บทที่14 น้ำมันกุหลาบและการสกัดน้ำมันหอมระเหย
หลังจากลู่ชิงเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์พืชและข้าวของเครื่องใช้จากร้านฟู่เทียนครบเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่านางยังรักษาสิทธิพิเศษที่ได้รับมาจากป้ายสมาชิกดาวทองคำของนางต่อ โดยการให้ท่านลุงพาไปร้านผ้าในเครือฟู่เทียนเพื่อซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่ให้ทุกคนในบ้าน
เมื่อถึงร้านผ้านางเห็นว่าพอจะมีชุดที่ตัดสำเร็จรูปขายอยู่บ้างแต่เป็แบบที่ไม่ประณีตมากนัก ผู้ดูแลร้านแจ้งว่าร้านในตัวอำเภอจะมีสินค้าให้เลือกไม่มากเท่ากับร้านในตัวเมืองเฉิงซานที่เป็ร้านสาขาหลัก นางจึงเลือกซื้อมาให้ทุกคนในครอบครัวเพียงแค่ชุดตัดสำเร็จคนละ4ชุด ไว้สำหรับใส่ในชีวิตประจำวันที่ต้องเปรอะเปื้อนจากการทำการเกษตร ส่วนชุดที่ทำจากผ้าเนื้อดีมีราคาคงต้องสั่งตัดให้ทุกคนทีหลัง อย่างน้อยทุกคนควรจะมีชุดเก่งที่ไว้ใช้สำหรับออกงานเทศกาลต่าง ๆสัก2ชุด แม้ว่าจะอยู่บนเขาบนดอยไม่มีโอกาสใช้ แต่นางคิดว่าทำเผื่อเอาไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะตอนนี้นางรวยแล้ว
ลู่ชิงหัวเราะคิกคักเอ่ยปากพูดพึมพำเพียงคนเดียวในขณะที่กำลังเลือกซื้อผ้าไปฝากท่านป้าและทุกคนในครอบครัว
“เมื่อคืนเ้าลืมดื่มยาที่ท่านปู่สั่งให้กินทุกวันก่อนนอนเพื่อบำรุงศีรษะที่ได้รับการกระทบกระเทือนของเ้าใช่หรือไม่?”
“เห็นทีเย็นนี้ข้าจะต้องเป็คนบังคับให้เ้าดื่มต่อหน้าข้าเสียแล้ว”
ลู่เหวินขมวดคิ้วมีสีหน้าครุ่นคิดหลังกล่าวกับนาง
ครั้นเมื่อลู่ชิงได้ฟังดังนั้นดวงหน้าเล็กจิ้มลิ้มของนางก็ทำแก้มป่องหันหน้าหนีและเดินออกไปด้วยความไม่พอใจ
“นางเป็อะไรไปนะเ้ารองอยู่ๆ ก็เดินหนีข้า”
ลู่เหวินกล่าวถามน้องชายตนเอง
“พี่ใหญ่ ท่านคงต้องเรียนรู้เื่สตรีอีกมากนัก ไว้ข้าจะสอนท่านเอง”
หลังกล่าวจบลู่ฉีเดินเข้าไปตบบ่าพี่ชายตนเอง เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วจึงเดินตามลู่ชิงออกไปจากร้านเช่นกัน
.......................................
เมื่อพวกนางกลับมาถึงบ้านก็เข้ายามซื่อเสียแล้ว (9.00-10.59น.) ข้าวของที่บรรจุแน่นไปเต็มทั้งสองเกวียนถูกโยกย้ายเข้าไปไว้ภายในตัวบ้าน ลู่ชิงกวาดตามองสิ่งของต่าง ๆ ที่ตนกระหน่ำซื้อมาอย่างละลานตา
“พวกเ้าซื้ออะไรมากันตั้งมากมาย แล้วไปเอาเงินทองจากไหนมาจับจ่ายซื้อหากัน?”
ท่านป้าเอ่ยปากถามออกมาตัวสีหน้าตกตะลึงกับจำนวนของใช้และเสบียงอาหารจำนวนมาก
“ข้าซื้อของจำเป็ที่ต้องใช้สำหรับครอบครัวเราไงเ้าคะ ดูสิเ้าคะผ้าผืนนี้ข้าซื้อมาฝากท่านป้า สีสวยเข้ากับท่านป้ามากเลยเ้าค่ะถ้าท่านป้าได้ใส่ชุดจากผ้าผืนนี้ รับรองต้องงามจนท่านลุงตกตะลึงเลยเ้าคะ ส่วนเื่เงินข้าได้เงินมาก้อนหนึ่งจากการขายโสมนะเ้าคะท่านป้า”
"ป้าขอบใจเ้ามากนะ แต่เงินทองมันเป็ของเ้า เ้าควรเก็บมันไว้ เ้าเสียเงินซื้อหามามากมายข้าเกรงใจเ้า " ท่านป้ากล่าวกับนาง
"มันเป็ของข้าก็หมายความว่าเป็ของครอบครัวนี้ด้วยเ้าคะ เพราะพวกท่านคือครอบครัวของข้า ท่านป้ากับทุกคนดีต่อข้ามากเหลือเกิน พวกท่านคือที่พึ่งในยามยาก หากครานั้นพวกท่านไม่ช่วยชีวิตและให้ที่พักผิงแก่ข้า ข้าอาจเป็เพียงเด็กกำพร้าขอทานอยู่ข้างถนนก็เป็ได้"
ลู่ชิงโน้มตัวลงไปนั่งคุกเข่าโอบกอดเอวแนบแก้มไว้กับตักท่านป้า ท่านป้าใช้สองมือโอบกอดนางกลับมาอย่างอ่อนโยน
"พี่สาว ท่านแม่ พวกท่านทำอะไรกันอยู่หรือขอรับ"
เด็กน้อยลู่จิวร้องทักขณะวิ่งเข้ามายังหน้าประตูบ้าน
“อะนี่...ขนมถังหูลู่ ข้าซื้อมาฝากเ้าน้องเล็ก”
ลู่ชิงหันไปยิ้มขนมส่งให้ลู่จิว
“ขอบคุณขอรับพี่สาว ข้ารักพี่สาวที่สุดเลย”
“โอ้ว! ถ้าข้าไม่มีขนมแปลว่าเ้าจะไม่รักข้าใช่หรือไม่? น่าน้อยใจนัก”
ลู่ชิงแสร้งทำเป็สีหน้าเศร้าสร้อยจนน้องเล็กรีบเข้ามากอดแขนแล้วพูดว่า
“ไม่ใช่เสียหน่อย ถึงไม่มีขนมข้าก็ชอบพี่สาวมาก ข้าอยากมีพี่สาวมาตั้งนานแต่ท่านแม่ไม่ยอมคลอดพี่สาวให้ข้าเสียที”
ท่านป้าทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับคำตอบของบุตรชายตน
“จ้าๆ พี่สาวก็อยากมีน้องชายหล่อเหลาน่ารักแบบเสี่ยวจิวเหมือนกัน”
ลู่ชิงโน้มตัวไปรวบตัวลู่จิวมากอดแอบหอมแก้มซ้ายขวาไป2รอบจนน้องเล็กบ่นอุบอิบยืนเกาแก้มอย่างเอียงอายว่า
“พี่สาวข้าเป็บุรุษนะ ชายหญิงห้ามใกล้ชิดกันข้าเคยได้ยินท่านพ่อสอนพี่ใหญ่พี่รอง”
จากนั้นลู่จิวก็วิ่งหนีไปด้วยความเขินอายโดยไม่ลืมกอดขนมถังหูลู่แนบอกตนติดไปด้วย
เมื่อได้มองสภาพบ้านที่แทบไม่เหลือทางเดินเพราะข้าวของวางกองไปทั่วทุกมุม นางได้แต่ปลงตก ลืมไปได้อย่างไรบ้านหลังนี้มีขนาดเล็กแคบ ห้องที่จะเอาไว้จัดเก็บข้าวของก็ไม่มีเพียงพอ เดิมนางเองก็ยึดห้องนอนของลู่ฉีไปแล้วจนทำให้เขาต้องไปนอนกับลู่เหวิน แต่ถึงแม้นางพอมีเงินสร้างบ้านใหม่แล้วก็เถอะ แต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัดคงสร้างไม่ทันแล้วเสร็จก่อนฤดูหนาวมาเยือนแน่ ลู่ชิงรีบวิ่งแจ้นไปหาท่านลุงที่กำลังจะนำเกวียนเทียมวัวไปคืนผู้ใหญ่บ้านทันที
“ท่านลุงเ้าคะ ท่านลุง”
เสียงะโเรียกจากลู่ชิงทำให้ลู่คงที่กำลังบังคับเกวียนออกจากบ้านต้องหยุดเกวียนกะทันหัน
“มีอะไรหรือชิงเอ๋อร์หรือว่าอยากตามลุงไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้านด้วย”
“ใช่เ้าคะ ข้าขอตามไปด้วยข้ามีเื่ปรึกษาท่านลุงและผู้ใหญ่บ้าน”
ระหว่างนั่งเกวียนเข้าไปในหมู่บ้านกับท่านลุงนางได้ปรึกษาเื่อยากหาคนงานมาช่วยซ่อมแซมบ้านเพื่อให้ทันก่อนฤดูหนาวมาเยือน นางตั้งใจจะซื้อที่ดินบริเวณใกล้ตัวบ้านยาวไปจนถึงตีนเขาและแน่นอนว่านางย่อมไม่ลืมทุ่งผักกาดก้านขาวหรือคาโนลา บริเวณทุ่งนั้นก็อยู่ในที่ดินที่นาง้าจะซื้อด้วยเช่นกัน
เมื่อถึงบ้านของท่านผู้ใหญ่บ้านแล้วนางไม่ลืมนำของฝากเป็ซาลาเปาทำเองติดมือมามอบให้ด้วย หลังจากท่านลุงกล่าวแนะนำนางว่าเป็หลานสาวที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันจบเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดเจรจาการซื้อขายที่ดินบริเวณรอบบ้านของนางถึงตีนเขาที่นางอยากได้ทันที พร้อมทั้งบอกกล่าวเื่หาคนงานมาช่วยซ่อมแซมบ้านและทำรั้วรอบบริเวณบ้าน
ท่านลุงผู้ใหญ่บ้านตกปากรับคำทันที เดิมทีเขาเองก็เป็ห่วงลูกบ้านอยู่ก่อนแล้ว นี่ใกล้ฤดูหนาวเข้าไปทุกทีแต่ชาวบ้านในแต่ละครอบครัวยังไม่มีเสบียงอาหารกักตุนไว้เพียงพอต่อความ้าเลยสักหลัง หากครอบครัวลู่จ้างงานชาวบ้านในการซ่อมแซมบ้านในครั้งนี้ ชาวบ้านคงทีเงินพอให้ไปใช้จ่ายซื้อหาเสบียงและข้าวของจำเป็ต่างๆ ได้เป็แน่
หลังจากเดินทางออกมาจากบ้านผู้ใหญ่ได้เพียงไม่นาน ท่านพี่รองหยางหยางสุดหล่อ ก็ขับเกวียนมารอรับนางกับท่านลุง พี่รองบอกว่าเพิ่งช่วยกันจัดเก็บข้าวของเสร็จ พี่ใหญ่รออยู่ที่บ้านเพื่อต่อเติมเล้าไก่และสร้างเล้าเป็ดเพิ่ม
แน่นอนว่าตอนนี้ครอบครัวนางมีไก่และเป็ดแล้ว คราก่อนที่ท่านลุงได้แม่ไก่ป่าและไข่ไก่ป่ามานั้นนางขอให้ท่านลุงเก็บแม่ไก่และไข่ไว้เพื่อฟักเป็ตัว ท่านลุงจึงเก็บแม่ไก่และไก่ตัวผู้ไว้ให้นางเลี้ยงอย่างละตัว แต่นางรู้สึกว่ายังไม่เพียงพอควรมีเพิ่มอีกสักหน่อย เมื่อเช้านางจึงซื้อไก่ไข่มาอีก2คู่ เป็ดไข่มาอีก3คู่
“ท่านพ่อข้าว่าเราคงต้องแวะตัดต้นไผ่กลับไปบ้านเพิ่มสักหน่อย เพราะต้องสร้างเพิงพักให้กับเ้าวัว2ตัวนี้และต้องขยายเล้าไก่และสร้างเล้าเป็ดเพิ่มด้วย”
ลู่ฉีเอ่ยปากบอกบิดาก่อนที่จะหยุดเกวียนไว้ที่ตีนเขาท้ายหมู่บ้าน
‘ต้นไผ่รึ ถ้ามีต้นไผ่ ก็ต้องมีหน่อไม้สิ’
ลู่ชิงกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมาในทันที
นางปล่อยให้ท่านลุงและลู่ฉีตัดต้นไผ่ ตัวนางเดินวนเวียนหาหน่อไม้ แต่น่าเสียดายพบหน่อไม้เพียงไม่กี่หน่อ เพราะ่นี้ไม่ใช่หน้าฝนนางจึงเดินกลับมาช่วยพวกท่านลุงต่อ แต่ระหว่างเดินกลับนางได้กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมาจึงหันไปสำรวจหาต้นต่อความหอม พบว่ามีเหมยกุ้ยป่าหรือก็คือกุหลาบป่าเลื้อยอยู่เต็มไปหมดทั้งสีขาว สีชมพู เมื่อเห็นกุหลาบแน่นอนว่าความคิดแปรรูปมาเป็เงินย่อมบังเกิดแก่นาง นางจึงขอให้ท่านลุงขุดกุหลาบพวกนี้กลับไปด้วย
......................................
เมื่อนางและพวกท่านลุงกลับถึงบ้าน พวกท่านลุงแยกไปทำเล้าเป็ดไก่และคอกวัว ลู่ชิงแยกนำต้นกุหลาบลงปลูกไว้ที่ข้างหน้าต่างระเบียงห้องนอนของนาง และสินค้าต่อไปที่นางคิดว่าจะเป็ช่องทางทำเงินก็คือ น้ำมันกุหลาบ
ขั้นตอนวิธีทำน้ำมันกุหลาบแสนง่ายเพียงแค่นำดอกกุหลาบที่มีกลิ่นหอมอย่างกุหลาบป่าที่นางได้มาวันนี้ หากเป็โลกเดิมนางใช้กุหลาบมอญซึ่งก็คือกุหลาบที่ใช่ร้อยพวงมาลัยแต่ต้องเป็กุหลาบปลอดสารพิษที่ปลูกเองโดยไม่ใช้สารเคมีเพราะว่าเรานำไปใช้กับผิวหน้าผิวตัว หากนำกุหลาบที่มีสารเคมีตกค้างมาใช้นอกจะไม่ได้ประโยชน์แล้วยังเกิดโทษได้
ลู่ชิงนำดอกกุหลาบมาล้างเศษฝุ่นต่าง ๆ ที่อาจเกาะอยู่ตามดอกให้สะอาด และแกะเอามาเพียงแค่ส่วนของกลีบดอกนำไปผึ่งให้แห้งบนกระด้งไม้ไผ่ นางนำโถกระเบื้องมา1ใบ หากเป็โลกก่อนนางมักใช่ขวดโหลแก้ว จากนั้นนำกุหลาบที่เราผึ่งลมจนแห้งใส่ลงไปในโถเติมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่นางได้ทำไว้ก่อนหน้า เทน้ำมันลงพอให้ท่วมดอกกุหลาบปิดฝาโถ จากนั้นนำโถไปตั้งในกระทะที่นางต้มน้ำไว้จนเดือดแล้ว เมื่อใส่โถน้ำมันลงไปให้ลดไฟลงเป็ไปอ่อนตุ๋นน้ำมันกุหลาบเป็เวลา2เค่อ (30นาที) จากนั้นยกออกมาตั้งไว้ให้เย็นทิ้งไว้ในอุณภูมิห้องเพียงหนึ่งคืน ตอนเช้าจึงนำมากรองด้วยผ้าขาวบางเพียงแค่นี้เราก็จะได้น้ำมันสกัดจากกุหลาบ ที่สามารถนำไปใช้กับผิวหน้า ผิวตัวและเส้นผิวได้แล้ว
สารสกัดจากดอกกุหลาบมีสรรพคุณลดอาการอักเสบของผิว ลดการเกิดสิว ช่วยกระชับรูขุมขน เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยและช่วยลดจุดด่างดำ
นางคิดจะทำไปมอบให้ท่านป้าลองใช้ก่อนเป็คนแรกหากท่านป้าชอบจะลองไปนำเสนอขายอีกที
‘ในเมื่อวันนี้ข้าทำน้ำมันกุหลาบแล้ว กุหลาบก็ยังเหลืออีกมาก งั้นกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้และสมุนไพรต่อด้วยเลยละกัน’
ลู่ชิงพูดกับตนเองในใจ
นางเริ่มจากนำหม้อมาหนึ่งใบนำถ้วยเปล่ามาวางตรงกลางหม้อจากนั้นก็นำกลีบกุหลาบใส่ไปในหม้อ จากนั้นเติมน้ำพอท่วมตั้งไฟปิดฝาโดยกลับฝาด้านทีเป็มือจับลงไปเพื่อเวลาไอน้ำระเหยจะได้หยดลงไปในถ้วยเปล่าที่นางวางไว้ หากโลกเก่านางจะใช้น้ำแข็งวางบนฝาหม้ออีกทีเพื่อให้เวลาไอน้ำโดนความเย็นจะได้กลั่นตัวลงถ้วยได้ง่ายขึ้น แต่ที่โลกนี้ยังดีที่ฝาหม้อของท่านป้าเป็ลักษณะโดมสูง เมื่อกลับฝานางจึงนำน้ำมาเติมใส่ฝาหม้อเอาไว้ถึงไม่ใช้น้ำแข็งน้ำธรรมดาก็ใช้ได้เหมือนกันแต่พอน้ำเริ่มร้อนต้องตักออกแล้วเปลี่ยนน้ำเย็นใส่ลงไปให้ ตั้งไฟไปเป็เวลา2เค่อ (30นาที) จากนั้นก็จะได้น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบนางนำไปใส่ไว้ในขวดกระเบื้องขนาดเล็กที่นางซื้อมา
ลู่ชิงเขียนชื่อกับกำไว้ทุกขวด ตลอดบ่ายวันนี้ลู่ชิงจึงหมดเวลาไปการทำน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้และสมุนไพรต่างๆ อาทิ เหมยกุ้ยฮวา (กุหลาบ) โม่ลี่ฮวา (มะลิ) ดอกกุ้ยฮวา (หอมหมื่นลี้) เหลียนฮวา (ดอกบัว) ยังมีน้ำมันหอมระเหยจากโป้เหอ (สะระแหน่) และน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มอีกด้วย ตกเย็นนางก็ยังต้องวิ่งวุ่นออกไปเตรียมแปลงผักในสวนข้างบ้านต่อ เพราะนางกลัวจะไม่ทันเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูหนาว วันนี้ช่างเป็วันแสนวุ่นวายของแม่ค้าตัวน้อยอย่างนางเสียจริง