กำเนิดจอมราชัน

    กำเนิดจอมราชัน : พลังที่มากขึ้นอย่างน่าตกใจ

    "คนที่สี่...หยิงชิงหยาง" ชายผมแดงเดินขึ้นวงกลมและแตะเข้าที่แท่นค่ายกล พริบตานั้นพลังปราณลึกลับก็อัดกระแทกผนึกสายเลือด ไม่ต่างจากจุดตันเถียน แต่น่ากลัวเพราะอีกฝ่ายนั้นมีความแข็งแกร่งอย่างมาก ทำให้ผนึกสายเลือดถูกทำลายออกในพริบตา

    ก่อเป็นพลังปริศนารูปแบบหนึ่งเพิ่มพลังให้ชายหนุ่มมากขึ้น จางเซียนที่เห็นก็รีบเบิกเนตรมรกตจนสุด พบว่าพลังสายเลือดนั้นของอีกฝ่ายไหลไปตามสัญชาตญาณไม่อาจควบคุมได้ มันแล่นไปทั่วร่างกายชายผมแดง ก่อนจะซึมซับเข้าที่จุดตันเถียนเหมือนเดิม

    พริบตาจากรวมจิตฟ้าดินระดับ 1 ขั้นต่ำก็กลายเป็นระดับ 2 ขั้นกลาง

    ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนชื่นใจมากขึ้นหลายส่วน เป็นเวลาเดียวที่จางเซียนตื่นเต้นมากขึ้น หากเขาสามารถทำลายสายเลือดของตัวเองได้ มันคงจะดีไม่ใช่แน่ แต่ไม่ว่าอย่างไงเขาก็ไม่กล้าทำอยู่ดี เขารู้ว่าคนที่อยู่ในตระกูลจางนั้นถูกสังหารหมด เนื่องจากสายเลือดมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ไม่ต่างจากเด็กผมแดงนั้น ที่มีจิ้งจอกดำวิ่งเล่นรอบๆ ตัว ราวกับผู้ใช้ภูติอย่างไงอย่างงั้น นั้นทำให้ชายหนุ่มคาดว่าหากเขาเป็นสายเลือดจางจริงๆ ละก็เขาคงไม่วายถูกสังหารในพริบตาอย่างนี้นอน ฉะนั้นมี 2 ทางเลือกคือไว้มาแอบทำที่นี่ทีหลัง กับคัดลอกรูปแบบค่ายกล และหาที่ปลดปล่อยอย่างเงียบๆ

    ซึ่งไม่ว่าวิธีไหน เขากลับรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยทั้งนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา

    เวลาผ่านไปถึง 6 ชั่วโมงทุกอย่างก็เหมือนจะลงตัว ไม่มีใครกล้าลงแท่นนี้อีกแล้ว เพราะทุกคนส่วนใหญ่ร่างกายแตกสลาย ไม่เว้นคนในศูนย์กลางแห่งสวรรค์ ทำให้แต่ละคนละเลิกความตั้งใจของตัวเองเพื่อชีวิตนอกกำแพง

    ขณะนั้นเองชายแก่ตัวแทนของกษัตริย์ชินเจี้ยนก็พูดขึ้น

    "ต่อไปคือการประชันระหว่างลูกศิษย์ของนายพรานพฤกษา และกองกำลังจันทราโลหิต แต่ก่อนถึงหน้านั้นเราอยากให้พวกเขาแสดงโชว์ความสามารถของ 2 กำลังหลักของศูนย์กลางแห่งสวรรค์"

    แปะ ๆ ๆ ๆ

    เสียงตบมือมากมาย พร้อมกับแววตาที่ประกายความตื่นเต้นของใครหลายๆ คนทำให้คนในศูนย์กลางแห่งสวรรค์รู้สึกดี และหยิ่งทะนงตัวมากขึ้น จนถึงขนาดมีคนด่าทอ และเหยียดหยามคนนอกกำแพงด้วยวาจาแสลงหู แต่ก็ไม่มีใครห้ามแต่อย่างใด เอาแต่มองด้วยแววตาสนใจ และยืนรับฟังราวกับผู้ดี

    "พอได้แล้ว! " ทุกคนสงบปาก ตัวแทนจึงพูดขึ้น

    "การโชว์ความสามารถแรกที่ข้าจะนำเสนอคือ 【สำนักนายพรานพฤกษา】"

    พริบตานั้นทุกคนก็ตบมือขึ้น แววตาทุกคนจับจ้องไปที่ทิศตะวันออก ทันใดนั้นก็มีคนสวมชุดสีเขียวจำนวนกว่า 10 คนเดินออกมา คนพวกนี้ดูก็รู้ว่าเป็นคนของจ้าวสำนักอย่างแน่นอน ไม่งั้นหากนำศิษย์อื่นมาคงอับอายขายขี้หน้าแย่

    "เริ่มไปเถอะ" จ้าวสำนักสะบัดมือออกไปอย่างรำคาญ ทำให้ลูกศิษย์ทั้ง 10 พยักหน้า

    เมื่อได้คำสั่งพวกเขาก็ไม่รอช้า วาดอะไรบางอย่างลงกับพื้นแท่นปลุกสายเลือดทันที ด้วยพลังในค่ายกล มีผลกระทบทำให้พลังของแต่ละคนเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว พริบตานั้นเองไม่ถึง 1 นาทีทุกคนก็ทำสำเร็จ พร้อมกับกรงขังบางอย่างกำลังเคลื่อนเข้ามา

    กรงนี้มีทั้งหมด 10 อันบรรจุสัตว์อสูรหมูป่าตัวหนึ่ง ที่มีพลังมากถึงรวมจิตฟ้าดินระดับ 2 ขั้นสูง หรือเทียบเท่าระดับ 3 ขั้นสูง พริบตาที่กรงเปิดหมูป่าก็เดินเข้าไปในกับดักอย่างโง่เง่า ทันใดนั้นเองค่ายกลก็เริ่มทำงาน เป็นเวลาเดียวกันที่จางเซียนเบาเนตรมรกตจนเกือบสุด

    เพราะของจำพวกนี้ไร้สาระเกินไป

    บึม! ฉัวะๆ ๆ ๆ

    ตะข่ายปราณสีดำพุ่งขึ้นคลุมร่างหมูป่าก่อนจะตัดร่างเป็นชิ้นๆ ทำให้ทุกคนแปลกประหลาดใจ เพราะคนพวกนี้ที่เป็นศิษย์จ้าวสำนักมีพลังเพียงรวมจิตฟ้าดินระดับ 2 ขั้นกลางเท่านั้น

    นี่มันน่ากลัวไปแล้ว!

    แต่สำหรับจางเซียนนั้นไม่ใช่เลย หากไร้ซึ่งพลังของค่ายกลลึกลับที่ทำหน้าที่โอนถ่ายพลังแท่นวงกลมนี้ ต่อให้ศัตรูระดับเดียวกันยังยากที่จะสร้างบาดแผลลึกๆ ได้ นั้นทำให้จางเซียนไม่สนใจ แต่เขาได้ข้อสรุปบางอย่างแล้วว่า

    คนพวกนี้แหละที่สังหารแม่ของเขา...

    เวลากว่า 1 ชั่วโมงที่จับตามองกับดักทุกชนิด มันกลับแสดงถึงความคล้ายกันจนหมด ทำให้ความโกรธแค้นในใจเพิ่มพูนมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ จนจางเซียนต้องระงับจิตใจของตัวเอง ไม่งั้นจะเอาตัวไปเสี่ยงตายหน้าโง่ๆ แบบนี้ไม่ได้

    "ต่อไปเป็นการโชว์ความสามารถของ 【กองกำลังจันทราโลหิต】"

    และแล้วการแสดงที่จางเซียนรอคอยก็เริ่มขึ้น เมื่อเห็นชายชุดดำจำนวนมาก 10 คนเดินเข้ามาในแท่นปลุกสายเลือด แววตาเขาก็ประกายความเย็นเฉียบ

    "เริ่ม..." ตูม!

    การโจมตีของพวกเขาทั้งหมดที่ต่อสู้กันได้ปรากฏขึ้นมาสายตาชายหนุ่ม ทำให้จางเซียนตกตะลึงวูบหนึ่ง

    เจอแล้ว...เจอพวกมันแล้ว

    คนที่ฆ่าพ่อของเขา

    "เหตุใดพวกมันมากระจุกอยู่นี้กันทั้งหมด..." กึก! จางเซียนกำหมัดแน่น ก่อนจะพ้นเลือดออกมาด้วยความแค้นที่มี แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกประหลาดใจ เมื่อเห็นเลือดสีน้ำเงินสาดไปทั่วบริเวณ

    "เลือดสีเงิน? " มันมีเพียงคนในขอบเขตโลหิตเงินมิใช่หรือ เหตุใดเขาถึงเป็นแบบนี้ได้?

    ชายหนุ่มเอาปากควานเลือดในปากออกมา พบว่ามันเป็นไปอย่างที่เขาคิด เลือดของเขากลายเป็นสีเงินไปแล้ว ไม่รอช้านั่งลงกับพื้นและเบิกเนตรมรกต ใช้พลังทั้งหมดตรวจสอบร่างกายทันที ทำให้เขาพบว่ามีบางอย่างกลมๆ ในจิตใจ 4 ดวงสีต่างกันถูกเส้นไหมอะไรบางอย่างคลุมอยู่

    แม้จะตกใจมากมาย แต่เขาก็ยังสำรวจไปต่อ พบว่าพลังของเขาแทนที่จะเป็นรวมจิตฟ้าดินจันทราระดับ 1 ขั้นกลาง กลับกลายเป็นโลหิตเงินระดับ 2 ขั้นสูง นี้เกิดขึ้นได้อย่างไง?

    "อย่าบอกนะว่าข้าถูกแรงกดดันมากเกินไปขณะพยายามก้าวผ่านบันไดไต่สวรรค์ จนไม่สามารถรับรู้พลังที่เพิ่มพูนของตัวเองได้" แม้มันจะสมเหตุสมผลที่สุด แต่เขาไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับลูกไฟทั้ง 4 ในห่วงวิญญาณของตนได้

    มันคืออะไรกัน?

    "เฮ้อ! สงสัยไปก็เท่านั้น รู้แค่ว่ามันไม่ได้สร้างความลำบากให้แค่นั้นก็พอ" ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา พลังของเขาตอนนี้มันไม่เสถียรทำให้เขาไม่กล้าใช้เนตรมรกตมากนัก ดีที่ก่อนหน้านี้มันไม่เกิดอาการบาดเจ็บภายใน ไม่งั้นพลังของเขาลดฮวบฮาบแน่

    ไม่รอช้าชายหนุ่มนั่งสมาธิและหลอมรวมลมปราณให้คงที่ทันที