บรรยากาศภายใน พระราชฐานวิลาสินี ยามนี้เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์กรุงลงกา แสงแดดรำไรยามสายลอดผ่านซุ้มประตูลงรักปิดทองส่องกระทบลงบนร่างของเหล่านางั์และนาง์จำแลงนับพันนางที่นั่งเรียงรายกันอย่างเป็ระเบียบตามลำดับชั้นยศ วายุในร่างทศกัณฐ์หนุ่มผู้องอาจ ประทับนิ่งอยู่บนพระแท่นศิลาพิงมหาโชติ สั่งการให้ พระนางรัศมี แม่กองใหญ่ผู้เลอโฉม ทำหน้าที่กระจาย สมาร์ทโฟน หรือที่เขาบัญญัติชื่อใหม่ว่า ศิลาเนตรทิพย์ ให้แก่นางวิลาสินีทุกนางโดยถ้วนหน้า
เหล่านางั์ต่างรับศิลาสีดำขลับที่เลี่ยมขอบด้วยทองคำจำหลักลายกนกมาถือไว้ด้วยความฉงนฉงาย บ้างก็พลิกดูด้านหลังอย่างระมัดระวัง บ้างก็ลองเอาหูแนบฟังราวกับมันจะกระซิบบอกความลับของ์ แม้แต่พระนางรัศมีเองก็ยังมิวายขมวดคิ้วเรียวงามพลางลูบคลำผิวััที่เนียนลื่นของมันด้วยความหลงใหล
"ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท... ของสิ่งนี้มันคือเครื่องรางชนิดใดกันเ้าคะ? หม่อมฉันมิเห็นรอยจารยันต์หรือกลิ่นน้ำมันพรายอันเป็ไสยเวทฝ่ายต่ำเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับมีอิทธิคุณดึงดูดสายตาอย่างประหลาด" รัศมีเอ่ยถามเสียงหวานหยดพลางช้อนสายตาขึ้นมองวายุ
วายุลอบยิ้มในใจพลางชูศิลาเนตรทิพย์เครื่องต้นของตนขึ้นเหนือศีรษะ "สิ่งที่พวกเ้าถืออยู่ เรียกว่า สมาร์ทโฟนอาคม หรือ ศิลาเนตรทิพย์ เป็ศาสตราทางปัญญาที่ข้ารังสรรค์ขึ้นมาด้วยอิทธิคุณพิเศษ มันไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังิญญาหรือทำร้ายใคร แต่มันมีไว้เพื่อ 'แสดง' ิญญาและความงามของพวกเ้าให้โลกได้ประจักษ์ และมันจะกลายเป็อาวุธที่ร้ายกาจยิ่งกว่าศรพรหมาสตร์ของพระรามเสียอีก!"
เขากวาดสายตามองเหล่านางั์ที่เริ่มกระสับกระส่ายด้วยความอยากรู้ "พวกเ้าจงสังเกตที่ด้านข้างของศิลา จะมีปุ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อย จงใช้ตบะบารมีในตัวถ่ายทอดลงไปที่ปลายนิ้วแล้วกดลงไปเบาๆ เพื่อทำการ 'เปิดเครื่อง' "
ภายใต้การชี้แนะของวายุ หน้าจอศิลาของทุกนางก็พลันสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน แสงนวลตาสีขาวสะอาดตาขับเน้นใบหน้าของเหล่านางั์ให้ดูผุดผ่องจนเกิดเสียงอุทานดังระงมไปทั่วบริเวณพระราชฐาน
"เอาละ... ต่อไปจงใช้ปลายนิ้วแตะไปที่สัญลักษณ์ 'ตัวโน้ตอาคม' ที่อยู่บนหน้าจอ นั่นคือทางเข้าสู่ แอปพลิเคชัน ติ๊กต็อก โลกใบใหม่ที่ข้าสร้างขึ้น" วายุเริ่มอธิบายขั้นตอนอย่างใจเย็น "เห็นเครื่องหมายกางเขนตรงส่วนล่างไหม? ลองใช้นิ้วแตะลงไปดูซิ"
ทันทีที่เหล่านางั์ทำตาม หน้าจอที่เคยเป็ภาพพื้นหลังสีมืดก็เปลี่ยนเป็ภาพที่สะท้อนใบหน้าของพวกนางเองอย่างชัดเจนยิ่งกว่าคันฉ่องสำริดที่หรูหราที่สุดในวังหลวง หรือแม้แต่น้ำในสระอโนดาตก็มิอาจเทียบความคมชัดนี้ได้!
"ว้าย! นี่มัน... ข้าเข้าไปอยู่ในศิลาได้อย่างไรเ้าคะ!" นางั์สาวนางหนึ่งอุทานอย่างใ "ดูสิ! ขนาดข้าขยับผ้ากรองสีนิล ภาพในนั้นก็ขยับตามประดุจเงาในกระจกวิเศษ!" อีกนางกล่าวด้วยความอัศจรรย์ใจ
วายุมองดูความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยสายตาของโปรดิวเซอร์มือทอง "มันเรียกว่า 'โหมดถ่ายทำ' มันจะบันทึกทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงของพวกเ้าเอาไว้ในชั่วพริบตา"
เพื่อเป็การสาธิต วายุเสด็จลงจากพระแท่นแล้วเดินตรงไปหาพระนางรัศมีที่กำลังทำหน้าเลิ่กลั่ก เขายกสมาร์ทโฟนของตนขึ้นเล็งไปที่ใบหน้าสวยคมของนาง "รัศมี... เ้ายืนนิ่งๆ แล้วลองโปรยยิ้มที่เ้าคิดว่าเย้ายวนที่สุดมาให้ข้าดูที"
พระนางรัศมีบิดกายเอียงอายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนหัวใจคนมองแทบจะหลอมละลาย วายุใช้นิ้วกดปุ่มบันทึกวิดีโอเพียง 15 วินาที พร้อมใส่เพลงจังหวะไทยร่วมสมัยที่เร้าอารมณ์ซึ่งเขาสั่งให้ระบบสร้างขึ้น แล้วกดปุ่ม 'เผยแพร่' ทันที
"ทุกคน... ลองกดไปที่สัญลักษณ์รูป 'วิมาน' ตรงมุมซ้ายล่างดู"
เมื่อเหล่านางั์กดตาม ฟีดข่าวอันว่างเปล่าในตอนแรกก็พลันปรากฏวิดีโอของพระนางรัศมีที่วายุเพิ่งถ่ายไปเมื่อครู่ วิดีโอนั้นวนลูปไปมาพร้อมดนตรีที่ดังออกมาจากศิลาของทุกคน รัศมีถึงกับตาค้างเมื่อเห็นตัวเองส่ายหน้าเบาๆ และยิ้มหวานอยู่ในหน้าจอศิลาเนตรทิพย์ของทุกคนพร้อมๆ กัน
"นี่คือวิธีที่คนทั้งโลกจะได้เห็นพวกเ้า... เพียงแค่พวกเ้าถ่ายวิดีโอแล้วส่งขึ้นไปบนเวหาผ่านข่ายงานอาคม เนตรทิพย์ของทุกคนก็จะมองเห็นความงดงามนี้พร้อมกันทั่วทั้งชมพูทวีป!"
เมื่อเห็นว่าเหล่านางั์เริ่มเข้าใจพื้นฐาน วายุจึงเริ่มบทเรียนขั้นสูง "แต่นี่มันแค่จุดเริ่มต้น... พวกเ้าสามารถใส่ 'ดนตรีทิพย์' ใส่ 'มนตราจำแลง' หรือที่ข้าเรียกว่า ฟิลเตอร์ เพื่อทำให้ผิวพรรณดูนวลเนียนกว่าเดิม หรือแม้แต่ใส่ตัวอักษรเพื่อบอกเล่าความรู้สึกของพวกเ้าลงไปใน คอนเทนต์ ได้ด้วย"
วายุสอนอย่างกระตือรือร้นและจริงจัง ราวกับครูสอนศิลปะในโลกเดิม ด้วยสติปัญญาของเหล่านางั์ที่ฝึกปรือวิชาไสยเวทมาอย่างดี พวกนางจึงเรียนรู้ได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เหล่านางวิลาสินีต่างก็พากันลุกขึ้นเดินว่อนไปทั่วพระราชฐานเพื่อหามุมสวยๆ ในการถ่ายวิดีโอ บ้างก็โพสท่าร่ายรำใต้ม่านจำปา บ้างก็ทำท่าส่งจูบให้กล้องศิลา บ้างก็ลองใช้ฟิลเตอร์ 'หูแมว' ที่วายุแอบใส่ไว้ในระบบเป็ลูกเล่นพิเศษ ทำให้นางั์สาวๆ ดูซุกซนและน่าเอ็นดูประดุจแมวป่าแรกรุ่น
วายุมองดูภาพความโกลาหลที่แสนงดงามนั้นพลางนึกถึงพวกเน็ตไอดอลในโลกเก่า แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ... นางั์พวกนี้งามระดับนางเอกวรรณคดีทุกคน แม้จะถ่ายแบบส่งเดช หรือใช้มุมกล้องผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ออร่าแห่งความงดงามตามแบบฉับั์สาวพราวเสน่ห์ก็พุ่งทะลุหน้าจอจนวายุปวดตาไปหมด
เพียงไม่ถึง 10 นาที วิดีโอสั้นๆ นับพันก็ปรากฏขึ้นในระบบติ๊กต็อกของลงกา วายุเห็นท่าไม่ดีจึงต้องรีบส่งเสียงสยบความวุ่นวายก่อนที่ความลับทางราชการจะรั่วไหล
"พอได้แล้ว! ทุกนางจงหยุดมือแล้วฟังคำข้า!"
เหล่านางั์ชะงักมือทันที วายุทำหน้าขรึมประดุจผู้ปกครอง "ข้ามีกฎเหล็กที่พวกเ้าต้องจำให้ขึ้นใจ ข้อแรก... ห้ามถ่ายวิดีโอส่งเดชจนเห็นความลับของทางราชการ หรือจุดยุทธศาสตร์ของเมืองลงกาเด็ดขาด หากข้าเห็นหน้าจอของนางใดมีภาพแผนผังป้อมปราการ หรือคลังอาวุธติดไป ข้าจะสั่งลงทัณฑ์ตามกฎมณเฑียรบาลขั้นสูงสุด!"
คำขู่ของจอมกษัตริย์ตราทำเอาเหล่านางั์หน้าซีด รีบลบวิดีโอที่แอบถ่ายติดเชิงเทินหรือกำแพงวังทิ้งแทบไม่ทัน
"ข้อสอง... ในโลกเนตรทิพย์นี้ พวกเ้ามิควรใช้ชื่อจริง จงตั้งชื่อเรียกขานใหม่ที่ฟังดูไพเราะ และต้องใช้ภาพจำแลงที่สวยที่สุดของพวกเ้าเป็ภาพลักษณ์หลักเท่านั้น!"
"และที่สำคัญที่สุด..." วายุหันไปสบตากับพระนางรัศมีที่กำลังกดส่งข้อความยิกๆ ในมือ "อย่าส่งข้อความมาหาข้าพร่ำเพรื่อ! โดยเฉพาะเ้าน่ะ รัศมี! ในเวลาเพียงครู่เดียว เ้าส่ง บุปผาอาคม มาหาข้าตั้งหลายร้อยภาพแล้วนะ!"
"โถ่... นายท่าน" รัศมีทำหน้าเศร้าสร้อยแบบออดอ้อน "หม่อมฉันเพียงแต่อยากลองส่งสัญลักษณ์แทนความภักดีไปถวายพระองค์เท่านั้นเองนี่เ้าคะ แล้ว... ที่พระองค์บอกว่าจะ 'ปิดกั้น' หรือที่เรียกว่า 'บล็อก' หม่อมฉันน่ะ มันคืออาคมชนิดใดหรือเ้าคะนายท่าน?"
วายุส่ายหน้าด้วยความปวดประสาท เขาตระหนักได้ทันทีว่าการสอนเทคโนโลยีให้คนยุคโบราณที่ไม่มีพื้นฐานเลยนั้นเป็งานที่หนักหนาสาหัส เขาจึงตัดสินใจหยิบ "พระตำราเนตรทิพย์" ซึ่งเป็คัมภีร์ใบลานที่เขาใช้ เหล็กจาร บันทึกวิธีใช้งานอย่างละเอียดกว่า 10,000 คำออกมา
"ข้าได้จดจารวิธีใช้ทุกอย่าง ั้แ่การตัดต่อภาพ การใส่เสียงขับขาน ไปจนถึงมารยาทและการตั้งชื่อไว้ในคัมภีร์นี้แล้ว จงเอาไปศึกษากันให้ถ่องแท้ภายในคืนนี้!" วายุสะบัดมือกระจายคัมภีร์จำลองออกไปให้เหล่านางั์ทุกหมู่เหล่า
"จากนี้ไป ข้ามีภารกิจสำคัญยิ่งยวดให้พวกเ้าทำ... ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ทุกนางต้องถ่ายวิดีโอและลงเนื้อหาในเนตรทิพย์ไม่น้อยกว่าวันละ 5 วิดีโอ! และเนื้อหาต้องไม่ซ้ำซากจำเจ จะร้องเพลงขับเสภา จะร่ายรำมโนราห์ หรือจะทำสิ่งที่ข้าเรียกว่า 'การจำแลงพัสตราภรณ์' ก็ได้"
"การจำแลงพัสตราภรณ์... คือสิ่งใดหรือเ้าคะนายท่าน?" รัศมีเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้พลางขยับชุดผ้ากรองสีนิลให้เข้าที่
วายุยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "ข้าจำได้ว่าเหล่านางวิลาสินีในพระราชฐานแห่งนี้ นอกจากจะเก่งเื่ร่ายรำแล้ว งานเย็บปักถักร้อยของพวกเ้าก็หาใครเปรียบมิได้ใช่หรือไม่?"
"แน่แท้เ้าคะ!" รัศมีตอบอย่างภาคภูมิ "หากฝีเข็มของพวกหม่อมฉันเป็รองผู้อื่นในป่าหิมพานต์นี้ ก็คงไม่มีใครกล้ากล่าวว่าเป็ที่หนึ่ง แม้แต่นางอัปสรบน์ชั้นดาวดึงส์ยังเคยมาขอประทานความรู้เื่การเย็บตะเข็บทองจากพวกหม่อมฉันเลยนะเ้าคะนายท่าน"
"ดี! ถ้าอย่างนั้นข้ามีแบบชุดพิเศษมาให้พวกเ้าลองทำดู" วายุสั่งการให้บ่าวรับใช้นำ 'เครื่องเขียนและกระดาษเพลา' มาให้พระองค์ทันที
วายุจรดปลายพู่กันวาดภาพชุด 3 รูปแบบที่แปลกตาที่สุดเท่าที่โลกหิมพานต์เคยพบเห็นลงบนแผ่นกระดาษเพลาอย่างแคล่วคล่อง:
"นี่คือชุดที่จะทำให้ยอดนิยมของพวกเ้าพุ่งทะลุ์! จงไปจัดเตรียมตัดเย็บตามแบบนี้มาให้ข้าภายใน 3 วัน โดยใช้เนื้อผ้าที่ดีที่สุดและปักลวดลายมนตราที่งดงามที่สุด แล้วข้าจะสอนวิธีถ่ายวิดีโอ 'สลับร่างจำแลงชุด' ที่จะทำให้แม้แต่พวกกองทัพวานรยังต้องตาค้างจนลืมถืออาวุธ!"
วายุมองดูเหล่านางั์ที่กำลังพินิจภาพวาดชุดสมัยใหม่ด้วยความตื่นเต้นและทึ่งในจินตนาการของจอมกษัตริย์ตรา เขารู้ดีว่าาครั้งนี้เขาไม่ได้สู้ด้วยอาวุธ แต่เขากำลังสู้ด้วย 'สุนทรียภาพ' และ 'แรงปรารถนา' ที่จะสั่นคลอนหัวใจของสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งสามโลก!
"กองทัพพระรามอาจจะมีพละกำลังมหาศาล... แต่ข้ามี 'กองทัพนงคราญเนตรทิพย์' ที่จะทำให้คนทั้งโลกกลายเป็ผู้ติดตาม และเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็ความคลั่งไคล้จนลืมทางกลับบ้าน!" วายุรำพึงเบาๆ ขณะมองท้องฟ้าเหนือกรุงลงกาที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีนิล... สีเดียวกับพัสตราภรณ์ที่จะสร้าง ไวรัล ครั้งใหญ่ให้แก่มหาาครั้งนี้ในอีกไม่ช้า!