นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 92 ข้าวเปียกน้ำ

    ตอนที่ 92 ข้าวเปียกน้ำ

     

    คนขายเนื้อหวังฆ่าหมู 1 ตัวทุกวันเนื้อหมูครึ่งหนึ่งจะส่งไปที่ร้านอาหารและอีกครึ่งจะเอามาขายที่ร้านเมื่อหมดวันเนื้อหมูอีกครึ่งก็จะถูกขายไปเกือบหมด

     

    ตามปกติเสี่ยวเฉาจะใช้เงิน 6อีแปะซื้อหัวหมู 1 หัว ส่วนกระเพาะหมูกับไส้นางยืนกรานที่จะจ่ายให้เขา 4 อีแปะส่วนเลือดหมูนั้นคนขายเนื้อหวังก็ได้ยืนกรานที่จะให้ฟรีเช่นกัน

     

    หลังจากลูบก้อนเงินที่พี่หกให้มา นางจึงตัดสินใจซื้อท้องหมู2 ชั่งกับกระดูกหมูขนาดใหญ่ 1 ชิ้น คนขายเนื้อหวังมองนางอย่างแปลกใจและเอ่ยว่า“วันนี้ซื้อเนื้อเยอะเลยนี่ เจ้ามีแขกรึ ? ”

     

    เสี่ยวเฉาขี้เกียจอธิบายจึงแค่ยิ้มและตอบกลับว่า“ใช่เจ้าคะ ข้าต้องดูแลแขกน่ะเจ้าค่ะ เลยต้องซื้อของไปทำอาหารให้ดูดีเสียหน่อย !”

     

    วัตถุดิบที่ซื้อมาถูกวางลงบนรถเข็นจากนั้นนางก็เดินนำไปที่ร้านขายข้าวกับธัญพืชแห่งหนึ่งในเมือง ตอนที่เสี่ยวเฉาและหยูไห่เข้าไปในร้านพวกเขาต่างก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังออกมา เสียงผู้ใหญ่ดุและเสียงเด็กร้องไห้ดังผสมปนเปกัน

     

    เสี่ยวเฉายืนฟังอยู่ที่ทางเข้าเห็นได้ว่าลูกของครอบครัวที่ดูแลร้านเล่นซนจนทำน้ำหกใส่ถุงข้าวเหนียว แม้ว่าผู้จัดการร้านจะพยายามเอาข้าวหลบแล้วก็ตามแต่ข้าว 10 กว่าชั่งก็เปียกน้ำไปแล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่าข้าวที่เปียกน้ำนั้นนำมาขายต่อไม่ได้แล้วต่อให้แห้งแล้วมันก็จะแตกเป็นเศษ ๆ ผง ๆ อยู่ดี ดังนั้นข้าวเหนียว 17 - 18 ชั่งนี้จึงขายไม่ได้อีกต่อไป!

     

    พวกเขาอาศัยรายได้จากการขายข้าวในร้านเล็กๆ แห่งนี้เพื่อให้อยู่รอดไปได้เดือนต่อเดือนเท่านั้น การสูญเสียข้าวเหนียว 17 - 18ชั่งไปอย่างกระทันหันก็หมายความว่าพวกเขาสูญเสียเงินไปมากเลยทีเดียวผู้จัดการร้านจะไม่รู้สึกแย่ได้เยี่ยงไรกัน ? แต่เขาก็ไม่อาจจะตีลูกของเขาได้จึงได้แต่ดุด่าเด็กชายเท่านั้น

     

    “ท่านลุงเจ้าของร้าน ข้าให้ท่านลุง 3อีแปะต่อ 1 ชั่งสำหรับข้าวเหนียวที่เปียกน้ำพวกนี้  ท่านลุงจะยอมขายให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”เสี่ยวเฉาเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว

     

    แม้ว่าเสียงของนางจะไม่ได้ดังมากนักแต่เสียงในร้านก็เงียบลงทันที เจ้าของร้านมองนางแล้วมองผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างหลังนางจากนั้นก็ตอบเบา ๆ ว่า “แม่หนูน้อย พอข้าวเปียกน้ำมันก็จะไม่อร่อยแล้วนะ...”

     

    “ไม่อร่อยก็ไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้นี่เจ้าคะท่านลุงเจ้าของร้านก็ขายข้าวพวกนี้มิได้แล้ว เช่นนั้นก็ขายให้ข้าถูก ๆ เป็นเยี่ยงไรเจ้าคะ? ”  เสี่ยวเฉายิ้มหวาน

     

    พอเจ้าของร้านกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาภรรยาของเขาก็ดึงแขนเสื้อเขาเอาไว้และเอ่ยแทนว่า “แม่หนูน้อยปกติข้าวเหนียวนี้ราคา 8 - 9 อีแปะต่อชั่ง ถ้าเจ้าอยากได้ทั้งหมด ราคาต่ำสุดที่พวกเราให้ได้ก็คือ5 อีแปะต่อชั่ง มิเยี่ยงนั้นพวกเราเก็บไว้กินเองเสียยังดีกว่า ! ”

     

    เจ้าของร้านทั้งโกรธทั้งกังวลในเวลาเดียวกันเขามองภรรยาของเขาอย่างวิตกกังวล แต่ภรรยาของเขากลับมองเขาด้วยสายตาตำหนิในแววตาของนางเหมือนจะเอ่ยว่า ‘ถ้าท่านพูดอะไรออกมาล่ะก็เรามีเรื่องต้องเจรจากันอีกยาวเป็นแน่’

     

    เสี่ยวเฉายักไหล่และตอบกลับไปว่า “ถ้าเยี่ยงนั้นก็เก็บไว้กินเองเถิดเจ้าค่ะ! ท่านพ่อ ไปดูที่ร้านอื่นกันเถอะเจ้าค่ะ...”

     

    เจ้าของร้านรีบสะบัดมือภรรยาออก เขารีบวิ่งไปขวางหน้าหยูไห่และเสี่ยวเฉาเอาไว้และเอ่ยว่า“อย่าเพิ่งไป ! 3 อีแปะก็ 3 อีแปะ ! ข้าวเหนียวพวกนี้มีอยู่ 19 ชั่ง ข้าจะให้ 1 ชั่งฟรี ๆ อีกด้วย...”

     

    เมื่อเห็นว่าอย่างน้อยเจ้าของร้านก็ซื่อสัตย์และจริงใจนางจึงให้เงินเขาไป 54 อีแปะและให้พ่อขนข้าวเหนียวทั้งหมดขึ้นรถเข็น นางถามราคาแป้งสาลีกับข้าวสารธรรมดาด้วยว่าเท่าใดและคิดว่าราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล นางจึงซื้อแป้งสาลี 10 ชั่งและข้าวสาร 5ชั่ง  กล่าวได้ว่าเพียงแค่ร้านขายข้าวร้านเดียวนางก็ใช้เงินไปแล้ว130 อีแปะ

     

    โชคดีที่วันนี้การค้าของพวกเขาราบรื่นและเงินที่ได้จากการขายอาหารตุ๋นอย่างเดียวก็มากกว่า 200 อีแปะแล้ว ถ้ารวมกับเงิน2 ตำลึงที่พี่หกให้มา เสี่ยวเฉาก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่ใช้เงินไปมากมายถึงเพียงนี้

     

    หลังจากที่พวกเขาก้าวออกจากร้านขายข้าวและธัญพืชเสี่ยวเฉาก็ไปที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อพวกเครื่องเทศและเครื่องปรุงไปเพิ่ม นางยังฝืนใจควักเงินซื้อน้ำตาลขาวไปอีกครึ่งชั่งด้วยตอนนี้นางใช้เงินที่ได้จากการขายอาหารตุ๋นไปหมดแล้ว แต่เมื่อคิดว่าเครื่องปรุงทั้งหมดนี้จะอยู่กับนางไปอีกอย่างน้อยครึ่งเดือนนางจึงรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่นางจะได้จากพวกมัน

     

    หยูไห่มองลูกสาวใช้เงินเหมือนเทน้ำทิ้งโดยไม่ได้เอ่ยคัดค้านออกมาแม้แต่คำเดียวเงินที่พวกเขาได้มาเมื่อเช้าอยู่ในมือของพวกเขายังไม่ทันร้อนก็หมดเสียแล้วทั้งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่มีเสียงอะไรออกจากปากของเขาเลยสักแอะ แม้กระทั่งตอนที่นางซื้อข้าวเหนียวเปียกน้ำพวกนั้น

     

    ระหว่างทางกลับบ้าน เป็นเสี่ยวเฉาเองที่เป็นฝ่ายถามเขาขึ้นมา“ท่านพ่อเจ้าคะ เหตุใดท่านพ่อมิห้ามข้าตอนที่ข้าซื้อข้าวเหนียวเปียกน้ำล่ะเจ้าคะ ?”

     

    หยูไห่เข็นรถที่มีลูกสาวนั่งอยู่ด้วยสีหน้าพอใจแล้วยิ้ม“ของที่เสี่ยวเฉาของพ่อซื้อมาต้องมีประโยชน์เป็นแน่ พ่อรู้ว่าลูกมิใช่เด็กที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยอีกอย่าง ต่อให้ลูกทำอะไรกับข้าวเหนียวพวกนั้นมิได้ มันก็มิเสียเปล่าหรอกเศษผงข้าวเหนียวพวกนี้เอาไปใช้ทำโจ๊กได้อร่อยกว่าแผ่นแป้งที่ทำจากแป้งถั่วเสียอีก ! ”

     

    เสี่ยวเฉายิ้มกว้าง “ขอบคุณนะเจ้าคะท่านพ่อที่เชื่อใจข้าข้ามีความคิดดี ๆ สำหรับข้าวพวกนี้จริง ๆ พี่หกขอให้ข้าช่วยเขาจัดอาหารให้แขกของเขาข้าอยากทำของที่พิเศษและมิเหมือนผู้ใดน่ะเจ้าค่ะ ข้าต้องช่วยให้เขาดูดียิ่งเขาช่วยข้าเอาไว้จากพวกอันธพาลพวกนั้นด้วยแล้ว แผนของข้าก็คือข้าจะทำลูกชิ้นไข่มุกด้วยข้าวเหนียวพวกนั้นมันจะหอมแล้วก็อร่อยเป็นอย่างมาก ใสแวววาวเป็นเงา เป็นอาหารชั้นเลิศไม่ว่าจะดูจากหน้าตาหรือรสชาติของมันลูกค้าของเขาจะต้องชอบมากเป็นแน่ ถ้าบดข้าวเหนียวพวกนี้ให้เป็นแป้งข้าวเหนียวมันก็จะใช้ทำของหวานได้....แล้วก็ ทำข้าวเหนียวเลือดหมูก็มิเลวเช่นกันนะเจ้าคะ ! ”

     

    เมื่อเห็นใบหน้าของลูกสาวสดใสขึ้นมาด้วยความสุขก็ทำให้หยูไห่รู้สึกมีความสุขและภูมิใจในตัวลูกสาวมากยิ่งขึ้นลูกสาวที่พวกเขาเคยคิดว่าจะอยู่ได้ไม่ถึงวัยผู้ใหญ่ได้ก้าวเข้ามาแบกรับภาระความรับผิดชอบมากมายเพื่อครอบครัว!

     

    เมื่อพวกเขากลับไปถึงบ้าน เสี่ยวเฉาก็เริ่มเขียนรายการอาหารและเตรียมวัตถุดิบลูกชิ้นไข่มุกต้องใช้เข่งนึ่งขนาดเล็ก ภาชนะไม้ไผ่ง่าย ๆ เช่นนั้นไม่ได้ยากเย็นสำหรับหยูไห่เขาดื่มน้ำแล้วเริ่มต้นตัดไม้ไผ่ แล้วทำตามคำแนะนำของลูกสาวที่ให้เขาทำเข่ง

     

    การทำลูกชิ้นไข่มุกต้องใช้ไข่แดงเค็มเสี่ยวเฉาจึงไปหาครอบครัวเฉียนและเคาะประตูบ้านพวกเขา นางเหมาเดินออกมาและเมื่อเห็นเสี่ยวเฉานางจึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจว่า  “เสี่ยวเฉา ? มาบ้านป้ามีเหตุอันใดรึ ? ”

     

    เสี่ยวเฉาตอบตรง ๆ โดยไม่อ้อมค้อม “ท่านป้าเฉียนมีไข่เค็มหรือไม่เจ้าคะ? ถ้ามีขายให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่ ? ”

     

    เป็ดมักจะวางไข่น้อยลงในฤดูหนาวแต่ก็ยังขายออกยาก ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่ชอบกินไข่เป็ดเพราะมีกลิ่นแปลก ๆเพื่อป้องกันไม่ให้ไข่เสีย นางเหมาจึงใช้เกลือทะเลหยาบมาดองไข่เป็ด นางน่าจะเหลืออยู่บ้างหลังจากกินและขายไปแล้ว

     

    “มีสิ เสี่ยวเฉาอยากได้เท่าใดล่ะ ?แต่ไข่เค็มฟองละ 1 อีแปะนะ” นิสัยของนางเหมาก็เป็นเสียเช่นนี้ นางไม่เคยระวังคำพูดและมักจะพูดแบบตรงไปตรงมาเสมอเสี่ยวเฉาพยักหน้า นางชอบนิสัยเยี่ยงนี้จริง ๆ ถ้าหากเสนอไข่เป็ดมาให้นางฟรี ๆ นางคงรู้สึกไม่สบายใจที่จะรับไว้นางหยิบเงิน 10 อีแปะออกจากกระเป๋าผ้าและเอ่ยว่า “ท่านป้าเฉียน ข้าขอไข่เค็ม 10ฟองเจ้าค่ะ คราวหน้าถ้าข้าอยากได้อีก ข้าจะมาซื้อกับท่านป้านะเจ้าคะ”

     

    นางเหมาเอาไข่เป็ด 11ฟองออกจากไหและวางลงในตะกร้าของนาง นางยิ้มและเอ่ยว่า  “เมื่อเช้าเฉียนหวู่ลูกป้าไปขออาหารที่บ้านเจ้ากินอีกแล้วที่บ้านนี้มิมีของดี ๆ เลย เพราะงั้นป้าจะให้ไข่เป็ดเจ้าเพิ่มอีกฟองนะ”

     

    แม้ว่านางเหมาจะระวังคำพูดไม่เป็น แต่นางก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะเอาเปรียบคนอื่นเช่นกันเฉียนหวู่กินปลาหมักไป 2 ตัวเมื่อเช้าซึ่งราคาเท่ากับ 1 อีแปะ นางจึงให้ไข่เป็ดเพิ่มอีก1 ฟองแก่เสี่ยวเฉา

     

    เสี่ยวเฉาไม่ปฏิเสธข้อเสนอและขอบคุณนางเหมาเมื่อนางกลับบ้าน นางก็ทวนรายการอาหารในหัวของนางอีกรอบ ลูกค้าของพี่หกเป็นคนเหนือต้องการกินเนื้อทุกมื้อและชอบกินอาหารรสเผ็ด....นึกออกแล้ว ! บ่ายวานนี้นางจับปลาตัวใหญ่ที่หนองน้ำได้เยี่ยงนั้นนางก็สามารถทำ ‘เนื้อปลาต้มในน้ำมันพริก’ ได้ส่วนหัวปลาก็เอามาใช้ทำ ‘หัวปลาพริกซอย’ ได้

     

    รวมลูกชิ้นไข่มุกเข้าไปด้วย ตอนนี้เสี่ยวเฉาก็มีอาหาร3 อย่างแล้ว มีอาหารที่ไม่เหมือนใครอย่างอื่นที่นางสามารถทำได้อีกหรือไม่ ? เสี่ยวเฉาพยายามเค้นสมองคิด...ใช่แล้ว! นางซื้อพุงหมูมานี่ จำได้ว่าท่านป้าโจวทำผักดองตากแห้ง ถ้านางขอยืมมาได้นางก็จะทำ ‘หมูนึ่งผักดอง’ ได้

     

    อาหาร 4 จานนี้เป็นอาหารที่มีเนื้อทั้งหมดดังนั้นนางต้องคิดเมนูผักขึ้นมาให้เข้ากับอาหารพวกนั้นทั้งหมด ! แต่ฤดูนี้นางจะไปหาผักสดได้จากที่ไหนกัน ? เสี่ยวเฉาเดินไปที่สวนผักของนางเพื่อดูต้นอ่อนของผักใบเขียวที่เพิ่งเปิดรับแสงอาทิตย์เมื่อยามอู่นางรู้สึกปวดใจเมื่อคิดว่าจะต้องทำร้ายพวกมันในช่วงที่กำลังงอกเงยเช่นนี้ ถ้านางไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ เยี่ยงนั้นนางก็จะเลือกใบใหญ่ ๆ มาสักหน่อยและทำ ‘แกงจืดไข่ใส่ผัก’ สักชาม

     

    นางต้องไปหาคนขายเต้าหู้และซื้อเต้าหู้แห้งแผนก็คือเอามันมาทอดและแช่ในซอสปรุงอาหารตุ๋นเพื่อทำ ‘เต้าหู้แห้งซอสตุ๋น’ แล้ว...นางควรทำ ‘ผักกาดเผ็ดเปรี้ยว’ ด้วยเยี่ยงไรแล้วมันก็ถูกจำกัดด้วยสิ่งที่มีอยู่ในช่วงนี้ของปี

     

    ทันใดนั้น ความคิดอีกอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวนางนางทำ ‘หมูเส้นผัดในซอสถั่วหวาน’ ได้มิใช่รึ นี่เป็นอาหารที่นางชอบมากจริงๆ ดังนั้นก็อาจจะหมายความว่ามันยังคงไม่มีในยุคนี้มิใช่รึ ?แน่นอนว่ามันจะได้รสชาติที่แปลกใหม่และอร่อยสำหรับคนที่นี่ ดังนั้นนางจึงตัดสินใจลบ‘หัวปลาพริกซอย’ ออกจากรายการอาหาร

     

    จานเนื้อ 4 จาน, จานผัก 2 จาน และซุปอีก1 น่าจะมากพอสำหรับคน 2 คน ถ้านางเพิ่มจานแป้งหลักไปอีกจานล่ะ...เค้กข้าวเหนียวมันเทศ!

     

    ยามเว่ยเสี่ยวเหลียนเป็นคนไปขายปลาหมักที่ท่าเรือกับฉีโตว หลังจากหยูไห่ทำเข่งไม้ไผ่เสร็จเขาก็นำเหยื่อปลาที่เสี่ยวเฉาเตรียมไว้ไปจับปลาเขามีภารกิจที่สำคัญมากหนึ่งอย่างนั่นก็คือ เขาต้องจับปลาที่หนักอย่างน้อย 5ชั่งให้ได้ จะดีที่สุดถ้าเขาสามารถจับปลาตะเพียนดำได้

     

    นางหลิวพบว่าตนเองยุ่งกับการเตรียมหัวหมูและไส้หมูในตอนบ่ายพวกเขาวางแผนจะใช้วัตถุดิบพวกนี้ทำอาหารตุ๋น เมื่อนางฟางมาเยี่ยมพวกเขาและเห็นว่านางมีงานมากเกินกว่าที่คนหนึ่งคนจะทำไหวนางจึงม้วนแขนเสื้อขึ้นช่วย พวกนางยุ่งมากจนอยากได้มืออีกคู่เพื่อช่วยทำงานทั้งหมดให้เสร็จ

     

    แล้วภารกิจของเสี่ยวเฉาล่ะ ?นั่นคือนอนตอนบ่ายเนื่องจากนางต้องตื่นขึ้นตั้งแต่เช้ามืดพรุ่งนี้เพื่อเตรียมอาหารให้ลูกค้าของนาง

     

    แน่นอนว่าเสี่ยวเฉาตื่นขึ้นโดยอัตโนมัติตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันถัดไปเมื่อนางลุกขึ้นจากเตียงก็เห็นนางหลิวกำลังทำอาหารเช้ายุ่งอยู่ในครัว นางหลิวอยากให้แน่ใจว่าทั้งสามีและลูกสาวของนางจะได้กินมื้อเช้าก่อนออกไปขายอาหารที่ท่าเรือ

     

    ไส้ของลูกชิ้นไข่มุกทำจากหมูสับโชคดีที่ไม่ต้องใช้เนื้อหมูมากนัก นางหลิวสับ ๆ ๆไม่กี่ครั้งก็ได้จำนวนที่ต้องการแล้วเสี่ยวเฉาปรุงรสหมูสับอย่างประณีตแล้วปั้นลูกชิ้นแต่ละลูกโดยใช้หมูสับกับไข่แดงครึ่งฟองหลังจากนั้นจึงปั้นเป็นก้อนกลมแล้วก็หุ้มด้วยข้าวเหนียวแล้วนึ่งเป็นเวลา 2 เค่อ

     

    เนื้อปลาต้มในน้ำมันพริกนั้นซับซ้อนกว่าเล็กน้อยและต้องกินตอนร้อนๆ จึงจะรสชาติดีที่สุด เสี่ยวเฉาตัดสินใจนำเตาเล็ก ๆ ที่ใช้ปรุงยาให้พ่อเข้าเมืองไปด้วยพอถึงเวลาพวกเขาก็จะสามารถใช้ถ่านสองสามก้อนจุดไฟแล้วตั้งเตาทำอาหารได้การที่สามารถกินเนื้อปลาที่เผ็ดร้อนขณะที่ลมทะเลเย็น ๆ พัดอยู่รอบตัวจะช่วยเพิ่มบรรยากาศได้อย่างแน่นอน

     

    เสี่ยวเฉากับนางหลิวใช้เวลาเกือบ 1ชั่วยามเตรียมอาหารทั้ง 6 จานและ 1 ซุป วันนี้หยูไห่เข็นรถเข็นเข้าเมืองดังเช่นเมื่อวานรถเข็นใส่ทั้งอาหารตุ๋นที่พวกเขาวางแผนจะขายในวันนี้และอาหารที่พี่หกสั่งทำเอาไว้

     

    ระหว่างทางไปที่นั่นเสี่ยวเฉาก็นั่งอยู่บนรถเข็น ถือตะกร้า 2 ใบที่ใส่ซุปนี่เป็นการป้องกันไม่ให้ซุปหกออกมาและทำให้งานตอนเช้าของนางพังทั้งหมด

     

    เมื่อพวกเขาไปถึงท่าเรือพี่หกก็รออยู่แล้วสถานที่ที่เขาจองไว้เพื่อรับรองแขกก็คือสถานที่ที่ดีที่สุดในแถบนั้น ร้านอาหารของตระกูลหลินถึงจะบอกว่าดีที่สุด แต่ความจริงแล้วมันก็แค่อาคารขนาด 3ห้องที่สร้างด้วยอิฐโคลนและหลังคากระเบื้อง พี่หกจองห้องส่วนตัวในร้านอาหารเอาไว้และได้จ้างเสี่ยวเฉาทำอาหารให้เป็นพิเศษจากสิ่งเหล่านี้ก็บอกได้ว่าเขาถือว่าคน ๆ นี้เป็นลูกค้าคนสำคัญอย่างแท้จริง

     

    ลูกค้าที่พี่หกเชิญมาเป็นหัวหน้าคนรับใช้จากตำหนักจิ้งอ๋องจิ้งอ๋องรับผิดชอบการค้าขายทางทะเลส่วนใหญ่ของประเทศ ครานี้เขาได้ขนพวกธัญพืชจากทางใต้ขึ้นมาที่ภาคเหนือ

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668