(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 154 เครื่องดูดกลิ่นพลังสไลม์

    ตอนที่ 154 เครื่องดูดกลิ่นพลังสไลม์



    ‘ลดน้ำหนัก?’

    คุณผู้หญิงเมื่อได้ยินเสียงกระซิบจากไลท์ ก็หยุดชะงักไปในทันที เธอจ้องมองไปยังทุเรียนที่ส่งกลิ่นหอม ด้วยหัวใจที่หวั่นไหว

    เพราะยังไม่ทันจะเริ่มลดน้ำหนัก ตัวของเธอก็แทบจะพ่ายแพ้ให้กับสิ่งยั่วยุอย่างทุเรียนไปแล้ว



    “ฉันขอกินสักนิดหน่อยก็ยังดี...มันคงไม่เป็นไรใช่ไหม?” คุณผู้หญิงมองด้วยตาละห้อย อย่างน่าสงสาร เธอพยายามอ้อนวอนขอร้องแก่ไลท์ เพื่อเติมเต็มความกระหายที่มีต่อทุเรียนหรือไข่จอมมาร

    “เป็นครับ ถ้าไม่เริ่มควบคุมตั้งแต่วันนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็สายไปเสียแล้ว” ไลท์ตอบกลับอย่างเฉยเมย



    ในฐานะที่เขารับหน้าที่เป็น ผู้ช่วยในการลดน้ำหนักส่วนตัวให้กับคุณผู้หญิง สิ่งแรกที่เทรนเนอร์ ควรทำก็คือความเข้มงวด ความเอาจริงเอาจังและความใส่ใจที่มีต่อตัวผู้ฝึก



    เนื่องด้วยพฤติกรรมของคนที่มาลดน้ำหนักส่วนใหญ่เกินกว่า 50% ในโลกก่อนของไลท์ ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีน้ำหนักมากเกินเกณฑ์และด้วยน้ำหนักที่มากเกินไปนี้เอง ส่งผลให้ผู้ที่คิดจะออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักมากกว่า 50% นั้น


    ยังติดพฤติกรรมเดิมๆ คือกินตามใจปากของตัวเองและมักจะแอบกินเล็กกินน้อย จนแผนการลดน้ำหนักที่ได้ว่างเอาไว้ได้คลาดเคลื่อน จนสุดท้ายเกินกว่าครึ่งหนึ่งก็ไม่อาจลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ ก่อนจะถอดใจไปในที่สุด


    ถึงกระนั้น ถ้าหากผู้ลดน้ำหนักสามารถเอาชนะพฤติกรรมของตัวเองลงได้ ผลลัพธ์ที่พวกเขาจะได้ก็คือหุ่นและน้ำหนักตัวที่ต้องการ

    อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้นิสัยของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น ใส่ใจในร่างกายมากขึ้น จากเดิมที่เอาแต่กิน นั่ง นอน ก็ผันเปลี่ยนมาเป็นคนที่รักการออกกำลังกายนั่นเอง



    ทั้งหมดนี้คือสิ่งท้าทายที่ไลท์ได้วางแผนให้กับร้านอาหารของเขามานานแล้ว นอกจากเขาจะเผยแผ่อาหารไทยและอาหารในโลกก่อน ให้กับผู้คนในโลก The Gloria ได้ลิ้มลอง แต่แผนของเขาก็ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น...เพราะแค่นั้น มันตื้นเขินเกินไป

    ไหนๆ ก็ทะลุมิติมาต่างโลก พร้อมกับระบบช่วยเหลือที่สุดยอดขนาดนี้ มีหรือที่ไลท์จะไม่คว้านี้เอาไว้


    โอกาสที่เขาจะกลายเป็นสุดยอดพ่อครัวของโลกใบนี้ เพียงแค่คิดก็ทำให้หัวใจของไลท์นั้นพองโตขึ้นมาแล้ว



    ซึ่งการที่จะเป็นสุดยอดพ่อครัวอันดับหนึ่งของโลก The Gloria เช่นนั้นเขาก็ต้องพิชิตใจลูกค้าให้ครบทุกประเภท และกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพก็ถือเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ที่เขาจะต้องสร้างชื่อเสียงขึ้นมาให้ได้


    แน่นอนว่า ก้าวแรกของแผนการนี้ คือไลท์ต้องทำให้ภรรยาของท่านไวทเคานต์กลับมามีสุขภาพร่างกายที่ดีเสียก่อนและด้วยเวลาที่จำกัดนี้เอง ไลท์จะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด



    เนื่องด้วยสถานการณ์ของป่าดาราฉายที่ตอนนี้ อสูรหมาป่าสีชาดที่เขาอุปโลกน์สร้างขึ้นได้จบลงไปแล้ว แม้ทุกคนจะยังเชื่อว่าภายในป่าจะยังคงหลงเหลือลูกๆ ของอสูรหมาป่าอยู่อีกก็ตาม

    แต่ถึงอย่างนั้น คงไม่มีนักผจญภัยคนไหนบ้าพอ จะฝ่าฝืนกฎที่สมาคมกิลด์นักผจญภัยตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองอสูรหมาป่าสีชาดกันอย่างแน่นอน

    หมายความว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ นักผจญภัยที่อยู่ต่างเมืองจะกลับกันไปหมดแล้วนั่นเอง



    ป่าดาราฉายที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยนักผจญภัยหลายร้อยคนในช่วงเดือนนี้ คงจะเงียบเหงาลงไปไม่น้อย


    ฉะนั้นแล้วไลท์จึงจำเป็นต้องสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารสามเวลาของเขาให้ได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำทุเรียนมาขาย หรือ แม้แต่อาหารคลีนสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก โดยมีภรรยาของท่านไวทเคานต์เป็นกระบอกเสียงในหมู่ขุนนางนั่นเอง



    อย่าได้คิดว่ากระบอกเสียงอย่างคุณผู้หญิง จะไม่มีปากไม่มีเสียงและทำประโยชน์ให้กับไลท์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด


    ด้วยโลก The Gloria ที่มีชนชั้นขุนนางและคนทั่วไป เสียงของขุนนางอย่างภรรยาของท่านไวทเคานต์เนี่ยละ จะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

    เพราะในหมู่ภรรยาของเหล่าขุนนาง แม้ต่อหน้าจะดูเป็นมิตร ดูสนิทสนมกันประหนึ่งสังคมชั้นสูง



    แต่มีหรือที่ลับหลังจะไม่ใส่ไฟกันหรืออิจฉากัน? นั้นไม่มีทางอย่างเด็ดขาด


    ลำพังแค่ในโลกก่อนของไลท์ ถึงจะไม่มีชนชั้นขุนนาง แต่ขอเพียงหญิงสาวได้จับกลุ่มคุยกัน หัวข้อหลักๆ ส่วนใหญ่ในการสนทนาก็มักจะมีแต่ เสื้อผ้า กระเป๋าและรูปร่างของตัวเองและคนอื่นๆ อยู่ร่ำไป



    โดยนี้เองคือสิ่งที่ไลท์หมายปองเอาไว้ เขาต้องการช่วยลดหุ่นให้กับภรรยาของท่านไวทเคานต์ เพื่อให้เธอได้เป็นหัวข้อหลักในการสนทนาในหมู่แวดวงสตรี


    เมื่อนั้นถ้าเขาทำสำเร็จ ป่าดาราฉายที่มีแต่นักผจญภัยเดินทางกันมา คราวนี้จะกลายเป็นเหล่าศรีภรรยาของพวกเขา ที่กระหายจะเดินทางมาที่ร้านอาหารสามเวลาของไลท์ ที่เชื่อกันว่า ร้านอาหารแห่งนี้สามารถทำให้พวกเขา ได้หุ่นดีๆ นั่นเอง



    “ในเมื่อท่านไลท์บอกเช่นนั้น ฉันก็ไม่กินมันก็ได้ค่ะ แต่ท่านไลท์ต้องรับปากฉันนะคะ ว่าจะทำให้รูปร่างของฉันกลับมาดูดีเช่นเดิม” คุณผู้หญิงถอดใจแล้ว เมื่อฟังไลท์อธิบายถึงทุเรียน ที่มีสารอาหารอะไรบ้าง จนเธอถึงกับมึนงง



    อาหารก็คืออาหาร? จะมีสารอาหารขนาดไหน ต้องคิดลึกซึ้งถึงขนาดนั้นด้วยเหรอ?



    ในหัวของคุณผู้หญิงล้วนมีแต่คำถาม...ถึงกระนั้นเธอก็ยังเชื่อใจในตัวของไลท์ โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ


    พ่อครัวหนุ่มตรงหน้าของเธอ คือพ่อครัวหนุ่ม อัจฉริยะที่ไม่มีพ่อครัวคนใดเทียบได้ เธอรับรู้และเชื่อมั่นเช่นนั้นมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้กินอาหารของไลท์

    ดังนั้นสิ่งที่ไลท์พูดหรือขอให้เธอทำ ถึงเธอจะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นบ้าง แต่พอได้ฟังถึงเหตุผลเธอก็ยิ่งเชื่อมั่นว่า พ่อครัวหนุ่มอย่างไลท์คือผุ้อาวุโสเร้นกาย ดั่งเช่นที่สามีของเธอมันจะบอกเล่าให้ฟัง ตามที่นักผจญภัยมักจะเรียกขานไลท์ในชื่อดังกล่าวอยู่แทบทุกคืนวัน



    ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้คุณผู้หญิงปักใจเชื่อว่าไลท์ ว่าเป็นผู้อาวุโสเร้นกาย อย่างไม่ต้องสงสัย



    คงจะเป็นการที่ไวทเคานต์นิคผู้เป็นสามีดูหนุ่มแน่นขึ้น มีพละกำลังเหลือล้น จากเดิมที่กิจบนเตียงนอน ไวทเคานต์นิคทำได้ไม่ถึงนาทีก็เสร็จสมอารมณ์หมาย ไม่ดุดันดั่งเช่นในอดีตที่หวานหอม


    ทว่า...นับตั้งแต่มาถึงป่าดาราฉาย กิจบนเตียงระหว่างคุณผู้หญิงและท่านไวทเคานต์ ดูจะยิ่งสุขสมนานขึ้นเรื่อยๆ จากหน่วยวินาทีได้เพิ่มเติมกลายเป็นนาที จากนาทีเป็นหลายสิบนาที เพียงเท่านี้เธอก็เชื่อแล้วว่า อาหารที่ไลท์ทำต้องมีความพิเศษซ่อนอยู่แน่ๆ



    หลังจากไลท์กำลังอธิบายถึงทุเรียนให้กับทุกคนได้ฟังอยู่นั่นเอง ทางด้านลูกค้ากลุ่มใหญ่ก็เริ่มทยอยกันมายืนอยู่ที่หน้าร้านแล้ว

    พวกเขายืนมองดูกลุ่มของท่านไวทเคานต์และองครักษ์กำลังรุมกินบางอย่างบนโต๊ะ ด้วยความสงสัย

    พลางจดจำถึงคำพูดของคาห์นและแมทที่บอกตนเองในตอนเช้า ว่าท่านไลท์จะนำราชาของผลไม้ มาขายนั่นเอง



    “กลิ่นนี้คงจะมาจากผลไม้ที่คาห์นและแมทหมายถึงสินะ ว่าแต่มันคุ้นๆ เหมือนฉันเคยได้กลิ่นนี้มาก่อนเหมือนกัน?”

    “ใช่กลิ่นของไข่จอมมารอะไรนั้นหรือเปล่า! เมื่อก่อนพ่อของฉันที่เคยเป็นนักเก็บของป่า เคยนำไข่จอมมารกลับมาที่บ้านเหมือนกัน” เหล่านักผจญภัยเริ่มพูดคุยกันถึง ไข่จอมมารกันบ้างแล้ว

    ทั้งนี้มีบางส่วนที่หวาดกลัวต่อตำนานของมัน แต่ก็มีนักผจญภัยอีกหลายคนที่ต่างบอกเล่าว่าไข่จอมมารนั้นสามารถกินได้อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย



    หากแต่ว่าสิ่งที่ไลท์เป็นกังวลมากที่สุด สำหรับทุเรียนไม่ใช่เรื่องของตำนานของมันอีกต่อไปแล้ว


    กลิ่นของมันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รุนแรงนี้ต่างหาก ที่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเพียงแค่ไลท์มองออกไปในกลุ่มนักผจญภัยที่ยืนอยู่หน้าร้านของเขา

    เขาก็พลันพบว่ามีลูกค้าอีกหลายส่วน ต่างเบือนหน้าหนี เมื่อได้สัมผัสเข้ากับกลิ่นของทุเรียนที่เริ่มส่งกลิ่น ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ



    ‘เจ้าโปริ่ง พอจะดูดซับกลิ่นที่ว่านี้ได้ไหม เอาแค่เฉพาะบางโต๊ะที่เขาไม่อยากได้กลิ่นของทุเรียนก็พอ’ ไลท์พูดกับเจ้าโปริ่งผ่านจิตใต้สำนึก



    ปรอย~

    เจ้าโปริ่งที่เกาะอยู่บนไหล่ กระโดดเด้ง เพื่อบอกว่ามันสามารถทำตามที่ไลท์ขอได้และในชั่วพริบตา ร่างแยกของเจ้าโปริ่งที่บัดนี้แยกร่างได้นับสิบๆ ตัวของมัน ก็พลันกระจายไปตามโต๊ะต่างๆ เกาะกุมอยู่ด้านบนเพดาน เหนือโต๊ะเหล่านั้น พลางอ้าปากเป็นรูปตัว O คอยดูดกลิ่น ประหนึ่งว่าเป็นเครื่องดูดอากาศนั่นเอง



    “ลูกค้าท่านใดที่ทนกับกลิ่นของผลไม้นี้ไม่ได้ รบกวนให้แจ้งกับคาห์นและแมท ด้วยนะครับ ส่วนใครที่ต้องการซื้อราชาผลไม้หรืออยากลองชิม ให้แจ้งกับคุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ได้เลยครับ” ไลท์ออกไปเผชิญหน้ากับลูกค้าด้วยตัวเอง

    พลางบอกถึงกลิ่นที่ลอยคลุ้งเต็มไปทั่วร้านว่า มันคือไข่จอมมาร แต่เขาจะขอเรียกมันว่าทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ทั้งปวง เพื่อขจัดตำนานของมันทิ้งไป



    ซึ่งลูกค้าทุกคนที่ตอนแรกทนกับกลิ่นของทุเรียนไม่ได้ ก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะแจ้งบอกกับคาห์นและแมทที่รับหน้าที่คอยจัดคิวตามที่ไลท์ได้อธิบายไว้ ว่าตนเองน่าจะรับมือกับกลิ่นที่เหม็นนี้ไม่ไหว


    โดยแมทก็ได้นำพาพวกเขาไปยังโต๊ะที่มีเจ้าโปริ่งร่างแยกเกาะกุมเอาไว้อยู่ พยักหน้าหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นเจ้าโปริ่งก็ช่วยดูดกลิ่นทุเรียนรอบๆ โต๊ะตัวนั้นให้เบาบางลงและที่สำคัญ กลิ่นที่ถูกดูดไปมีเพียงแค่กลิ่นของทุเรียนเท่านั้น

    ส่วนกลิ่นอาหารตามปกติยังคงหอมกรุ่นเฉกเช่นเดิม โดยที่ไม่ถูกดูดไป



    ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นไปมองดูเจ้าโปริ่งที่ช่วยดูดกลิ่นที่รุนแรง ด้วยความทึ่ง แน่นอนก็มีลูกค้าใจดีบางคนที่พอจะรู้จักกับไลท์และเคยหยอกล้อเล่นกับเจ้าโปริ่งอยู่บ่อยๆ ได้หยิบยื่นอาหารบนโต๊ะที่สั่งมา ยื่นให้กับเจ้าโปริ่งเพื่อเป็นรางวัล

    ไม่ว่าจะเป็นเจ้าโปริ่งหรือร่างแยกของมัน ที่สุดแล้ว ก็คือเจ้าโปริ่งตัวเดียวกัน ฉะนั้นเมื่อลูกค้าหยิบยื่นอาหารของไลท์มาให้มันกิน มีหรือที่มันจะไม่กิน


    บรรยากาศภายในร้านเมื่อมีกลิ่นของทุเรียนเป็นตัวละครหลัก มันก็ยิ่งคึกคักเข้าไปใหญ่ เหล่าลูกค้าต่างตื่นเต้นที่ได้สัมผัสกับ ราชาแห่งผลไม้หรือทุเรียน ที่พวกเขาไม่เคยกินกันมาก่อน

    หรืออาจจะเคยกิน แต่ไม่ได้รับสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน เนื้อกำลังกินแบบนี้มาก่อนนั่นเอง



    “พวกนายลองชิมดูสักหน่อยไหม มันหวานหอมมากเลยนะ” เหล่านักผจญภัยที่ได้กินทุเรียน ต่างก็อยากให้คนอื่นๆ ได้ลิ้มลองกับรสชาติความมันของทุเรียนกับคนอื่นๆ ที่ไม่สามารถกินได้


    “ไม่ล่ะ ขอบใจ”

    “ลองดูสักคำก็ได้ ตอนแรกฉันก็ทนกับกลิ่นเหม็นๆ ของมันไม่ไหวเหมือนกัน แต่พอได้กินมันเข้าไป รสชาติของมันทำให้ฉันวางไม่ลงเลยทีเดียว ยังไงก็ลองดูก่อน”

    “เอาเถอะ ในเมื่อหมอนั้นไม่อยากกินก็อย่าไปบังคับเลย ฉันอาสากินแทนให้เอง ไม่ว่าจะอาหารของท่านไลท์จะเผ็ดหรือเหม็น ฉันคนนี้ก็สู้ไหว ฮ่าฮ่า”



    ความเผ็ดและความเหม็น ถูกยกมาโอ้อวดใส่กันในหมู่เพื่อนนักผจญภัย

    ไลท์ที่ยืนฟังอยู่ในห้องครัว ได้แต่แอบหัวเราะให้กับลูกค้าของเขา

    แม้แต่ความเผ็ดหรือความเหม็นจากทุเรียน ไฉนเลยมันถึงถูกยกมาโอ้อวดและขิงกันได้แบบนี้

    จะมีก็แต่ลูกค้าของร้านอาหารสามเวลาเนี่ยแหละที่ช่างสรรหาคำพูดมาหยอกล้อกัน



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน