แค่รองเท้าของคนที่ก้าวลงมาก็สะดุดตาเขาอย่างจังแล้วดวงตาสีนิลค่อนไปทางดุตวัดมองไล่ั้แ่รองเท้าส้นสูงลิ่วสีแดงสดขึ้นไปตามลำขาเสลาที่หลายคนเรียกว่าสีน้ำผึ้งนวลเนียนจนถึงชายกระโปรงยาวขึ้นเหนือเข่าเป็คืบอวดท่อนขากลมกลึงน่ามองจนลืมสถานะตัวเองไปเป็การชั่วคราว ั์ตาเข้มเป็ประกายวามวาวขึ้นเล็กน้อย
‘ไม่ใช่ไม่รักษามารยาทนะแต่มีของงามๆ ให้มอง ใครไม่มองก็โง่นะสิ’
แต่งตัวอย่างนี้ก็ต้องทำใจ พวกผู้ชายหน้าหม้อชอบนักละที่จะสอดส่ายสายตาซอกแซกมองราวกับค้นหาความลับ คิดเสียว่าทำบุญทำทานให้กับพวกตายอดตายอยากไม่เคยเห็นของดี อยากมองก็มองไปของของเธอยังไงก็ยังอยู่กับเธอ ไม่มีใครเอาไปได้
ทว่าวันนี้...มันก็เดิมๆถูกมองั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่ทำไมถึงได้ระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ก็ไม่รู้หรือเป็เพราะปวดศีรษะข้างเดียวผนวกเข้ากับถูกผู้ชายอีกคนก่อกวนอารมณ์มาก่อนทำให้เพลิงโทสะคุกรุ่นอยู่แล้วถูกเติมเชื้อเพลิงซ้ำจนไฟลุกพรึบทันควัน
ฟันซี่เล็กขบกัดจนแก้มนวลนุ่มขึ้นสันริ้วลมร้อนผ่าวไหลพล่านไปตามกระแสเืไปรวมตัวกันที่ดวงหน้าเรียวรูปไข่จนเธอคิดว่าดวงหน้าขาวซีดแดงยิ่งกว่าผลขี้ก่าสุกแล้วดวงตาใสเป็ประกายเจิดจรัสเป็ประกายแข็งกร้าวไม่คิดว่าคนที่ดูดีั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าจะนิสัยแย่ขนาดนี้ มองผู้หญิงตาลุกวาวอย่างไม่ให้เกียรติกันสักนิด
กลีบปากอิ่มนุ่มเบะออกอย่างดูแคลนหน้าตาหรือก็ดี...แต่นิสัยแย่ๆ มากๆ เลย หญิงสาวกำหมัดแน่นจนปลายเล็บทิ่มตำไปบนฝ่ามือนุ่มอยากต่อยตานั้นให้เบ้าเขียวเลยเชียว ทว่าพอมองไปแล้ว...ศีรษะทุยสะบัดส่ายแรงๆอย่างหนึ่งหุ่นคู่กรณีของเธอหุ่นสูงล่ำยิ่งกว่าหมีควายสัดส่วนที่ต่างไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวขลาดกลัวเลยทว่าสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมชนกับใครต่างหากล่ะ ทำให้จำยอมถอยอย่างฮึดฮัดขัดใจด้วยไม่อยากถูกขย้ำจนจมเขี้ยวในตอนนี้
“แทะโลมขาอ่อนฉันเสร็จแล้วใช่ไหมจะได้ไปเสียที”
เมื่อทนไม่ไหวสายน้ำผึ้งจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเธอไม่ใช่คนเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่เธอสวยเลิศและเชิดฉบับนางมาร...ร้ายในสายตาของหลายคนอะไรไม่ถูกไม่ต้องไม่ควร เธอเอ่ยทักด่าแกมบ่นไม่ไว้หน้าหรอกนะต่อให้หุ่นล่ำจนน่าซุกไซ้ซบอิง...หน้าตาหล่อเข้มมาดแมนควงเป็แฟนพาไปวัดได้สายๆไม่อายใครอย่างอีตานี่ก็ตามทีเถอะ
“ก็คุณเล่นนุ่งสั้นจุ๊ดจู๋”ผุดรอยยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ตวัดสายตามองลำขาเสลากลมกลึงอีกครั้ง“ให้คนเขามองไม่ใช่หรือไง ถ้าผมไม่มอง เดี๋ยวคุณก็ว่าของดีให้มอง เสือกตาเหล่ตาเอียงโง่บรรลัยน่ะสิ”
ต้องยอมรับว่าเรือนร่างและลำขาเสลากลมกลึงราวกับท่อนลำเทียนของเธอเหมาะสมกับการแต่งกายอย่างนี้ด้วยแหละแทนที่จะเป็ขาอ้วนทู่ราวกับท่อนซุง กลับเรียวยาวนวลเนียนจนอยากรู้นักว่าถ้าหาก...เฮ้ย!! เขาคิดอย่างนี้กับผู้หญิงที่เพิ่งเจอหน้าครั้งแรกได้ยังไงกันบ้าแล้ว ศีรษะทุยสะบัดส่ายแรงๆ ไล่ความคิดบ้าๆ ที่ผุดขึ้นในสมองออกไปอย่างเร็ว
“ไอ้...บ้าน่ะสิ! ความสามารถอย่างฉัน ไม่จำเป็ต้องใช้รูปร่างล่อเสือล่อตะเข้หรอกย่ะ”เถียงกลับอย่างไม่ยอมรับความจริง ด้วยบ่อยครั้งการทำงานก็ต้องมีอ่อยยั่วยวนกันบ้างแต่ก็พอหอมปากหอมคอเท่านั้นเอง ด้วยเธอไม่เอาศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงมาแลกกับลูกค้าบางคนคิดว่าเธอไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ประชาสัมพันธ์ติดต่อตามประสานงาน ทำให้เขาเ่าั้ได้รับบริการอันดีและพึงพอใจสูงสุดจนบางคนถือโอกาสนี้แทะโลมด้วยปากเสียๆ ที่สมควรเอาหนอนยัดให้กินแทนข้าวจิ้มไอ้ตาที่ชอบแทะโลมไปทั่ว หักมือที่ไวยิ่งปูไต่โน่นแตะนี่ขอแค่ได้ส่วนใดของกายนุ่มนิ่มเพียงเล็กน้อยก็ยังเอา
เมื่ออีกฝ่ายมองได้เธอก็มองได้เช่นกัน ั์ตากลมใสราวลูกแก้วกวาดไล่จากปลายเท้าขึ้นไป“อืม...” ทำเสียงเข้มในลำคอ อย่างยั่วยุกวนอารมณ์ “ปากไม่แตก หัวไม่ปูดเืไม่ไหล ตาไม่ถลนออกมาให้อีกาบินลงมาจิกเล่น ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่งั้นฉันไปได้แล้วใช่ไหม” เอ่ยถามพร้อมตวัดหน้าเชิดขึ้นและหันหลังก้าวเดินฉับๆ
“อ้าว...จะไปไหนละคุณยังไม่ได้คุยกันเลยนะ ชนแล้วหนีหรือไง คนอะไรแต่งตัวก็ดี หน้าตาก็สวยแต่ไม่มีความรับผิดชอบเลยนี่น่า” เอ่ยเสียงเข้มประชดประชันปนถากถาง
เขาไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แค่อยากเตือนเท่านั้นเองขับรถไม่ควรประมาท ควรมองทางไม่ใช่มองนั่นมองนี่ จนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนนี่ดีนะที่เขาหลบทัน ไม่เช่นนั้นก็ต้องพากันไปโรงพยาบาลเสียค่ายาค่าหมอและเสียเวลาอีก ส่วนแม่เ้าประคุณก็ต้องเสียทั้งเวลา เสียเงินทั้งค่ารักษาเขาและค่าซ่อมรถอีกเหตุแค่นิดเดียวแต่ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้นิดเลย เผลอๆถ้าดวงซวยก็จะกลายเป็ฆ่าคนโดยประมาทอีก
สายน้ำผึ้งหยุดกึกตวัดหน้าบึ้งตึงแดงคล้ำอย่างระงับอารมณ์โกรธเอาไว้แทบไม่ไหวหันมามองคนปากไม่มีหูรูด
“ไม่ได้คิดหนีแต่นึกว่าคุณไม่เอาความ เพราะมัวแต่มองขาอ่อนฉันจนน้ำลายไหลย้อย ยกมือซับไม่ทัน”โต้กลับทันควัน ยกสองมือสอดไขว้ระหว่างอก ยื่นเท้าสอดไขว้มาด้านหน้าพร้อมกระดิกปลายเท้าเล็กน้อยเสียดายไม่มีหมากฝรั่งในปากจะได้เคี้ยวฉับๆอย่างที่เคยทำเมื่อไม่พอใจใครแล้ว้าก่อกวนอารมณ์
“มองขาอ่อนกับเอาความคนละเื่กันเลยนะ คุณทำผิดแล้วก็ควรรับผิด ไม่ใช่เถียงเอาชนะข้างๆ คูๆ อย่างนี้”
“แล้วไง ฉันผิด...ฉันยอมรับคุณจะเอายังไงว่ามา” เพราะสายตาเหลือบไปเห็นของบางอย่างในมือชายหนุ่มกลีบปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีสดเบะออกเล็กน้อยอย่างหยามหยัน “ว่าแค่คนอื่น ตัวเองละดีเสียเมื่อไหร่ก็ผิดเหมือนกันนั่นแหละ” โต้กลับอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายโยนข้อหาใส่แต่ฝ่ายเดียว
“ฉันผิดตรงไหน” มองจากหน้าตาแล้วอีกฝ่ายเป็อายุคงไม่เกินยี่สิบห้าปีอย่างนี้ก็เท่ากับเป็น้องเขาได้ ถ้ารู้จักมักจี่สักหน่อยจะพาเข้าห้องเรียนให้ครูอบรมมารยาทเสียใหม่เป็เด็กเป็เล็กปากคอเราะรายเถียงคำไม่ตกฟากเอาเสียเลย
“เพราะคุณมัวแต่คุยโทรศัพท์กับเมียอยู่น่ะสิถึงได้ไม่มองทาง ทำให้ฉันเกือบกลายเป็ฆาตกร” โต้กลับอย่างไม่ยอมรับผิดแต่ฝ่ายเดียวสาดสายตามองไปที่โทรศัพท์ในมือชายหนุ่มอย่าง้าบอก...นั่นไงหลักฐานชัดเจนแจ่มแจ้ง ปฏิเสธไม่ได้
“เธอนี่นะ...นอกจากเถียงเก่งแล้วยังหาความคนอื่นเก่งจริงๆกะแค่ฉันมีโทรศัพท์อยู่ในมือ ก็เหมาว่าตอนเกิดเหตุคุยกับเมียเสียอีกปรักปรำกันอย่างนี้ ไปคุยที่โรงพักดีกว่าไหม”
“ไม่!! หยุดนะ!”ห้ามพร้อมถอยกรูดด้วยคิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาลากไปยังสถานีตำรวจเพราะต้องพาน้องไปกรอกใบสมัครงานต่อหรอก ไม่เช่นนั้นเธอไม่กลัวไปโรงพักนั่นแหละยิ่งดี ให้ตำรวจตัดสินไปเลย ใครผิดใครถูก ใครจะเป็ฝ่ายเสียหน้า
“้าเรียกค่าเสียหายค่าทำขวัญเท่าไหร่ก็บอกมา” ตอนแรกไม่ได้คิดหรอกนะ แต่ตอนนี้น่ะ...ใช่เลย“ไอ้พวกไม่มีงานทำ ชอบหาเงินบนความลำบอกของคนอื่น รีดไถกันหน้าด้านๆ ”ไม่เพียงแค่คิดแต่สายน้ำผึ้งยังเอ่ยมันออกไปด้วย
“อ้าวคุณ...พูดอย่างนี้ก็สวยสิฉันไม่ได้วิ่งมาตัดหน้ามาให้รถเธอชนนะ มานี่เลย...ไปโรงพัก”
“ไม่!! หยุดนะคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
“ข้อหาอะไรไม่ทราบคร้าบคุณผู้หญิง”เอ่ยถามอย่างเล่นลิ้น
“ลวนลาม”
“โธ่คู้ณ...อย่าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นซี่”ทำเสียงทุ้มๆ ต่ำๆ และยังจะลากยาวก่อกวนโทสะสาวตรงหน้า
“ให้คุณหน้าตาดีสวยเลิศราวกับนางสาวสยาม ยืนแก้ผ้ามาโยกซ้ายย้ายขวาเด้งหน้าเด้งหลังตรงหน้าก็...”เบะปากเล็กน้อย ยกนิ้วส่ายไปมา “หน้าตาสวยแต่นิสัยเห่ย พูดจาไม่เข้าหูคนอย่างนี้ไม่ใช่สเปก ฉันไม่คิดสั้นหยิบเอาไปทำเมียหรอก รำคาญเสียงเห่าแง่งๆ ข้างหู บอกตรงๆหน้าตาสวยแต่นิสัยไม่ดี กระเดือกไม่ลง”
สายน้ำผึ้งหน้าตึงเมื่อถูกด่ากระทบถึงเ้าสี่เท้าเกือบกรีดร้องและกระทืบเท้ากึกๆ แล้วเชียว แต่ข่มกลั้นเพลิงโทสะเอาไว้ในอกได้ทันรอบกายเคยมีแต่ผู้ชายคอยเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอทว่าอีตาปากเสียแรกเจอคนนี้กลับต่อว่าเสียๆ หายๆ แล้วยังดูถูกหยามหยันอีกก็เอาสิ...มาลองดูกัน คนอย่างเธอไม่ยอมให้ไอ้หน้าหล่อแต่ปากเสียนี่ดูถูกโดยไม่โต้ตอบกลับหรอกนะอย่างนี้ต้องเอาคืนให้สาสม มือเรียวและยื่นไปด้านหน้า
“อะไร?”
“นามบัตร”
“เผอิญฉันนึกได้ว่ามีธุระสำคัญไม่สามารถอยู่คุยกับผู้ชายปากสุนัขเน่า ส่งกลิ่นเหม็นโชยมาจนฉันอยากคายของเก่าทิ้งได้ เลยคิดว่าขอนามบัตรคุณ แล้วค่อยนัดคุยอีกทีหลังจากที่คุณไปปรับปรุงกลิ่นปากเหมือนหมาเน่าให้ดีขึ้น”
รอบกายเขามีผู้หญิงเยอะแยะไปหมด แค่ส่งสายตามามีหรือที่เขาจะไม่รู้เธอคิดทำอะไรอยู่น่ะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็อะไรกันไปหมดนะเอะอะก็...ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนขยับ“ไม่ล่ะ...ฉันไม่อยากได้ค่าทำขวัญ ไม่อยากได้...”
สายน้ำผึ้งถึงกับสั่นเทิ้ม ในอกร้อนราวกับถูกไฟเผาจากการมองของคู่กรณีปากสุนัขที่บ่งบอกมาอย่างชัดเจน...ไม่อยากเห็นเธออยู่บนเตียงเขา!
‘อีตาบ้า เอาสมองส่วนไหนคิดสวยเลิศอย่างเธอนี่นะ คิดอยากไปนอนบนเตียงเขา ฝันไปเถอะ’ กรามเล็กๆขบกัดจนแก้มนวลนุ่มขึ้นสัน ั์ตาเป็ประกายกร้าวแข็ง สูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงท่องไว้...อดทน เป็ครู่ใหญ่เธอถึงลดทอนความโกรธในอกลงได้เล็กน้อยกลีบปากอิ่มนุ่มคลี่ยิ้มละมุนละไม
“ไม่อยากได้ค่าทำขวัญแล้วอยากได้อะไรจากฉันล่ะ”
“แค่เอ่ยคำขอโทษมาก็จบแล้วทีหลังถ้ารู้ตัวว่าขับรถอยู่ก็ช่วยดูถนนหนทางด้วยละกันไม่ใช่ว่ามองดูอย่างอื่น...” ไม่จำเป็ต้องเอ่ยพูด เพราะอีกฝ่ายคงรู้ตัวดีแล้วเขาหมายถึงสิ่งใด
‘ไอ้...ไอ้ปากมอม!’ริ้วลมร้อนพุ่งขึ้นจนแทบออกทางใบหูราวกับหวูดรถไฟ ขบกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆประกายไฟในดวงตาแลบแปลบปลาบราวกับสายฟ้ายามท้องฟ้ามีพายุฝนฟ้าคะนองศีรษะซีกหนึ่งคล้ายถูกลิ่มเหล็กกระหน่ำตอกเป็จังหวะการเต้นของเส้นเืพร้อมอาการคลื่นไส้อยากคายของเก่าทิ้งไปทว่าสายน้ำผึ้งยังสามารถอดทนข่มกลั้นใจให้ดวงหน้านวลแดงระเรื่อยังมีรอยยิ้มหวานละมุนอยู่ได้
“ไอ้ที่พูดมากปากเสียอยู่นี่้าแค่คำขอโทษเนี่ยะนะ...ได้สิฉันขอโทษที่ขับรถเกือบชนคุณไปอัดก๊อบปี้กับฟุตบาท เสียดายน่าจะไปบี้อัดกับต้นไม้หรือไม่ก็ผนังตึงที่มีเหล็กแหลมๆยื่นออกมาน่ะ จะได้แทงให้เป็รูโหว่ถ้าให้ดีเกี่ยวเฉือนปากให้ฉีกจะได้ไม่มาพูดว่าเขาอื่นเขาเสียๆ หายๆ อย่างนี้”
“อ้าว...มาแช่งกันได้ไงน่ะหน้าตาก็สวยดี แต่ปากเปราะอย่างนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ No boyfriend”
เมื่อถูกปรามาสเอาซึ่งๆ หน้าสายน้ำผึ้งถึงร้อนราวถูกไฟเผาทำไม...เธอไม่มีไอ้ตัวพัดลมส่ายไปมาแล้วมันหนักส่วนไหนของเขาล่ะชิ...จมูกโด่งยู่ย่น “สนใจไปทำไมไอ้พวกผู้ชายเฮงซวย เห็นดีแต่เอารัดเอาเปรียบสร้างแต่ปัญหาให้คนอื่นเขาลำบาก งานการไม่ยอมทำ คอยแต่รีดไถเงินทองไม่เว้นแต่ละวันมีไปก็เท่านั้น รำคาญมากกว่า”
“อืม...เหตุผลก็ดีนี่”พยักหน้าเล็กน้อย “แต่อันที่จริง หน้าตาสวย แต่นิสัยไม่ดี เลยไม่มีใครเอามากว่า”
“ไอ้...ไอ้คนปากมอมกินหมาเน่าเป็อาหารหรือไง ถึงได้มายืนว่าผู้หญิงปาวๆ อย่างนี้น่ะจะให้ฉันหาผ้าถุงผู้หญิงให้ไหม”
“เก็บเอาไว้ใส่เองเถอะคุณ ดีเสียอีกใส่ผ้าถุงลวดลายสวยๆ เจริญหูเจริญตาดีกว่าไอ้กระโปรงสั้นเต่อจนแทบปิดไอ้นั่นไม่มิด”ด้วยตอนนี้เริ่มมีสายตาหลายคู่จากเหล่านักศึกษาเมียงมองมาด้วยความสนใจอีกทั้งหางตาไกลๆ คุ้นว่านักศึกษาที่เดินตรงลิ่วมาหานั้นเป็เขาเคยสอนเสียด้วยสิ
“เฮ้ย!! เดี๋ยวจะไปไหน” สายน้ำผึ้งส่งเสียงร้องโวยวายเสียงเขียว เมื่ออยู่ดีๆอีตาหมีควายปากเน่าปากบอนก็หันหลังหนีไปซะงั้น
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่น้ำผึ้ง”เฌอเอมมาทันเห็นหลังไวๆ ของชายคนที่เดินจากไปคิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างคุ้นตา
“ก็อีตาบ้านั่นน่ะสิเอมด่าพี่ซะเสียๆ หายๆ เลย แล้วยังไม่ยอมเคลียร์ หนีหน้าไปซะเฉยๆบ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้” เอ่ยตอบกลับแทบเป็ผรุสวาท ยกสองมือเท้าสะเอวก่อนทาบบนขมับ
“อุ้ย!!” เฌอเอมร้องอุทานั์ตาเบิกกว้างเมื่อจำชายที่เดินจากไปอย่างเร็วไวได้ “นั่นมัน...” ยกมือชี้ไปที่ร่างหนาก่อนย้อนกลับมาปิดปากตัวเอง
“ใคร...เอมรู้จักเหรอ” กัดฟันถาม
เฌอเอมพยักหน้ารับหงึกๆ ส่งยิ้มแหยๆให้กับพี่สาวคนบ้านเดียวกัน “ค่ะ รู้จักค่ะ” รับคำเสียงแ่เบา
“บอกพี่มาสิอีตาหมีควายนั่นเป็ใคร” ถามเสียงเข้มดุ แม้พยายามระงับอารมณ์โกรธอย่างที่สุดแล้วแต่ก็ทำได้อยากเย็นเหลือเกิน ในศีรษะคล้ายยังมีเสียงหวึ่งๆ หวี่ๆของแมลงมอดไม้ชอนไชอยู่
“ค่ะ...” เฌอเอมหน้าเหวอเมื่อเจอสรรพนามที่สายน้ำผึ้งเรียกอาจารย์หนุ่มเ้าเสน่ห์ซึ่งเ้าตัวเองก็เคยเอ่ยชมเชยยามเธอเล่าให้ฟังเื่นิสิตสาวแต่งกายด้วยเสื้อรัดติ้วจนกระดุมแทบหลุดปลิวใส่หน้าคนอื่นกระโปรงหรือก็สั้นเต่อจนปิดแค่แก้มก้นนิดเดียว จนถูกเตือนหยิกแกมหยอก ที่สาวๆหลายคนฟังแล้วถึงกับหน้าชาไม่กล้าใส่กระโปรงสั้นและเสื้อรัดติ้วในวันที่มีวิชาเรียนของอาจารย์หนุ่มซึ่งขึ้นชื่อเื่ความเ้าระเบียบ ทุกอย่างต้องออกมาดี ทำรายงานส่งต้องเป็ลายมือตัวเองและตัวบรรจงรวมถึงภาษาคำสะกดพลาดแม้ตัวอักษรเดียวก็ไม่ได้
“ว่าไงเอม อีตาหมีควายนั่นเป็ใคร”เอ่ยถามซ้ำ เมื่อเฌอเอมไม่ยอมตอบคำถาม
“เอ่อ...อาจารย์...อาจารย์เอมเองค่ะ”
“หือ...”
“ค่ะอาจารย์คนที่เอมเคยเล่าให้ฟังไงคะ”
“คนนี้นะ” คล้ายโลกหมุนกลับนี่เธอไป...โอ๊ย!! อยากจะบ้าตายจริงๆ มึนงงอย่างกะทันหันร่างโปร่งบางเซถลาไปแทบติดขอบกระโปรงรถ มือเรียวทาบจับข้างแก้มและขมับ
“เป็อะไรคะพี่น้ำผึ้งปวดศีรษะอีกแล้วใช่ไหมคะ เอมว่ารีบขึ้นรถดีกว่าค่ะ” เอ่ยด้วยความเป็ห่วงอากาศวันนี้ก็ร้อนเสียเหลือเกิน จนขนาดเธอเคยยืนกลางแดดเปรี้ยงๆหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินช่วยแม่ดำนาปักกล้าและเก็บเกี่ยวข้าวในนายามอากาศร้อนจัดมาแล้วยังรู้สึกแสบส่วนที่ถูกแดดเลย
สำหรับคนแพ้แดดอย่างสายน้ำผึ้ง ที่เจอแดดจัดๆเมื่อไหร่จะปวดศีรษะถึงขั้นอาเจียน ดวงหน้าเรียวรูปไข่เปลี่ยนแปลงเป็มีแก้มยุ้ยราวกับเด็กอ้วนตาบวมคล้ายคนเอาแต่นอนไม่อยากตื่นแต่เพราะไม่หลับเลยทรมานด้วยความเ็ปราวมีลิ่มเหล็กตอกโป้กๆที่กระบอกตาทะลุท้ายทอย
“เปล่า...แค่...อือ ใช่หนักคิ้วมากเลย” ตอนแรกก็เกือบบอกว่าไม่ใช่ แต่ถ้าเป็อย่างนั้นก็ต้องถูกถามสู้ยอมรับเป็การตัดบทดีกว่า “วันนี้อากาศร้อนมาก เรารีบขึ้นรถกันเถอะเอมต้องไปซื้อเสื้อผ้ากับพี่อีก”
เมื่อเห็นน้องสาวนอกไส้ยังยืนละล้าละลังอยู่สายน้ำผึ้งก็ลดกระจกลงพร้อมยื่นหน้าออกมาเล็กน้อย “เอ้า...เร็วๆ เข้าสิเอมยังไปอีกไกลนะ”
“ค่ะๆ ไปแล้วค่ะ” เฌอเอมรับคำอย่างขำๆเล็กน้อย นี่ขนาดว่าอาการปวดศีรษะเล่นงานอยู่นะสายน้ำผึ้งยังกระฉับกระเฉงว่องไวราวกับคนปกติกลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มจนเห็นฟันขาวสะอาดรีบสาวเท้าเดินไปขึ้นรถอย่างไม่ต้องรอให้ถูกเรียกซ้ำเป็ครั้งที่สองซึ่งจะตามมาพร้อมคำบ่นว่า
“หยุดเลยเอม ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น” เอ่ยห้ามทันทีเมื่อคนตัวเล็กก้าวขึ้นมานั่งแล้วหันหน้ามาหาพร้อมกลีบปากรูปกระจับขยับอ้าหมายจะห้ามไม่ให้เธอทำอย่างที่คิดไว้‘ไม่จำเป็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ก็ได้ในเมื่อเสื้อผ้าเก่ายังใช้ได้อยู่เลย’
เฌอเอมหน้ามุ่ย “ค่ะ”ตอบรับเสียงเบาหวิวอย่างเสียดายเงินในกระเป๋าที่คงต้องหายไปหลายบาทเชียวล่ะ
สายน้ำผึ้งอมยิ้มหันไปมองสาวน้อยข้างกายตอนที่แม่โทรมาเกริ่นอยากให้ช่วยดูแลใครสักคน เธอฟังแล้วทั้งหงุดหงิดและอึดอัดใจ ด้วยชินกับการอยู่คนเดียวแต่เมื่อแม่หว่านล้อมด้วยการสรรหาคำพูดต่างๆ นานาสุดท้ายก็เอ่ยพูดอย่างน้อยใจที่เธอไม่ยอมรับความเป็ห่วงเธอเลยจำต้องรับปากพร้อมตั้งป้อมไม่ชอบหน้าเฌอเอมั้แ่ไม่ได้เจอหน้า
ทว่าเมื่อได้เห็นหญิงสาวและอยู่ด้วยเข้าจริงๆความที่อีกฝ่ายค่อนข้างขลาดกลัวไม่มั่นใจในตัวเองเลยเข้าใจทำไมแม่ถึงอยากให้มาอยู่กับเธอนัก คงเชื่อมั่นในตัวเธอจะดูแลและสามารถช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงเฌอเอมให้เป็คนใหม่เก่ง กล้าและมาดมั่น อย่างสาวทำงานยุคใหม่
ยอมรับจากเคยชินกับการอยู่คนเดียวเมื่อมีคนมาอยู่ด้วยแรกๆ ก็อึดอัดและหงุดหงิดใช่น้อย ยิ่งได้เจอกับนิสัยหัวอ่อนขี้เกรงอกเกรงใจ อะไรก็ได้ทั้งนั้นทั้งที่ตัวเองกินไม่ได้ ปากเสียงก็ไม่มียอมจนกลายเป็ถูกจุดอ่อนให้ถูกคนอื่นเขาเอารัดเอาเปรียบจนคนที่ไม่ยอมใครอย่างเธอถึงกับโกรธกรุ่นเลยตั้งใจดูแลและปรับเปลี่ยนบุคลิกลักษณะเฌอเอมให้กล้าแกร่งและพร้อมสู้คนไม่ยอมให้ใครเอารัดเอาเปรียบ แม้จะยังไม่ได้ดังใจมากมายอย่างหวังแต่ก็ถือว่าดีขึ้นเยอะ จนสามารถพาออกงานพบปะผู้คนได้ส่วนหนึ่ง
ทว่า...ศีรษะทุยสะบัดส่ายเล็กน้อยติดอยู่ที่เฌอเอมหัวอ่อน ไม่มีจริตมารยา ใส่ซื่อจนเป็เซ่อตามเพื่อนไม่ค่อยทันด้วยนิสัยเชื่อคนง่ายเกินไปเพียงเขาพูดดีหน่อยก็คิดว่าเขาดีและจริงใจด้วย จนเธอกังวลวันหนึ่งสิ่งนี้จะนำภัยมาให้
สายน้ำผึ้งหยุดคิดมาก คงต้องทำใจอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด กังวลใจคิดมากไปก็รังแต่ปวดหัวเปล่าๆสู้มีปัญหาแล้วค่อยคิดหาทางแก้ไขอย่างมีสติยั้งคิดดีกว่าอีกทั้งรถก็เคลื่อนมาหยุดหน้าร้านที่หมายตาไว้แล้วด้วยรีบจัดการเื่เสื้อผ้าและพาเฌอเอมไปกรอกเอกสารสมัครงานให้เสร็จเรียบร้อยดีกว่าเผื่อว่าดวงดีอย่างที่เธอหวัง ก็อาจได้รับการสัมภาษณ์และได้งานเลย!