ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 105 ฉันน่ะเกลียดคนชอบหลอกลวงที่สุดค่ะ!

    เชนในท่าชันเข่าเงยหน้ามองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าที่อยู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้น เธอมีหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตามีชีวิต และแม้เธอจะอยู่ในชุดสีขาวอมเหลืองที่ใหญ่จนคลุมไปทั้งตัว แต่ก็ไม่อาจปกปิดเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของเธอไว้ได้ และเมื่อเชนมองไปยังเธอ ไม่รู้ทำไม..เขาถึงนึกไปถึงน้องสาวของเขาอย่างประหลาด"เธอคือ..ฟางหรูแห่งแดนกระบี่?"ฟางหรูไม่ได้ตอบคำของเชน ใบหน้าของเธอในตอนนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เขาเห็นเธอตอนก่อนเข้าRaidไปมาก ตอนนั้นเขาเห็นเธอนั้นมีท่าทางเขินอายและดูบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างที่สุด แต่ในตอนนี้..ใบหน้าหวานของเธอกับเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ดวงตาที่เคยแสดงออกถึงความเขินอาย ตอนนี้กลับคมกริบบาดลึกราวกระบี่มีชื่อ!เมื่อเชนสบกับสายตาคู่นั้นของฟางหรู เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่พยายามเสียดแทงเข้าสู่ห้วงคำนึงของเขา!นี่คือวิชาแห่งจิตอันเลื่องชื่อของสังกัดแดนกระบี่ จิตกระบี่สะบั้นคำนึง!"คุณไม่ควรไปหลอกคนอื่นแบบนั้นนะคะ"ในที่สุดฟางหรูก็เอ่ยคำออกมา แม้เสียงจะหวานราวกับน้ำผึ้ง แต่พลังบางอย่างที่แฝงมาในน้ำเสียงนั้นกลับทำให้ผู้คนที่ได้ยินรู้สึกเหมือนกำลังโดนกระบี่กรีดแทงเชนที่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันคมกริบที่ฟางหรูปล่อยออกมา แทนที่เขาจะรู้สึกตึงเครียดเตรียมตอบโต้ แต่กลับกันเลย เขากลับรู้สึก..เอ็นดูเธออย่างประหลาดยิ่งเขาเห็นเธอปล่อยจิตกดดันออกมา ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกขบขันจนต้องยิ้มออกมา"ยิ้มทำไมคะ ที่ฉันพูดมันตลกมากเหรอ"ฟางหรูขมวดคิ้วสวยเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มเบื้องหน้าที่เธอปล่อยจิตกดดันใส่ อยู่ๆก็ยิ้มออกมา และพร้อมกันนั้นเธอก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะจิตกระบี่สะบั้นคำนึงของเธอนั้น แม้ไม่อาจเรียกได้ว่าทรงพลังที่สุดในขั้นสามัญของสังกัดแดนกระบี่ แต่เธอก็มั่นใจว่าต้องติดหนึ่งในสามอย่างแน่นอน!ผู้คนที่โดนจิตสะบั้นคำนึงของเธอนั้นต่อให้เป็นผู้ที่อยู่ในขั้นสามัญระดับชั้นสิบ ก็ยากนักที่จะฝืนรั้งไม่แสดงอาการ แต่ชายเบื้องหน้าที่มีระดับชั้นแปดกลับกำลัง..ยิ้ม"เปล่าหรอก ฉันแค่เห็นเธอแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าเรารู้จักกันมานานน่ะ"เชนกล่าวยิ้มๆ"ฉันไม่เคยรู้จักคุณนะคะ"ฟางหรูที่กำลังรู้สึกประหลาดใจกับท่าทางของชายหนุ่มเบื้องหน้า รีบกล่าวตอบ"ฉันรู้"เชนก้มหน้าลงแล้วแหวกกองเศษหินที่เคยเป็นร่างของอสูรหินดำเพื่อหาหินแกนสลักธาตุ โดยที่เขาไม่สนใจสายตาคมกริบที่กำลังจ้องเขาเลยสักนิด เขาค้นหาอยู่อึดใจในที่สุดก็เจอหินแกนสลักธาตุไฟในกองหินเหล่านั้น เชนผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วเอามันเก็บไปในกระเป๋าด้านหลังเช้ง!"หือ?"เชนเหมือนได้ยินเสียงชักอาวุธจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังเบื้องหน้า จึงเห็นว่าขณะนี้ฟางหรูเธอกำลังถือกระบี่ที่ดูเรียบง่ายไว้ในมือ แรงกดดันยิ่งหนักแน่นขึ้นไปอีกขั้นเมื่อมีกระบี่อยู่ในมือสวยบอบบางของเธอ"เธอจะทำอะไรน่ะ"เชนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่มีความรู้สึกกดดันอยู่ในน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อยเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยในความรู้สึกของตัวเอง เบื้องหน้าของเขาขณะนี้คืออันดับหนึ่งในการประลองสาขาย่อยสี่สังกัดขั้นสามัญเชียวนะ แถมเธอคือคนของสังกัดอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรเซเฟีย..สังกัดแดนกระบี่ ทั้งที่เขาควรจะรู้สึกกดดันและหวาดกลัว เขากลับรู้สึกสบายอารมณ์อย่างแปลกประหลาด"ฉันน่ะ..เกลียดคน..ชอบหลอกลวงที่สุดค่ะ!"ฟางหรูกล่าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ ถ้าสังเกตให้ดี..ตอนที่ฟางหรูพูดคำว่า'หลอกลวง'มือของเธอที่จับกระบี่อยู่นั้นก็กำแน่นขึ้นเล็กน้อย..ตึง!เธอเดินเข้าหาเชนหนึ่งก้าว เป็นหนึ่งก้าวที่เรียบง่ายจนเรียบง่ายกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่เชนกลับรู้สึกเหมือนหนึ่งก้าวนั้นของเธอไม่ได้เหยียบพื้น แต่กำลังเหยียบลงมาบนร่างกายของเขา!'แรงกดทับนี่'เชนต้องขมวดคิ้วเป็นครั้งแรก แรงกดดันที่เธอปล่อยอกมานั้น ทำให้เขารู้ได้เลยว่าเธอเอาจริง!"เดี๋ยวๆ ฉันกับเธอเราไม่เคยมีเรื่องกันนะ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลยนี่"เชนรีบลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือเป็นพัลวัน"ใช่ค่ะเราไม่เคยมีเรื่องกัน แต่..ฉันแค่ไม่ชอบสิ่งที่คุณทำ แล้วนั่นก็เพียงพอแล้วค่ะ ที่จะเป็นเหตุผลให้ฉันลงมือ!"ฟางหรูกล่าวพร้อมกับเดินมาอีกหนึ่งก้าว!ส่วนเชนตอนนี้เหงื่อตกไปแล้วเมื่อได้ยินเหตุผลสุดเอาแต่ใจของเธอ'ชิบ! นอกจากท่าทางกับใบหน้าแล้ว นิสัยเอาแต่ใจยังเหมือนยัยมิ้นท์อีก!'หัวสมองของเชนหมุนเร็วจี๋ พยายามหาทางออกจากสถานการณ์ในตอนนี้ และในตอนนั้นฟางหรูก็ยกกระบี่ของเธอขึ้นเหมือนกับกำลังจะทำอะไรสักอย่างทั้งที่ยังอยู่ห่างเกือบห้าเมตร!"เดี๋ยว! เธอบอกว่าฉันหลอกลวง ฉันไปทำตอนไหน!"เชนรีบกล่าวทันทีเมื่อเห็นกระบี่ถูกมือเรียวเล็กนั้นยกขึ้น ในขณะนั้นแรงกดดันที่กระบี่เล่มนั้นปล่อยออกมา ทำเอาเขารู้สึกเย็นวูบเลยทีเดียว"ก็ที่คุณไปหลอกนักล่าสองคนนั้นไงคะ ทั้งที่คุณจัดการอสูรตนนั้นได้ไม่ยากแท้ๆ คุณกลับพยายามตบตาหลอกพวกเขา ฉันน่ะดูอยู่มาตั้งแต่ต้นแล้วนะ!"ฟางหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ดูจากท่าทีของเธอ เธอคงจะมีความหลังบางอย่างกับเรื่องการ'หลอกลวง'เป็นแน่ เธอนั้นแอบดูมาตั้งแต่ต้นจนจบอย่างที่ว่า เธอนั้นกะจะรอดูนักล่าทั้งสองจนถึงตอนที่พวกเขาไม่ไหวจึงจะเข้าไปช่วย แต่ขณะที่นักล่าทั้งสองดูเหมือนจะไม่ไหวจนเธอจะยื่นมือเข้าไปช่วย อยู่ๆเชนก็โผล่ออกมาเสียก่อนจนเธอต้องหยุดมือไว้ หลังจากนั้นเธอก็เฝ้าดูมาเรื่อยๆจนได้เห็นว่าเชนนั้นจริงๆแล้วจัดการอสูรหินดำได้ไม่ยาก แต่กลับพยายามหลอกตบตานักล่าทั้งสอง แถมยังพูดว่า เราคนอาณาจักรเซเฟียใยต้องพูดถึงบุญคุณ! นี่คือเรื่องที่ลูกผู้ชายสมควรจะทำ! หน้าไม่อาย! แถมถึงกับกล้าขนาดเอาชื่ออาณาจักรเซเฟียมากล่าวอ้าง หน้าไม่อายที่สุด!'ดูมาตั้งแต่ต้น งั้นก็หมายความว่า...'เชนรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันใดเมื่อรู้ว่ามีคนเห็นสุดยอดการแสดง(?)ของเขา"เธอเข้าใจผิดแล้ว! ก็จริงที่ฉันอาจจะหลอกพวกเขา แต่ที่ฉันทำน่ะก็เพื่อช่วยพวกเขานะ!"หลังจากคิดหาทางออกมากมาย รวมถึงฟังจากคำพูดที่ฟางหรูพูดออกมา เชนก็จับใจความได้ว่าดูแล้วเธอจะไม่ชอบคนหลอกลวงอย่างที่สุด และทันใดเขาก็คิดวิธีออก และวิธีนั้นก็คือ..แถ! แถมันเข้าไป!"หลอกเพื่อช่วยพวกเขาเหรอคะ?"ได้ผล! ฟางหรูหยุดชะงักไปในทันทีเชนเมื่อเห็นว่าได้ผลก็พยักหน้ารัวเร็วราวกับไก่จิกข้าวสาร เมื่อเห็นว่าได้ผลเขาก็ไม่รอช้ารีบกล่าวแถต่อทันที"ถ้าดูอยู่ตลอด เธอก็เห็นแล้วนี่ว่าพวกเขาน่ะสู้อสูรตนนั้นไม่ได้หรอก ถ้าปล่อยไว้พวกเขาต้องถูกฆ่าแน่!"เชนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ เอาจริงๆ..น้ำเสียงนี้เหมือนตอนที่เขาพูดกับนักล่าทั้งสองก่อนหน้านี้ไม่น้อย"เรื่องนั้นมันก็ใช่..แต่คุณแค่จัดการกับอสูรตนนั้น ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วนี่คะ"แม้เหมือนฟางหรูจะยังไม่เชื่อเต็มร้อย แต่สภาวะกดดันที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ก็ลดทอนลงไปหลายส่วนแล้ว"ก็จริงอยู่ที่ถ้าทำแบบนั้นทุกอย่างก็จะเรียบร้อย แต่เธอเคยคิดไหมว่าถ้าอยู่ๆฉันจัดการอสูรตนนั้นสำเร็จ แล้วพวกเขาเห็นหินแกนสลักธาตุข้างในนั้นแล้วจะเป็นยังไง"เชนเมื่อเห็นว่าได้ผลก็รีบกล่าวเสริมไปทันทีฟางหรูเองก็นิ่งไปเหมือนกัน กระบี่ในมือเธอถูกลดลงมายังข้างลำตัว เมื่อเธอได้ยินคำพูดของเชนก็พยายามคิดตามคำพูดของเขา"อาจ..ต้องต่อสู้แย่งชิงกันสินะคะ"ฟางหรูกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวาน เธอไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยเชนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ลิงโลดในทันที แต่ใบหน้าของเขากลับไม่ได้แสดงออกเลยแม้แต่นิดเดียว"ใช่แล้วล่ะ ต่อให้ช่วยพวกเขาจากอสูรตนนั้นได้ แต่ใครจะรู้ หลังจากนั้นอาจมีการต่อสู้แย่งชิงกันขึ้นก็ได้ ยิ่งฉันมีระดับน้อยกว่าพวกนั้นด้วยยิ่งแล้วใหญ่"ฟางหรูยิ่งฟังที่เชนพูดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล เธอพยักหน้าตามคำพูดของเชนเหมือนจะบอกว่า'ก็จริง'"เพราะงั้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย..ฉันจึงไร้ทางเลือก ต้องเลือกวิธีที่ฉันเกลียดที่สุดอย่างการหลอกลวง! แต่เพื่อช่วยชีวิตคนแล้ว แค่เรื่องฝืนทำสิ่งที่เกลียดจะนับเป็นอะไรได้!"เชนกำหมัดก้มหน้าลงพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดราวกับว่าเขาได้ฝืนทำสิ่งที่เขาเกลียดจริงๆ! น้ำเสียงดูเที่ยงธรรมยึดมั่นอย่างที่สุด! ถ้าฟังให้ดีตอนเขาพูดว่าเกลียดการหลอกลวงนั้น เขาจะเน้นเสียงเป็นพิเศษอีกด้วยจริงๆเชนก็ไม่ได้โกหกฟางหรูแต่อย่างใด เพราะตอนที่เชนเข้าไปช่วยนักล่าทั้งสองก่อนหน้านี้ เขาก็คิดเรื่องที่ถ้าอยู่ๆเข้าไปจัดการอสูรหินดำทันทีนั้น ก็อาจมีการต่อสู้แย่งชิงหินแกนสลักธาตุเกิดขึ้นก็เป็นได้ไว้ก่อนอยู่แล้ว และเขาเองก็ไม่ได้อยากให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นเขาจึงเอาเรื่องนี้มาดัดแปลงแล้วเล่าใหม่ แทนที่จะบอกจุดประสงค์ว่าทำเพื่อหินแกนสลักธาตุ เปลี่ยนเป็นบอกจุดประสงค์ว่าเพื่อช่วยชีวิตคนย่อมดูดีกว่าเป็นไหนๆ ส่วนเรื่องที่เขาพูดว่าเกลียดการหลอกลวงด้วยน้ำเสียงจริงจังนั้น..เอิ่ม..อันนี้ไม่ขอพูดถึงเชนก้มหน้าอยู่หลายอึดใจ เมื่อไม่เห็นฟางหรูพูดอะไรเลย จึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองอย่างลุ้นระทึกและทันใดนั้นเขาก็เห็นว่าแรงกดดันที่มีอยู่ก่อนหน้านี้นั้นถูกสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีแรงกดดันหนักหน่วงคมกริบเหลืออยู่แม้แต่น้อย แถมใบหน้าหวานสวยของฟางหรูที่เขาเห็นในขณะนี้ กำลังจับจ้องมายังเชนด้วยสายตาเปล่งประกายราวกับแสงกระทบผิวน้ำ ดวงตาที่เปล่งประกายคู่นั้นที่จับจ้องมายังเชนเต็มไปด้วย..ความนับถือ"ถึงกับยอมทำในสิ่งที่เกลียดเพื่อช่วยคนอื่นขนาดนี้...ฉันรู้สึกนับถือจริงๆค่ะ!"ฟางหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใส จริงอยู่ที่เธอเกลียดการหลอกลวงเป็นที่สุด แต่ถ้าต้องทำเพื่อช่วยคนอื่นก็เป็นอีกเรื่อง ใบหน้าสวยน่ารักของฟางหรูยิ้มแย้มจนเหมือนโลกในสายตาของเชนสว่างสดใสขึ้นหลายส่วนเชนมองไปยังท่าทางน่ารักสดในนั้นด้วยสายตาปริบๆ'นอกจากนิสัยเอาแต่ใจแล้ว..นิสัยเชื่อคนง่ายก็เหมือนยัยมิ้นท์ด้วยแฮะ'


    error loadedฟางหรู อันดับหนึ่งในการประลองสาขาย่อยสี่สังกัดเครดิตภาพ : pinterest