เวลาได้ล่วงเลยไปเกือบหนึ่งเดือนเต็ม...
ณ ใจกลางหุบเขาเงาดับที่มืดมิดและเย็นเยียบ...สถานที่ที่เคยเกือบจะกลายเป็นหลุมศพของหลินเฟิง บัดนี้กลับกลายเป็นแดนสวรรค์แห่งการฝึกฝนของเขา
หลังจากที่ใช้เถาวัลย์เงาจันทราถอนพิษ "พลังปราณกัดกร่อนวิญญาณ" ออกไปจนหมดสิ้นแล้ว ร่างกายของเขาก็ฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็วภายใต้การบ่มเพาะของเคล็ดวิชาเทวะ แต่เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะออกจากหุบเขานี้ไป...เพราะเขาได้ค้นพบ "สนามเด็กเล่น" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเคล็ดวิชาใหม่ของเขา
ทุกค่ำคืน...เขาจะฝึกฝน "วิชาเงาไร้ลักษณ์" อย่างบ้าคลั่ง
เขาเริ่มต้นจากการหลอมรวมตัวเองเข้ากับเงามืดเล็กๆ...เงาของก้อนหิน...เงาของต้นไม้...แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเคลื่อนที่ระหว่างเงาที่อยู่ใกล้กัน จากหนึ่งเมตร...เป็นห้าเมตร...เป็นสิบเมตร!
ไอพลังธาตุมืดที่หนาแน่นในหุบเขาแห่งนี้เป็นดั่งยาบำรุงชั้นเลิศสำหรับเคล็ดวิชาของเขา มันไม่เพียงแต่ทำให้เขาฝึกฝนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยขัดเกลาและหลอมรวมเข้ากับพลังปราณสีทองบริสุทธิ์ของเขา...ก่อเกิดเป็นพลังรูปแบบใหม่ที่แปลกประหลาด...พลังที่สามารถสลับสับเปลี่ยนระหว่างความสว่างไสวและความมืดมิดได้อย่างอิสระ!
การฝึกฝนนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาเชี่ยวชาญวิชาลอบเร้น...แต่ยังส่งผลให้ระดับพลังของเขาก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย!
ระดับรวมปราณ ขั้นที่สาม!
นี่คือระดับพลังที่แท้จริงของเขาในตอนนี้!
เมื่อรู้สึกว่าตนเองได้บรรลุถึงขีดจำกัดของการฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้แล้ว...และเวลาก็ได้ล่วงเลยมานานพอสมควร...เขาก็ตัดสินใจว่า...ถึงเวลาที่ต้องกลับไปแล้ว
...
ณ สำนักเมฆาอรุณ...
บรรยากาศภายในสำนักยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดแม้เวลาจะผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม การทรยศของตระกูลหวังและการปรากฏตัวของพรรคบัวโลหิตได้ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ไว้ในใจของทุกคน
ค่ำคืนหนึ่ง...หลินเฟิงได้ลอบกลับเข้ามาในสำนักอย่างเงียบเชียบ เขายังคงใช้ทักษะการลอบเร้นพื้นฐานเพื่อหลบหลีกหน่วยตรวจตรา แต่ไม่ได้ใช้วิชาเงาไร้ลักษณ์ให้เป็นที่น่าสงสัย
เขาแอบฟังบทสนทนาของเหล่าศิษย์ชั้นใน...และในเวลาไม่นาน...เขาก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...การหนีรอดไปได้ของหวังเทียน...การกวาดล้างตระกูลหวัง...และชื่อเสียงของ "สองวีรบุรุษ" จางหู่และสือเหล่ยที่โด่งดังไปทั่ว!
'ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี' หลินเฟิงยิ้มออกมาในเงามืด 'ดีมาก...ดีมากจริงๆ'
เมื่อรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอแล้ว...เขาก็ตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวเอง...
เช้าวันต่อมา...
หลินเฟิงในชุดศิษย์ชั้นในที่สะอาดสะอ้านได้เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าจวนสมุนไพรของท่านอาจารย์ซูเหวินเทียน เขาไม่ได้ลอบเร้นเข้าไป...แต่กลับเดินเข้าไปขอพบอย่างปกติเฉกเช่นศิษย์ทั่วไป
"ศิษย์ในนาม หลินเฟิง ขอเข้าพบท่านอาจารย์ซูเหวินเทียนขอรับ" เขากล่าวกับศิษย์รับใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างสุภาพ
ศิษย์รับใช้คนนั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ! "หลิน...ศิษย์พี่หลิน! ท่าน...ท่านกลับมาแล้ว!" เขารีบวิ่งเข้าไปรายงานข้างในอย่างลนลาน
เพียงครู่เดียวเท่านั้น...ร่างของท่านผู้เฒ่าซูเหวินเทียนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู!
เมื่อได้เห็นร่างของศิษย์รักที่เขากังวลใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันกลับมายืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ...ความรู้สึกดีใจและโล่งอกก็ถาโถมเข้ามาในจิตใจของชายชรา!
"หลินเฟิง! เจ้า...เจ้ากลับมาจริงๆ!"
"ศิษย์...ทำให้ท่านอาจารย์ต้องเป็นห่วงแล้ว" หลินเฟิงโค้งคำนับคารวะอย่างสุดซึ้ง
"กลับมาก็ดีแล้ว...กลับมาก็ดีแล้ว!" ท่านผู้เฒ่าซูรีบเข้ามาพยุงหลินเฟิงขึ้นแล้วสำรวจร่างกายของเขาอย่างละเอียด "เจ้าไม่เป็นอะไรนะ! บาดแผลนั่น..."
"หายดีแล้วขอรับท่านอาจารย์" หลินเฟิงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นอย่างแท้จริง "ต้องขอบคุณโชคช่วยเล็กน้อย...และก็ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง"
ในจังหวะนั้นเอง...หลิวซูซินที่ได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งออกมาจากในจวน...เมื่อได้เห็นร่างของหลินเฟิง...ถาดสมุนไพรในมือของเธอก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น...
"หลิน...เฟิง...?"
เมื่อได้เห็นสหายที่เธอเป็นห่วงแทบขาดใจกลับมายืนอยู่ตรงหน้า...น้ำตาแห่งความดีใจก็ไหลทะลักออกมาไม่หยุด...เธอวิ่งเข้าไปทุบที่หน้าอกของเขาเบาๆ
"เจ้าคนบ้า! เจ้าหายไปไหนมา! รู้ไหมว่าข้าเป็นห่วงแค่ไหน!"
หลินเฟิงที่เคยเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งมาโดยตลอด...เมื่อได้เห็นน้ำตาของนาง...กำแพงในใจของเขาก็พลันอ่อนยวบลง...เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบศีรษะของนางอย่างแผ่วเบา...
"ข้าขอโทษ...ที่ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วง"
การกลับมาพบกันอีกครั้งเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเรื่องเล่ามากมาย...
หลังจากที่ได้เล่าเรื่องราวการผจญภัยทั้งหมด (ยกเว้นเรื่องเคล็ดวิชาเทวะและวิชาเงาไร้ลักษณ์) ให้ท่านอาจารย์ฟังแล้ว...ท่านผู้เฒ่าซูก็ตัดสินใจพาเขาไปยังสถานที่ที่สำคัญที่สุดในสำนักทันที...
ณ หอประชุมใหญ่...
ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนมองมายังหลินเฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
"เจ้าไม่เพียงแต่เอาชีวิตรอดกลับมาได้...แต่ยังดูเหมือนจะได้รับวาสนาครั้งใหญ่หลวงกลับมาอีกด้วย" ท่านเจ้าสำนักกล่าว "คุณงามความดีที่เจ้าได้สร้างให้กับสำนักในครั้งนี้...มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่แต้มสำนักหรือของวิเศษใดๆ จะสามารถตอบแทนได้หมด"
ท่านเจ้าสำนักลุกขึ้นจากบัลลังก์...
"ดังนั้น...ในนามของสำนักเมฆาอรุณ...ข้าขอมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับเจ้า...สิทธิ์ในการเข้าไปฝึกฝนใน 'แดนลับ' ของสำนัก...หุบเขาเมฆาเร้น...เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม!"
คำประกาศนั้นทำให้แม้แต่ท่านผู้เฒ่าซูยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ!
หุบเขาเมฆาเร้น! คือแดนลับรากฐานของสำนัก! สถานที่ที่แม้แต่ศิษย์สืบทอดสายตรงก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าไปได้ง่ายๆ! ว่ากันว่าที่นั่นอัดแน่นไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์ที่สุด และยังมีความเข้าใจในเคล็ดวิชาที่ท่านปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักได้ทิ้งไว้!
มันคือโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง!
หลินเฟิงโค้งคำนับคารวะอย่างสุดซึ้ง "ศิษย์ขอน้อมรับด้วยความขอบคุณอย่างสูงสุดขอรับ!"
วันต่อมา...
หลินเฟิงได้ยืนอยู่หน้าประตูหินขนาดมหึมาที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยค่ายกลที่ซับซ้อนที่สุด...ประตูสู่หุบเขาเมฆาเร้น
เขาได้พบกับจางหู่และสือเหล่ยแล้ว...การกลับมาพบกันของสหายร่วมเป็นร่วมตายนั้นเต็มไปด้วยความยินดีและน้ำตา...พวกเขาได้กลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันอย่างแท้จริง
บัดนี้...เขาได้เอาชนะศัตรู (ชั่วคราว)...กลับมาในฐานะวีรบุรุษ...และกำลังจะได้รับโอกาสที่จะยกระดับพลังของตนเองไปสู่ขั้นใหม่ที่ไม่มีใครเคยไปถึงมาก่อน
เขามองไปยังประตูหินเบื้องหน้า...ในใจได้ตั้งเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจนขึ้น...
'หวังเทียน...พรรคบัวโลหิต...และหนอนบ่อนไส้ในสำนัก...รอข้าก่อนเถอะ...เมื่อข้าออกมาอีกครั้ง...จะเป็นเวลาที่พวกเจ้าต้องชดใช้!'