บทที่ 10 ความจริง
ฝั่งด้านเฉาจื่อเมื่อออกมาจากห้องของซูเม่ยเขาได้เก็บเอาคำพูดของเธอมาคิด ไม่ว่าจะเป็เื่เงินที่เธอเคยพูดไหนจะเื่ที่เธอถูกคุณแม่ของเขาคอยรังแก หรือว่าเื่นี้จะเป็ความจริงไม่ว่าจะพูดอย่างไรเธอก็ยังคงดึงดันคำพูดเดิมไม่หยุดหย่อน เื่นี้เขาจะต้องสืบความจริงให้ได้ว่าเธอเกลียดแม่ของเขามากจนเสียต้องใส่ร้ายหรือแม่ของเขาทำอย่างนั้นจริง ๆ เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ปรับสีหน้าของตัวเองให้ดีขึ้นก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบนหาอ้ายเยว่ที่รอเขาอยู่
"อ้ายเยว่พ่อมาแล้วขอเข้าไปด้านในได้มั้ย"
เด็กชายกำลังนั่งเล่นของเล่นที่แม่ซื้อให้วันนี้เมื่อได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็พ่อเด็กน้อยรีบวางของเล่นทันทีเดินออกมารับพ่อด้วยใบหน้าแจ่มใส
"ได้ครับ พ่อไปหาคุณแม่มาแล้วใช่มั้ยครับผมดีใจจริง ๆ ที่ต่อจากนี้คุณพ่อคุณแม่อ้ายเยว่จะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา "
ยิ่งเขาเห็นว่าลูกชายมีความสุขเขายิ่งอยากรู้เื่ที่เกิดขึ้นที่นี่ระหว่าง 5 ปีที่ผ่านมา
"อ้ายเยว่ลูกอยากให้พ่อกับแม่อยู่พร้อมหน้าลูกต้องบอกความจริงพ่อแล้วล่ะ" เขาจูงมืออ้ายเยว่ไปที่เตียงพร้อมเอ่ยถามเื่ของซูเม่ย
"อ้ายเยว่ไม่เคยโกหกเพราะคุณแม่สอนเอาไว้เป็เด็กดีต้องไม่โกหกและลักขโมย"
"ใช่แล้วเด็กดีไหนลองเล่าให้พ่อฟังสิว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ของลูกใช้ชีวิตมาอย่างไรบ้าง " ด้วยความที่เป็เด็กเขาได้เล่าให้พ่อฟังในสิ่งที่เขาได้เห็นคุณย่าทำกับแม่ทั้งหมด รวมถึงความไม่ยุติธรรมที่ทำให้แม่ต้องไม่สบายนอนไม่ตื่นมาหลายวัน เมื่อเขาได้ยินต้องใไม่คิดว่าแม่ของตนจะเป็คนเช่นนี้ แต่เขายังคงไม่ปักใจเชื่อคำพูดของอ้ายเยว่เท่าไหร่นัก ไม่แน่นี่อาจจะเป็คำสอนของซูเม่ยที่พูดให้อ้ายเยว่เกลียดผู้เป็ย่าก็เป็ได้
หลังจากนั้นเขาได้เล่าเื่ราวของเขาระหว่างอยู่ที่กองทัพให้อ้ายเยว่ฟังจนตัวเล็กหลับปุ๋ย เขาห่มผ้าให้ลูกชายปิดไฟและเดินออกมาจากห้องตอนนั้นเห็นสาวใช้กำลังเดินสำรวจดูความปลอดภัยก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนที่ห้อง เขาจึงเรียกเธอมาหาเพื่อสอบถามและโชคดีที่สาวใช้ที่เขาเรียกมาพบในครั้งนี้เป็คนเดียวกับที่ซูเม่ยใช้ให้ไปเก็บกวาดห้องนั่นเอง
เขาให้เธอเดินตามมที่ห้องของเขาพร้อมเอ่ยถามเื่ของซูเม่ย
"เธอเข้ามาเป็สาวใช้ในบ้านหลังนี้นานหรือยังเพราะฉันไม่รู้สึกคุ้นหน้าเธอสักนิด"
"ฉันเข้ามาอยู่ที่นี่สี่ปีแล้วค่ะท่านนายพลหลังจากที่คุณนายเล็กคลอดคุณชายอ้ายเยว่ ตอนนั้นฉันได้เข้ามาช่วยคุณนายเล็กเลี้ยงดูคุณชายค่ะ "
"อย่างนั้นเธอก็รู้ทุกอย่างในบ้านหลังนี้สินะ! ั้แ่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ซูเม่ยทำตัวอย่างไร เธอต้องพูดความจริงห้ามปิดบังฉัน และห้ามเข้าข้างผู้ใดผู้หนึ่งรู้ใช่มั้ยว่าถ้าเธอโกหกจะเกิดอะไรขึ้น" เฉาจื่อสูบบุรี่อย่างใจเย็นแต่ท่าทางของเขาทำให้สาวใช้อย่างเธอหวาดกลัวไม่น้อย
"ได้ค่ะ ฉันจะเล่าความจริงตามที่ฉันเห็นในระหว่างที่อยู่ที่นี่มาด้วยความสัตย์จริงทั้งหมด" เธอได้เล่าั้แ่สองเท้าของเธอเข้ามาเหยียบที่นี่ว่าซูเม่ยถูกแม่ของท่านนายพลปฏิบัติเช่นไร ในความไม่ยุติธรรมที่ต้องเจอยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดหวังในตัวของแม่ยิ่งนัก คำพูดของสาวใช้ไม่ต่างจากที่ซูเม่ยบอกเขาและคำพูดเดียวกันในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่อ้ายเยว่เล่าให้ฟัง ทั้งสามยังพูดตรงกันหมด เมื่อรู้เขาจึงสั่งให้สาวใช้ออกไปก่อนจะลุกเดินไปที่หน้าต่างทอดสายตาจ้องมองไปด้านนอก
"ไม่คิดเลยว่าเื่ทั้งหมดจะเป็อย่างนี้ไม่แปลกที่เธอจะขอชีวิตห้าปีของเธอคืนไป ทำไมคุณแม่ถึงทำอย่างนั้นกันนะเื่นี้ฉันจะให้ความเป็ธรรมกับเธอเท่าที่ฉันจะทำได้ เพราะเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอมีฉันเป็ต้นเหตุ" เฉาจื่อรู้สึกผิดในเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อจากนี้เขาจะตอบแทนสิ่งที่เธอได้สูญเสียไปเอง
รุ่งเช้าต่อมา
ซูเม่ยตื่นสายกว่าทุกวันไม่รู้ว่าเพราะเฉาจื่อกลับมาหรือเพราะเธอที่บอกว่าจะไม่ทำงานบ้านอีกต่อไปทำให้ชิงเถาไม่มาปลุกเธอที่ห้องให้ออกไปทำงานในบ้านทุกอย่างทำให้เธอหลับเต็มอิ่ม ล้างหน้าล้างตาเดินลงมาชั้นล่างได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะเจี้ยวจ้าวของผู้หญิง ทันใดนั้นเองเธอก็แสยะยิ้มออกมา
"ฉันว่าไว้ไม่มีผิดมาเร็วเสียจริง มาเร็วก็ดีเพราะฉันเองก็อยากจะออกไปจากบ้านหลังนี้แล้วเหมือนกัน " ผู้หญิงที่เธอได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างถูกคอนั่นคือยูร์เหยากับชิงเถาใบหน้าทั้งสองยิ้มแย้มเสียจนทำให้ซูเม่ยมั่นไส้
"นี่สินะสะใภ้ที่คุณแม่คุณอยากได้ ฉันจะทำให้ความฝันของแม่คุณสำเร็จเอง" ซูเม่ยบ่นพึมพำก่อนจะเดินมาหาทั้งสอง
"มีเื่อะไรสนุก ๆ แต่เช้าคะขอฉันนั่งฟังด้วยคนได้มั้ย" เมื่อชิงเถาเห็นใบหน้าของซูเม่ยรอยยิ้มบนใบหน้าได้เปลี่ยนเป็เฉยชาทันที
"ไม่ใช่เื่ของเธอสักหน่อยจะไปไหนก็ไป"
"คุณป้าไม่เห็นต้องว่ารุนแรงกับพี่สะใภ้เช่นนั้นเลย พี่สะใภ้สบายดีนะคะั้แ่งานแต่งฉันไม่ได้มาเยี่ยมอีกเลยนี่ของที่ฉันซื้อติดไม้ติดมือมาฝากพี่สะใภ้กับอ้ายเยว่ด้วยค่ะ รับไว้สิคะฉันตั้งใจเลือกมากเลยนะ" น้ำเสียงอ่อนหวานใบหน้าใสซื่อหากเธอไม่ได้ยินเื่ที่เธอพูดเมื่อวานคงคิดว่าเธอเป็หญิงสาวที่จิตใจดี แต่ตอนนี้เธอรู้หมดแล้วว่าเธอมีดีแต่ใบหน้าเท่านั้นจิตใจสกปรกไม่ต่างจากชิงเถาเลยด้วยซ้ำ
"ฉันขอบใจมากนะ ว๊าวว...สวยขนาดนี้คงแพงไม่น้อย"ตุ่มหูสวยงามที่อยู่ในกล่องแค่มองก็รู้แล้วว่าเป็ของแพงคงอยากให้เฉาจื่อเห็นว่าเธอเป็คนจิตใจดีมีน้ำใจสินะ
"เล็กน้อยค่ะพี่สะใภ้ชอบฉันเองก็ดีใจ "
"แหม ๆ ไม่ต้องเรียกพี่สะใภ้ก็ได้ เรียกพี่ซูเม่ยเฉย ๆ ก็พอ" ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันเฉาจื่อได้อุ้มอ้ายเยว่ลงมาจาก้า ทั้งสองพ่อสองแต่งกายเหมือนจะออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ยูร์เหยาเห็นเฉาจื่อลงมาเธอรีบเดินไปหาเขาพร้อมของในมือทันที
"พี่เฉาจื่อพี่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่กันคะ! โชคดีจริง ๆ ที่ฉันมาหาคุณป้าวันนี้ทำให้ได้พบพี่เฉาจื่อนับเป็โชคชะตาลิขิตจริง ๆ อ้ายเยว่น้ามีของมาฝากด้วยนะ" ซูเม่ยมองหน้าของยูร์เหยาสลับกับใบหน้าของชิงเถาที่ยิ้มแก้มปริ
'แกล้งทำเป็ไม่รู้เื่แต่ว่าทั้งสองวางแผนเอาไว้แล้วสินะ ฮ่าฮ่าน่าตลกจริง ๆ'