บทที่ 46 พลาดแล้ว!
ทันใดนั้นชายชราที่ยืนอยู่ข้างหูเจิ้นเทียนก็เอ่ยปากขึ้นว่า
“ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะมีฝีมืออยู่บ้างนะ!”
เดิมทีเขาคิดว่าหลัวเซิงก็แค่พวกขี้โม้ เก่งแต่ปาก ต่อให้มีฝีมือก็คงแค่พวกต่อยตีธรรมดา แต่ตอนนี้ไอ้หมอนี่มันอวดดีเกินไปแล้ว หรือว่า... เขามีดีอะไรกันแน่?
“ไม่สำคัญหรอก เขามีฝีมือแล้วไง ที่นี่เป็นสถานที่ของพวกเรา แถมพวกเรายังมีอาวุธอีก ยุคนี้ใครจะไปสู้กับอาวุธปืนได้!”
หูเจิ้นเทียนพูดอย่างดูถูก ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้กับอาวุธปืนได้หรอก!
“นายใหญ่ ในความคิดของผม ควรจับเป็นมันเอามาสั่งสอนให้เข็ดหลาบ กระทืบมันจนกว่าจะคุกเข่าขอร้อง!”
ลูกน้องคนหนึ่งเสนอต่อหูเจิ้นเทียน
หูเจิ้นเทียนไม่แม้แต่จะชายตามองหลัวเซิง เขาตะโกนไปที่ประตู “พวกแก! เข้ามาได้! ลากไอ้หมอนี่ไป สั่งสอนมันซะให้เข็ด ให้มันรู้จักรสชาติของคำว่าเจ็บปวด!”
ได้ยินคำสั่งของหัวหน้า เหล่าลูกน้องที่ในห้องห้องโถงต่างตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะท่าทีที่โอหังของหลัวเซิงทำให้พวกเขาหมั่นไส้หลัวเซิงมานานแล้ว ตอนนี้ก็อยากจะให้ไอ้หมอนี่โดนลากไปทรมานซะที!
ตอนนี้คนที่อยู่ในห้องล้วนเป็นลูกน้องคนสนิทของหูเจิ้นเทียน ถึงจะมีฝีมือแต่ก็จำนวนน้อย ส่วนลูกน้องที่อยู่ข้างนอกนั้นไม่ต่ำกว่าแปดร้อยคน!
คนมากมายขนาดนี้ แค่บ้วนน้ำลายใส่หลัวเซิงก็จมน้ำตายได้แล้ว!
แต่หลังจากที่เขาพูดจบไปนาน กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากข้างนอกเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าลูกน้องที่เหลือหายตัวไปในอากาศธาตุ
“เชี่ยเอ๊ย! พวกมันจะก่อกบฏรึไง! เกิดอะไรขึ้น? ไม่ฟังคำสั่งฉันแล้วรึไง? ไปตามพวกมันเข้ามา!”
หูเจิ้นเทียนโกรธจัด ตะคอกใส่ลูกน้องข้างกาย
ในขณะนั้นหลัวเซิงก็เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ “ในเมื่อคนของนายเข้ามาไม่ได้ งั้นให้คนของฉันเข้ามาก็แล้วกัน!”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เข้ามา! ใครขยับ ฆ่าไม่เลี้ยง!”
ทันทีที่หลัวเซิงพูดจบ เสียงฝีเท้าดังกระหึ่มมาจากข้างนอกราวกับมีกองทัพนับพันกำลังมุ่งหน้ามา จากนั้นชายชุดดำติดอาวุธครบมือก็กรูเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในนั้นรวมถึงหูเจิ้นเทียนต่างตกตะลึง
นะ... นี่เรื่องบ้าอะไรกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น ในมือของคนพวกนี้ยังมีปืนอีกด้วย!
ในชั่วพริบตา ลูกน้องบางคนก็ตัวสั่นด้วยความกลัวพวกเขาไม่คิดเลยว่า หลัวเซิงจะพาคนมาด้วย!
แค่ดูก็รู้ว่าพวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา! แต่เป็นทหารที่ฝีมือชั้นยอด!
คู่ต่อสู้แบบนี้ พวกอันธพาลอย่างพวกเขาจะต้านทานได้อย่างไร!
ในแววตาของคนเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยความกระหายเลือด เพียงมองแวบเดียวพวกเขาก็รู้สึกหวาดผวาไปถึงขั้วหัวใจ
แม้แต่หูเจิ้นเทียนก็รู้สึกว่าขาของเขาอ่อนแรง ถึงแม้เขาจะเป็นคนในโลกมืด แต่ก็ไม่เคยพบเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน!
เขารู้ว่าคราวนี้เขาพลาดท่าเสียแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของการสู้หรือไม่สู้แต่มันคือเรื่องของการกล้าหรือไม่กล้าต่างหาก!
ตอนนี้ขาพวกเขายังสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ แล้วจะมีปัญญาไปหยิบอาวุธได้ยังไง?
พวกเขารู้ดีว่าคำพูดของหลัวเซิงเมื่อกี้ ‘ใครขยับ ฆ่าไม่เลี้ยง’ ไม่ได้ขู่เล่น ๆ แน่นอน!
“นะ... นี่มันเป็นไปได้ยังไง? เขาไม่ใช่แค่ลูกน้องของหนิงเย่ากังหรอกเหรอ?”
ในชั่วขณะนั้นหูเจิ้นเทียนก็แทบจะเป็นลม เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงขนาดนี้
“ยกมือขึ้น! คุกเข่าลง!”
ชายชุดดำตะโกนเสียงดัง ใบหน้าของพวกเขาเคร่งขรึม
พวกเขาคือลูกน้องที่หลัวเซิงฝึกฝนมา เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของหลัวเซิงเหมิน! การรับมือกับพวกอันธพาลพวกนี้ถือเป็นเรื่องง่ายดาย!
หัวใจของหูเจิ้นเทียนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขารู้ว่าชีวิตอันสุขสบายของเขาจบลงแล้ว จากนี้ไปแก๊งตี้ซ่าจะหายไปจากเจียงหนาน!
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมหนิงเย่ากังถึงกล้าบุกมาถึงรังของเขา ทั้ง ๆ ที่มีกันแค่สองคน
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมตอนแรกหนิงเย่ากังถึงแสดงความหวาดกลัวออกมา นั่นไม่ใช่ความหวาดกลัวที่มีต่อเขา แต่เป็นความหวาดกลัวที่มีต่อหลัวเซิง!
เพราะหลัวเซิงมันน่ากลัวเกินไป!
ถ้าเขารู้ว่าหลัวเซิงน่ากลัวขนาดนี้ ต่อให้ต้องยกแก๊งตี้ซ่าให้ เขาไม่กล้าส่งลูกน้องไปเล่นงานหลัวเซิงเด็ดขาด!
นี่มันไม่ต่างอะไรกับการเรื่องตาย!
เขา... หูเจิ้นเทียนจะต้องถูกลบชื่อออกจากเจียงหนานในวันนี้!
“ยึดอาวุธพวกมันให้หมด!”
หลัวเซิงใบหน้าเย็นชา สั่งการเสียงดัง เหล่าชายชุดดำต่างขยับเขยื้อนกาย เพียงไม่นานกองอาวุธมากมายก็ถูกนำมาวางไว้กลางห้องโถง
มองไปที่อาวุธเหล่านั้น สีหน้าของหลัวเซิงก็ยิ่งดูแย่ลงไม่น่าเชื่อว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลู่ชิงเมิ่งและเหยาเหยาต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายแบบนี้ โชคดีที่แม่ลูกไม่ได้รับอันตราย ไม่งั้นเขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง!
ในเมื่อเขากลับมาแล้ว เขาก็ต้องปกป้องพวกเธอให้ดี!
“บอสหลัว! บอสหลัว! ได้โปรด ผมตาบอด ไม่รู้ว่าท่านคือใคร จึงได้ล่วงเกินท่าน ผมยอมยกทุกอย่างให้ท่าน ขอเพียงท่านไว้ชีวิตผม!”
หูเจิ้นเทียนคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะไม่หยุด บริเวณใต้ร่างกายของเขาปรากฏของเหลวสีเหลืองอ่อน เจ้าพ่อโลกมืดผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้กลับเปียกปัสสาวะราดกางเกงต่อหน้า หลัวเซิง!
นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย! ต่อให้เป็นหูเจิ้นเทียนก็อดกลัวไม่ได้หนิงเย่ากังยืนอยู่ข้างหลังหลัวเซิง มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าในใจของเขาเต็มไปด้วยความโล่งอก เพราะก่อนหน้ามาที่นี้เขาก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน!
โชคยังดีที่ท่านหลัวใจกว้าง ไม่ได้เอาเรื่องกับเขา!
เพราะยังไงซะพลังของชายผู้นี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต่อกรได้!
ความเคารพยำเกรงที่หนิงเย่ากังมีต่อหลัวเซิง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก
แต่หลัวเซิงกลับไม่แยแส เขาโบกมือ ชายชุดดำข้างกายพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
เห็นการกระทำของหลัวเซิง ใบหน้าของหูเจิ้นเทียนก็ซีดเผือดเขารู้ว่า ตัวเองจบสิ้นแล้ว ต่อให้ทำยังไง เขาก็ไม่รอดแน่!
แก๊งตี้ซ่าในเจียงหนาน คงต้องจบสิ้นลงเพียงเท่านี้!
หลัวเซิงออกคำสั่งกับชายชุดดำอีกครั้ง ให้พวกเขากลับไปที่หลัวเซิงเหมิงหลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็หันหลังเดินออกจากตี้ซ่า
หนิงเย่ากังถอนหายใจยาว ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หูเจิ้นเทียน เป็นศัตรูคู่อาฆาตกับเขามานานหลายปี แม้ว่าเขาจะมีโจวสุ่ยหนิวคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง แต่เขาก็ไม่สามารถกำจัดหูเจิ้นเทียน ได้อย่างราบคาบ
แต่ตอนนี้ หลัวเซิงกลับสามารถกำจัดหูเจิ้นเทียนได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีนี่มันต้องมีพลังมากแค่ไหนกัน?
“บอสหลัว!”
หนิงเย่ากังรีบวิ่งตามหลัวเซิงไป เอ่ยเรียกด้วยความเคารพ
“เรื่องวันนี้ ถ้าแกปปากพูดออกไป แกก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น” หลัวเซิง ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เข้าใจครับ”
หนิงเย่ากังพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับลูกไก่จิกข้าว เขาไม่กล้าทำแบบนั้นอยู่แล้ว!
หลัวเซิงเห็นดังนั้นสีหน้าจึงอ่อนโยนลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “ไปส่งฉันกลับบ้านเถอะ”
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ สำหรับหลัวเซิงแล้วมันก็แค่เรื่องเล็กน้อย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ศัตรูที่เขาเผชิญในหลัวเซิงเหมินแข็งแกร่งกว่านี้เป็นพันเป็นหมื่นเท่า!