ตอนที่ 383 เป็นตาย
ราชินีฉลามสูบชีวิตแม้จะเป็นสัตว์อสูรระดับอริยะแต่ท้ายที่สุดแล้วกายวิภาคของมันก็ยังเป็นฉลาม เป็นสัตว์น้ำที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วบนบก ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่ไม่อาจเคลื่อนไหวคล่องในน้ำ
ตัวนางเองไม่มีสมบัติช่วยเหลือ ดังนั้นเรื่องการหายใจจึงต้องแก้ขัดด้วยการใช้น้ำแข็งเข้าปิดเหงือก ภายในช่องปากของมันเรืองแสงอีกครั้ง คำแห่งพลัง กัก ทำให้นางสามารถเรียกใช้วิญญาณของสิ่งที่มันกินเข้าไปได้ ในครั้งนี้วิญญาณของหมึกยักษ์ปรากฏขึ้นทีเดียว 3ตัว หมึกยักษ์ทั้ง 3 เข้าปกคลุมร่างของราชินีฉลามสูบชีวิต รัดพันหนวดยาวเข้าช่วยประคองและสัมผัสพื้นเพื่อใช้เคลื่อนไหวแทนขาของมนุษย์
ลูกฝูงทั้งสี่ของนางที่โดนลูกหลงเป็นเพียงฉลามสูบชีวิตระดับผู้เรียนรู้ที่อ่อนแอ เมื่อตัวของพวกมันสัมผัสพื้นกระดาษศรมากมายก็ระดมยิงสังหารพวกมันในพริบตา
ราชินีฉลามสูบชีวิตไม่ใส่ใจลูกฝูงอ่อนแอแม้แต่น้อย หลังจากจัดการเรื่องการเคลื่อนไหวและการหายใจจนเสร็จสิ้น พลังจิตวิญญาณในร่างของนางก็ระเบิดออกพร้อมโจมตีสำหรับศึกที่กำลังจะตามมา
ความเร็วในการปรับสภาพของราชินีฉลามสูบชีวิตรวดเร็วเกินกว่าที่ทั้งสี่จะคาดคิด เมื่อเพชฌฆาตพุ่งเข้าฟันหมายรีบปิดฉากราชินีฉลามสูบชีวิตก็เตรียมตัวพรักพร้อมอยู่แล้ว
ผสานคำ กัก + กรดกระเพาะ ปลาขนาดใหญ่ปลายสิบตัวที่ก่อตัวขึ้นจากกรดความเข้มข้นสูงพุ่งออกมาจากปากของราชินีฉลามสูบชีวิต กรดและการหลอมละลายเป็นดาวข่มของอาวุธโจมตีระยะใกล้ เพชฌฆาตจึงได้แต่สะบัดร่างของตนถอยห่างแทน
ปลากรดเหล่านั้นเมื่อหมดแรงส่งจากราชินีฉลามสูบชีวิต ร่างของมันก็ตกลงสู่พื้นกระดาษ กลิ่นอายกรดเข้มข้นสูงเริ่มหลอมละลายพื้นกระดาษอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานกรดเหล่านั้นก็เริ่มเจาะพื้นกระดาษเป็นรูโหว่ พลังศักดิ์สิทธิ์ของเลโอเข้าปกคลุมพื้นที่หลุมบ่อเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว
เยื่อกระดาษเหล่านั้นผสานตัวเชื่องช้า คำแห่งพลัง แสงเยียวยา ของเลโอนั้นเป็นการรักษาสำหรับสิ่งมีชีวิต เมื่อใช้มันกับพื้นกระดาษเช่นนี้ประสิทธิภาพจึงตกลงไป
ราชินีฉลามสูบชีวิตปรายตามองพื้นกระดาษที่แพ้ทางกรดของมัน ขณะเดียวกันนั้นเองมันก็เปล่งเสียงคำรามแสบหู ลูกฝูงฉลามสูบชีวิตหลายสิบชีวิตพลันพุ่งทะยานเข้าหาเรือแผนที่แห่งทะเล
ในหมู่ทั้งฝูง มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่เป็นนักสลัก การโจมตีหลากหลายรูปแบบรวมถึงการพุ่งเข้าชนของฉลามสูบชีวิตเหล่านั้นต่างไร้ผลต่อหน้าม่านอาคมศักดิ์สิทธิ์ของไลล่า ไม่ว่าตัวใดก็ไม่อาจฝ่าม่านอาคมเข้าไปช่วยเหลือราชินีของพวกมันได้
เมื่อเห็นว่าไร้ผล หนึ่งในฉลามสูบชีวิตระดับนักสลักโทจึงคำรามสั่งการ ฉลามหลายต่อหลายตัวอ้าปากออกกว้าง แรงดูดมหาศาลถูกใช้ออกโดยพร้อมเพรียงกัน วังวนของคลื่นความเย็นแพร่กระจายออก มวลอากาศและพลังชีวิตของพื้นที่โดยรอบพลันอ่อนจางลง น้ำในมหาสมุทรและพืชทะเลทางด้านล่างพลันห่อเหี่ยว ไร้ซึ่งสีสันแห่งชีวิตอีกต่อไป
ความสามารถตามสายพันธุ์ของฉลามสูบชีวิต วังวนสูบชีวิต!
ม่านอาคมอันแข็งแกร่งแม้ไร้ซึ่งพลังชีวิตหากก็ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน พลังศักดิ์สิทธิ์เกิดการสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นกระจัดกระจาย พลังจิตวิญญาณอันเป็นบ่อเกิดเริ่มเกิดการสูญสลาย ตัวม่านอาคมลักษณะครึ่งวงกลมเริ่มบิดเบี้ยว เอนเอียงไปทางฝูงฉลาม คล้ายกับพลังจิตวิญญาณภายในพยายามจะวิ่งเข้าไปในปากเหล่านั้นด้วยตนเอง
ไลล่าไม่ตระหนกใด ๆ ในมือของเธอปรากฏผลไม้ลูกใหญ่ขนาดเท่าหัว มันมีสีเขียวอมเหลืองพร้อมกับหนามที่กระจายอยู่ทั่วลำตัว เธอใช้มือหนึ่งสับมันเป็นชิ้น กลิ่นเหม็นตลบอบอวลพลันระเบิดออกจากผลไม้หน้าตาประหลาด
ผลไม้ขึ้นชื่อของอาณาจักรไฟกัลป์ ทุเรียนยักษ์
พลังจิตวิญญาณในร่างของไลล่าถูกโคจรออกอย่างต่อเนื่อง คำแห่งพลัง อากาศ ที่ยังเป็นเพียงระดับผู้เรียนรู้ทำงานเต็มกำลัง พัดพากลิ่นอบอวลนั้นให้ไปกองอยู่ทางฝั่งของฉลามสูบชีวิต
อากาศภายในกลับถูกฉลามสูบชีวิตดูดออกไปได้โดยง่ายโดยไม่ติดรั้งม่านอาคม เมื่อกลิ่นเหม็นหืนสีเขียวอมเหลืองลอยเข้าปาก ฉลามทั้งหมดพลันหยุดชะงักไปพร้อมเพรียงกัน
ไลล่าผุดรอยยิ้มน้อย ๆ ทุเรียนยักษ์อีกลูกถูกถือเตรียมพร้อมไว้ในมือ หน้าที่ของเธอคือการคงสภาพม่านอาคมและทำให้สมรภูมิเหนือน้ำนี้ไม่มีฉลามสูบชีวิตตัวไหนเข้ามาได้อีก
ในอีกด้านหนึ่ง ราชินีฉลามสูบชีวิตที่แบ่งสติไปมองลูกฝูงของตนก็คำรามอย่างหงุดหงิด ในเวลาเช่นนี้ลูกฝูงของนางช่างไร้ประโยชน์เสียจริง หนวดปลาหมึกหลายเส้นปัดป้องศรที่พุ่งเข้ามา
ศรเหล่านั้นแม้ไม่มีพลังทำลายอะไรมากหากก็ปั่นป่วนการต่อสู้ได้อย่างน่ารำคาญ ยังมีเรื่องที่บางครั้งศรบางศรกลับมีพลังศักดิ์สิทธิ์อาบย้อมมากพอจะทำร้ายนางได้อีก
เพชฌฆาตปรับเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ กรดเหล่านั้นเป็นปัญหากับเขาโดยแท้จริง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นกรดที่ผ่านการผสานคำมาก่อน การโจมตีระดับนั้นถึงแม้จะเป็นการป้องกันของเลโอและไลล่าผสานกันก็ไม่อาจปกป้องเขาได้โดยสมบูรณ์
การเข้าประชิดกลายเป็นเรื่องยากสุดเปรียบเมื่อราชินีฉลามสูบชีวิตจับจุดอ่อนของเพชฌฆาตได้ การโจมตีทั้งหมดหลังจากนี้มีกรดกระเพาะผสมอยู่ทั้งสิ้น
เข็มขัดและกำไลข้อมือที่ทำจากเพชรแท้หลายกะรัตสูญสลายไป พลังจิตวิญญาณในร่างเพชฌฆาตได้รับการส่งเสริมในชั่วพริบตา พลังจิตวิญญาณทั้งหมดถูกอัดเข้าไปในดาบตัดเศียร
“ฟัน!”
ดาบตัดเศียรตวัดออกพร้อมเสียงคำรามของเพชฌฆาต การโจมตีครั้งนี้ผ่านการถวายสิ่งที่มีมูลค่าสูงถึงหลายแสนไกอา มันเป็นการฟันสุดกำลังที่เป็นภัยคุกคามแม้แต่กับอริยะ
คลื่นดาบตัดผ่านกรดกระเพาะโดยไม่สูญเสียสิ่งใด เข้าปะทะกับกลางหลังของราชินีฉลามสูบชีวิตหากแต่บนร่างนางกลับไม่ปรากฏบาดแผลใหญ่ใด ๆ มีเพียงรอยบากสีขาวขุ่นเท่านั้น ไม่ปรากฏแม้โลหิตสักหยด
ราชินีฉลามสูบชีวิตฉีกยิ้มขบขัน หนังของฉลามสูบชีวิตมีพลังป้องกันสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในมหาสมุทร แม้จะเป็นอริยะที่เป็นเอกด้านการโจมตียังไม่อาจสังหารนางได้โดยง่าย แล้วมนุษย์หน้าโง่ที่เป็นเพียงนักสลักโทมีหรือจะสามารถ
เพชฌฆาตเดาะลิ้นอย่างขัดใจ การโจมตีด้วยคลื่นดาบเช่นนี้ลดพลังโจมตีของเขาลงไปมาก เขาจะโจมตีได้รุนแรงที่สุดก็ตอนที่เขาใช้ดาบตัดเศียรเข้าฟันตรง ๆ
การคงอยู่ของกรดกระเพาะนั่นอยู่นอกเหนือการคาดเดาของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง เพราะกรดนั่นเพชฌฆาตจึงไม่อาจเข้าใกล้ได้เลย เมื่อไม่อาจเข้าใกล้ พลังโจมตีจากคลื่นดาบเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอจะสังหารอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
นี่คือความสำคัญของข้อมูล ในกรณีที่อีกฝ่ายมีคำแห่งพลังที่ชนะทางพวกเขาเช่นนี้พวกเขาจำเป็นต้องเตรียมตัวมาให้มากกว่านี้ การหวังพึ่งเพียงพลังป้องกันของสองนักบวชนั้นไม่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่ศัตรูแข็งแกร่งกว่าพวกเขาหลายระดับ
ปลาตัวเล็กตัวน้อยถูกพ่นออกมาจากปากของราชินีฉลามสูบชีวิตอย่างต่อเนื่อง พวกมันทั้งหมดล้วนถูกเคลือบด้วยกรดกระเพาะเข้มข้น ในเมื่อมันรับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่อาจต่อต้านกรดของมัน การระดมยิงอยู่ฝั่งเดียวจึงบังเกิด
เพชฌฆาตทำได้เพียงหลบเลี่ยงและใช้เกราะลำแสงของเลโอปัดป้อง โชคยังดีที่กรดที่คลุมปลาตัวเล็กเหล่านั้นมีอยู่ไม่เยอะเหมือนกับตอนที่ราชินีฉลามสูบชีวิตยิงปลาตัวใหญ่ การหลบหลีกและม่านอาคมจึงมากเพียงพอสำหรับการป้องกัน
เพชฌฆาตหรี่ตาลงน้อย ๆ เขาสะบัดข้อมือแผ่วเบา ด้ายสีใสไร้สีพลันเริ่มเย็บกระดาษที่ปุปะเป็นรูจากกรดมากมายเข้าด้วยกัน คำแห่งพลัง เย็บปัก ของเพชฌฆาตเหมาะแก่การซ่อมแซมสิ่งของ ความเร็วในการฟื้นฟูพื้นกระดาษจึงสูงส่งกว่าแสงเยียวยาของเลโอมากแม้ว่าระดับจะต่ำกว่า
ราชินีฉลามสูบชีวิตคำรามด้วยความขัดใจ มันจงใจปล่อยกรดขนาดเล็กไปโดยรอบก็เพื่อจะทำลายแท่นยืนนี้ หากเธอสามารถกลับลงน้ำได้เธอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องศรเหล่านี้อีก และจะเป็นการทำให้อีกฝั่งตกสู่สภาวะเสียเปรียบด้วย
ศรเล่มหนึ่งพุ่งฝ่าอากาศเข้ามาหาราชินีฉลามสูบชีวิตอย่างรวดเร็ว ในทีแรกมันไม่สนใจหวังใช้วิญญาณหมึกยักษ์ปัดทิ้งไปเช่นเคย หากเมื่อศรนั้นเข้าใกล้สัญชาตญาณของมันก็เริ่มร้องเตือนถึงอันตราย มันไม่มีเวลาผสานคำจึงทำได้เพียงพ่นกรดออกไปป้องกันโดยตรง
ศรนั้นเมื่อสัมผัสกับกรดก็แตกกระจายออก เกิดเป็นเปลวไฟสีแดงเข้มที่ลุกลาม ไอความร้อนแม้จะอยู่ห่างออกไปยังทำให้ราชินีฉลามสูบชีวิตเปลี่ยนสีหน้า มันรีบก่อฉมวกน้ำแข็งเข้าดับไฟอย่างรวดเร็ว
ผิวหนังของนางแม้จะแข็งแกร่งหากก็ไม่ได้ทนทานต่อเปลวไฟเท่าใดนัก หากถูกเปลวไฟเหล่านั้นแผดเผาพลังป้องกันของนางจะตกลงมาก ในครั้งนี้สายตาของนางหันไปจับจ้องที่ตัวต้นเหตุที่โจมตีนางด้วยศรไฟ ชายหนุ่มหน้าตาคมคายคนนั้นจับจ้องสวนมาทางนางอย่างไม่เกรงกลัว
โทสะเริ่มกำเนิดอีกครั้ง ในครั้งนี้นางไม่ได้ผสาน กัก + กรดกระเพาะอีกต่อไป แต่เป็นการผสานคำ กรดกระเพาะ + ฉมวก
ฉมวกน้ำแข็งสีเขียวเข้มน่าสะอิดสะเอียนก่อตัวขึ้นกลางอากาศ พลังจิตวิญญาณที่อัดแน่นในหอกนั้นพาให้สติทั้งสี่ตื่นตัวอย่างเต็มที่ นี่คือการโจมตีสุดพลังของอริยะ
“ถวายดวงจิต!” เพชฌฆาตไม่รีรอแต่อย่างใด เขาถวายดวงจิตของตนเพื่อเร่งพลังให้สูงขึ้นเทียบเท่าอริยะในเวลาสั้น ๆ ดาบตัดเศียรถูกตวัดออกหมายฟันฉมวกยักษ์นั้นให้พลังทลายก่อนที่มันจะได้ยิงออก
ราชินีฉลามสูบวิญญาณยิ้มเยาะความพยายามอันไร้ค่า มันเพียงเอี้ยวตัวเล็กน้อย ใช้ร่างของตนบังคลื่นดาบเอาไว้ ในครั้งนี้ร่างของมันเกิดรอยบาดลึกพร้อมกับโลหิตที่เริ่มทะลักออก หากก็ยังไม่มากพอจะเป็นแผลร้ายแรงสำหรับสัตว์อสูรระดับอริยะเช่นนาง
เพชฌฆาตไม่มีเวลาโจมตีครั้งต่อไปอีก ได้แต่กระโดดถอยห่างออกเตรียมรับการโจมตีจากฉมวกสีเขียวนั่น สองนักบวชรับรู้หน้าที่ของตนอย่างรวดเร็ว คำแห่งพลัง ลำแสง ของเลโอถูกเสริมพลังด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของไลล่า ก่อร่างขึ้นเป็นปราการที่ปกปักเพชฌฆาต
คำอวยพรของเลโอถูกใช้งานย้ำอีกครั้งเพื่อเสริมพลังป้องกันให้แก่เพชฌฆาต รอรับการโจมตีสุดกำลังของอริยะ
ในวินาทีสุดท้าย ราชินีฉลามสูบวิญญาณยิ้มเยาะอีกครั้ง หนวดหมึกกลับไม่ได้เขวี้ยงฉมวกไปทางเพชฌฆาตผู้ที่สามารถโจมตีเรียกบาดแผลจากนางได้ แต่เป็นผู้เรียนรู้ที่แผลงศรจากแสนไกล
กว่าที่จะรู้ตัว ฉมวกนั้นก็แล่นผ่านหน้าของเพชฌฆาตไปอย่างรวดเร็ว เขาทำได้เพียงเอ่ยปากเสียงดังด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ “คุณโฮโจ ป้องกันครับ!”
ฉมวกนั้นถูกเขวี้ยงมาทางโฮโจด้วยความเร็วสูงล้ำ เกราะลำแสงชั้นแล้วชั้นเล่าที่ก่อขึ้นอย่างฉุกละหุกถูกทำลายอย่างรวดเร็ว โฮโจสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน แม้จะกะทันหันหากเขาก็ใช้งานยันต์ป้องกันของตระกูลอย่างรวดเร็ว เกราะเหล็กที่แผ่พลังใกล้เคียงระดับอริยะเข้าประทับร่างโฮโจในพริบตา
เขาคู้ตัวลง ปิดบังใบหน้าและข้อต่อ เกราะนี้สามารถดูดซับแรงปะทะและการเจาะทะลวงได้ดีเยี่ยม แม้จะเป็นการหลอมละลายมันก็สมควรป้องกันได้ เขาเพียงต้องระวังไม่ให้ของเหลวไหลเข้าช่องว่างของเกราะเท่านั้น
หากเมื่อฉมวกเข้าใกล้โฮโจมากพอ ฉมวกนั้นกลับระเบิดออกก่อนที่จะปะทะ แพร่กระจายก๊าซสีเขียวไปทั่วพื้นที่ การโจมตีนี้ไม่ได้ทิ้งกรดในสภาพของเหลวไว้แต่เป็นก๊าซ
กรดกระเพาะของนางเมื่อใช้มันคลุมวิญญาณปลาเป็นกระสุน มันจะสามารถคงสภาพของเหลวใช้สำหรับโจมตีได้ แต่เมื่อผสานกับฉมวก มันจะกลายสภาพไปเป็นก๊าซที่หลอมละลายพื้นที่โดยรอบแทน
เพราะจุดที่โฮโจอยู่คือเรือแผนที่แห่งทะเลอันเป็นศูนย์กลางของแท่นยืน ก๊าซสีเขียวจึงเริ่มแพร่กระจายด้วยความเร็วอันน่าตระหนก พื้นกระดาษเริ่มหลอมละลายด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกครั้ง
“คุณโฮโจคะ!” ไลล่ากรีดร้องเสียงดังเมื่อสถานการณ์พลิกผันอีกครั้ง เกราะนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ปกปิดทั่วทั้งร่าง ก๊าซเหล่านั้นย่อมแทรกเข้าช่องว่างของเกราะได้อย่างง่ายดาย ม่านสีเขียวกว้างไกลถึงเพียงนั้น โฮโจไม่มีทางหลบได้เลย
ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ผู้ที่ตั้งสติได้รวดเร็วที่สุดคือเพชฌฆาตและเลโอผู้มีประสบการณ์โชกโชน เพชฌฆาตพุ่งเข้าปะทะกับราชินีฉลามสูบวิญญาณในระยะประชิดพร้อมทั้งซ่อมแซมแผ่นกระดาษไปในตัว
หลังจากที่นางโจมตีสุดกำลังเช่นนั้นเขาสมควรมีช่วงเวลาปลอดภัยสักพักหนึ่ง หากถึงไม่มีเขาก็ต้องเข้าไปโจมตีอยู่ดี เขาต้องซื้อเวลาให้คนที่เหลือ
“ท่านพี่! ตั้งสมาธิค่ะ!” เลโอตะโกนเรียกสติไลล่า หากม่านอาคมพังทลายจนฉลามที่เหลือบุกเข้ามาได้ นั่นจึงจะเป็นวิกฤตของจริง
เลโอระเบิดพลังจิตวิญญาณทั้งหมดในร่างออกมาอย่างไม่มีออมรั้ง เธอบีบกระดิ่งสีทองในมือจนแตกกระจาย เกิดเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังรักษาที่พัดพาดั่งพายุ ลำแสงเยียวยาของเธอแทรกไปกับพายุ ทั้งพัดพาก๊าซสีเขียวให้สูญสลายและเยียวยาทุกสิ่งในระยะแม้จะไม่เห็นเป้าหมาย
เมื่อก๊าซสีเขียวสลายไปสิ้นไลล่าจึงได้เห็นร่างหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่ท่ามกลางเศษซากผุพัง เรือแผนที่แห่งทะเลที่อยู่ใจกลางนั้นมีร่องรอยของการถูกกัดเซาะอย่างชัดเจน แม้แต่ภายในตัวเรือยังมีบางส่วนที่ถูกหลอมละลาย
ร่างนั้นขดตัวหลบอยู่ในตัวเรือแผนที่แห่งทะเลเพื่อลดความเสียหาย แม้กระนั้นตามเกราะสีดำบนร่างก็ยังมีร่องรอยของการหลอมละลายที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้และเนื้อสีแดงที่ถูกหลอมละลาย
เลโอเตรียมวิ่งเข้าไปเยียวยาอย่างเร่งด่วนหากร่างนั้นกลับกระตุกขึ้นก่อน ทั่วทั้งร่างที่ถูกหลอมเหลวจนเผยให้เห็นกระดูกในบางส่วนถูกปกคลุมด้วยพลังจิตวิญญาณสายเวลา ทุกสิ่งหวนคืนกลับเข้าสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่หวนคืนมีเพียงร่างนั้นและสิ่งที่ร่างนั้นสัมผัส เรือแผนที่แห่งทะเลยังคงมีร่องรอยของการเสื่อมสลาย พื้นยังคงมีรูโหว่ แต่ทั้งเกราะและเลือดเนื้อทั้งหมดถูกเยียวยากลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
เมื่อร่างนั้นยืนขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้เกราะกลับไร้บาดแผลใด ๆ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคืออักษรโบราณที่สลักบนแก้มซ้าย คืนร่าง
ในห้วงเวลาเป็นตาย ผู้ขีดเขียนชะตาผู้หนึ่งกลับได้พบกับการตื่นรู้ เรียนรู้คำแห่งพลังของตนจนถ่องแท้