อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 67 ไม่เห็นคุณค่า

    บทที่ 67 ไม่เห็นคุณค่า

     

    ฝูงแมลงดินหัวเขียวพุ่งออกมาทั่วบริเวณเหมือนผึ้งแตกรัง พวกมันวิ่งไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนกและโกรธแค้น ศัตรูตนไหนที่กล้าโจมตีพวกมัน พวกมันย่อมต้องการเอาคืนและทำลายกลับให้สาสมเช่นกัน 

                

    พวกทหารที่อยู่ด้านหน้าเคาะเป็นสัญญาณเสียง ไม่ปล่อยให้พวกมันแตกตื่นไปยังทิศทางอื่น พยายามทำให้พวกมันมารุมโจมตีพวกเขาที่ตรงด้านหน้านี้ ซึ่งก็ได้ผลจริงๆ ฝูงแมลงดินหัวเขียวที่กระจายตัวไปรอบๆในครั้งแรก หลังจากจับสัญญาณของศัตรูได้ก็พุ่งตัวเข้ามาตำแหน่งเดียวกัน การปะทะกันจึงได้เริ่มต้นขึ้น

                

    โล่ที่พวกทหารโล่ใช้เต็มไปด้วยพลังงานของการป้องกัน นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการต่อสู้อีกด้วย พวกเขาใช้โล่กระแทกแมลงดินหัวเขียวออกไป พร้อมกันนั้นก็เปิดโอกาสให้พวกผู้โจมตีที่ซ้อนตัวอยู่ด้านหลังสลับขึ้นหน้ามาจู่โจมได้ แมลงดินหัวเขียวมากกว่า 20 ตัวตกตายในการโจมตีเดียว บ่งบอกว่าประสิทธิภาพในการล่าของพวกเขาเป็นอย่างไร

                

    ซูหยวนมองดูการต่อสู้ด้านหน้า แมลงดินหัวเขียวพยายามที่จะโจมตีทหารให้ได้ แต่ก็ถูกการโจมตีอย่างรัดกุมของเหล่าทหารซัดกลับไปได้ทุกรอบ เพียงแต่...เนื่องจากจำนวนของพวกมันมากมายเหลือเกิน ไม่น่าแปลกที่จะมีแมลงดินหัวเขียวบางตัวรอดพ้นการโจมตีได้ และสามารถทะลุเข้ามายังด้านในของการต่อสู้ สร้างบาดแผลเล็กๆน้อยๆให้ทหารได้เช่นกัน ซึ่งหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายมากนักก็เป็นของผู้โจมตีระยะไกลที่ยังอยู่ด้านหลัง

                

    พวกรุ่นพี่และอาจารย์มีทักษะในการโจมตีเป็นวงกว้าง ดังนั้นพวกเขาย่อมมุ่งเป้าไปโจมตีศัตรูที่กำลังพุ่งตัวเข้ามา ลดจำนวนไม่ให้ทหารที่ต่อสู้อยู่ด่านหน้าถูกรุมกินจนไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้หายใจ

                

    ประสิทธิภาพของอาจารย์เติ้งนั้นดีมาก เพียงแค่ยิงออกไปศรเดียวก็ทำให้ฝูงแมลงดินหัวเขียวตกตายได้หมดแล้ว ถึงอย่างนั้น...ก็มีโอกาสที่จะทำให้พวกเถาวัลย์สีม่วงตื่นขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ก็นั่นแหละ...แม้พวกเขาจะระวังแค่ไหน การโจมตีออกไปเป็นวงกว้างก็ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เถาวัลย์สีม่วงจำนวนหนึ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ทว่ายังเป็นจำนวนที่รับได้อยู่ ดังนั้นพวกทหารจึงไม่เสียกระบวนการรบแต่อย่างใด

                

    เถาวัลย์สีม่วงเหมือนกับสุนัขบ้า เมื่อดอกของมันได้รับบาดเจ็บก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการอาละวาดไปรอบๆ ไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นทหารหรือแมลงดินหัวเขียว พวกมันฟาดโจมตีไม่ยั้ง ทำเอาทั้งทหารและแมลงดินหัวเขียวได้รับความเสียหายไปตามๆกัน ยังดีที่พวกทหารนั้นเตรียมพร้อมอยู่แล้ว พวกผู้โจมตีระยะไกลที่เห็นว่าเถาวัลย์สีม่วงตื่นขึ้น พวกเขาจะไล่ยิงระเบิดไฟออกไปเพื่อจัดการพวกมันก่อนที่จะมาถึงตัวทหารถือโล่ ดังนั้นจึงลดจำนวนของพวกมันไปได้มาก

                

    ซูหยวนเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากยังฝึกวิชาระดับสูงไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงเลือกที่จะสนับสนุนอยู่ด้านหลัง คอยตรวจสอบการต่อสู้ของทหารแล้วโจมตีแมลงดินหัวเขียวที่มุดขึ้นมาจากด้านหลังโดยที่ทหารเหล่านั้นไม่ทันได้ตั้งตัว ถึงพวกมันจะสร้างความเสียหายได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่การลดโอกาสที่จะถูกโจมตีก็ยังถือว่าเป็นผลงานที่ดีเช่นกัน

                

    อาจารย์เติ้งมองดูนักเรียนของเขาที่มีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจจับสถานการณ์ได้เร็วขึ้น เขาก็รู้แล้วว่าอันซูหยวนได้ฝึกสมาธิของตนเองจนถึงขั้นที่แทบจะเรียกว่า “สำเร็จ” ดังนั้นเขาจึงผ่อนคลายลงไปไม่น้อยเลย

                

    การต่อสู้ที่กินเวลานานนี้ แม้ซูหยวนจะได้รับลูกศรชุดแรกมากกว่า 200 ดอก แต่ตอนนี้ก็แทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว เธอมองดูลูกศร 10 กว่าอันที่กองอยู่ก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อขอลูกศรเพิ่มเติม 

                

    ปกติแล้ว เพียงแค่ยกมือขึ้น ทหารที่สนับสนุนอยู่ด้านหลังย่อมต้องรีบนำลูกศรมาส่งในทันที แต่น่าแปลกใจที่ซูหยวนต้องยกมือค้างนานกว่า 20 วินาที เธอก็ยังไม่ได้ลูกศรมาเพิ่ม จนตอนนี้ศรในมือได้หมดเกลี้ยงทั้งหมดแล้ว ซูหยวนไม่เข้าใจจนต้องลุกขึ้นนั่งจากที่ซ่อนเพื่อขอให้พวกเขานำลูกศรมาส่ง

               

     หญิงสาวได้ทันเห็นสีหน้าของความไม่พอใจของทหารผู้สนับสนุนด้านหลังด้วย นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจงใจไม่นำลูกศรมามอบให้เธอ ขนาดซูหยวนส่งสัญญาณขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็ยังไม่รีบมาเติมให้เลย ช่างเป็นการกระทำที่น่าโมโหจริงๆ

                

    อาจารย์เติ้งและนักธนูคนอื่นๆก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกัน เขาเป็นผู้ควบคุมการต่อสู้ของเหล่าผู้โจมตีระยะไกล ทั้งยังเป็นอาจารย์ของซูหยวนด้วย ดังนั้นจึงต้องเป็นคนถามหาเหตุผลของการกระทำเช่นนี้

     

    “ท่านพันเอก เนื่องจากลูกศรมีจำนวนจำกัด ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องเก็บเอาไว้ให้กับนักธนูที่ใช้มันเพื่อช่วยโจมตีให้กองทัพครับ สำหรับนักเรียนของท่านพันเอก การผลาญลูกศรไปกว่า 200 ดอกก็เพียงพอแล้วที่จะให้เธอได้ฝึกฝนเล่นๆ”

                

    คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะได้รับการตอบกลับแบบนี้ อาจารย์เติ้งที่เป็นคนทักท้วงให้ซูหยวนถึงกับเปลี่ยนสีหน้า คิ้วของเขาขมวดมุ่น จ้องมองไปยังทหารผู้เป็นหัวหน้ากองสนับสนุนด้วยความไม่พอใจ

     

    “หลังจบเรื่องนี้ฉันจะรายงานการกระทำที่น่ารังเกียจนี้อย่างแน่นอน ในสนามรบที่ควรจะต้องทำตามกฎ แต่คุณกลับเอาความไม่พอใจส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง หากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น หวังว่าจะรับผิดชอบได้ไหว” อาจารย์เติ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     

    “คนที่เอาแค่ความพอใจส่วนตัวมาเกี่ยวข้องเป็นฉันหรือท่านพันเอก หรือแท้จริงแล้วเป็นคุณกันแน่” อีกฝ่ายยังโต้กลับมาด้วยความไม่พอใจ ดูท่าแล้ว...เขาน่าจะเก็บความรู้สึกนี้มานานเหลือเกิน

     

    “อ้าก!! หน่วยธนูทำอะไรอยู่ ทำไมปล่อยให้แมลงพวกนี้ดาหน้าเข้ามาจำนวนมาก”

     

    “การโจมตีของท่านพันเอกหยุดชะงักไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

     

    “เร็วเข้า เกิดอะไรขึ้นกันแน่!!” ก่อนที่อาจารย์เติ้งจะได้โต้กลับออกไป เสียงร้องของทหารแนวหน้าก็ดังขึ้นมาเสียอย่างนั้น

     

    เมื่อการโจมตีอันทรงพลังของอาจารย์เติ้งหยุดชะงักไป กลับกลายเป็นว่าผู้โจมตีแนวหน้านั้นได้รับความเสียหายกันมากขึ้นทันที ฝูงแมลงดินหัวเขียวเหมือนกับเจอช่องว่าง พวกมันพุ่งตัวกันเข้ามายกใหญ่ เนื่องจากศรที่ทำลายล้างได้หยุดโจมตีไปแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่งานของผู้โจมตีแนวหน้าจะตึงมือกันมากขึ้น

     

    คนเป็นพันเอกไม่สามารถสนใจเรื่องอื่นได้อีก เขาจำเป็นต้องหันไปโจมตีศัตรูเพื่อช่วยเบาภาระของผู้โจมตีแนวหน้าแทน ปล่อยให้อันซูหยวนนั่งซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ไม่อาจได้รับศรในการโจมตีศัตรูอีกแล้ว

     

    แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ซูหยวนที่ไม่มีอำนาจใดๆย่อมไม่สามารถยื่นมือเข้าไปวุ่นวายได้ มันคือการต่อสู้ของสองอำนาจ อาจารย์เติ้งและผู้นำกองสนับสนุนที่อยู่ด้านหลัง แต่ก็นั่นแหละ....ถือเป็นเรื่องดีที่ซูหยวนไม่ได้รับบาดเจ็บจนต้องการการสนับสนุนเรื่องยารักษาหรืออื่นๆ มันก็แค่เรื่องของลูกศรเท่านั้น ซึ่งถ้าพวกเขาไม่ให้เธอ...ซูหยวนก็แค่ได้พักมือเท่านั้น ไม่ได้นับเป็นเรื่องเสียหายอะไร

               

     เพราะเธอไม่มีงานทำ ดังนั้นจึงใช้เวลานี้เพื่อฝึกฝนสมาธิและการจินตนาการ ซูหยวนลองคาดการณ์ว่าถ้าเธอมีลูกศร ตำแหน่งไหนบ้างที่เธอจะโจมตีออกไป และตำแหน่งไหนบ้างที่จะพลาดโอกาสในการโจมตี

                

    ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าการต่อสู้ระยะหลังนี้จะเกิดปัญหามากขึ้นจากการที่หญิงสาวไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตี จากการต่อสู้ที่ราบรื่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการป้องกันที่ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพียงน้อยนิดจนทำให้อัตราการเบิกยารักษาต่ำมากกว่าปกติ จู่ๆก็มีอัตราการเรียกหายาเพิ่มขึ้นเสียอย่างนั้น

                

    เดิมทีทุกคนคิดว่าแมลงดินหัวเขียวพวกนี้ไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้เหมือนเดิม แต่เวลานี้ทุกคนรู้แล้วว่าไม่ใช่เช่นนั้น ทว่าพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่...

                

    หลังจากที่ต่อสู้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ในที่สุดทหารชุดแรกก็ค่อยๆถอนตัว พร้อมกับทหารชุดที่สองเคลื่อนไหวเข้ามาแทนที่ ทั้งอาจารย์เติ้งและผู้นำกองสนับสนุนด้านหลังเองก็ต้องถอนกำลังเพื่อไปพักผ่อนเช่นกัน ซูหยวนรู้ดีเลยว่าหลังจากนี้นี่แหละที่จะเป็นปัญหา...เธอเชื่อว่าอาจารย์เติ้งจะต้องเอาเรื่องอีกฝ่ายเพื่อคืนความยุติธรรมให้เธอแน่

                

    อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซูหยวนจะได้ลุกขึ้นเต็มความสูง จู่ๆผู้นำกองโจมตีระยะไกลคนใหม่ที่เพิ่งมาแทนอาจารย์เติ้งกลับโยนกระบอกลูกศรมากกว่า 1,000 ให้เธอ เขาหันไปหาอาจารย์เติ้งแล้วพูดด้วยอย่างสุภาพ

     

    “ท่านพันเอกเติ้ง ก่อนหน้านี้นักเรียนของท่านได้พักผ่อนเป็นเวลานานแล้ว ถ้าฉันจะขอให้นักเรียนคนนี้ช่วยอยู่สนับสนุนการต่อสู้ผลัดสองจะเป็นอะไรหรือไม่” 

                

    อาจารย์เติ้งและซูหยวนประหลาดใจเหมือนกัน แต่ท่าทางของผู้นำกองโจมตีผลัดสองนี้จริงจังมาก อาจารย์เติ้งเงียบอยู่ชั่วครู่ เขามองกระบอกลูกศรกว่า 1,000 ดอกที่อีกฝ่ายโยนให้ซูหยวนแล้วพยักหน้า

     

    “ได้”

     

    “ขอบคุณมาก” อีกฝ่ายทำความเคารพเฉกเช่นทหารกล้า การกระทำนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่าทหารที่ต่อสู้อยู่ในผลัดหนึ่งอย่างมาก แน่นอนว่ารวมไปถึงพวกที่ดูถูกอันซูหยวนด้วยเช่นกัน

                

    หัวหน้ากองสนับสนุนผลัดสองที่มีตำแหน่งเป็นพันตรีหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน เขามองไปยังอาจารย์เติ้งสลับกับอันซูหยวนแล้วพูด

     

    “สำหรับผลัดสองนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้นักเรียนของท่านพันเอกขาดลูกศรแน่ ไม่ต้องห่วง” ไม่รู้ว่าเขาพูดเช่นนี้เพื่อจงใจจะตำหนิกองสนับสนุนผลัดแรกหรือไม่ ทั้งสองมีตำแหน่งเท่ากันและยังเป็นคู่แข่งเพื่อขึ้นตำแหน่งกันด้วย เห็นเขามีรอยยิ้มเช่นนี้ แต่ในใจคิดอะไรอยู่ใครจะไปรู้

                

    การที่เขาจงใจกล่าวเช่นนี้ ทำให้ทหารที่อยู่ผลัดหนึ่งได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องขึ้นในระหว่างที่พวกเขากำลังต่อสู้ ทว่าผู้นำกองสนับสนุนผลัดหนึ่งกลับไม่ได้ใส่ใจเลย กับแค่การไม่ให้ลูกศรแก่นักเรียนคนหนึ่งที่ไร้ความสามารถจะเป็นเรื่องใหญ่ได้หรือ? อีกอย่าง...เขาก็มีเหตุผลกับการกระทำนี้เช่นกัน

               

     ไม่มีเวลาให้พวกเขาโต้เถียงกันมากนัก เมื่อผลัดสองเข้าสนามรบเต็มตัว ผลัดหนึ่งก็ต้องรีบออกไปพักผ่อนแล้ว ซูหยวนมองลูกศรจำนวนมากในมือด้วยท่าทางจริงจัง

                

    ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสแสดงฝีมือเสียแล้ว แต่เธอไม่อยากจะคิดเลยว่ายังมีคนมอบโอกาสดีๆนี้ให้ เธอหันไปมองผู้นำกองโจมตีระยะไกลคนนั้น ซึ่งเขาก็มองดูเธออยู่เช่นกัน...

     

    “ช่วยสนับสนุนเหมือนก่อนหน้านี้ทีนะ ฉันคาดหวังกับผลงานของเธอไม่น้อยเลย” เขาว่าด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะหันไปเรียกใช้ทักษะระดับสูงที่ทรงพลังพอๆกับอาจารย์เติ้ง

                

    ซูหยวนคาดว่าเขาน่าจะเห็นการโจมตีของเธอก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงเกิดรอยยิ้มที่มุมปาก..

                

    ผลของการทำงานหนักไม่เคยทำให้ผิดหวัง เว้นเสียแต่ว่าจะมีเจ้านายเป็นคนโง่เขลาเท่านั้น...ประโยคนี้เห็นท่าว่าน่าจะเป็นความจริง เดิมทีเธอคิดว่ามีแค่อาจารย์เติ้งเท่านั้นที่เห็นผลงานของเธอ แต่คาดไม่ถึงว่ายังมีคนอื่นอีก...อย่างน้อยๆก็มีหัวหน้ากองโจมตีระยะไกล และหัวหน้ากองสนับสนุนผลัดสองนี่แหละนะที่ยังรู้ว่าเธอทำอะไรได้บ้าง

                

    ซูหยวนไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง ก่อนหน้านี้เธอยังไม่ชินกับการต่อสู้ร่วมกับเหล่าทหาร รูปแบบการต่อสู้ที่เป็นมาตรฐานของพวกเขาทำให้การแทรกเข้าสนับสนุนเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะไม่อย่างนั้นเธอก็อาจจะโจมตีออกไปแล้วทำลายแผนการโจมตีของพวกเขาก็เป็นได้ ทว่าหลังจากมีเวลาเฝ้ามองก่อนหน้านี้...ซูหยวนก็เข้าใจทั้งหมด

                

    เหมือนกับการต่อสู้กับโคเขาแหลมกลายพันธุ์ที่มีรูปแบบการเคลื่อนไหวอันชัดเจน ทหารที่ถูกฝึกฝนมานี้ก็เคลื่อนไหวในรูปแบบเหมือนเดิมซ้ำๆ ดังนั้นซูหยวนจึงคอยเล็งจังหวะได้ง่ายขึ้นมาก

                

    จากเดิมที่รอให้แมลงดินหัวเขียวหลุดเข้ามาแนวหลังก่อนแล้วค่อยโจมตี ซูหยวนก็เปลี่ยนวิธีการใหม่ เนื่องจากการโจมตีแบบเดิมจะทำให้เธอพลาดการช่วยเหลือทหารบางส่วน ตอนนี้ซูหยวนยังโจมตีได้ด้วยความแม่นยำของตนเองเท่านั้น หนึ่งศรต่อหนึ่งการโจมตี ไม่อาจจะทำได้มากกว่านี้ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องใช้การคาดการณ์ของตนเองเข้ามาช่วยด้วย

               

     ดีที่ซูหยวนเป็นคนฉลาด เธอมองรูปแบบการต่อสู้ออกก็คาดเดาได้แล้วว่าจะมีแมลงดินหัวเขียวตัวไหนบ้างที่จะรอดจากการปะทะแล้วเข้ามาสร้างปัญหาแนวหลัง ดังนั้นใน 1 รอบของการโจมตี แทนที่ซูหยวนจะช่วยจัดการได้สัก 3-4 ตัว ซึ่งหมายความว่าช่วยแนวหลังไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ 3-4 คน ตอนนี้เธอใช้การคาดการณ์เพื่อแทรกลูกศรของตนเองไปปิดช่องโหว่นั้นตั้งแต่การรับการปะทะ จะทำให้ซูหยวนช่วยโจมตีได้ 5-6 ตัวแทน การเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัวนี้ นับว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในสนามรบอย่างมากแล้ว

               

     ไม่มีใครคาดคิดว่าผลัดที่สองนี้จะรับมือกับแมลงดินหัวเขียวได้ดีมากกว่าผลัดแรกหลายเท่าตัว ดูจากการเรียกหายารักษา ผลัดแรกอาจจะมีการเรียกหายารักษาประมาณ 50 คนใน 1 นาที ทว่าผลัดที่สองนี้กลับมีการเรียกหายารักษาบาดแผลเพียง 10 คนใน 1 นาทีเท่านั้น เรียกได้ว่าหน่วยสนับสนุนทำงานได้ง่ายขึ้นมาก

                

    ซูหยวนโจมตีออกไป 1,000 ศร ซึ่งหมายความว่าศัตรูที่ถูกเธอจัดการนั้นก็คือ 1,000 ตัวด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าปริมาณเท่านี้อาจจะไม่ได้มากมายเหมือนกับพลธนูคนอื่นๆ พวกเขาสามารถโจมตีได้เป็นหมื่นๆตัวใน 1 ชั่วโมงนี้ ทว่าการโจมตีของเธอนั้นกลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก

                

    ตอนนี้เธอยังมีศรอยู่ในมือกว่า 50 ดอก แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ยกมือเพื่อขอลูกศรเพิ่ม หน่วยสนับสนุนก็ส่งทหารที่มาพร้อมกับศร 1,000 ดอกมาให้เธอแล้ว อีกทั้งยังมียาฟื้นฟูพลังงานมอบให้ด้วย

     

    “ขอบคุณที่ทำงานหนักครับ” คำพูดติดปากที่เขาจะพูดทุกครั้งเมื่อออกมามอบของให้ฝ่ายโจมตี ครั้งนี้เขาก็พูดกับซูหยวนด้วยเช่นกัน นี่นับเป็นการให้เกียรติเธอเหมือนกับทหารผู้หนึ่ง สิ่งนี้ทำให้ซูหยวนประทับใจอย่างมาก

                

    เธอเองก็ขอบคุณเขา ทั้งยังช่วยโจมตีแมลงดินหัวเขียวที่อยู่ด้านหลังเพื่อให้เขาเดินทางกลับอย่างปลอดภัยด้วย เห็นการใส่ใจของซูหยวนเช่นนี้ ทหารผู้สนับสนุนก็ยิ่งนับถือซูหยวนมากกว่าเดิม

                

    เวลา 1 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผลัดสองก็โจมตีครบ 1 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้รวมการโจมตีผ่านไป 2 ชั่วโมง แต่แมลงดินหัวเขียวพวกนั้นก็ยังอยู่มากมายเหมือนเดิม แถมดูเหมือนพวกมันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆด้วย ราวกับว่าแมลงดินหัวเขียวที่แตกแขนงจากที่อื่นกำลังพุ่งมาที่นี่เป็นจุดเดียวอย่างไรอย่างนั้น

                

    ทว่า 1 ชั่วโมงก็คือ 1 ชั่วโมง พวกเขาเองก็จำเป็นต้องกลับออกไปพักผ่อนด้วย ซูหยวนได้รับสัญญาณจากหัวหน้ากองโจมตีระยะไกลเพื่อให้เตรียมการถอนตัว ผลัดที่สามเองก็ค่อยๆเคลื่อนไหวเพื่อเข้ามาแทนตำแหน่งเดิมของพวกเธอแล้ว

                

    …………………………………..

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258