ห่างไกลออกไปหลายหมื่นลี้ จากความวุ่นวายและแสงสีของโลกภายนอก ณ ดินแดนรกร้างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่ซึ่งพายุทรายพัดกระหน่ำไม่เคยหยุดหย่อน กลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมหายไปภายใต้ผืนทรายสีทองอันไร้ที่สิ้นสุด ที่นี่คือสุสานแห่งอดีต ที่ตั้งของ นครจันทราดับแสง (落月古城 - Luò Yuè Gǔchéng) อารยธรรมโบราณที่เคยรุ่งเรือง ก่อนจะล่มสลายไปพร้อมกับภัยพิบัติลึกลับเมื่อหลายพันปีก่อน ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังที่กระจัดกระจาย และตำนานเล่าขานอันเลือนราง
ท่ามกลางซากวิหารศิลาทรายที่ผุกร่อน เงาร่างหนึ่งในอาภรณ์สีครามเข้มแนบกาย เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดที่ทอดทาบไปตามซากปรักนั้น นางคือ ลู่เสวี่ย (Lu Xue)
กาลเวลาหกเจ็ดปีที่ผ่านไป มิได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนดวงหน้างามล้ำอันสงบนิ่งของนาง เว้นแต่ความ ลุ่มลึก และ เย็นชา ที่ฉายชัดขึ้นในดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้น กลิ่นอายพลังมนตราที่แผ่ออกมาถูกเก็บงำไว้อย่างมิดชิด แต่ผู้ที่สัมผัสได้ย่อมรู้ว่านางได้ก้าวสู่ ระดับก่อแก่นปราณ-ขั้นต้น (Early Core Formation) แล้ว แม้จะทัดเทียมกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั่วไปอย่างเย่หลาง แต่สิ่งที่ทำให้นางน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง หาใช่ระดับพลัง หากแต่เป็น สติปัญญาอันล้ำเลิศ ความรู้ในศาสตร์ลึกลับ และทักษะเฉพาะตัว ที่ยากจะหยั่งถึง
บัดนี้ นางกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าจิตรกรรมฝาผนังที่เลือนรางภายในซากวิหารหลัก ปลายนิ้วเรียวงามลูบไล้ไปตามอักขระโบราณที่สลักไว้ ดวงตาจับจ้องอย่างพินิจพิเคราะห์ จิตวิญญาณอันคมกล้าแผ่ซ่านออกมา สัมผัสถึง "คลื่นพลังงานตกค้าง" อันแผ่วเบาที่ยังคงหลงเหลืออยู่
หลายปีมานี้ นางเดินทางไปทั่วหล้า ตามหาร่องรอยของ "มิติเศษส่วนบรรพกาล" และ "พลังงาน" อันเป็นต้นตอของเหตุการณ์ในหอเก็บสมบัติร้างครั้งนั้น เศษโลหะสีดำทมิฬ และข้อมูลที่รวบรวมมาได้ชี้ทางนางมายังนครจันทราดับแสงแห่งนี้ สถานที่ซึ่งตำนานกล่าวว่า มีความเชื่อมโยงกับการ "ล่มสลายของดวงจันทร์" และ "ประตูสู่มิติอื่น"
นางใช้พลังมนตราพิเศษของตน ซึ่งมิได้เน้นการทำลายล้าง หากแต่เชี่ยวชาญใน "การแกะรอยพลังงาน" และ "การถอดรหัสกฎเกณฑ์" มันคือ "เนตรจันทราส่องมิติ" (Moon Shadow Dimensional Sight / 月影洞察 - Yuèyǐng Dòngchá) ทักษะเฉพาะตัวที่ทำให้นางมองเห็น "เส้นสาย" ของพลังงานที่คนทั่วไปมองไม่เห็น
นาง "เห็น" คลื่นพลังงานมิติที่แผ่ออกมาจากใจกลางซากวิหาร มัน "อ่อนแอ" และ "ไม่เสถียร" อย่างยิ่ง แต่กลับมี "รูปแบบ" ที่คล้ายคลึงกับพลังงานที่นางสัมผัสได้จาก "กุญแจมิติ" ของเฉิน ฮ่าวหราน ในคืนนั้น!
ขณะที่นางกำลังจะสืบค้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สัญชาตญาณอันเฉียบคมก็พลันเตือนภัย!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เงาดำสองสายพุ่งออกมาจากมุมมืดของวิหารอย่างรวดเร็ว! พวกมันคือ "อสูรทรายดูดวิญญาณ" (Soul-Devouring Sand Fiend / 噬魂沙魔 - Shì Hún Shā Mó) อสูรประจำถิ่นที่ดุร้ายและเชี่ยวชาญการลอบโจมตี! กรงเล็บทรายอันแหลมคมพุ่งเข้าหมายจะฉีกร่างนางเป็นชิ้นๆ!
ทว่า ลู่เสวี่ยเพียงแค่ปรายตามองอย่างเย็นชา ร่างของนางพลัน "เลือนราง" ลง กลายเป็นเงาสีครามเข้มที่พลิ้วไหวไปตามพื้นทรายอย่างรวดเร็ว! "วิชาเร้นเงาจันทรา" (月影藏形术 - Yuèyǐng Cáng Xíng Shù)! นางหลบหลีกกรงเล็บอสูรได้อย่างง่ายดายราวกับสายลม
พร้อมกันนั้น นางสะบัดปลายนิ้วเบาๆ "ด้ายมนตราไร้เงา" (Shadowless Mana Thread / 无影法丝 - Wúyǐng Fǎsī) หลายสิบเส้นพุ่งออกไปจากปลายนิ้ว! พวกมันบางเบาจนแทบมองไม่เห็น แต่กลับเหนียวแน่นและคมกล้า! พันธนาการร่างของอสูรทรายทั้งสองไว้ในพริบตา!
"กร๊าซซซ!" อสูรทรายดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ยิ่งดิ้น ด้ายมนตราก็ยิ่งรัดแน่น! ก่อนที่นางจะดีดนิ้วอีกครั้ง!
เปรี๊ยะ! ด้ายมนตราพลันส่องแสงเย็นเยียบ! พลังมนตราอันแปลกประหลาดแทรกซึมเข้าทำลายแก่นพลังของอสูรทั้งสองจากภายใน! ร่างของพวกมันแข็งค้าง ก่อนจะสลายกลายเป็นผงทรายร่วงหล่นสู่พื้น! จัดการอสูรระดับสร้างรากฐานสองตัวได้อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ!
นางมิได้สนใจซากอสูร เดินตรงไปยังใจกลางวิหาร ที่ซึ่งคลื่นพลังงานมิติแผ่ออกมาเข้มข้นที่สุด นางพบแท่นบูชาหินทรายที่แตกร้าว ตรงกลางมีร่องรอยคล้ายเคยเป็นที่ตั้งของวัตถุบางอย่าง แต่บัดนี้กลับว่างเปล่า
นางใช้ "เนตรจันทราส่องมิติ" อีกครั้ง คราวนี้ นางมองเห็น "รอยประทับพลังงาน" จางๆ ที่หลงเหลืออยู่... เป็นรอยประทับของ... "กลุ่มเงาอสูร" (影魔团 - Yǐngmó Tuán)!
"พวกมันก็มาที่นี่! และดูเหมือนจะมาชิงตัดหน้าเอาบางอย่างไปแล้ว!" คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากัน "พวกมันตามหาสิ่งใดกันแน่? หรือว่า... เป้าหมายของเราจะเหมือนกัน?"
นางตรวจสอบรอยประทับพลังงานของกลุ่มเงาอสูรอย่างละเอียด พบว่าพวกมันดูเหมือนจะพยายาม "เปิด" เส้นทางมิติ ณ จุดนี้ แต่ไม่สำเร็จสมบูรณ์ และได้ล่าถอยไปก่อน
ขณะที่นางกำลังวิเคราะห์ร่องรอยนั้นเอง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็น "อักขระลับ" ขนาดเล็กจิ๋วที่ถูกสลักซ่อนไว้ใต้ฐานแท่นบูชาอย่างแนบเนียน! หากไม่สังเกตอย่างละเอียด หรือไม่มีทักษะการมองเห็นพลังงานเช่นนาง ย่อมไม่มีทางค้นพบ!
นางก้มลงไปใช้พลังมนตราค่อยๆ สัมผัสอักขระนั้น มันคือกลไกผนึกชนิดหนึ่ง! นางใช้ความรู้ความเข้าใจในศาสตร์โบราณและพลังมนตราอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ค่อยๆ คลายผนึกนั้นออกอย่างช้าๆ...
คลิก! เสียงกลไกทำงานดังขึ้นแผ่วเบา พื้นหินทรายใต้แท่นบูชาพลันแยกออก เผยให้เห็นช่องลับเล็กๆ! และภายในนั้น มีเพียง "แผ่นหยกโบราณ" (古玉简 - Gǔ Yùjiǎn) สีดำสนิทแผ่นหนึ่งวางอยู่! มันแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบและเก่าแก่ยิ่งกว่าซากวิหารแห่งนี้เสียอีก!
หัวใจของลู่เสวี่ยเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นางหยิบแผ่นหยกนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ใช้จิตวิญญาณสอดส่องเข้าไป...
ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ทะเลจิต! มันคือบันทึกโบราณที่กล่าวถึง "สมอแห่งห้วงเวลา" ที่ใช้ตรึงมิติเศษส่วน! กล่าวถึง "มหาสงครามบรรพกาล" ที่ทำให้สมอเสียหาย! และที่สำคัญที่สุด... มันมี "แผนที่ดวงดาว" ที่ระบุตำแหน่งของมิติเศษส่วนหลายแห่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รวมถึง "มิติเศษส่วนที่เสถียรที่สุด" ซึ่งอยู่ภายใต้การพิทักษ์ของสมอแห่งห้วงเวลาที่สมบูรณ์ที่สุด!
"เจอแล้วจริงๆ ด้วย! ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้น!" ดวงตาของนางทอประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! นี่คือสิ่งที่นางตามหามาตลอดหกเจ็ดปี! คือกุญแจที่จะไขความลับทั้งหมด!
นางเก็บแผ่นหยกดำนั้นเข้ามิติเก็บของอย่างรวดเร็ว จิตใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นระลอกใหม่ กลุ่มเงาอสูรก็กำลังตามหาสิ่งนี้เช่นกัน การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
นางหันหลังให้กับซากนครจันทราดับแสง มุ่งหน้าออกสู่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ตามทิศทางที่แผนที่ดวงดาวในแผ่นหยกได้ชี้นำ... สู่มิติเศษส่วนอันเป็นเป้าหมาย... สู่ความลับที่อาจจะเชื่อมโยงกับชะตากรรมของเด็กหนุ่มผู้ครอบครองอัสนีบรรพกาลผู้นั้น...
(จบตอนที่ 163)