ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น
คนเป็นพ่อรีบกระโจนเข้ามาหวังปกป้องทั้งแม่และลูกแม้กระทั่งชายชราที่ไม่เคยได้รับคำเรียกขานจากลูกและหลานกลับตระหนกจนปรี่เข้ามาหมายจะปกป้องหลานไว้แต่ทุกคนกลับช้าไป จนกระทั่งร่างของใครบางคนฟุบลงกับพื้นโดยที่มีเลือดไหลนอง
“ไอ้นรกแกทำบ้าอะไร!”เมแกนตวาดลั่นวาดปืนไปทางมันทันที
ปัง!
กระสุนถูกส่งเข้าหัวเข่าพอดีเพื่อไม่ให้มันวิ่งหนีไปที่ไหนได้
มือพิฆาตนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดแสนทรมานจากกระสุนอันแม่นยำของชายชราวัยไม้ใกล้ฝั่ง
มาติชรีบวิ่งเข้าไปทันที เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งกำลังทรุดลงบอดี้การ์ดหนุ่มรีบช้อนร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนเขาไม่เข้าใจว่าทำไมลูกัสถึงได้ทำเช่นนี้
“ลูกัส... ทำไม ฉันไม่ใจ!”มาติชถามเสียงสั่น
“ผู้กอง... ในที่สุดผมก็ได้ตายสมใจเสียที ผู้กองคงนึกสินะว่าทำไมผมถึงได้ตายยากตายเย็นนัก”นักฆ่าหนุ่มยิ้มออกมาอย่างยากเย็น
“บ้าที่สุด!ถึงแม้ว่าฉันจะประมือกับแกมาไม่รู้กี่ครั้ง...แต่ใจจริงแล้วฉันไม่เคยอยากทำให้แกตายเลยลูกัส”มาติชพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง
“ผมเองก็ดีใจเหมือนกัน... ที่ไม่ได้ตายด้วยน้ำมือผู้กอง เพราะผมรู้ดี หากผู้กองฆ่าผมผู้กองจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตเหมือนกับเรื่องของเรนิต้า...”
มาติชจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของศัตรูของตนเอง เก็บกลั้นความรู้สึกไว้ในอกเพราะไม่อยากให้ใครเห็น
“เลิกพูดเถอะเดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้วรออีกนิดนะลูกัส...”มาติชพยายามปลอบแม้จะรู้ว่ากระสุนนัดนี้โดนจุดสำคัญและคนที่โดนมิอาจรอดไปได้
ลูกัสยิ้มออกมา ค่อยๆ พงกศีรษะมองแผลตัวเองแม้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับมันเลย มีเพียงความชาหนึบที่เขารู้สึกอยู่เวลานี้
“ผมรู้ตัวดี เหมือนที่ผู้กองรู้...กระสุนนัดนี้มันเข้าจุดสำคัญและผมไม่มีทางรอดได้เลย”
“แกเลิกพูดไร้สาระสักทีลูกัส ถนอมแรงไว้กัดกับฉันต่อไปเถอะ!”
“ผู้กองผม... อยากพบเธอ ผู้หญิงไทยคนนั้นขอผมพบเธอได้ไหม”
บอดี้การ์ดหนุ่มรีบสั่งลูกน้องให้ไปตามพินอาภาที่นั่งอยู่ในรถด้านนอกทันที
“แกทำแบบนี้ทำไมลูกัส...”เมแกนถามเสียงสั่นในขณะที่นั่งลงข้างกายเขา
“ผมแค่อยากทำอะไรดีๆ บ้างในชีวิตก็แค่นั้น...”
ชายชราน้ำตาคลอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลูกัสเป็นลูกชาย แต่เขาจำต้องปกปิดไว้รู้สึกผิดทุกครั้งที่มองดูแต่กลับไม่กล้าพอจะเปิดเผยออกมา
“แกมันโง่...”เมแกนต่อว่าเสียงสั่น
“ผมโง่มาตลอดอยู่แล้วคุณก็รู้”
พินอาภาเดินเข้ามาด้านใน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นลูกัสอยู่ในอ้อมกอดของมาติชร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาในขณะที่เมแกนเดินออกมาหันหลังยืนนิ่งเพื่อกลั้นน้ำตาของตนเองไว้
“กะ...เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณเป็นแบบนี้”พินอาภาถามเสียงสั่น
“คุณมาแล้วเหรอ...”
“พาไปหาหมอสิ ทำไมพวกคุณไม่พาเค้าไปล่ะ”น้ำตาของหญิงสาวเริ่มไหลออกมา
มือหนาคว้ามือบางเแนบแก้มสากด้วยความรู้สึกหลากหลาย พินอาภาสบตาเขานิ่ง
“ผม... รักคุณ ทั้งๆ ที่ผมไม่ควรจะรักคุณเลย”
พินอาภาส่ายหน้าแล้วสะอื้น เธอไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
“พอเถอะค่ะ อย่าพูดอะไรอีกเลย...”
นักฆ่าหนุ่มยิ้มออกมาใบหน้าเริ่มซีดเซียวจากอาการเสียเลือดพินอาภาจ้องมองเขาทั้งน้ำตาด้วยความสงสาร
“คุณช่วยกอดผมหน่อยได้ไหม...”เสียงแผ่วเบาร้องขอ
“ได้สิคะ ทำไมจะไม่ได้...”
หญิงสาวรีบสอดแขนโอบรัดรอบร่างเขา ลูกัสหลับตานิ่งเขารู้สึกแล้วการที่ได้รักใครสิกคนและได้โอบกอดไว้แบบนี้มันช่างเป็นสุขและหัวใจเขาก็อบอุ่นมากเหลือเกิน ถึงแม้ว่าเวลานี้มันจะเริ่มเต้นช้าลงแล้วก็ตามลูกัสยิ้ม พินภาอามองภาพนั้นทั้งน้ำตา
“เจ็บขนาดนี้ยังยิ้มได้อีกนะคะ...”
“ผมมีความสุขผมถึงได้ยิ้ม... อย่างน้อยผมก็มีความสุขก่อนตาย”
แค๊ก! แค๊ก!
เสียงไอออกมาจากปากหยักลึก ลมหายใจของลูกัสเริ่มแผ่วเบา เขาเงยหน้าขึ้น กวาดตามองหาผู้ชายที่เขาทุ่มเททำทุกอย่างให้มาตลอด
“พ่อ...”เสียงแผ่วเบาพยายามเอื้อนเอ่ย
ลุคส์ชะงักคิ้วหนาขมวดเข้าหากัน สายตาเขาเหลือบเห็นบิดาเดินเข้ามาหาร่างที่กำลังนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมกอดของพินอาภาเมแกนย่อกายลงข้างลูกัส
“คุณรู้...”
“ใช่ฉันรู้มาตลอดว่าแกเป็นลูกของฉัน”
“แล้วทำไมพ่อถึงไม่ยอมรับผม...”
ชายชราพูดไม่ออก เขาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งมวล เขาได้รับความเจ็บปวดแล้วและความเจ็บปวดนี้มันสุดแสนจะทรมาน
“ใช่ว่าฉันไม่ยอมรับแก... แต่เพราะฉันไม่กล้าที่จะยอมรับต่างหาก”
“ได้ยินแค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว อย่างน้อยคุณก็รู้ว่าผมเป็นลูก...”
เมแกนน้ำตาคลอ อยากจะเอื้อมมือไปไขว่คว้าแต่ก็ไม่กล้าพอตลอดเวลาเขาทำกับลูกัสราวกับลูกน้องไม่ใช่ลูกในไส้
“ลูกัส... ฉันขอโทษ”คำขอโทษแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากของชายชรา
ลูกัสยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ที่ได้ยินคำนี้ออกจากปากพ่อช่างดีเหลือเกินที่ความตายกำลังจะพรากเขาไป แต่กลับให้เขาได้รับรู้แต่เรื่องดีๆก่อนตาย
“ไม่เป็นไรพ่อ ผมไม่เคยโกรธพ่อเลย ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ผมได้อยู่กับพ่อมาตลอด...”เสียงเขาเริ่มเบาบางลงไปทุกขณะ
เสียงรถพยาบาลทำให้ทุกคนใจชื้น ในขณะที่บรรดาหมอและพยาบาลต่างวิ่งเข้ามาด้านในคฤหาสน์ลูกัสสั่นศีรษะไปมาเขารู้ตัวเองดี
“ผมง่วงแล้ว... ขอนอนก่อนนะครับ ลาก่อน”เขาบอกพร้อมกับหลับตาลง
ลมหายใจของลูกัสค่อยๆ แผ่วเบาลงในขณะที่มือที่อยู่ข้างกายเริ่มลดระดับ และตกลงข้างตัวหมอพยาบาลเข้าประชิดตัว พยายามปั๊มหัวใจอย่างเต็มที่ ร่างถูกยกใส่แปลแล้วหามไว้ในรถพยาบาลพินอาภาสะอื้นออกมาอย่างหนักบอดี้การ์ดหนุ่มรีบรั้งเธอมากอดไว้แนบอก
ปรางค์ปรียา มองชายที่เคยหมายจะเอาชีวิตเธอแต่สุดท้ายเขากลับเป็นคนที่ช่วยเธอและลูกไว้ เธอไม่ได้กล่าวขอบคุณหรือล่ำลาเลยสักคำร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงข้างหญิงสาว เธอจ้องมองเขานิ่งในขณะที่โอบกอดลูกไว้ในอ้อมแขน
“ไปด้านนอกก่อนเถอะ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแล้ว”
หญิงสาวรีบพาลูกชายไปที่รถด้านนอก โดยที่ไม่ลืมหันไปมองเพื่อนที่กำลังยืนร้องไห้โดยมีมาติชยืนโอบกอดอยู่ข้างๆอย่างน้อยเธอก็ไม่ห่วงในเรื่องนี้ ปรางค์ปรียานั่งประจำที่ในรถกับลูกน้อย
“ผมมีธุระต้องไปทำคุณรอผมอยู่ในรถก่อนนะ”เขาบอกแล้วปลีกตัวเดินออกไป
สถานการณ์ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่และสอบปากคำจนทุกคนในคฤหาสน์หายไปหมดเหลือไว้เพียงเจ้าบ้านและคนรับใช้ไม่กี่คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปยังแผ่นหลังของบิดาที่ยืนนิ่งอยู่เขาเองก็ไม่อยากจะตอกย้ำความเจ็บปวดจาการสูญเสียน้องชายต่างมารดาเท่าใดนัก นึกเสียใจอยู่เพราะยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกับน้องชายกลับต้องเสียเขาไปเสียแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นน้ำตาของบิดาไหลออกมา
“เรื่องทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น...ผมอยากให้คุณจดจำมันไว้ ผมหวังว่าคุณจะคิดอะไรได้บ้าง”เขาเอ่ยเสียงเบา
ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเดินออกไปทันทีชายชรายืนนิ่งไม่นานนักน้ำตาแห่งความเสียใจพลันไหลออกมา ไม่คิดเลยว่าตัวเขาต้องสูญเสียอีกครั้งถึงเขาทำเหมือนไม่แคร์ และทำราวกับลูกตนเองเป็นแค่ลูกน้องคนสนิทเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เขากลับใช้เวลาอยู่กับบุตรชายที่เขาไม่เคยยอมรับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขาเองพอรู้ว่าลูกัสเองก็รู้ว่าเขาเป็นพ่อ และพยายามทำตามคำสั่งเขาเสมอ เพื่อให้คนเป็นพ่อภูมิใจตัวเขาเองก็ไว้วางใจให้ลูกัสทำงานสำคัญมาตลอดแต่เวลานี้ลูกที่เคยอยู่เคียงข้างได้จากลาไปแล้ว ชายชราหันไปมองรอบๆคฤหาสน์ที่มีแต่ความว่างเปล่าและเงียบเหงา สุดท้ายแล้วชีวิตของเขาก็คงต้องจบด้วยการอยู่ตัวคนเดียว
ปรางค์ปรียาโอบกอดลูกไว้แนบอกหัวใจสุดแสนบอบช้ำ ตั้งแต่เธอได้พบเขาความปวดร้าวทรมานยังคงตามมาเล่นงานตลอดถึงเขาทำดีกับเธอดูแลราวกับภรรยาแต่สุดท้ายแล้วทั้งเธอและลูกกลับต้องมาพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้อยู่ดี
“ปรางค์...”เสียงแผ่วเบาเรียกชื่อเธอ
ชายหนุ่มมองดูหญิงสาวและลูกที่อยู่ในอ้อมอกด้วยความเป็นห่วงน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มทำให้เขารู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำให้เธอและลูกต้องมาพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายอีกครั้งมือหนาเอื้อมไปหาหมายจะโอบกอดหญิงอันปรารถนาได้มาเป็นคู่ใจ แต่เธอกลับเบี่ยงกายหนีราวกับรังเกียจเขาหนักหนา
แววตามองมายิ่งทำให้หัวใจกระตุกวูบ มันเต็มไปด้วยคำถามและตัดพ้อ ไม่เคยอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลยเขาทั้งรักทั้งห่วงทั้งแม่และลูกน้อย ใจอยากขอร้องให้เธอให้อภัยกับทุกอย่าง แต่เวลานี้เขาเชื่อว่าเธอคงไม่ฟังอะไรอีกแล้ว เขาหวังว่าเธอจะฟังในสิ่งที่เขาจะพูดสักวัน