ตอนที่18 สอบแข่งขันระดับจังหวัด
“ม่านเอ๋อยกโทษให้ผมนะครับ ตอนนี้ผมแยกครอบครัวออกมาอยู่กับลูกแล้วหวังว่าคุณจะให้โอกาสผมอีกครั้ง”
ซ่งซ่านจิงอ้อนวอนม่านเอ๋อด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสารเป็อย่างยิ่ง
ในเวลานี้ยายม่อฮวาซ่งเย่ และหลิวเย่ ได้แยกตัวออกไปเก็บข้าวของบางส่วนเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกัน
ม่านเอ๋อที่เห็นความจริงใจและตั้งใจของอดีตสามี
จึงถอนหายใจและพูดกำชับเขาเสียงเข้มว่า
“ฉันจะโอกาสคุณครั้งสุดท้ายหากคุณไม่สามารถดูแลเราสองแม่ลูกได้ ฉันจะไปจากคุณตลอดชีวิต”
“ผมรับปากครับผมสาบานว่าจะดูแลพวกคุณสองแม่ลูกเป็อย่างดี”
ซ่งซ่านจิงรีบยกมือสาบานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับม่านเอ๋อ
“เอาละ เอาละ ฉันจะไปทำอาหารก่อนพวกคุณเก็บข้าวของตามสบาย”
ม่านเอ๋อที่เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของเขาจึงยอมให้อภัยและสั่งงานให้เขาทำระหว่างรออาหารกลางวัน
ทางด้านซ่งเย่หลิวเย่ และม่อฮวาที่กำลังกำกับคนงานขนของใส่รถบรรทุกอยู่หน้าร้าน
“คุณยายคะรถโรงพยาบาลจะไปส่งคุณตาเวลาไหนคะ?”ซ่งเย่เอ่ยถามยายของเธออย่างสงสัย
“ยายบอกว่าตอนบ่ายให้พวกเขาออกเดินทางไปพร้อมกับพวกเราพอดีจ้ะ” ม่อฮวาตอบอย่างที่ได้วางแผนไว้
“ค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจ
“คุณยายครับให้รถบรรทุกเดินทางออกไปก่อนดีไหมครับ กว่าจะถึงเมืองกรีนคงพอดีกับที่พวกเราจะไปถึง”
หลิวเย่แสดงความคิดเห็นเนื่องจากรถบรรทุกที่มีข้าวของมากมายนั้นไม่สามารถวิ่งเร็วเกินไปได้
“ก็ดีเหมือนกันฝากเสี่ยวเย่ช่วยจัดการให้ด้วยนะจ้ะ” ยายม่อฮวาที่เริ่มคุ้นเคยกับหลิวเย่ได้เรียกเขาอย่างสนิทสนม
“ครับคุณยาย”หลิวเย่ยิ้มกว้างที่มีพันธมิตรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
เวลานี้ม่านเอ๋อทำอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วและเดินออกมาเรียกทุกคน
“ทุกคนทานอาหารได้แล้วจ้ะ”
หลังจากทานอาหารกลางวันทุกคนขึ้นรถตู้และออกเดินทางตรงไปยังเมืองกรีนทันที
สามชั่วโมงต่อมา
หลิวเย่ได้โอกาสแยกตัวสาวน้อยเขาชวนเธอให้ไปรอรับคุณตาที่โรงพยาบาลประชาชนด้วยกัน
“ซ่งเย่พวกเราไปรอรับคุณตาที่โรงพยาบาลดีไหมครับ?”
“ดีเหมือนกันค่ะ”ซ่งเย่กำลังคิดที่จะไปหาคุณตาพอดีกับที่หลิวเย่ชักชวนเธอ
“พ่อจะไปด้วยครับ”ซ่งซ่านจิงพูดขัดคนทั้งคู่ทันที
แต่ทว่าม่านเอ๋อพูดตัดบทซ่งซ่านจิง“คุณควรช่วยดูแลจัดห้องให้คุณแม่นะคะ”
เนื่องจากม่านเอ๋อพึงพอใจหลิวเย่ที่มีความจริงใจและมีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ
ทำให้ม่านเอ๋อประทับใจหลิวเย่มากกว่าอดีตสามีที่เคยขี้ขลาดและใจอ่อนเกินไป
หลิวเย่ไม่รอช้ารีบเดินนำเธอไปยังวิลล่าตนเองเพื่อขับรถฮัมเมอร์ไปโรงพยาบาลประชาชน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ซ่งเย่และหลิวเย่มองเห็นรถพยาบาลที่มาส่งคุณตาเส้าจ้าน
ทั้งคู่เดินตามไปยังห้องพิเศษที่ซ่งเย่แจ้งความประสงค์จองไว้ล่วงหน้ากับทางโรงพยาบาลแล้ว
ในห้องวีไอพี 5ซ่งเย่อยากทดสอบฝีมือตนเองเนื่องจากเวลานี้เธออ่านหนังสือแพทย์แผนจีนพื้นฐานหมดทุกเล่ม
คงเหลือแต่หนังสือเฉพาะด้านอย่างเช่น ฝังเข็ม-รมยา อาบยา นวดทุยนา สมุนไพร ศิลายา วิทยาการกระดูก และการดูแลแม่และเด็ก
ซ่งเย่เข้าไปจับชีพจรขณะรอแพทย์มาดูอาการคุณตา
เธอพึมพำเบาๆแต่หลิวเย่ได้ยินอย่างชัดเจนว่า
“ชีพจรหนักๆเบาๆเป็จังหวะแบบนี้ในหนังสือบอกว่ามีปัญหาที่ลิ่มเือุดตันเส้นเืหนึ่งในสมอง........”
ในตอนนี้มีแพทย์ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับพยาบาลสาว
เมื่อแพทย์และพยาบาลมองเห็นท่าทางของซ่งเย่
แพทย์เหลียงคุณแพทย์เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของแผนกศัลยกรรมทั่วไป แสดงท่าทางไม่พอใจทันที
“นั่นเด็กน้อยเธอทำอะไรอยู่น่ะ?”เสียงเข้มต่ำอย่างไม่พอใจดังขึ้นขัดจังหวะการเรียนรู้ของซ่งเย่
เมื่อซ่งเย่เงยหน้าขึ้นมองพลันเห็นสีหน้าบูดบึ้งอย่างไม่พอใจของแพทย์ชายวัยกลางคน
“ไม่ได้ทำอะไรค่ะ”ซ่งเย่ไม่้าสร้างปัญหาในเวลานี้จึงตอบเลี่ยงไป
“ถ้าเช่นนั้นคุณถอยออกมาก่อนได้ไหมคะ ให้คุณหมอเหลียงได้ตรวจอาการคุณตาก่อนค่ะ”
พยาบาลสาวช่วยพูดคลี่คลายสถานการณ์น่าอึดอัดใจ
ซ่งเย่ถอยออกมาจากเตียงของคุณตาทันทีและจ้องมองการกระทำของหมอเหลียงที่เริ่มตรวจสอบอาการของคุณตา
ด้านหลิวเย่ก็แอบสังเกตท่าทีของสาวน้อยที่เหมือนกำลังเรียนรู้จากท่าทางของหมอเหลียงคุณอย่างตั้งใจ
เขาเอียงคอมองสาวน้อยด้วยความสนใจพลางคิดในใจว่า
“นี่เธอจะเรียนรู้เื่ทางการแพทย์ได้เองเลยหรือ?”
ครู่หนึ่งหลังจากที่หมอเหลียงตรวจสอบอาการของเส้าจ้านแล้ว
หมอเหลียงขมวดคิ้วด้วยความหนักใจกับอาการที่เป็อยู่
เนื่องจากมีลิ่มเือุดตันในก้านสมองที่ไปกระทบกับการทำงานของอวัยวะในร่างกายหลายระบบ
และนั่นทำให้เส้าจ้านต้องนอนเป็พืชผักไม่รู้สึกตัวเช่นนี้
แน่นอนว่าค่ารักษาพยาบาลเพื่อดูแลและแก้ไขอาการอันซับซ้อนก็จะสูงมากเป็พิเศษ
เหลียงคุณหันหน้ามามองซ่งเย่ที่ยืนจ้องมองเขาอย่างสนใจและถามเธอว่า
“เธอเป็ญาติของคนป่วยใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ายอมรับ
“เฮ้ออาการของคนป่วยค่อนข้างซับซ้อนและการรักษาจำเป็ต้องอาศัยศัลยแพทย์ทักษะขั้นสูงซึ่งประเทศของเราในตอนนี้ไม่มี ที่มีชื่อ
เสียงเป็ที่ยอมรับคือแพทย์อารันจากประเทศM แต่ค่าใช้จ่ายสูงมากและไม่แน่ใจว่าแพทย์อารันจะยินดีมาที่นี่หรือไม่ครับ?” เหลียงคุณ
ถอนหายใจก่อนตอบตามความจริง
“เข้าใจแล้ว ดูแลคุณตาเท่าที่ทำได้ก่อนค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าและบอกกับหมอเหลียงด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ตกลงครับ”หมอเหลียงคุณตอบตกลงอย่างสบายใจที่ซ่งเย่ไม่ได้กดดันแพทย์เ้าของคนป่วยมากเกินไป
และที่สำคัญคือหมอเหลียงคุณได้ให้คำแนะนำที่จำเป็สำหรับญาติของคนป่วยแล้ว
เมื่อหมอเหลียงคุณและพยาบาลเดินออกจากห้องไป
ซ่งเย่เดินไปตรวจร่างกายเหมือนกับที่หมอเหลียงคุณทำและหลับตาขมวดคิ้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง?
หลิวเย่ที่มองเห็นการกระทำของสาวน้อยที่เลียนแบบพฤติกรรมของหมอเหลียงคุณ
เขาอมยิ้มอย่างสนใจ
จากนั้นซ่งเย่จับชีพจรคุณตาอีกครั้งและหลับตาลงอย่างสงบนิ่งครู่หนึ่ง
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาพลันมีแววตาเป็ประกายคล้ายกับค้นพบอะไรบางอย่าง?!
“หืม!” หลิวเย่ที่จับตามองซ่งเย่ตลอดเวลาเขาประหลาดใจที่พบกับท่าทีคล้ายยินดีของเธอ
“กลับกันเถอะค่ะ”จู่ๆซ่งเย่ชวนหลิวเย่กลับบ้าน
หลิวเย่พยักหน้าและเดินนำเธอออกไปจากห้องก่อนที่ทั้งคู่จะแวะบอกพยาบาลให้เข้าไปดูแลคุณตาแทน
เวลานี้ซ่งเย่้ากลับไปดูหนังสือแพทย์แผนจีนอีกครั้ง
เนื่องจากเธอพบจุดสนใจบางอย่างในชีพจร
รวมถึงผลการตรวจที่เธอเรียนรู้จากหมอเหลียงคุณ
ทำให้เธอพบประเด็นที่้าค้นคว้าเพิ่มเติมและรู้สึกมั่นใจตนเองมากยิ่งขึ้น
..........
เมื่อซ่งเย่และหลิวเย่กลับมาถึงวิลล่าของซ่งเย่
ทั้งสองคนพบว่าบรรยากาศภายในวิลล่าผ่อนคลายมากกว่าเดิม
“เสี่ยวเย่เย็นนี้มาทานอาหารด้วยกันนะจ๊ะ” ม่านเอ๋อส่งเสียงบอกหลิวเย่ที่เดินมากับซ่งเย่
หลิวเย่ที่เหล่ตามองเห็นท่าทางฮึดฮัดของซ่งซ่านจิง
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนตอบรับเสียงใส“ครับคุณน้า”
“ยายอยากได้อะไรเป็พิเศษไหมคะ?”ซ่งเย่ถามยายของเธอเมื่อเห็นเดินลงมาจากบันได
“พ่อจัดเตรียมอุปกรณ์ให้คุณแม่เอาไว้วาดรูปแล้วครับ”ซ่งซ่านจิงตอบแทนแม่ภรรยา
เนื่องจากซ่านจิงรู้ดีว่าทั้งพ่อตาแม่ยายล้วนแต่เป็จิตรกรที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
“เย่เอ๋อร์หลานรักอยากเรียนวาดรูปไหม? ยายจะสอนให้จ้ะ”ม่อฮวาถามซ่งเย่อย่างอ่อนโยน
“วาดเป็แล้วค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามตรง
“หือ จริงหรือ?”แม่ของเธอถามอย่างตื่นเต้นเนื่องจากตัวเธอเองไม่ได้รับพร์การวาดภาพจากพ่อแม่เลย
“จริงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบยืนยัน
“แบบนี้ผมจะมีโอกาสได้เห็นผลงานไหมครับ?”
หลิวเย่ถามอย่างคาดหวังว่าสาวน้อยของตนเองช่างมีความสามารถหลากหลายเสียจริง
“ทานข้าวแล้วจะวาดให้ดูค่ะ”ซ่งเย่ที่มองเห็นแววตากระหายใคร่รู้จากทุกคนจึงรับปากอย่างไม่กังวลใจ
แต่เธอก็แอบคิดถึงคำแนะนำของอาจารย์ถังซิ่วชายชราที่มาสอนเธอไม่ได้ว่า “ภาพควรมีอารมณ์”
ทำให้ซ่งเข่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างงุนงง
ม่อฮวาที่เห็นอาการขมวดคิ้วคล้ายหนักใจของหลานรักจึงพูดปลอบใจว่า
“ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องวาดก็ได้จ้ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะมีอาจารย์เคยบอกว่าหนูวาดรูปได้ดีแต่ขาดอารมณ์” ซ่งเย่รีบแก้ไขความเข้าใจผิดของยายเธอ
“แบบนี้พ่อต้องขอดูฝีมือของลูกเสียแล้วครับ”ซ่งซ่านจิงเกิดความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นทันที
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราทานข้าวกันจะได้ไปให้กำลังใจเย่เอ๋อร์วาดภาพด้วยกันค่ะ” ม่านเอ๋อตัดบทสนทนาของทุกคน
จากนั้น ม่อฮวาซ่งซ่านจิง เส้าม่านเอ๋อ ซ่งเย่ และหลิวเย่เดินไปทานอาหารที่อีกห้องหนึ่ง
ทุกคนทานอาหารอย่างรวดเร็วเนื่องจากตื่นเต้นที่จะได้ชมฝีมือการวาดภาพของลูกหลานคนสำคัญ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องโล่งกว้างชั้นล่างทางด้านหลังวิลล่า
เป็ห้องที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามภายนอกวิลล่าได้180 องศา
ซ่งเย่จ้องมองภาพความสวยงามของวิวด้านนอกที่มืดครึ้มและมีแสงสว่างของแสงจันทร์สาดส่องเข้ามากระทบดอกไม้และผิวน้ำบนสระ
น้ำที่รายล้อมด้วยดอกไม้สวยงามและศาลาหลังหนึ่ง
จากนั้นเธอหยิบผ้าใบและขาตั้งมาวางในมุมที่ถนัดเตรียมพู่กัน แปรง สี และจานสี
ม่อฮวาที่มองเห็นพฤติกรรมของซ่งเย่ที่จัดเตรียมอุปกรณ์อย่างคล่องแคล่วพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอกำลังลุ้นว่าหลานสาวจะมีพร์เช่นไร?!
“พรื้ด พรื้ด”เสียงแปรงสลับกับพู่กันที่จุ่มสีและวาดระบายบนผืนผ้าใบกระตุ้นความสนใจของทุกคนในห้อง
ม่อฮวาไปยืนเฝ้าสังเกตอยู่ด้านหลังซ่งเย่พลันแววตาเป็ประกายเมื่อมองเห็นรูปภาพเป็รูปร่างขึ้นมา
เธอคิดในใจอย่างตื่นเต้นยินดีว่า“โอ้ นี่เป็สุดยอดแห่งพร์อย่างแท้จริง หลานสาวของฉันไม่ธรรมดา”
หลิวเย่ที่มองเห็นม่อฮวายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เขาสงสัยจึงเดินเขยิบเข้าไปดูใกล้ๆ
พลันตื่นตะลึงทันทีเมื่อมองเห็นภาพวิวของค่ำคืนอันสวยงามที่สาวน้อยกำลังวาดอย่างผ่อนคลาย
นี่เธอมีทักษะด้านวาดภาพทิวทัศน์ด้วยหรือนี่?!
นี่คือพร์!
ไม่มีการร่างแบบด้วยดินสอก่อนลงสี!
แต่เธอสามารถลงแปรงระบายสีได้ทันที!
มันสวยงามจนหลิวเย่ััได้ถึงความอ้างว้างยามค่ำคืน!
มันเยี่ยมมาก!
ยอดเยี่ยมจริงๆ!
“เสร็จแล้วค่ะ”หนึ่งชั่วโมงผ่านไปและซ่งเย่ส่งเสียงบอกทุกคนในห้อง
ซ่งซ่านจิงและม่านเอ๋อที่ยังไม่เห็นภาพวาดของลูกสาวตนเอง
ทั้งคู่รีบเดินเข้าไปดูใกล้ๆและพบว่าภาพวาดทิวทัศน์ยามค่ำคืน่สวยงามและสะท้อนถึงความอ้างว้าง
“นี่นี่ฝีมือเย่เอ๋อร์หรือครับ?”ซ่งซ่านจิงส่งเสียงคล้ายกับไม่เชื่อในสายตาตนเอง
“ลูกแม่หนูเก่งมากจ้ะ เป็พร์อย่างแท้จริง”ม่านเอ๋อเอ่ยชื่นชมซ่งเย่อย่างไม่ประหยัดคำ
“เก่งมากจ้ะหลานรัก”ม่อฮวาพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เธอภูมิใจกับหลานสาวคนเก่งของตัวเอง
“เยี่ยมครับ”หลิวเย่ไม่พูดอะไรมากเขายกนิ้วโป้งให้และเอ่ยชมเธออย่างจริงใจ
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่หันหน้ามองทุกคนและยิ้มมุมปากเล็กน้อย
หลังจากทุกคนได้ชื่นชมกับผลงานภาพวาดของซ่งเย่แล้ว
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน
หลิวเย่ก็ขับรถกลับวิลล่าของตนเองเช่นกัน
ซ่งเย่อาบน้ำแต่งตัวและนั่งอ่านหนังสือแพทย์แผนจีนด้วยความสนใจจนถึงเวลา00.20 น. จึงเข้านอน
..........
รุ่งเช้าหลังจากที่ซ่งเย่ไปออกกำลังกายกับหลิวเย่แล้ว
เธอถือกระเป๋าเป้หนึ่งใบและกระเป๋าเดินทางใบเล็กอีกหนึ่งใบ
เนื่องจากเธอต้องไปนอนค้างคืนที่เมืองเหอเป่ยเพราะมีสอบแข่งขันสองวันโดยสอบวิชาละ 2 ชั่วโมง
นั่นคือเช้าวันจันทร์สอบวิชาคณิตศาสตร์บ่ายสอบวิชาฟิสิกส์
เช้าวันอังคารสอบวิชาเคมีบ่ายสอบวิชาชีววิทยา
ลุงโจวทำหน้าที่เป็คนขับรถรับส่งเธอจากเมืองกรีนไปยังเมืองเหอเป่ย
ม่านเอ๋อจะตามลูกสาวไปด้วยแต่ถูกซ่งเย่ห้ามไว้โดยให้เหตุผลว่ามีอาจารย์ประจำชั้นและประจำวิชาไปด้วย
แม่ของเธอจึงจำยอมไม่ตามไปอย่างไม่เต็มใจ
ซ่งเย่วางแผนไว้ในใจว่า่เย็นหลังจากสอบเสร็จแล้ว
เธอจะไปศึกษาการตรวจร่างกายและรักษาโรคที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเหอเป่ย
สามชั่วโมงต่อมา
ซ่งเย่ให้ลุงโจวรออยู่ที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมืองเหอเป่ยซึ่งเป็สนามสอบแข่งขันระดับจังหวัดก่อน
เพราะเธอคิดว่าใช้เวลาสำหรับสอบภาคเช้าไม่นาน
หลังจากนั้นจึงจะไปยังโรงแรมที่ทางโรงเรียนได้จองไว้ให้กับนักเรียนทั้งหมดของการสอบสี่วิชาแล้ว
เมื่อซ่งเย่ถือกระเป๋าเป้ไปถึงหน้าห้องสอบโดยระหว่างทางที่เดินไปนั้น
มีเด็กนักเรียนชายหญิงจำนวนมากเหลียวมองเธออย่างสนใจ
“โอ้นั่นนักเรียนจากที่ไหน?สวยจังเลย!”
“สวยและฉลาดครบเครื่องแบบนี้ต้องขอเบอร์โทรมาให้ได้”
“เป็ตัวแทนนักเรียนมาสอบหรือใช้เส้นสายของครอบครัวกันแน่”
“ไม่ว่าอย่างไรฉันต้องจีบเธอให้ได้”
ซ่งเย่ได้ยินคำพูดเ่าั้แต่เธอไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
เมื่อถึงหน้าห้องสอบเธอหยิบเอาเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องสอบโดยทิ้งกระเป๋าเป้ไว้ด้านนอก
ขณะเดินเข้าห้องสอบซึ่งมีนักเรียนเข้านั่งประจำที่เกือบเต็มแล้ว
เธอกลายเป็เป้าสายตาโดยไม่ได้ตั้งใจ
แต่เนื่องจากบุคลิกเฉยเมยและเ็าของเธอ
กลับทำให้เด็กชายหลายคนให้ความสนใจซ่งเย่เป็จำนวนมาก
ซ่งจูหว่านที่นั่งมุมหนึ่งของห้องสอบได้เหลียวมองซ่งเย่พลางกำมือแน่นด้วยความรู้สึกโมโหและโกรธแค้น
เธอไม่พอใจที่หลายคนในห้องพุ่งความสนใจไปที่ซ่งเย่แทนที่จะเป็ตัวเธอเอง
ซ่งเย่นั่งลงเก้าอี้ที่ระบุข้อมูลประจำตัวของเธอ
อึดใจต่อมากรรมการคุมสอบเริ่มแจกเอกสารคำถามและกระดาษคำตอบให้กับนักเรียนทุกคน
เวลา 09.00 น.กรรมการส่งสัญญาณให้นักเรียนเริ่มทำข้อสอบได้
ซ่งเย่เหลือบมองข้อสอบแว่บหนึ่งก่อนก้มหน้าลงมือขีดเขียนอย่างรวดเร็ว
นักเรียนหลายคนขมวดคิ้วและส่งเสียงพึมพำบ่นว่าข้อสอบปีนี้ยากมาก
แต่เื่เหล่านี้ไม่มีปัญหาสำหรับซ่งเย่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“ครื้ด” เสียงเลื่อนเก้าอี้ทำให้หลายคนเงยหน้าขึ้นมองซ่งเย่ที่เดินถือเอกสารไปส่งกรรมการคุมสอบ
“เอ๊ะ! เสร็จแล้วหรือ?”
“อะไรกันแค่ชั่วโมงเดียว?”
“สงสัยเธอคนสวยจะทำไม่ได้”
“ข้อสอบยากมากสาวสวยยอมแพ้หรือ?”
นักเรียนหลายคนพึมพำอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ
กรรมการคุมห้องสอบชายวัยกลางคนยื่นมือออกไปรับเอกสารจากซ่งเย่และถามอย่างสงสัย
“นักเรียนทำเสร็จแล้วหรือครับ?”
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าตอบอย่างมั่นใจ
กรรมการชายขมวดคิ้วแล้วตรวจสอบคร่าวๆพบว่ามีข้อความและตัวเลขเขียนอย่างเป็ระเบียบครบทุกข้อ
จากนั้นกรรมการโบกมือเป็เชิงอนุญาตให้ออกจากห้องสอบได้
ด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นกรรมการชายวัยกลางคนจึงลองสุ่มตรวจคำตอบของซ่งเย่
แล้วพึมพำด้วยความใ“ข้อ 1 ถูกต้อง ข้อ 2 ถูกต้อง ข้อ 3 ถูกต้อง ข้อ 10 ถูกต้อง ข้อ 50 ถูกต้องโอ้..น่าทึ่ง”
ด้านซ่งเย่ที่ส่งเอกสารการสอบให้กับกรรมการคุมห้องสอบเรียบร้อยแล้ว
เธอเดินตรงไปยังตำแหน่งที่นัดหมายกับลุงโจวไว้
“ลุงโจวคะไปโรงแรมซิงฟู่ค่ะ” ซ่งเย่บอกชื่อโรงแรมกับลุงโจวทันที
“ครับคุณหนู”
เมื่อซ่งเย่และลุงโจวไปถึงโรงแรมแล้วและตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่ทางโรงเรียนจัดให้พักห้องคู่
เธอพบว่าชื่อของเธอพักอยู่ห้องเดียวกันกับซ่งจูหว่าน
ซ่งเย่ยิ้มเล็กน้อยและต่อรองกับพนักงานของโรงแรม“มีห้องสูทไหมคะ?”
พนักงานสาวสวยยิ้มหวานและตอบทันทีว่า“มีค่ะคุณหนู แต่ถ้าจะเปลี่ยนคงได้จ่ายเพิ่มอีกมากนะคะ”
“เท่าไหร่คะ?” ซ่งเย่ไม่กังวลกับค่าใช้จ่ายนั้นเนื่องจากเธอมีเงินในบัญชีมากพอ
ที่สำคัญคือเธอมีเงินจำนวนมากในบัญชีที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้จ่าย
และในตอนนี้เธอ้าความเป็ส่วนตัวในการพักผ่อน
พนักงานรีบแจ้งเธอว่า“6,000-10,000 หยวนค่ะ”
“ขอห้อง 10,000หยวนสองคืนค่ะ” ซ่งเย่บอกจำนวนคืนที่จะเข้าพักโดยตรง