ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ผู้ปกครองเผ่าปีศาจทั้งสามเผ่า

    เวลานี้เหล่าผู้นำกองกำลังและยอดฝีมือทั้งหลายมองไปที่หนานหมิงด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ

    เขานึกไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้จะมีอำนาจมากขนาดนี้ แม้กระทั้งกึ่งเซียนทั้งสิบสี่คนก็ยังต้องทำความเคารพและเรียกเขาว่านายท่าน

    เจ้าสำนักเซี่ยมองดูหนานหมิงด้วยความตกใจ เขาคิดว่าหนานหมิงเป็นเพียงแค่บุตรชายของผู้นำตระกูลหนานเท่านั้น แม้ว่าจะมีอำนาจแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอำนาจมากขนาดที่ทำให้กึ่งเซียนต้องทำความเคารพแบบนี้

    หนาหนมิงยิ้มและกวาดสายตามองดูกองกำลังทั้งหมดและกล่าวขึ้นว่า “ อย่างที่ข้าเคยบอกไป สำนักปฐมวิญญาณคือพันธมิตรของตระกูลหนาน แล้วก็ส่วนเรื่องของวิหารหมื่นโลกาก็ให้คนของข้าจัดการแล้วกัน ” 

    จากนั้นหนานหมิงก็หันไปมองเซี่ยเล่ยจีและกล่าวขึ้นว่า “ ไปกันเถอะ ข้าอยากเดินชมรอบเกาะป๋อซาน ” 

    เซี่ยเล่ยจีทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆเท่านั้น 

    “ คุณชายหนานถ้าหากท่านอยากเที่ยวชมเกาะป๋อซาน เช่นนั้นให้หลานสาวของข้าเป็นผู้นำทางดีหรือไม่? ด้วยการที่มีนางอยู่พวกท่านสามารถเที่ยวชมได้อย่างเพลิดเพลินโดยที่ไม่ถูกรบกวน ” ฮวาเจี๋ยเฟิงกล่าวด้วยท่าทียิ้มแย้ม

    หนานหมิงมองไปยังเซี่ยเล่ยจีและเห็นว่านางพยักหน้าเขาจึงตอบตกลง

    “ เช่นนั้นก็ต้องรบกวนผู้นำตระกูลฮวาแล้ว ” หนานหมิงกล่าวขึ้น

    จากนั้นฮวาหยินซีก็เดินออกมาพร้อมกับโค้งคำนับให้กับหนานหมิง 

    ฮวาหยินซีนับว่าเป็นสตรีที่งดงามและยังเป็นอัจฉริยะของตระกูลฮวาอีกด้วย นางอายุเพียงแค่ห้าสิบกว่าปีแต่นางก็มีความแข็งแกร่งระดับจ้าวยุทธ์ขั้นต้น นับว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะแถวหน้าของตระกูลฮวาเลยทีเดียว

    ไม่นานหนานหมิง เซี่ยเล่ยจี ม่อเสี้ยนและฮวาหยินซีก็เดินออกจากศาลาไป

    เวลานี้เหล่าผู้นำกองกำลังทั้งหมดต่างก็มองไปที่เจ้าสำนักเซี่ยด้วยความอิจฉาตาร้อน เพราะพวกเขาเห็นว่าคุณชายหนานท่านนี้สนิทกับเซี่ยเล่ยจีบุตรสาวของเจ้าสำนักเซี่ยเป็นอย่างมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน

    ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ เชื่อได้เลยว่าสำนักปฐมวิญญาณจะถูกยกระดับให้กลายเป็นกองกำลังอันดับหนึ่งทันที เพราะด้วยการที่มีตระกูลหนานหนุนหลัง ก็จะไม่มีใครในทวีปหยุนเทียนกล้าสร้างปัญหาให้กับพวกเขา

    ทางด้านของมู่สือจินเขาก็เหลือบมองคนของวิหารหมื่นโลกาก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ จับตัวพวกมันไปให้หมดแล้วก็สอบสวนอย่างละเอียดแล้วก็ให้ต้วนเทียนเจ๋อคิดเอาว่าจะจัดการอย่างไร ”

    “ ขอรับ ” กึ่งเซียนคนอื่นๆตอบรับก่อนที่จะใช้พลังพาคนของวิหารหมื่นโลกาจากไปทันที 

    ส่วนมู่สือจินเขาได้รับคำสั่งให้อยู่คุ้มกันเจ้าสำนักเซี่ยไปก่อน

    หลังจากที่คนของวิหารหมื่นโลกาจากไปแล้ว บรรยากาศก็เบาลงอย่างมาก เพราะกองกำลังทั้งหมดไม่กล้าที่จะหายใจเสียงดังด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะเป็นการรบกวนยอดฝีมือกึ่งเซียนเหล่านั้น

    “ พวกท่านพูดคุยตามสบายเถอะ ข้ามีหน้าที่คุ้มกันเจ้าสำนักเซี่ยเท่านั้น ” มู่สือจินกล่าวอย่างไม่แยแสก่อนที่จะนั่งลงข้างๆเจ้าสำนักเซี่ยอย่างไม่เกรงใจใคร และก็ไม่มีใครกล้ากล่าวอะไรอีกด้วย

    เหล่าผู้นำทั้งเก้ามองหน้ากันก่อนที่จะมองไปที่เจ้าสำนักเซี่ยด้วยความอิจฉา

    “ เจ้าสำนักเซี่ยเรื่องสมบัตินั้นข้าตระกูลฮวาไม่สนใจแล้ว ” ผู้นำตระกูลฮวากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ผู้นำคนอื่นๆเองก็แสดงท่าทีเหมือนกับผู้นำตระกูลฮวา

    “ แล้วก็เรื่องแรกจบลงแล้ว ข้าขอประกาศเรื่องที่สองต่อเลยแล้วกัน ” ผู้นำตระกูลฮวากล่าวขึ้น

    “ ไม่ต้องรอผู้นำวิหารหมื่นโลกางั้นหรือ? ” เจ้าสำนักดาบมารถามขึ้นด้วยความสงสัย

    ผู้นำตระกูลฮวามองดูมู่สือจินก่อนที่จะส่ายหน้าและกล่าวว่า “ ไม่จำเป็นต้องรอแล้ว สำหรับเรื่องที่สองก็คือดินแดนศักดิ์ศิทธิ์หลัวเทียนต้องการให้พวกเราส่งกำลังเสริมไปสนับสนุนพวกเขาในการทำสงครามกับเผ่าปีศาจ เพราะตอนนี้สงครามที่กำลังจะเกิดคาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง ” 

    เมื่อทุกๆคนได้ยินที่ผู้นำตระกูลฮวากล่าวพวกเขาก็มองหน้ากันก่อนที่จะเป็นเจ้าสำนักเซี่ยถามขึ้นว่า “ แล้วผู้นำตระกูลฮวาคิดว่าอย่างไร? ” 

    คนอื่นๆเองก็มองไปที่ผู้นำตระกูลฮวาเช่นกัน เนื่องจากในอดีตผู้นำตระกูลฮวาก็มักจะเป็นคนตัดสินใจขั้นเด็ดขาดเสมอและมักจะทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วพวกเขาจึงเชื่อมั่นในการตัดสินใจของผู้นำตระกูลฮวา

    ผู้นำตระกูลฮวาครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยและกล่าวขึ้นว่า “ เรื่องนี้ข้าเองก็คิดว่าให้คำตอบยากเพราะข้าได้รับข่าวมาว่ากองกำลังปีศาจที่จะบุกมานั้นมีจำนวนมหาศาลเพราะพวกปีศาจสองเผ่าใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุดของทวีปปีศาจได้รวมมือกัน ซึ่งก็คือเผ่าปีศาจสามเนตรและเผ่าปีศาจกลืนนภา ” 

    ทวีปปีศาจสวรรค์เผ่าปีศาจต่างๆถูกแบ่งออกเป็นขนาดน้อยใหญ่ที่แตกต่างกัน แต่เผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งและทรงพลังอำนาจที่สุดมีอยู่สามเผ่าด้วยกันได้แก่ เผ่าปีศาจสามเนตร เผ่าปีศาจกลืนนภา เผ่าปีศาจพฤกษา

    โดยเผ่าปีศาจสามเนตรเป็นเผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งลำดับที่สองของสามเผ่าใหญ่และมีจำนวนเยอะที่สุดอีกด้วย พวกมันมีเนตรตรงกลางหน้าผากซึ่งก็คือเนตรที่สาม ร่างกายของพวกมันไม่ได้ใหญ่มากนักมีขนาดเท่ากับมนุษย์ทั่วๆไป ว่ากันว่ายิ่งแข็งแกร่งพลังเนตรของพวกมันก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น 

    ซึ่งเนตรที่สามของพวกมันมีความสามารถในการสร้างภาพลวงตาขึ้นมา ถ้าหากถูกภาพลวงตาเมื่อไหร่ก็ยากที่จะหาทางแก้ได้ ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในเผ่าปีศาจที่รับมือได้ยากที่สุดอีกด้วย แต่พลังเนตรของพวกมันก็มีจุดอ่อนอย่างหนึ่งก็คือกว่าที่มันจะใช้พลังเนตรได้มันจะต้องยืนอยู่นิ่งๆเป็นเวลาสามลมหายใจ สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ช่วงเวลาสามลมหายใจก็นับว่าเป็นเวลาที่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เลย 

    นอกจากนี้ถ้าหากเผ่าปีศาจสามเนตรสามารถฝึกฝนพลังเนตรจนถึงขั้นสูงได้ เนตรของพวกมันจะเปลื่ยนจากเนตรปีศาจเป็นเนตรเซียนปีศาจทันที

    เนตรเซียนปีศาจทำให้ศักยภาพของปีศาจสามเนตรแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือภาพลวงตาที่ไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่งๆสามลมหายใจ พวกมันสามารถใช้งานได้ทันที แถมพลังเนตรของปีศาจแต่ละตัวที่สามารถฝึกฝนมาถึงขั้นเซียนปีศาจได้ก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป 

    อย่างเช่นในอดีตเคยมีปีศาจเผ่าสามเนตรที่มีชื่อว่า ฝู่ซาน ที่ฝึกฝนพลังเนตรจนถึงขั้นเซียนปีศาจ สามารถสร้างดวงตาขนาดใหญ่ยักษ์บนท้องฟ้าได้ ซึ่งดวงตานั้นมีขนาดใหญ่นับร้อยลี้ ทันทีที่ใครก็ตามที่มองดวงตานั้นก็จะกลายเป็นลูกน้องของฝู่ซานทันที 

    หรือไม่ก็หวังซิวที่ฝึกฝนจนถึงขั้นเนตรเซียนปีศาจที่มีพลังในการเปลื่ยนแปลงความทรงจำของปีศาจหรือมนุษย์ได้ทั้งหมด ทำให้ตอนนั้นปีศาจหวังซิวนับว่าเป็นปีศาจที่มีชื่อเสียงอย่างมากและกลายเป็นผู้นำของเผ่าปีศาจสามเนตรอีกด้วย แต่นั้นก็คืออดีตเนื่องจากสองปีศาจตัวนี้ก็ได้ตายไปแล้ว

    และในยุคปัจจุบันก็มีปีศาจเผ่าสามเนตรที่มีสามารถฝึกฝนพลังเนตรจนถึงขั้นเซียนปีศาจอยู่ถึงสี่ตนด้วยกัน ซึ่งพวกมันก็คือเสาหลักของเผ่าปีศาจสามเนตร ซึ่งถูกเรียกว่าสี่เนตรเซียนปีศาจและพวกมันทั้งสี่ตนก็เป็นถึงกึ่งเซียนปีศาจที่แข็งแกร่งอีกด้วย

    ทางด้านของเผ่าปีศาจกลืนนภา พวกมันเป็นเผ่าปีศาจที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเผ่าปีศาจสามเนตร พวกมันมีพลังที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก เพราะพวกมันสามารถกลืนกินพลังจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและนำมาเป็นพลังของตัวเองได้ ซึ่งยิ่งพวกมันกลืนกินมากเท่าไหร่ พลังและร่างกายของมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น 

    เนื่องจากเป็นเผ่าปีศาจที่ดุร้ายและป่าเถื่อน เพราะถ้าหากในเผ่าไม่พอใจกันก็อาจจะถูกฆ่าและกลืนกินพลังด้วยกันเอง ทำให้เผ่าพันธ์นี้แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยแต่พวกมันก็นับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก 

    ที่สำคัญคือถ้าหากเผ่าปีศาจกลืนนภานี้กลืนกินพลังของสิ่งมีชีวิตใดๆไปพวกมันก็อาจจะโชคดีได้รับพลังบางส่วนของสิ่งที่มันกลืนกินไปด้วย อย่างเช่นในอดีตเคยมีปีศาจจากเผ่าพันธ์นี้กลืนกินพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลานับร้อยปี จนกระทั้งมันได้รับพลังของดวงอาทิตย์มา เพียงแค่โบกมือเปลวเพลิงที่มีความร้อนสูงก็ทำลายเมืองปีศาจเล็กๆได้อย่างสบาย 

    และสุดท้ายคือเผ่าปีศาจพฤกษาเป็นปีศาจที่มีจำนวนมากที่สุด แต่ทว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดาสามเผ่าพันธ์ใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็แข็งแกร่งอย่างมาก เนื่องจากพวกมันสามารถใช้ไม้โจมตีได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่เผ่าพันธ์ปีศาจพฤกษาเป็นเผ่าพันธ์ที่ค่อนข้างรักสงบ ทำให้ไม่ค่อยมีเผ่าพันธ์ไหนกล้าที่จะสร้างปัญหากับเผ่าพันธ์นี้ เนื่องจากพวกมันมีจำนนวนมาก แม้กระทั้งเผ่าสามเนตรและเผ่ากลืนนภาก็ยังไม่กล้าที่จะสร้างปัญหา

    เมื่อได้ยินว่าสองเผ่าพันธ์อย่างปีศาจสามเนตรและปีศาจกลืนนภาร่วมมือกัน พวกเขาก็เข้าใจถึงความดุเดือดของสงครามในครั้งนี้ทันทีและพวกเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนถึงได้เรียกกองกำลังจากทวีปหยุนเทียนไปช่วยเหลือด้วย

    แม้ว่ากองกำลังภายในทวีปหยุนเทียนจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักเมื่อเทียบกับทวีปหลัวเทียน แต่อย่างน้อยๆพวกเขาก็มีเทพยุทธ์ขั้นต้นและขั้นกลางที่เป็นยอดฝีมือที่ใช้ตัดสินสงครามได้เลย เพราะฉะนั้นยิ่งมีเทพยุทธ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเปลื่ยนกระแสสงครามได้

    “ ผู้นำตระกูลฮวาหรือว่าการที่คนของตระกูลเฟิงมาหาท่านก็เพราะเรื่องนี้? ” ผู้นำพรรคมังกรทมิฬถามขึ้น

    ผู้นำตระกูลฮวาพยักหน้าและกล่าวว่า “ ใช่แล้วละ พี่ชายเฟิงมาที่นี้เพื่อแจ้งข่าวเรื่องนี้โดยเฉพาะ ที่จริงแล้วที่ข้าเรียกทุกคนมาประชุมก็เพราะเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของสำนักปฐมวิญญาณเป็นเพียงแค่เรื่องที่ไม่คาดคิดเท่านั้น ” 

    เป็นอย่างที่ตระกูลฮวากล่าวมาจริงๆ เพราะคนของตระกูลเฟิงมาที่นี้เพื่อแจ้งข่าวเรื่องนี้โดยเฉพาะ

    “ ข้าคิดว่าพวกเราควรส่งกองกำลังไปช่วย เพราะถ้าหากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนพ่ายแพ้ มันจะทำให้สถานการณ์ของสองทวีปยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้น ” ผู้นำป้อมปราการหยุนฉีกล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง

    เนื่องจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ติดอยู่กับทวีปเผ่าปีศาจ ทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนกับแนวหน้าที่คอยต้านทานเผ่าปีศาจให้กับเผ่ามนุษย์ ถ้าหากดินแดนศักดิ์สิทธิ์พ่ายแพ้มันจะส่งผลกระทบต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนทั้งหมด

    ผู้นำคนอื่นๆเองก็เห็นด้วย อย่างน้อยๆในฐานะของเผ่าพันธ์มนุษย์ถ้าหากพวกเขาสามารถช่วยเหลือได้พวกเขาก็ต้องทำเต็มที่ อย่างน้อยๆจะได้มีเรื่องไปโอ้อวดในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยร่วมมือกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้กับเผ่าพันธ์ปีศาจ

    จากนั้นผู้นำตระกูลฮวาก็หันไปมองมู่สือจินก่อนที่จะถามด้วยน้ำเสียงลังเลว่า “ ท่านผู้อาวุโส ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไรขอรับ? ” 

    มู่สือจินเหลือบมองผู้นำตระกูลฮวาครู่หนึ่งจนทำให้ผู้นำตระกูลฮวาเผลอถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจ

    “ เรื่องของพวกเจ้าก็คือเรื่องของพวกเจ้า ข้าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย แต่ถ้าหากนายท่านของข้าออกคำสั่งก็อีกเรื่องหนึ่ง ” มู่สือจินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแสแต่เขาก็ถือเป็นการบอกใบ้ให้กับทุกๆคนแล้วว่าถ้าหากนายท่านของเขาเป็นคนออกคำสั่งก็จะลงมือ

    ผู้นำตระกูลฮวาและคนอื่นๆก็เข้าใจในความหมายก่อนที่พวกเขาจะนิ่งเงียบไป

    หลังจากที่ไม่มีเรื่องอะไรแล้วผู้นำตระกูลฮวาก็บอกให้ทุกๆคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวเขาจะไปตัวไปคุยกับคุณชายหนานเกี่ยวกับเรื่องของสงครามระหว่างเผ่าพันธ์

    ทางด้านของหนานหมิง

    หลังจากที่เขาออกมาจากเกาะป๋อซานแล้ว เขาก็ไปหาข้าวเที่ยงกินเนื่องจากตอนนี้จุดประสงค์ของเขาคงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่ศาลาอีกต่อไป

    ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยาม

    จู่ๆผู้นำตระกูลฮวาก็มาขอพบ

    หนานหมิงจึงบอกให้ม่อเสี้ยนออกไปรับตัวผู้นำตระกูลฮวาเข้ามาในห้องอาหาร

    เมื่อผู้นำตระกูลฮวาเข้ามาในห้อง เขาก็โค้งคำนับให้กับหนานหมิง เพราะถึงอย่างไรโลกใบนี้พูดคุยกันด้วยพลังง่ายที่สุด ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งได้รับความเคารพสูง และเบื้องหลังของหนานหมิงก็มีกึ่งเทพจำนวนมากก็ยิ่งต้องได้รับความเคารพ

    “ ข้าน้อยผู้นำตระกูลฮวา ฮวาเจี๋ยเฟิงน้อมพบคุณชายหนาน ” ฮวาเจี๋ยเฟิงกล่าวด้วยความเคารพ

    หนานหมิงพยักหน้ารับและถามขึ้นว่า “ มีเรื่องอะไรงั้นหรือผู้นำฮวา? ” 

    ผู้นำตระกูลฮวาจึงอธิบายถึงสงครามระหว่างดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเผ่าปีศาจให้กับหนานหมิงฟัง

    หนานหมิงที่ได้ยินก็หรี่ตาลงก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ผู้นำตระกูลฮวาต้องการให้ข้านำคนของข้าไปสนับสนุนดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนงั้นหรือ? ” 

    ผู้นำตระกูลฮวาพยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นขอรับคุณชายหนาน อย่างน้อยๆการที่ช่วยเหลือดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนก็จะทำให้พวกปีศาจไม่กล้าที่จะรุกรานมนุษย์ ซึ่งนี้นับว่าเป็นผลดีสำหรับพวกเราทั้งหมด นอกจากนี้ถ้าหากคุณชายหนานสามารถจัดการกับเผ่าปีศาจได้เป็นจำนวนมาก ท่านก็สามารถเก็บทรัพยากรของพวกมันมาได้ เพราะดินแดนศักดิ์สิทธิ์บอกว่าสมบัติต่างๆก็อยู่ที่คนจัดการกับพวกมัน ” 

    หนานหมิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวว่า “ อีกสามวันข้าจะให้คำตอบ ” 

    ผู้นำตระกูลฮวาได้แต่ตอบรับและขอตัวจากไป