เสียงสนทนาของใครบางคนปลุกเขาให้ตื่นขึ้น
หนังตานั้นหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้นราวกับกำลังประท้วงให้นอนเพิ่มอีกสักสองสามชั่วโมง ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือโลกสีขาวอันเวิ้งว้าง
เขากะพริบตาดวงตาที่ยังปรับจุดรวมสายตาไม่ได้และภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ ชัดเจน เพดานสีขาวโพลนไม่คุ้นตาผนังสีขาวเยือกเย็นล้อมรอบทั้งสี่ด้านหน้าจอมอนิเตอร์ส่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังสม่ำเสมอ ได้กลิ่นฉุนของยาฆ่าเชื้อ
เขานอนอยู่บนเตียงสะอาดสะอ้านสายอุปกรณ์จากหน้าจอและสายน้ำเกลือเชื่อมติดตามร่างกายนอกจากสายน้ำเกลือบนแขนซ้ายของเขายังมีเซนเซอร์บางอย่างติดไว้
มันส่งเสียงร้องเตือนเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวเสียงของมันไม่ให้ความรู้สึกตึงเครียดสักเท่าไหร่คงมีไว้เพื่อแจ้งว่าผู้ป่วยฟื้นขึ้นแล้วมากกว่าเป็นสัญญาณเตือน
"รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลทำให้เรย์นึกถึงใครบางคนที่ลืมไปแล้ว
เรย์ทำท่าจะถามบางอย่างเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าจำเป็นต้องถาม ทว่าเสียงกลับไม่ยอมเปล่งออกมาราวกับลืมวิธีการพูดไปแล้ว
เมื่อเห็นเขานิ่งไปพยาบาลสาวจึงถามอีกครั้ง
"ก่อนอื่นช่วยบอกชื่อของตัวเองได้ไหมคะหรือถ้ารู้... ช่วยลองพยักหน้าหน่อยก็ได้ค่ะ"
เขาพยายามรื้อฟื้นความรู้สึกในการควบคุมกล้ามเนื้อของตัวเองหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ พยักหน้าหนึ่งครั้งกลับไป
ความจริงมันเป็นคำถามที่ไม่ควรเสียเวลาคิดเลยแต่เรย์กลับต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการควานหาคำตอบนั้นจากความทรงจำ
ความคิดของเขากระเจิดกระเจิง
ก่อนหน้านี้เมื่อนานแสนนานเขาเคยเอ่ยชื่อตัวเองกับใครบางคน เศษเสี้ยวของความทรงจำในตอนนั้นวาบขึ้นในจิตใจ
เขาใช้สมองที่ยังไม่อาจคิดได้ตามปกติเอื้อนเอ่ยชื่อออกมา
เขารู้สึกคล้ายมีภาพผุดขึ้นหลังเปลือกตาภาพเรือนผมยาวสีดำขลับผู้เป็นรักครั้งแรก
"อา...ซากุระ...เรย์"
เรย์พยายามทบทวนวิธีพูดและการออกเสียงผ่านริมฝีปากที่แสนแห้งผาก
คุณหมอชายและนางพยาบาลต่างพยักหน้าให้กันอย่างโล่งใจ
"คุณพอจะจำเรื่องราวก่อนหน้านั้นได้บ้างไหม"
เมื่อถูกถามเรย์ใช้ความคิดเพื่อหาคำตอบจนพลังความคิดของเขาเริ่มฟื้นคืนมาทีละน้อย สอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ พยายามขยับร่างกายแต่มันก็ไม่เคลื่อนไหวตามคำสั่ง
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอกนะคุณหลับไปนานมาก เป็นเรื่องธรรมดาที่มวลกล้ามเนื้อคุณจะอ่อนแรง"
หมอคนนั้นพยายามพูดให้เขาผ่อนคลาย
เรย์หลับตาลงอีกครั้งอย่างอ่อนแรงดั่งที่อีกฝ่ายว่า
“ส่วนเรื่องอาการป่วยของคุณนั้นมันอาจจะรับได้ยากหน่อย ถ้าไม่อยากฟังก็บอกผมได้นะ”
“ผม... อยากฟัง”
หมอจ้องหน้าเขาสักพักอย่างประเมินก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“งั้นจะพูดสรุปให้ฟังเลยก็แล้วกัน...มีคนพบร่างของคุณในวันที่ 10 มีนาคม ปี 2025ของพื้นที่เขตนากะโนะหลังจากดันเจี้ยนคลายตัวออกเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวคุณไปรักษาและต่อมาพบว่าคุณอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนคล้ายกับภาวการณ์จำศีลมากกว่าคนที่จะอยู่ในอากาโคม่าแบบทั่วไป...พอจะจำเรื่องราวอะไรก่อนหน้านั้นได้บ้างรึเปล่าครับ”
‘จำศีล...เหรอ?แล้วดันเจี้ยน... มันคืออะไร?’
เขาไม่ได้ตอบกลับไปทุกอย่างดูเลือนรางในความทรงจำ
ความทรงจำในหัวตอนนี้นั้นเป็นเหมือนกับภาพเคลื่อนไหวที่ฝังลึกในสมองเหมือนกับว่าเขากำลังเฝ้ามองจากสายตาของ อาซากุระ เรย์...ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองคือตัวเอกที่ได้ดำเนินเหตุการณ์ในหัวนั้น
“ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ต้องคิดมากนะครับมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วสำหรับคนที่อยู่ในอาการโคม่ามาหลายปีอาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องความทรงจำอยู่บ้าง...แต่ในกรณีของคุณก็ถือว่าโชคดีแล้วนะครับเพราะจากผลการตรวจคลื่นสมองเมื่อคืนเราพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นที่สมองของคุณทำให้พอจะสันนิษฐานได้ว่ามันเกิดจากอาการช็อกเสียมากกว่าถ้าผ่านไปสักพักความทรงจำก็จะค่อย ๆ กลับมาเองแหละครับ”
“ผม...หลับไปนาน... แค่ไหน... ครับ?”
คุณหมอและนางพยาบาลต่างมองหน้ากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนั้น
“คนไข้ทำใจดี ๆ ไว้นะ…วันนี้คือวันที่ 9 มีนาคม ปี 2033—คุณอยู่ในอาการโคม่านานถึงแปดปีเลยล่ะครับ”
รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ขัดแย้งในน้ำเสียงของหมอมีแววความเห็นใจแฝงอยู่ในนั้นคงเพราะไม่อยากให้เขารู้เรื่องนี้เร็วเกินไปนักกระมัง
“…”
นี่เขา... หลับไปนานขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ
ไม่สิ... ถึงจะบอกว่าหลับไปนานถึงแปดปีแต่ในความรู้สึกของตนเองแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ช่องว่างที่หายไปของเวลามันเกินกว่าที่สมองของมนุษย์จะจินตนาการได้
สำหรับอาซากุระ เรย์...เมื่อวานนี้คือวันที่ได้สังหารราชาปีศาจลงเมื่อแปดปีที่แล้ว
สำหรับตัวเขาตอนนี้ เมื่อวานคือ ‘ความว่างเปล่า’
“ที่สำคัญหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคุณจะต้องเข้ารับกายภาพบำบัดทุก ๆ เช้าและบ่ายนะครับส่วนเวลาเข้าเยี่ยมนั้นผมคงจะให้คุณได้แค่หนึ่งชั่วโมงต่อวัน...ถึงแม้มันจะลำบากยังไงผมก็ต้องขอให้คุณพยายามเข้าไว้เพื่อที่ร่างกายของคุณจะได้แข็งแรงเหมือนเดิมเร็ว ๆ”
‘ลำบาก... งั้นเหรอ’
เรย์ผ่อนแรงเอนตัวลงกับพื้นเบาะของเตียง
“ยังไงก็ตามถ้ามีอะไรก็กดปุ่มที่อยู่แถวๆ หมอนเรียกคนก็แล้วกัน ผมจะให้พยาบาลเฝ้าอยู่ข้างนอกห้องตลอดเวลา...อย่าลืมนะครับว่าทุกคนในโรงพยาบาลนี้พร้อมที่จะช่วยเหลือคุณอยู่เสมอ มีหลายคนดีใจอยู่มากแน่ๆ ที่คุณรอดชีวิตมาได้”
‘คนที่รอดชีวิตมาได้...’
จู่ ๆความทรงจำทั้งหลายต่างผุดขึ้นมาราวกับน้ำพุ
เคนจิ... ฮารุโตะ... ชิโฮะ... โยซึรุ...ภาพใบหน้าเปื้อนเลือดของทุกคนถูกฉายเล่นซ้ำในหัวสมองหน้าอกของเขารู้สึกกลวงว่างและเย็นยะเยียบ
ไม่มั่นคง และยังสั่นไหวไปมา
ความโดดเดี่ยวกลับมาอีกครั้ง ตัวต่อที่หายไปในหัวใจความว่างเปล่านี้ทำให้เขารู้สึกอยากจะขยี้หัวใจซึ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้ทิ้ง
“อึ๊ก”
นิ้วมือทั้งสิบของเขากำกันแน่นจนเลือดซึมหน้าจอมอนิเตอร์ส่งเสียงร้องเตือน
“แย่แล้วค่ะคุณหมอคนไข้ความดันขึ้นสูงมาก!”
ตอนนี้ร่างกายเหมือนกับไม่ได้เป็นของเขาแค่เพียงลองพยายามกำมือก็ต้องใช้เวลาตั้งเกือบนาทีแถมยังเจ็บราวกับกล้ามเนื้อถูกฉีกดึง แต่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักกระมังเพราะเขาไม่ได้ใช้มันมาตั้งแปดปีนี่นะ
เสียงหัวใจที่เต้นในอกทำให้ทราบว่าตัวเองยังมีชีวิต
ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สามารถรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังดำรงอยู่ในโลกใบนี้