Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 38


    ปฏิกิริยาของลูกน้องมาเฟียใหญ่เป็นอะไรที่น่ากลัวอยู่พอสมควร พวกเขาทุกคนชี้ปืนทุกกระบอกมาทางนทีที่มันมากถึง 30 กว่ากระบอก นทีก็นั่งสบายอารมณ์อย่างกับนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านแล้วพูดขึ้นว่า “ใจเย็นๆกันหน่อยไม่ได้หรือไงครับเนี่ย” “แกเป็นใคร” มาเฟียที่ตกใจกับการปรากฏตัวของนทีที่อยู่ก็เหมือนปรากฏขึ้นมาจากอากาศธาตุความว่างเปล่า นทีก็หยักไหล่ครั้งหนึ่งก็เริ่มกล่าวต่อ “ก็แค่เจ้าของหมาที่พวกแกฆ่าไป และไม่พอยังมีหน้าขโมยรถของฉันไปอีก” “ไม่จริงน่า แกคือจอห์น....” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวออกมาจนตัวหัวหน้าพูดขึ้น “ถุย แกดูหนังมากไปแล้วไอ่เพลิง..สรุปว่าแกต้องการอะไร ตอบไม่ดีมีของแถมคือลูกปืน” หัวหน้าใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังแล้วพูดขึ้น “เรื่องหมาเป็นมุกเอาฮาๆ แต่เรื่องรถนะเรื่องจริง ชายคนนั้นจี้รถของฉันนะสิ นายจะรับผิดชอบยังไงละห๊ะ บอกไว้ก่อนนะ กระสุนพวกนั้นฉันไม่ได้กลัวมันเลยแม้แต่น้อย เป็นทางพวกนายมากกว่าถ้าให้คำตอบไม่ดีค่าชดเชยเป็นแขนคนละข้างของพวกนายคงต้องเอาเป็นค่าเสียหายแทน” “ฮ่าๆ ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ แต่ก็เอาเถอะฉันนับถือแกในเรื่องของความบ้านี่ และอีกอย่างลูกน้องฉันก็ผิดจริงๆนั้นแหละ เอาเป็นว่าแกสามารถเรียกร้องได้ตามที่แกต้องการเลยก็แล้วกัน แต่ฉันคงต้องขอแก้ไขปัญหาเรื่องลูกชายของฉันก่อนก็แล้วกัน” บอสใหญ่ที่ชอบในนิสัยนักเลงที่นทีแสดงออกมาอยู่บ้าง ความใจกล้าหรือความบ้านั้นก็ไม่รู้ที่เดินมันกล้าเข้ามายังดงมาเฟีย แถมยังมาในถิ่นของเขาอีก “โอ่วนั้นก็พูดกันง่ายหน่อย ฉันจะเช็ครถรอบๆคันเลยว่าเสียหายตรงไหนบ้าง แต่ที่แน่ๆต้องทำความสะอาดภายในก่อนเพราะลุงคนนี้เล่นอ้วกเลือดออกมาตอนขับรถนะซิ ...แต่ผมชอบนิสัยของลุงมาเฟียนะ นั้นเอาเป็นสัก 10,000,000 บาทราคาเหมาแล้วรวมกับที่คุณลุงจะได้พบลูกชายของคุณภายในครึ่งชั่วโมงเป็นไง” “ฮ่าๆ ให้มันแน่เถอะไอ่หนู ฉันยอมเข้าหน่อยทำเป็นได้ใจไปได้” บอสใหญ่ที่เริ่มจะทนไม่ไหวกับนทีแล้ว เอยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มๆ “ผมพูดจริงๆนะ แต่ถ้าไม่เชื่อกันจริงๆอย่างงั้นก็ลองยิงมาดูก็ได้ ปืนที่อยู่บนโต๊ะนะ เดี๋ยวก็รู้เองว่าผมนะของจริงหรือป่าว” นทีหยับไหล่แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “ในเมื่อท้าทายกันขนาดนั้นก็ลองเอาไปกินสักเม็ดก็แล้วกัน ฉันจะเล็งไปให้ห่างจากจุดสำคัญก็แล้วกัน” เมื่อมาเฟียใหญ่พูดจบก็มีเสียงลั่นไกจากปืนของเขา ‘ปังงง’ กระสุนวิ่งมาที่แขนของนทีและมันก็ทะลุผ่านออกไปทะลุโซฟาอีกทีหนึ่ง “โอ๊ย!! ล้อเล่นหรอกน่า หยอกๆ ฮ่าๆ” นทีที่แกล้งเจ็บก็พูดออกมา “แกกก....ทำไมกระสุนถึงยิงไม่โดนแกเลย พวกแกยิงมัน” ด้วยความตกใจมาเฟียใหญ่ก็สั่งลูกน้องเขายิงปืนออกไปทันที กระสุนที่ดังออกมาจากปลายกระบอก กลับพุ่งมาจากทุกทิศทาง แต่มันก็ผ่านทะลุตัวของนทีออกไปราวกับว่าเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ “หึๆ ตอนแรกกะว่าจะช่วยพวกนายสักหน่อย แต่ก็ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันคงต้องจัดการกับพวกแกละนะ ทั้งค้าผู้หญิง หนีภาษีสุรา ค้ายานรก และอื่นๆอีกมากมาย” นทีหายตัวไปด้วยการใช้ก้าวพริบตาแล้วใช้ฝ่ามือที่ผสมผสานไปด้วยทั้งพลังวิญญาณและพลังปราณ นทีเคลื่อนตัวฆ่าทีละคน แล้วคนแล้วคนเหล่าก็ถูกเขาฆ่าด้วยการแทงมือไปที่จุดหัวใจของคนๆนั้นเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก็เคลื่อนตัวออกไปจัดการอีกคนต่อทันที กระสุนปลิวไปทั่วทุกทิศทาง บางทีก็โดนพวกของตัวเองด้วยก็มี แต่ตอนนั้นใครจะสนใจละ เวลาผ่านไม่นานเกิน 1 นาทีศพของพวกมันก็รวมอยู่กันเป็นกอง จนสุดท้ายแล้วในที่สุดก็เหลือเพียงแค่ตัวหัวหน้ามาเฟียเพียงคนเดียว “แกต้องการอะไรกันแน่ อ๊าก” มาเฟียคนนั้นถูกเตะเข้าที่ปากและกระอักเลือดออกมา มันเป็นพียงแค่พลังกายของนทีเพียงเท่านั้น นทีก็บอกเพียงแค่ว่า “เอาอย่างนี้เป็นอย่างไง ธุรกิจของนายทั้งหมด แลกกับชีวิตของนายว่ายังไงละ” “เห้อ คิดจะมาแย่งธุรกิจของที่ฉันสร้างมาอย่างยากลำบากหรอ ฝันไปเถอะแก ถ้าจะฆ่าก็รีบฆ่า คนอย่างข้าฆ่าได้แต่หยามกันไม่ได้เว้ย” มาเฟียก็ยังคงเป็นมาเฟีย พวกเขายังมีศักดิ์ศรีของการเป็นนักเลงอยู่บ้าง “นายคงไม่ได้ห่วงลูกชายของตัวเองเลยซินะ ถ้านายโอนธุรกิจให้ฉันในตอนนี้ ฉันสัญญาว่าจะพาลูกชายของนายมาส่งให้ถึงที่นี่เลยเป็นไง” นทีกล่าว มาเฟียลุกขึ้นมาจากพื้นมานั่งคิดพักหนึ่งก่อนจะยอมลดศักดิ์ของนักเลงลง ยังไงคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยอมต้องห่วงลูกๆของพวกเขา แม้พวกเขาโตแค่ไหนพวกเขาก็ยังมองว่าลูกๆยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยเพียงเท่านั้น จากนั้นมาเฟียก็กล่าวออกมาด้วยศักดิ์ศรีของคนเป็นพ่อ “ก็ได้ ฉันยอมแก มาเอาโฉนดไปซิ แล้วก็เอกเอกสารสำคัญทั้งหมดไปได้เลย” เขาเซ็นเอกสารทั้งหมด ในใจเพียงแคคิดว่า ‘แก้แค้นสิบปียังไม่สาย รอก่อนเถอะแก’ นทีที่ดูเอกสารพวกนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนที่จะจับมาเฟียมัดกับเก้าอี้ และเดินออกไป “ฉันเป็นคนที่รักษาสัญญาเสมอ นายเองก็นั่งรออยู่ตรงนั้นก่อนก็แล้วกัน” พูดเสร็จนทีก็หลับตาพร้อมกับใช้พลังๆหนึ่งที่มีติดตัวยมทูตทุกคนอยู่แล้ว แต่เขาเพียงแค่ไม่เคยได้ใช้และนี่ก็คือการใช้ครั้งแรก เส้นแสงที่ดูคล้ายกับเส้นเอ็นปรากฏขึ้นที่ภายในจิตของเขา จากนั้นเขาดึงมือไปหยิบเส้นๆหนึ่งจากนั้นเขาก็หายตัวไปปรากฏอีกสถานที่หนึ่ง ใช้แล้วมันคือวิธีการตามหาวิญญาณของเหล่ายมทูตที่ชื่อว่า เส้นเอ็นวิญญาณ ตอนนี้นทีอยู่ที่หน้าโกดังร้างแห่งหนึ่งที่ดูห่างกันจากตัวเมือง เมื่อนทีปรากฏตัวยามที่เดินตรวจรอบๆโกดังก็เห็นเขาก็รีบยกปืนจ่อมาที่เขาก่อนจะพูดว่า “หยุดอย่าขยับ แกเป็นใคร” นทีก็ยกมือขึ้นแล้วก็กล่าวออกมา “ก็แค่มีธุระด้านในนิดหน่อยนะ” ยามที่ได้ยินดังนั้นก็วิทยุบอกหัวหน้าของพวกเขา “พี่ใหญ่ มีชายคนหนึ่งมาตอนไหนไม่รู้อยู่หน้าโกดังจะให้ผมทำยังไงดีครับ” ตัวลูกน้องเอยกล่าวผ่านทางวิทยุ ปลายสายก็ตอบกลับว่าให้พาตัวเข้ามาหาเขา นทีก็เดินตามพวกนั้นเข้าไปในโกดังในสภาพที่มีปืนจ่ออยู่ จนเดินเข้ามาถึงยังกลางๆโกดังก็พบกับชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า “สวัสดี นายเป็นใครกันละ” หัวหน้าเรื่องประโยคคำถามแรกในการสนทนาของพวกเขา นทีก็ตอบออกไปง่ายๆ “คงจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรูละมั้ง” หัวหน้าเมื่อได้ยินก็ทำหน้างงๆ ก่อนจะถามต่อ “แล้วนายต้องการอะไรละ” นทีเดินตรงมาทางตัวประกันที่อยู่ด้านหลังของหัวหน้าของที่นี่ ซึ่งมันก็คือลูกชายของลุงมาเฟียคนนั้น จากนั้นนทีก็ฉีกยิ้มออกมา และความน่ากลัวรอยยิ้มนี้มันอยู่ในระดับฆาตกรโรคจิตยังต้องอายเลยทีเดียว ก่อนจะกล่าวออกมา “พอดีมีความแค้นนิดๆหน่อยๆกับเขาคนนี้นะ.... ว่าไง..หวัดดีเพื่อนรัก นายคงสบายดีละซิท่าเจ้านัทเพื่อนยาก”

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน