ตอนที่ 19 ช่อง WeAreOne
ภาพของซันปรากฏอยู่บนรายการของช่อง WeAreOne อย่างชัดเจน จนพีทที่แม้จะเห็นเพียงแค่หางตา ก็ยังรับรู้ได้ว่านี้คือซันแฟนของฝ้าย แต่ทว่าหญิงสาวข้างกายที่ดูสนิทสนมกับซันในรายการนั้นกลับไม่ใช่ฝ้าย แต่กลับเป็รุ่นน้องในคณะของฝ้ายแทนไปเสียอย่างนั้น
‘น้ำ หมด ตัว!’ ซันที่พูดประโยคนี้ยิ้มหัวเราะให้กับกล้องด้วยความสนุกสนาน ส่วนรุ่นน้องในคณะที่หลายต่อหลายคนคิดว่าทั้งสองเป็แฟนกัน ก็สอดรับคำพูดของซันที่พูดออกมาในตอนแรก ด้วยคำว่า ‘ขอ อีก ยก!’ พลางหันไปยิ้มหัวเราะให้กับซันอย่างมีเลศนัย
จนพิธีกรดำเนินรายการ ตลอดจนทีมงานหลังกล้องที่เป็คนจัดไฟและทำหน้าที่อยู่เื้ั ก็ยังหัวเราะก๊ากให้กับคำพูดสองแง่สองง่ามกับทั้งสองคน ก่อนที่เวลาต่อมาภาพจะตัดสลับไปยังแขกรับเชิญคนต่อไปที่ส่วนใหญ่แล้วจะมาเป็คู่
เนื้อหาของรายการ WeAreOne นั้นเป็รายการที่คอยสัมภาษณ์หนุ่มสาวที่หล่อและสวย มีบุคลิกดี แต่งตัวดี เพื่อนำเสนอเป็รายการวาไรตี้จากความคิดเห็นของแขกรับเชิญเหล่านี้ที่คิดเกี่ยวกับประเด็นในหัวข้อที่ตั้งไว้ยังไง
ซึ่งรายการดังกล่าวใน่แรกๆ ก็ยังไม่ค่อยได้มีกระแสและความนิยมมากเท่าไรนัก ถึงกระนั้นหลังจากที่ดูเหมือนแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ Itube ได้เริ่มแพร่หลาย ตัวของรายการก็เริ่มที่จะเป็ที่นิยมมากขึ้นในหมู่วัยรุ่น
อย่างไรก็ตามในขณะที่พีทกำลังใกับเนื้อหาในวิดีโอ ที่มีภาพของซันและรุ่นน้องในคณะปรากฏอยู่บนนั้น ทางด้านของน้าผีที่อยู่กับพีทตลอดเวลาก็ให้คำแนะนำบางอย่างกับเขา [ไอ้หนู แกน่าจะลองไปเป็สปอนเซอร์ให้กับรายการนี้นะ อาศัย่ที่รายการนี้ยังไม่ค่อยดังมาก รีบเข้าไปซื้อสปอนเซอร์ก่อนเ้าอื่น จะช่วยโปรโมตร้านไก่ทอดได้] ในโลกเก่าของน้าผี ก็มีรายการ WeAreOne เช่นเดียวกัน
แม้พิธีกรในตอนนี้จะเปลี่ยนไป ไม่ใช่คนเดียวกับในโลกเก่าของเขา แต่เนื้อหาและรูปแบบดำเนินรายการนั้นแทบจะเหมือนกันเลยก็ว่าได้ น้าผีจึงมั่นใจว่าแม้โลกบลูสตาร์จะมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมือนกับโลกเก่าของเขาไปเสียทีเดียว
แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ค่อนข้างที่จะเหมือนกัน ดังนั้นน้าผีจึงเชื่อมั่นและมั่นใจว่าช่อง WeAreOne นี้จะต้องประสบความสำเร็จและจะต้องดังเป็ Itube ระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่างแน่นอนและจะคงอยู่เป็ช่องอันดับ 1 ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี และจะแตกดับไปตามกาลเวลา ถึงอย่างนั้นช่องดังกล่าวก็ถือเป็แม่แบบให้กับ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ รุ่นต่อมาได้เดินตามนั่นเอง
[สนับสนุนเป็สปอนเซอร์? ถ้าฝ้ายเห็น…ฝ้ายจะยอมเหรอครับ?] พีทไม่รู้ว่าถ้าฝ้ายเกิดได้มาเห็นวิดีโอของรายการนี้ที่มีหน้าของแฟนตัวเอง กำลังใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น จะรู้สึกยังไง
ดังนั้นเขาจึงกังวลว่าฝ้ายจะไม่เห็นด้วยและจะพาลเกลียดช่องดังกล่าวไปโดยปริยาย
ถึงกระนั้นในขณะที่พีทกำลังตัดสินใจว่าจะบอกเื่นี้กับฝ้ายดีหรือไม่ ก็มีเสียงเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องของเขา...ก๊อกๆ
พีทลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ตามปกติ ซึ่งทันทีที่เปิดออกมาก็เป็ฝ้ายที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น
ภาพของหญิงสาวยืนร้องไห้อยู่ที่หน้าประตู มันทำให้พีทถึงกับทำตัวไม่ถูก อนึ่งไม่รู้ว่าจะปลอบเธอยังไงดี ใจลึกๆ อยากที่จะเข้าไปสวมกอดเพื่อปลอบเธอ อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าพอเพราะกลัวว่าฝ้ายจะคิดว่าเขาล่วงเกินเธอ
“ฝ้ายเธอเป็อะไร?” พีทถามด้วยน้ำเสียงอ้อยๆ พร้อมกับเปิดทางให้ฝ้ายเข้ามาข้างในห้อง ซึ่งในขณะเดียวกันฝ้ายที่เข้ามาในห้อง ก็พบเห็นว่าพีทกำลังดูรายการ WeAreOne ที่ยังคงค้างอยู่ที่หน้าของซันพอดิบพอดี
“รู้แล้วใช่ไหม” ฝ้ายสะอื้นพลางชี้ไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กของพีท “พึ่งจะรู้ก่อนหน้านี้เอง” พีทรีบปิดฝาพับโน้ตบุ๊กลง เพื่อไม่อยากให้ฝ้ายเห็นภาพนี้อีกและได้เข้าไปนั่งอยู่ข้างๆ เธอ
“ลองคุยกับซันแล้วหรือยัง? มันอาจจะไม่ได้เป็อย่างที่พวกเราคิดก็ได้” ฝ้ายนั้นหยุดร้องไห้แล้ว โดยปกติฝ้ายก็ไม่ใช่คนที่อ่อนแออยู่แล้ว แต่ที่ระยะหลังๆ มานี้ ที่เธอดูอ่อนแอลงไป อาจจะเป็เพราะความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับซัน พอวันนี้ได้เห็นอะไรที่กระจ่างมากขึ้น มันเลยทำให้ฝ้ายเข้าใจอะไรได้มากขึ้นตามไปด้วย
“คุยแล้ว ส่วนคำตอบก็เหมือนเดิม คือไม่มีอะไรเป็แค่รุ่นน้องที่สนิทกันเท่านั้น” ฝ้ายตอบก่อนจะเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “วันนี้ฝ้ายไปขายของด้วยนะ”
“ได้…แต่พีทมีเื่อยากจะปรึกษากับฝ้ายเื่หนึ่ง ฝ้ายโอเคไหม” พีทเองก็รู้ว่าเวลานี้ ดูจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะคุยเื่นี้ แต่ครั้นจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป มันก็คงจะน่าเสียดาย
เพราะหลังจากที่น้าผีได้แนะนำให้พีท ไปเป็สปอนเซอร์ให้กับช่องรายการ WeAreOne ตัวของพีทก็ได้เข้าไปยัง Ibook (Facebook) ของช่องรายการดังกล่าวและได้พบว่าทางช่อง WeAreOne จะมาสัมภาษณ์และถ่ายวิดีโอกันที่จังหวัดธาราบุรีของพวกเขาในวันสิ้นปีนี้นั่นเอง
พีทจึงอยากจะใช้โอกาสนี้เสนอร้านไก่ทอดของเขาเพื่อเป็สปอนเซอร์ให้กับรายการหวังจะให้รายการช่วยโปรโมตร้านของเขา
ทั้งนี้ร้านไก่ทอดของพีท ไม่จำเป็ต้องขายที่ซอยมหาลัยไปตลอด เพราะตอนนี้เขามีรถกระบะที่ยืมเพื่อนของแชมป์มา จึงสามารถไปเปิดร้านที่ไหนก็ได้ ซึ่งที่ๆ พีทตั้งใจจะไปเปิดร้านั้แ่แรกก็เป็หน้าห้างสรรพสินค้าในตัวจังหวัดธาราบุรี ที่เขาเคยทำงานอยู่ที่ร้าน QFC นั่นเอง
พีทได้ติดต่อขอเช่าพื้นที่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางห้างก็อนุญาตและไม่ได้คิดค่าเช่าแพงมากนัก เนื่องจากวันนี้ทางห้างเองก็จัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์ปีใหม่ด้วยเช่นกัน หากแต่ร้านค้าต่างๆ ก็หยุดปีใหม่กันเยอะด้วยเช่นเดียวกัน
หากงานไม่มีร้านอาหารหรือร้านขายของมาเปิดที่หน้าห้าง เกรงว่าคนที่มาร่วมงานเคาน์ดาวน์คงจะกร่อยน่าดู
“มีอะไรเหรอ?” ฝ้ายถามก่อนจะทิ้งตัวลงนอนไปที่เตียงพีท หลังจากเสียน้ำตาไปมากจนอยากที่จะนอนพักสายตา “พีทอยากเป็สปอนเซอร์สนับสนุนรายการ WeAreOne ฝ้ายคิดว่าไง” ทันทีที่พูดจบ ฝ้ายก็เด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนอย่างแรง ทำเอาพีทถึงกับล้มหน้าทิ่มไปกอดฝ้ายโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากเตียงนอนของพีทก็ไม่ได้แข็งแรงอะไร เบาะที่นอนก็เป็เตียงสปริงเก่าๆ ที่พีทซื้อมือสองมาตอนย้ายเข้ามาในหอพักนี้
“เอาสิ! เอาเลย ถ้าเป็สปอนเซอร์ พวกเราจะได้ออกรายการด้วยไหม?” ฝ้ายเห็นด้วย โดยไม่การลังเลใดๆ มิหนำซ้ำยังลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้พวกเขากำลังใกล้ชิดกันราวกับกำลังสวมกอดกันอยู่
“คิดว่าน่าจะได้ออกนะ” พีทตอบกลับ ก่อนจะตัดสินใจกดเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไปยังรายการ WeAreOne เพื่อทำความเข้าใจในการเสนอเป็สปอนเซอร์ โดยมีฝ้ายเงี่ยหูฟังอยู่ใกล้ๆ จนหน้าของพวกเขาแทบจะชิดกันอยู่แล้ว
‘ตู๊ด~! บริษัท WeAreOne…ติดต่อเื่อะไรครับ’
ใช้เวลาไม่นานก็ติดต่อกับฝ่ายครีเอทีฟของบริษัท WeAreOne สำเร็จ โดยฝ่ายที่รับสายนี้คือคุณจ๊อบ ที่เป็ตัดต่อและเป็ครีเอทีฟประจำรายการ
พีทได้ทำการแจ้งว่าเขาอยากจะสนับสนุนรายการ WeAreOne เป็จำนวนเงิน 10,000 บาท เพื่อที่จะซื้อโฆษณารายการ ซึ่งทางด้านของรายการ WeAreOne ก็ดูเหมือนจะดีใจที่มีคนมาสนับสนุนรายการเป็อย่างมาก ก่อนจะแจ้งเรตราคา 10,000 บาท ที่ในเรตราคานี้สามารถซื้อรายการของพวกเขาได้จำนวน 2 ตอน
แต่ทางด้านพีทขอก็พอจะรู้ว่า เรตราคาของรายการใน Itube ของประเทศไทย ยังไม่นิ่งและยังไม่มีราคากลางที่แน่นอน ส่วนใหญ่แล้วข้อได้เปรียบ จะตกเป็ของผู้สนับสนุนมากกว่าที่มีสิทธิ์ร้องขอได้เพิ่มเติม
เขาจึงใช้ข้อได้เปรียบในตอนที่รายการพึ่งจะตั้งไข่ได้ไม่นาน ตัดสินใจขอเพิ่มเป็ 3 ตอนแลกกับเงินสนับสนุน 12,000 บาท และการถ่ายทำในวันนี้ พีทจะเลี้ยงไก่ทีมงานของช่อง WeAreOne ทั้งหมด ตลอดจนจบรายการ
ทั้งนี้ทางด้านของคุณจ๊อบ ที่รู้ว่าสปอนเซอร์ที่เข้ามาคือร้านไก่ทอดในจังหวัดธาราบุรี ที่วันนี้ตัวเองและทีมงานกำลังจะไปถ่ายทำที่นั่นพอดี พอได้ยินแบบนี้ก็คิดว่าเป็ข้อเสนอที่ไม่เลว จึงได้ตอบรับและตอบตกลงข้อเสนอกับทางพีทเป็สัญญาปากเปล่ากันก่อน
ส่วนสัญญาที่เป็ลายลักษณ์อักษรจะไปเซ็นตกลงกันที่หน้างาน พร้อมกับรับเงินสนับสนุน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะจบบทสนทนา
“เสร็จแล้วเหรอ?!” ฝ้ายที่ฟังอยู่หันหน้ามามองพีท ยิ่งประกอบกับตอนนี้ทั้งสองคนต่างนั่งชิดติดกันและหน้าแนบกันมาั้แ่แรก พอทั้งคู่หันมามองหน้ากัน
และด้วยความดีใจที่ดีลสปอนเซอร์ลงตัว พีทกับฝ้ายกันพลันโผเข้ากอดกันแทบจะในทันที มันเป็อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่โดยรวมมันคือความดีใจที่พวกเขาทำข้อตกลงกับอีกฝ่ายได้สำเร็จ
แม้จะต้องเสียเงินที่ได้รับเป็ขวัญถุงจากลุงเ้าของโรงงานไป แต่พีทกับฝ้ายก็เชื่อว่า การเสียเงินสนับสนุนในครั้งนี้ของพวกเขาจะต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามพีทก็ไม่ลืมที่จะไปบอกเื่นี้กับแชมป์ที่เป็หุ้นส่วนด้วยเช่นกัน โดยแชมป์ที่กลับบ้านไปก็ได้รับรู้ถึงเื่ของซันกับรุ่นน้องในคณะที่ได้ไปโผล่ในรายการจากพีท หากแต่แชมป์ยังไม่มีเวลาได้ดูให้เห็นกับตา เนื่องจากตอนนี้เขาต้องไปร่วมงานเคานต์ดาวน์กับที่บ้าน ที่ครอบครัวของแชมป์ที่เป็นักการเมืองได้ถูกเชิญให้ไปเป็ประธานสวดมนตร์ข้ามปีนั่นเอง
แชมป์ไม่ได้พูดคุยกับพีทนานนัก หลังจากที่ได้ตกลงให้พีททำตามที่้าได้เลย แชมป์ก็วางสายไปเลย
พีทเองก็เข้าใจถึงปัญหาที่บ้านของแชมป์อยู่พอสมควร เลยรู้ว่าที่บ้านของแชมป์เป็ยังไง ดังนั้นเขาเลยไม่กวนแชมป์อีกและได้จัดเตรียมของที่จะนำไปขายขึ้นรถ โดยมีฝ้ายนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม อารมณ์ดีแล้ว ไม่หลงเหลือความเศร้าที่เกิดจากซันอีกต่อไป
“แล้วกับซัน ฝ้ายจะเอายังไงต่อ” ในระหว่างทาง พีทก็ได้ถามถึงเื่ของซันจากฝ้าย เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์ของฝ้ายตอนนี้ กำลังสั่นจนเครื่องแทบจะะเิอยู่แล้ว เนื่องจากซันกระหน่ำโทรเข้ามาไม่ต่ำกว่า 20 สายเข้าไปแล้ว
“บอกตามตรงว่าฝ้ายเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พีทเองก็รู้ว่าฝ้ายมีความฝันที่อยากจะทำให้ได้ ซึ่งฝ้ายมองไม่เห็นเลยว่าซันจะอยู่ตรงไหนของความฝันนั้น” ฝ้ายตอบพลางเปิดหาเพลงในมือถือของพีทฟัง หวังจะผ่อนคลายอารมณ์ “แล้วพีทล่ะ ฝ้ายมองเห็นไหมว่าพีทอยู่ตรงไหนของความฝันของฝ้าย?” พีทนั้นรู้ว่าฝ้ายอยากไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ตัวของพีทเอง ก็ได้กำหนดอนาคตของเขาเอาไว้แล้วเช่นกัน
พีทเองก็อยากที่จะเรียนต่อหากเขามีโอกาส แต่ในตอนนี้เขาพึงพอใจกับการเรียนให้จบปริญญาตรีก่อน เพื่อที่จะออกมาทำธุรกิจตามที่เขาได้วางแผนเอาไว้
และเมื่อมันเป็อย่างนี้ นั้นก็หมายความว่า เขากับฝ้ายก็จะแยกห่างกันไป ไม่ต่างจากซันเช่นเดียวกัน
“พีทก็อยู่ข้างๆ ฝ้ายไง จะไปไหนได้ล่ะ…ถึงฝ้ายจะไปเรียนต่อเมืองนอก ใช่ว่าเราจะไม่สามารถติดต่อกันได้สักหน่อย อีเมล์ แชท มีให้ติดต่อกันได้ถมเทไป” ฝ้ายตอบด้วยน้ำเสียงที่ปกติ หากแต่ในใจลึกๆ ของเธอกลับใจเต้นรัวๆ แบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันต่ออีกตลอดทางจนกระทั่งมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้า ในเวลา 4 โมงเย็น
มีร้านที่ได้มาจัดงานเคานต์ดาวน์ที่หน้าห้างจำนวนไม่ต่ำกว่า 10-20 ร้าน หากแต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็ร้านที่ขายเครื่องดื่ม มีเพียงร้านของพีทเพียงร้านเดียวเท่านั้นที่เป็ร้านขายไก่ทอด
มองดูเผินๆ อาจดูเหมือนว่าพีทจะไม่มีร้านคู่แข่งเลยใช่ไหม แต่ผิดถนัด วันนี้คู่แข่งที่พีทต้องเผชิญหน้า ไม่ใช่ร้านข้างทางทั่วๆ ไปอีกต่อไปแล้ว หากแต่ร้านที่พีทต้องเผชิญหน้าด้วยคือร้าน QFC ร้านไก่ทอดเบอร์หนึ่งของประเทศไทย ที่พีทเคยทำงานเป็พนักงานพาร์ตไทม์มาก่อนนั่นเอง
ในวันสิ้นปีแบบนี้ ยิ่งมีงานจัดที่ห้างด้วยแล้วมีหรือที่ร้านไก่ทอด QFC จะพลาดโอกาสนี้ไป ร้าน QFC คือร้านแฟรนไชด์ที่มีสาขามากมายทั่วประเทศไทย มีกำลังทรัพย์และเงินทุนมหาศาลมากมายที่พีทไม่สามารถที่จะเทียบเคียงได้
ในขณะที่พีทต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อทำงานในวันสิ้นปี เหล่าผู้บริหารของร้านไก่ทอดแฟรนไชส์พวกนี้กลับนั่งอย่างสบายใจเพื่อรอรับเงินอยู่กับครอบครัว
ปล่อยให้ร้านดูแลโดยพนักงานพาร์ตไทม์ที่จะได้ค่าแรงเป็สองเท่าจากปกติ เพื่อแลกกับการทำงานในวันสิ้นปี
พีทมองดูร้าน QFC ที่ตั้งอยู่ในห้าง มันเป็ร้านที่เขาและฝ้ายต่างก็คุ้นเคยเป็อย่างดี แต่ทว่าเพียงไม่กี่วัน ร้าน QFC ที่พวกเขาเคยเข้าออกด้วยความคุ้นเคย มันกลับต่างออกไปไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ราวกับเป็ความห่างเหินที่พีทมองว่าอีกฝ่ายคือ คู่แข่งที่ตัวเองต้องปีนป่ายไปให้ถึง
‘ร้าน QFC vs ร้าน Chicky CPF!’
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy