เมื่อจัดการเรื่องต่างๆหมดเรียบร้อยมิคาเอลก็เดินกลับมาที่โรงประมูลใบหยกเพียงคนเดียวเมื่อมาถึงกลับพบว่าด้านในมีคนอยู่หนาแน่นมากถึง100คนและยังมีที่ด้านนอกอีก100กว่าคนดาวินเองก็อยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้น เมื่อมันเห็นมิคาเอลมันก็เดินออกมาหามิคาเอลทันที
''ข้าได้คนมาแล้วทั้งหมด200กว่าคน ทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้วและคนเหล่านั้นล้วนเป็นช่างที่ยอดเยี่ยมของเมืองแล้วจะเอายังไงต่อเดินทางไปที่ป่าเลยมั้ย''
''อืม เรื่องสิ่งของที่ใช้ในการก่อสร้างและค่าแรงข้าคงต้องฝากท่านดูแลด้วย ในแหวนวงนี้มีเงินอยู่15ล้านและเมื่อรวมเข้ากับ30ล้านเหรียญทองที่ได้จากตระกูลอิกเนสคงจะเพียงพอ แต่ถ้าหากไม่พอข้าจะหามาเพิ่ม''
''ไม่มีปัญหาทุกอย่างสามารถหาได้ในเมืองนี้ ตอนนี้เราเดินทางไปที่ป่ากันเถอะเจ้าจะได้บอกรายละเอียดของค่ายที่เจ้าต้องการจะสร้างให้พวกช่างได้ลงมือทำงาน''มิคาเอลพยักหน้าจากนั้นจึงเดินนำคนทั้งหมดไปที่ป่า ระหว่างเดินทางคนในเมืองต่างแตกตื่นกันมากเพราะช่างฝีมือดีจำนวนกว่า200คนเดินทางไปด้วยกัน คนที่จ้างจะต้องรวยมากแน่ๆเพราะค่าแรงของแต่ละคนนั้นไม่ใช่น้อยๆ และชาวบ้านบางคนเองก็อยากจะรู้ว่าทั้งหมดกำลังไปที่ไหนพวกมันจึงเดินตามไปแต่แล้วก็ต้องเดินกลับมาด้วยความหวาดกลัวเพราะช่างทั้งหมดเดินหายเข้าไปในป่าท้ายเมือง จากนั้นข่าวการจ้างช่างฝีมือก็ลามไปทั่วจนตระกูลใหญ่ๆเกิดความสนใจแต่พวกมันก็ไม่ได้ส่งคนออกมาตรวจสอบเพราะว่าพวกมันไม่อยากจะส่งคนเข้าในป่าท้ายเมือง
''แปลกทำไมไม่มีสัตว์อสูรซักตัว ถึงท่านดาวินจะบอกว่าคนที่ว่าจ้างเราจัดการไปแล้วก็เถอะ แต่มันน่าจะเหลือบ้างสิ''เหล่าช่างฝีมือที่เดินเข้ามาในป่าเริ่มจะคุยกันเพราะตลอดทางมันไม่เห็นสัตว์อสูรเลย
''ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไงจะได้ทำงานง่ายๆ เดินต่อไปเถอะน่าอย่าบ่น''เมื่อการเดินทางผ่านมาซักพักใหญ่ๆทั้งหมดก็มาถึงใจกลางป่ามิคาเอลก็ได้ยกเท้าขึ้นจากนั้นก็กระทืบไปที่อักขระ อักขระที่ถูกวางไว้โดยรอบกลางป่าพลันแตกทีละตัวเป็นลูกโซ่ไปจนถึงตัวสุดท้าย ตอนนั้นเองทุกคนถึงได้เห็นสภาพกลางป่าที่แท้จริง
''นะ...นี่ ตัวอะไรมาสู้กันที่นี่กันแน่ทำไมมันถึง...''มันพูดไม่จบก็เป็นลมไปเพราะมันได้เหลือบไปเห็นงูยักษ์ที่กำลังนอนอยู่ข้างๆ ตอนแรกมันนึกว่ากองอะไรซักอย่างแต่เมื่อมันมองดีๆแล้วมันจึงได้เป็นลมไป
''นี่...ไหนว่าไม่มีสัตว์อสูรแล้วไงล่ะ ไม่รอดแล้ว ข้าตายแน่''เหล่าช่างเริ่มโวยวายออกมา ดาวินเองก็ใจสั่นเพราะงูตัวนั้นปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมาและที่สำคัญงูตัวนั้นมีพลังมากกว่ามัน
''เงียบๆหน่อยเรื่องงูตัวนั้นมันไม่ทำอะไรพวกเจ้าหรอก นั่นเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าเองเอาหละ งูน้อยเจ้าช่วยออกไปก่อนตอนนี้ข้าจะให้คนสร้างค่ายฝึกสอนแล้ว และอีกซักครู่เดี๋ยวข้าตามไป''ช่างฝีมือต่างๆและดาวินต่างพากันมองหน้ากันเองและพลางคิดว่า'เจ้าเอางูนี่มาเป็นสัตว์เลี้ยงทำไมเจ้าไม่เลี้ยงแมวแทนล่ะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าหากมันหลุดเข้าไปในเมืองคนจะตายมากแค่ไหน ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าเจ้าคิดอะไรอยู่'
''เอาเถอะข้าจะเริ่มบอกตำแหน่งที่จะให้สร้าง แบ่งพื้นที่นี้ออกเป็น6ส่วน 4ส่วนแรกสร้างให้มีขนาดเท่ากันไม่ต้องมีห้องพักและต้องมีลานฝึกขนาดใหญ่ ส่วนที่5ให้สร้างเป็นที่พัก4ชั้นและสร้างห้องทั้งหมด100ห้องส่วนสุดท้ายสร้างบ้านพักไม่ต้องใหญ่มากมีห้อง5ห้อง...''มิคาเอลจัดแจงรายละเอียดต่างๆมันใช้เวลาในการอธิบายไปนานพอสมควรและเมื่อเหล่าช่างฝีมือเข้าใจแล้วพวกมันจึงเริ่มลงมือจัดการพื้นที่เพราะพื้นที่ที่ใช้สร้างตอนนี้มันเละเทะเกินไปและจากการคาดเดาของเหล่าช่าง คิดว่าการสร้างต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็3เดือนถึงจะเสร็จเพราะสิ่งที่มิคาเอลต้องการมีขนาดใหญ่และรายละเอียดมากหลังอธิบายเสร็จมิคาเอลก็ได้นัดดาวินไว้ว่าอีก3วันมีเรื่องจะคุยด้วยจากนั้นดาวินจึงแยกตัวออกไปมิคาเอลเองก็แยกตัวออกมาหลังจากนั้นมันจำเป็นต้องไปหางูน้อยของมันเพราะมันอยากรู้ผลว่าหลังจากการดูดซับหินแห่งพลังไปแล้วสัตว์อสูรจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
''ทำความเคารพนายท่าน ตอนนี้ข้าได้จัดการสัตว์อสูรในป่าทั้งหมดแล้ว''งูยักษ์ตัวนั้นก็ก้มหัวลงด้วยความนอบน้อมและรายงานผลเกี่ยวกับสิ่งที่มิคาเอลให้ไปทำ จากนั้นมิคาเอลก็ใช้พลังตรวจสอบร่างของงูตัวนั้นดูมันพบว่าบริเวณหลังของงูตัวนั้นมีตุ่มงอกขึ้นมา2คู่
''อย่างที่คิดหินแห่งพลังมีผลกระตุ้นสายเลือดในร่างกายของสัตว์อสูร ตอนนี้เจ้ารู้สึกยังไงบ้าง''มิคาเอลถามงูยักษ์ขณะที่งูยักษ์กำลังตัวสั่นเหมือนกับว่ากำลังข่มอะไรบางอย่างในตัวอยู่
''นายท่านอย่างที่ท่านว่าหินแห่งพลังที่ท่านให้มามันได้กระตุ้นสายเลือดของข้า ตอนนี้ข้ากำลังจะวิวัฒนาการกลับไปเป็นสายเลือดดั้งเดิม ข้าพยายามกดข่มการวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลาจนกว่าท่านจะมาและตอนนี้ข้ารู้สึกว่าข้าจะทนไม่ไหวแล้ว ตอนที่ข้าวิวัฒนาการนายท่านโปรดดูแลลูกของข้าด้วย''พูดจบงูยักษ์ตัวนั้นก็มีแสงล้อมรอบจากนั้นแสงจึงค่อยๆหายไปพร้อมกับไข่ขนาดเท่าหัวคนลอยลงมาบนไข่ใบนั้นมีตัวหนังสือที่มิคาเอลไม่รู้จักอยู่และเมื่อไข่ตกลงมาบนมือของมิคาเอลมันกลับดูดพลังออกไปและพลังธรรมชาติในป่าเองก็ลดลงไวกว่าปกติ
''บัดซบ ดูดพลังเพื่อใช้วิวัฒนาการ''มิคาเอลพลางสถบออกมาแล้วจึงโยนใข่ใบนั้นเข้าประตูพรสวรรค์ไปมันไม่กลัวว่าพลังธรรมชาติในนั้นจะหมดเพราะประตูพรสวรรค์ของมิคาเอลไม่ใช่ประตูธรรมดามิคาเอลพลางถอนหายใจอยู่เฮือกหนึ่งก่อนจะหยิบลูกงูขึ้นมา มันจ้องไปที่ลูกอยู่อยู่ซักพัก
''เพื่อไม่ให้เจ้าเป็นตัวถ่วงในอนาคตเจ้าเองก็ต้องฝึกเข้าใจมั้ย''ลูกงูพยักหัวหงึกๆมิคาเอลจึงนำมันเข้าประตูพรสวรรค์ไปด้วย
''เฮ้อ...ต้องรอถึง3เดือนถึงทุกอย่างจะเรียบร้อย ระหว่างรอข้าจะไปที่สำนักหมื่นพิษก็แล้วกันหวังว่าที่นั่นจะทำให้ความหวังของข้าเป็นจริง''มิคาเอลหายตัวไปหลังจากพูดจบ มันต้องรอโล้นน้อยกลับมาก่อนถึงจะไปที่สำนักหมื่นพิษได้ เมื่อกลับมาถึงมันก็เจอเฟรมมิ่งเฮลและแบร็คกำลังยืนอยู่กับเด็กๆ
''อาจารย์ตอนนี้ได้คนครบแล้วครับ''เฟรมมิ่งเฮลเดินมาบอกมิคาเอลเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ
''อืม รวดเร็วมากตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อยทำให้เด็กๆใช้ประตูพรสวรรค์ไม่ได้ แต่ข้าก็มีที่สำรองอยู่ที่ใช้ฝึกอยู่ ส่วนตอนนี้เอาเป็นว่าเจ้านำแหวนนี่ไป ข้างในมีเงินและเสื้อผ้าสำหรับเด็กๆนำเงินไปซื้อของกินและดูแลเด็กๆให้ดีเมื่อพวกมันเริ่มฟื้นตัวให้เริ่มฝึกดูดพลังธรรมชาติ ส่วนจะฝึกที่ไหนให้เจ้าเดินทางเจ้าไปในป่าท้ายเมืองเดินเข้าไปที่กลางป่าที่นั่นเจ้าจะพบคนกำลังก่อสร้างอยู่และที่นั่นก็คือที่อยู่ของพวกเรา''เฟรมมิ่งเฮลฟังจบก็รับแหวนมาแบบงงๆจากนั้นจึงพาเด็กๆไปทำตามที่มิคาเอลสั่ง
''แบร็คเจ้าเองก็ไปที่นั่นด้วย ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดีและหมั่นฝึกฝนในอนาคตเจ้าจะต้องขึ้นเป็นหัวหน้าของเด็กทั้ง100คนนั่น และอีก3วันจะมีชายหัวโล้นเข้าไปที่นั่นคนคนนั้นคือพวกของเรา''มิคาเอลพูดจบก็ยื่นหินแห่งพลังให้แบร็คเพิ่มอีก10เม็ดเพราะร่างกายของทุกคนใช้เวลาในการซึมซับต่างกัน