่มสงสัยกลัวไม่มีคนแบกกลับหอแน่เลย
“เออๆกูจะดื่มนิดเดียวก็แล้วกัน”สายฟ้าทำหน้าเซ็งแล้วเบือนหน้าหนีแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยอมรับปากนทีอยู่นะ แต่ผมก็ไม่รู้ว่านิยามคำว่านิดเดียวของมันคือแบบไหนเพราะที่ผมแอบเห็นคือสายฟ้ามันชงเหล้าอย่างชำนาญเลยนะครับผมชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันคออ่อนจริงหรือเปล่า? เพราะยังไม่เคยเห็นมันดื่มจริงจังเลยสักครั้ง
“ดีมาก เพื่อนรัก” นทียกยิ้มอย่างพอใจจนผมเองก็นึกสงสัยใจคอมันไม่คิดจะให้สายฟ้าดื่มบ้างเลยหรือไงดูทรงแล้วสายฟ้ามันน่าจะเป็เสือซุ่มนะ
“มึงจะห้ามมันทำไมวะ ปล่อยมันบ้างดิ เผื่อมันไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับคนอื่นจะได้ไม่โดนเขามอมเหล้าเอาง่ายๆ”
“เหอะ มันไปไหนกูก็จะไปด้วยไม่มีทางโดนมอมหรอก” นทีตอบหน้าตายมาก มึงเป็ปรสิตหรือไงถึงจะตามมันไปทุกที่น่ะ
โว๊ะ! เบื่อจะคุยกับพวกเอาแต่ใจจริงๆ
“สัส แล้วแต่พวกมึงเลยล่ะกัน” ผมปลงแล้วครับให้พวกมันเคลียร์กันเองน่าจะง่ายกว่าเพราะก่อนมันจะมารู้จักกับผมมันสองคนก็สนิทกันอยู่ก่อนแล้ว แค่สายฟ้าบุคลิกจะดูนิ่งพูดน้อย ส่วนนทีมันเหมือนผมในหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็การพูด บุคลิก ที่สำคัญหน้าตาดีครับ การกระทำบางอย่างมันก็เข้าใจกันอยู่สองคนถึงนทีจะดูเหมือนชอบบังคับ แต่สายฟ้าเองก็ยอมทำตามตลอดเป็ความสัมพันธ์ที่แปลกดี ผมกำลังฟังเพลงเพลินๆแต่จู่ๆก็มีเสียงผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ดังแทรกขึ้นมา
“ขอโทษนะครับ”
“ห๊ะ ครับ” ผู้ชายหน้าโหดแต่ท่าทางสุภาพคนนั้นยิ้มให้แล้วจ้องมาที่ผมแสดงว่าเป้าหมายคือผมงั้นเหรอ?อยากจะบ้าตาย
“เอ่อ ขอชนแก้วด้วยได้ไหมครับ”
“ใครอะ ผม…ผมเหรอครับ” ผมชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อความแน่ใจเฮ้อ…เป็แบบนี้ประจำเลย เวลาไปเที่ยวไม่มีหรอกนะสาวสวยมาขอชนแก้ว มีแต่ตัวผู้ด้วยกันนี่แหละ ไม่รู้มีเสน่ห์อะไรกับเพศเดียวกันนักหนา
ยิ่งเขาพยักหน้ายืนยันคำตอบผมยิ่งเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก พอจ้องหน้าขอความช่วยเหลือจากนทีก็เห็นมันนั่งกลั้นขำอยู่ ดูเหมือนจะเป็เพื่อนที่รักผมมากเลยครับ
เมื่อนทีไม่ให้ความร่วมมือก้าวจึงหันกลับไปยิ้มเจื่อนให้ชายผู้มาใหม่ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าตอบตบลงจากนั้นเขาก็ยื่นแก้วเหล้าไปชนแก้วกับผู้ชายหน้าโหดตรงหน้าอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
“เอ่อ...ได้ครับ”
“หึ ขอถามอีกอย่างได้ไหมครับ”
“จะถามอะไรอีกล่ะ” ชนแก้วก็ชนแล้วยังไม่ไปอีกยังจะมามีคำถามเดี๋ยวพ่อก็ด่าให้หรอก
“ไม่ทราบว่ามีแฟนหรือยังครับ”
“ผมไม่มีครับ”
“งั้น…ผมขอเบอร์ติด”
“ไม่ให้!และผมก็ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วย” ผมรีบปฏิเสธเสียงแข็งขึ้นแทรกทันควันด้วยความโมโห นี่เขาคิดว่าผมชอบผู้ชายหรือไงกันถามออกมาไม่คิด ถึงจะยังโสดแต่คนตรงหน้าก็ไม่ใช่สเปคผมแน่นอนหน้าโหดเกิน
“เหรอครับ งั้น…ขอโทษนะครับ” เขาหน้าเสียแต่ก็ยังก้มหน้าให้เล็กน้อยเป็เชิงขอโทษก่อนจะเดินจากไป
เฮ้อ…ไปได้สักทีทำไมคนหล่อแบบผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย ไม่ได้คิดรังเกียจรักร่วมเพศนะ ถ้าเจอแล้วมันใช่ก็คงไม่ปฏิเสธหรอก แต่ตอนนี้ผมยังไม่เจอและไม่คิดว่าจะเจอในเร็วๆนี้ด้วย
"ฮ่าๆสวยตลอดนะมึง" นทีะเิเสียงหัวเราะออกมาเมื่อไอ้หน้าโหดนั้นเดินออกไปแหม…ชอบใจใหญ่เลยนะมึงไอ้เพื่อนเลว!
“มึงไอ้นที!นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังจะมาขำกูอีกนะ” ผมขึ้นเสียงดังแล้วปาถั่วใส่หน้ามันด้วยความโกรธถามว่ามันสำนึกไหมก็ต้องตอบเลยว่ามันตายด้านไม่รู้สึกผิดแถมยังหลบเม็ดถั่วผมได้อีกต่างหาก
“ก็มึงมันเสน่ห์แรงกับหนุ่มๆจริงๆนี่หว่า กูพูดผิดตรงไหนความจริงทั้งนั้น” มันหยิบถั่วใส่ปากพร้อมทำหน้ายิ้มล้อเลียนผมใครมันจะทนได้ครับ
“กูหล่อขนาดนี้ แม่ง มันยังจะกล้าเดินมาขอเบอร์กูอีกนะ”
“มึงเอาอะไรมามั่นใจว่ามึงหล่อวะ หนังหน้าแบบมึงอ่ะแถวบ้านกูแบบนี้ไม่เรียกหล่อนะ” นทีมันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมแล้วทำท่าขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทำเอาคิ้วผมกระตุกเลย หน้าอย่างผมนี่แหละเรียกใครๆก็ชมกันทั้งนั้นสมัยเรียนมัธยมสาวติดตรึม
“กูส่องกระจกดูหน้าตัวเองทุกวันเถอะ”
“มั่นหน้าฉิบหาย” นทีเบะปากใส่ผมก่อนจะก้มหน้าไปให้ความสนใจแก้วเหล้าในมือของตัวเองทิ้งให้ผมอารมณ์ค้างหงุดหงิดอยู่คนเดียว เพราะไอ้หน้าโหดนั่นเลยไอ้นทีถึงได้มีโอกาสล้อผมคิดแล้วก็อารมณ์เสีย
“ฮัลโหลๆเทสๆ” เสียงพิธีกรของร้านดังขึ้นคงกำลังทดสอบระบบเสียงบนเวทีแสดงว่านักร้องใกล้จะขึ้นเวทีแล้วซินะ เห็นเ้าของร้านโปรโมทว่าจะมีนักร้องหน้าหล่อเสียงดีมาร้องเพลงเพราะๆให้ฟังน่าจะเป็เพราะสาเหตุนี้แน่เลยวันนี้สาวๆในร้านถึงได้เยอะกว่าปกติ
‘อ่าชักอยากจะเห็นหน้านักร้องแล้วซิความหล่อจะสมกับที่โปรโมตไว้หรือเปล่า’
“เนื่องจากวันนี้เป็วันพิเศษของทางร้านนะครับ เราจึงมีนักร้องคนพิเศษมาร้องเพลงเพราะๆให้ทุกคนได้ฟังกัน ขอเชิญพบกับนักร้องหนุ่มสุดหล่อของเราในวันนี้ครับพี่ไทเกอร์ครับผม” สิ้นเสียงประกาศจากพิธีกรเสียงกรี๊้ดของเหล่านักเที่ยวก็ดังกระหึ่มขึ้นมาโดยเฉพาะฝั่งสาวๆที่มาทั้งเสียงกรี๊ดและคำชื่นชม…
‘กรี๊ด มึงๆพี่ไทเกอร์มาแล้ว’
‘โอ้ยตายกูตายลูกรักเทพเ้าชัดๆอ่ะ’
“สวัสดีครับ”คำกล่าวทักทายสั้นๆของไทเกอร์ดังขึ้นหลังจากที่เขาเดินขึ้นมาบนเวทีเพียงแค่นี้ก็ทำให้บรรดาลูกค้าสาวในร้านถึงเคลิ้มเขินอายกันเป็แถบเลย
เมื่อแสงไฟบนเวทีสว่างจ้าขึ้นทำให้ก้าวหน้าได้มองเห็นใบหน้าของนักร้องชัดเจนมากขึ้น เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทเกอร์นั้นดูดีเป็อย่างมากเพียงแค่เขากวาดสายตาและใบหน้าเรียบนิ่งของเขามองรอบๆก็สามารถสะกดใจของใครหลายคนให้หลงเขาได้ไม่ยากเลย
และเมื่อเขาเอ่ยเสียงร้องออกมา…เสียงนั้นก็ไพเราะไม่ต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาแม้แต่น้อยเพลงที่เลือกมาร้องก็ดึงดูดให้สาวๆมองเขาราวกับว่าอยากจะเป็ “รักแรกพบ” ของเขาเสียอย่างนั้นแหละ
ผมมองไปรอบๆไม่ใช่แค่ผู้หญิงแล้วซินะนักท่องเที่ยวหลายคนที่อยู่ด้านล่างต่างก็หยุดการเคลื่อนไหวแล้วจดจ้องไปบนเวทีสายตาของทุกคนโพกัสไปที่ผู้ชายที่ชื่อไทเกอร์…
ใน่ที่ไทเกอร์ยืนร้องเพลงอยู่บนเวทีเขาเองก็กวาดสายตาสำรวจผู้คนด้านล่างโดยรอบและบังเอิญสายตาของพวกเขาทั้งสองก็ได้สบประสานกัน…ซึ่งมันมีแรงดึงดึดบางอย่างที่ทำให้เขาทั้งสองคนไม่ยอมละสายตาจากกันและกัน โดยเฉพาะก้าวที่ดูจะเคลิบเคลิ้มตามเสียงร้องของไทเกอร์มาก จนกระทั่งเพลงได้จบลง ไทเกอร์โค้งตัวเล็กน้อยเพื่อขอบคุณ…แล้วเดินลงจากเวทีไป ก้าวหน้าถึงได้ละสายตาจากเวทีแล้วกลับมามีสติอีกครั้งและเมื่อเขาหันกลับมาก็เจอเข้ากับสายตาปีศาจอย่างนทีจ้องมองอย่างไม่คลาดสายตา
“มึงดูมีความสุขกับการฟังเพลงวันนี้นะ” นทีพูดพร้อมกับกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ก็ไม่เท่าไหร่นะ กูว่าก็งั้นๆแหละ” ผมยักไหล่ตอบนทีไปทั้งที่แท้จริงแล้วก็เคลิ้มตามเสียงนักร้องหน้าหล่อนั่นเลยแหละ แต่ใครจะยอมรับกันล่ะถ้ามันรู้เข้าโดนแซวอีกแน่
“แต่กูเห็นนะ มึงมองหน้านักร้องแล้วทำหน้าฟินเชียว แก้มงี้แดงอย่างกับลูกตำลึง” มึงแสนรู้จริงๆนะจะเกาะติดกูทุกลมหายใจเข้าออกเลยหรือไง แล้วไอ้หน้าตาเ้าเล่ห์แบบนี้ใครสั่งใครสอนให้มันทำวะ
“เออ กูคงจะดื่มเยอะไปหน่อย หน้ามันเลยแดงมึงไม่เคยเป็หรือไง?”
“หึหึ กูว่า…กูนึกออกแล้วแหละว่าจะให้มึงทำอะไรดี” ไอ้เสียงหัวเราะในลำคอและแววตาชั่วร้ายที่มันจ้องมาที่ผมก็ทำให้ผมสะดุ้งรอแล้วครับรู้สึกระแวงขึ้นมาทันทีนี่มัน…รอยยิ้มแห่งความนางมารร้ายชัดๆ
“กูขอท้าให้มึงไปบอกชอบไอ้นักร้องที่ร้องเพลงบนเวทีคนนั้น และทำให้เขามาเป็แฟนมึงให้ได้”
ห๊ะ! O [] O
“มึงจะบ้าเหรอไอ้นทีนั่นมันผู้ชายนะเว้ยจะเป็ไปได้ยังไงกัน กูทำไม่ได้หรอก” ผมโวยวายเสียงดังขึ้นเมื่อได้ฟังคำสั่งบ้าๆของมันไม่รู้มันเอาสมองส่วนไหนคิดให้ผู้ชายแมนๆไปจีบผู้ชายด้วยกัน
“ไม่ได้! ห้ามปฏิเสธคำท้านะ อีกอย่างหน้าอย่างมึงมีผัวนั่นแหละดีแล้ว” นทีมันเสียงแข็งไม่ยอมอ่อนข้อให้ผมเลยความคิดที่ให้มันไปะโบอกรักสาวหน้ามอดูเด็กไปเลยเมื่อเทียบกับคำสั่งของมัน
“สัส ทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเปลี่ยนไม่ได้เหรอ?” ผมพยายามขอร้องมันงัดสกิลเด็ดมาใช้ทั้งสายตาสีหน้าอ้อนมันอย่างสุดความสามารถ
“สายฟ้ามึงช่วยกูหน่อยดิ” ผมหันไปหาที่พึ่งสุดท้ายที่เอาแต่นั่งเล่นเกมไม่สนโลก
“เื่ของพวกมึงเคลียร์กันเอง” จบ! ไม่มีการช่วยเหลือใดๆเกิดขึ้นผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าเป็เพื่อนมันจริงหรือเปล่าแม่งพึ่งพาไม่ได้เลย
“หรือมึงป๊อด ไม่แน่จริงนี่หว่า”
นทีลอบสังเกตอาการของก้าวหน้าแล้วแกล้งพูดจาสบประมาทเพราะรู้ว่านิสัยของเพื่อนเป็คนไม่ยอมใครและไม่ชอบให้ใครมาข่มหรือดูถูกเขา ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาดเพราะสายตาของก้าวหน้าเปลี่ยนไปเมื่อได้ฟังคำพูดของเขา…
“กูไม่ได้ป๊อดเว้ย แต่ขอเวลากูทำใจก่อน” มันมาพูดขนาดนี้แล้วผมก็ไม่ยอมนะจัดการยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มย้อมใจเพิ่มความกล้าหลายแก้วติดกันทันที
อึก อึก อึก
“แม่ง! ทำไมเหล้าวันนี้มันขมจังวะ” ดื่มไปบ่นไปฮือ…ผมจะโดนมันต่อยไหมโคตรไม่คุ้มเลยอ๊ากไอ้เพื่อนชั่วมันเอาสมองส่วนไหนมาคิด
“หึหึ พร้อมยังครับคุณก้าวหน้า” มึงจะส่งสายตากดดันมาให้กูแบบนี้ไม่ได้ผมจ้องหน้าเพื่อนตัวดีด้วยความอาฆาตแค้น
‘อย่าให้ถึงทีกูนะ จะจัดให้หนักเลย!’
“เออ พร้อมแล้วก็ด้าย” ผมวางแก้วเหล้ากระแทกลงบนโต๊ะแล้วพูดเสียงดังข่มนที
เนื่องจากก้าวหน้าพูดเสียงดังมากทำให้สายฟ้าละสายตาจากมือถือเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองการกระทำของเขาทันที
“พวกมึงคอยดูกูไว้ให้ดีน๊า แค่บอกชอบมันจะยากอาร้าย” ผมลุกขึ้นยืนแล้วชี้ไปที่หน้าของเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างเอาเื่
“เออ แล้วกูจะคอยดู” ไอ้นทีมองหน้าผมแล้วยิ้มเ้าเล่ห์ให้แบบนี้มันหยามกันนี่หว่า
‘ผมจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด’
เห็นหน้ามันแล้วผมยิ่งฮึกเหิม้าเอาชนะจึงรีบพาร่างกายของตัวเองเดินโซเซไปหาเป้าหมายทันที คืนนี้ต้องบอกรักไอ้นักร้องหนุ่มหน้าหล่อนั่นแล้วขอมันมาเป็แฟนให้ได้ แต่ตอนนี้ปัญหาคือมันอยู่ที่ไหนของมันวะ ผมเดินวนหาเกือบจะทั่วทั้งร้านแล้วนะยังไม่เจอมันเลย
เอ๊ะ! หางตาผมเหมือนจะเห็นไอ้นักร้องนั่นอยู่แถวๆโต๊ะริมฝั่งทางออกของร้านหรือว่าเขากำลังจะกลับบ้านไม่ได้การแล้ว ผมต้องรีบตามเขาออกไปให้เร็วกว่านี้เดี๋ยวคำท้าจะไม่ประสบผลสำเร็จ
ก้าวหน้าเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อไปดักหน้าหนุ่มนักร้องสุดหล่ออย่างเร่งรีบ…จนกระทั่งทั้งสองคนได้มายืนประจันหน้ากันก้าวหน้าจ้องมองหนุ่มรุ่นพี่แล้วค่อยๆหลับตาลงตั้งจิตให้มั่นก่อนจะรวบรวมความกล้าแล้วพูดประโยคที่ทำให้คนฟังแทบช็อกออกมา
“พี่…ผมชอบพี่มากๆเป็แฟนกับผมเถอะ”
…เงียบกริบ…ไม่มีเสียงตอบรับใดๆหลุดออกมาทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
‘อ่าถ้าไม่เมา ผมไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอกนะ’
ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาเชื่องช้าเขาก็ยังคงยืนมองผมด้วยแววตาและสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม ผมยืนรออยู่นานเขาก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักที…
เฮ้อ…อยากจะตบปากตัวเองจริงๆครับ น่าอายฉิบหาย เพิ่งจะปฏิเสธผู้ชายอีกคน แต่ต้องมาบอกชอบผู้ชายอีกคนในสถานที่เดียวกันเนี่ย!
‘โอ้ย…อยากจะบ้าตาย’
ตึกตัก ตึกตัก ใจผมตอนนี้ก็โคตรจะเต้นแรง!ได้โปรด…พูดสักทีเถอะ! ลุ้นฉิบหายแล้วเนี้ย…ฮือ…ผมจะโดนมันต่อยไหมครับ?