[New Life] อิสระของชีวิต

    [29] ความเสี่ยง

    [29] ความเสี่ยง
    หลายสัปดาห์ก่อน{ติดต่อซื้อขายอวัยวะเรียบร้อย อีกฝ่ายยอมตอบตกลงแล้วครับ}“ประสานงานกับโรงพยาบาลที่แม่อรรักษาตัวอยู่แล้วสินะ”{ครับ ถึงจะบอกว่าบริจาคไตหนึ่งข้าง แต่ทันทีที่ไตข้างนั้นถูกส่งต่อไปที่แม่อร เงินหนึ่งล้านบาทจะถูกส่งเข้าบัญชีเขาทันทีครับ}“ปิดปากเขาให้สนิท ลบร่องรอยของเราทั้งหมด”{รับทราบ จะทำการตรวจสอบว่าเขาปากโป้งหรือไม่เป็นระยะ ส่วนบทสนทนาในการซื้อขายทั้งหมดจะถูกลบทิ้งแบบกู้คืนไม่ได้ทันทีที่การผ่าตัดเสร็จสิ้น}“ฝากด้วยล่ะโร”ยังไงไตจากผู้มีชีวิตก็มีโอกาสสำเร็จในการปลูกถ่ายสูงกว่า สำหรับคนที่กำลังจะล้มละลายภาระหนี้สินบานเบอะ แต่สุขภาพดี คนทั่วไปที่สุขภาพดีมีไตข้างเดียวนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิต แค่บริจาคไตหนึ่งข้างไม่ได้ทำให้ตาย แต่ถ้าติดหนี้พนันจนจะถูกฆ่านั่นต่างหากที่จะตายแน่ๆ...คนที่มีความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อขนาดนี้ถือว่าหายาก จะปล่อยหลุดมือไปได้ยังไงอย่างน้อยๆ ก็ยังโชคดีที่ตกลงกันได้ด้วยเงิน ไม่งั้นเซ็ทก็คงต้องไปลอบฆ่าอีกฝ่ายให้เหมือนอุบัติเหตุเผื่อเอาไตมาใช้ เปอร์เซ็นต์สำเร็จก็จะยิ่งน้อยลงไป ซึ่งก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อแม่อรเลย...ทั้งๆ ที่ถ้าแม่อรตอบตกลงเอาไตจากเขา เรื่องก็จะง่ายขึ้นเยอะแท้ๆ{แม่ที่ไหนจะยอมเอาอวัยวะจากลูกมาใช้เพื่ออยู่ต่อล่ะ}“แค่เอาไตไปข้างหนึ่งฉันไม่ได้ถึงตายสักหน่อย เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนดีกว่ามั้ยล่ะ?”{มันเป็นเรื่องของความรู้สึก คุณยังต้องเรียนรู้อีกเยอะนะ}“ถ้าไตอดัมใช้ได้ก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้ด้วย”{เลิกบ่นเถอะ ยังไงตอนนี้ก็เตรียมการไว้แล้ว ที่เหลือก็คงได้แต่วัดดวงนั่นแหละ}“...ก็ใช่”...กลับสู่ปัจจุบัน วันที่ซีรี่ย์ตอนแรกเริ่มออนแอร์เซ็ทพักในกองถ่ายแทนการไปกลับหอพัก เนื่องจากบรรยากาศในที่พักเด็กฝึกนั้นไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ถ้าไม่คิดเข้ามาชวนคุยเพราะมีความคิดเบื้องหลัง ก็จะมองเขม่น อิจฉา หรือบางพวกก็ชื่นชมแต่ปาก แต่สายตานี่ไม่ได้ปิดบังความรู้สึกใดๆ เลย จะมีก็แค่บางคนที่ชื่นชมในความสำเร็จของเขาจากใจอยู่เป็นส่วนน้อย“นี่น้ำ ดื่มก่อนนะ”“ขอบคุณครับเจ๊เจสซี่”เซ็ทรับขวดน้ำขึ้นมาเปิดขวดดื่ม ปล่อยให้ผู้จัดการส่วนตัวช่วยซับเหงื่อให้ ในขณะที่ตนเองก็นั่งไถโทรศัพท์มือถือไปเรื่อยอย่างผิดวิสัย“ตื่นเต้นเรื่องกระแสตอบรับของซีรี่ย์ตอนแรกเหรอ เซ็ทกับทุกคนในกองพยายามทำกันเต็มที่แล้วไม่ต้องไปคิดมากนักหรอกนะจ๊ะ”“ก็มีส่วน แต่ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ”เซ็ทว่าพลางเก็บมือถือ เตรียมตัวเดินไปเข้าถ่ายฉากต่อไป{ส่งซีรี่ย์ตอนแรกพร้อมทำซับไทยไปให้อดัมแล้วครับ จากเวลาก่อนเข้าผ่าตัด น่าจะดูทันสักครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือผ่าเสร็จค่อยออกมาดูต่อได้}‘ขอบใจโร’เซ็ทรู้ว่าโรพยายามปลอบจึงได้หัวเราะเสียงแผ่ว{ถ้าคุณเป็นคนผ่าตัดโอกาสสำเร็จจะเพิ่มสูงถึง 70% ทำไมถึงไม่กลับไปล่ะ}‘ใครจะยอมให้เด็กอายุสิบหกลงมีด ถ้าอัดให้สลบหมดห้องผ่าตัดก่อนจะลงมือเองก็เป็นไปได้ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าความสำเร็จในการผ่าตัดก็คือโอกาสติดเชื้อต่างหาก’{ความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อและยากดภูมิคุ้มกัน ถึงจะหาอวัยวะที่ความเข้ากันได้ใกล้เคียงที่สุดมาแล้วแต่ความเสี่ยงก็ลดลงไม่มาก การแพทย์สมัยนี้มันล้าหลังจริงๆ}‘บอกฉันบ่น นายก็บ่นเหมือนกัน ...ยังไงตอนนี้เราก็ทำได้แค่นี้’{จะรายงานสถานการณ์ในห้องผ่าตัดให้ฟังเป็นระยะครับ}‘...ฝากด้วยล่ะ’


    อดัมเปิดซีรี่ย์ที่เซ็ทแสดงให้อรที่กำลังจะเข้าห้องผ่าตัดได้ดู อลิซที่อ่านซับไม่ทันได้แต่ทำหน้ามุ่ย ไปๆ มาๆ ก็ดูแต่ภาพพร้อมฟังเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่องแทน “ฮึก...ลูกแม่ สุดยอดที่สุดเลย...”อรยิ้มทั้งน้ำตายามได้ดูหนังที่ลูกชายกำลังโลดแล่นอยู่บนนั้น เธอตั้งใจดูแบบแทบไม่กระพริบตา เธอมีความสุขที่เห็นลูกชายสามารถก้าวหน้าไปได้อีกขั้น มีความสุขจนเกินไปถึงขั้นที่ว่าต่อให้ตายตอนนี้ เธอก็อาจจะไม่มีห่วงใดๆ อีกแล้ว ...ไม่ได้ เธอจะตายไม่ได้ เธอต้องอยู่รอดูความสำเร็จของเซ็ท อยู่รอดูอลิซโตเป็นสาวและดูแลตัวเองได้ ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อประเมินภรรยาและสามีที่ดีให้แก่ลูกๆ ของเธอ ...ดังนั้นเธอจะตายไม่ได้“ลูกชายของพวกเรา เก่งจริงๆ เนอะอร”“...อื้อ ลูกชายของพวกเรา เก่งมากๆ อลิซก็ว่างั้นใช่มั้ยคะ?”“ใช่ค่ะ พี่ชายเก่งที่สุด!”อดัมลูบหัวภรรยาแล้วลูบหัวลูกสาวต่อ ในขณะที่สองตาก็ดูผลงานของลูกชายไปพร้อมๆ กับครอบครัว บนใบหน้าของพวกเขาทั้งสามไม่ขาดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จนกระทั่ง...“คุณอรอนงค์ครับ ได้เวลาแล้วครับ”“...ยังดูไม่จบเลย” “ไว้คุณผ่าตัดเสร็จค่อยออกมาดูนะ ผมกับอลิซจะรอดูพร้อมคุณ”“จะรอนะคะคุณแม่”อรอนงค์เม้มปากแน่น ในใจนั้นเถียงสามีแทบขาดใจ ใครจะรู้ว่าการผ่าตัดจะสำเร็จหรือเปล่า บางครั้งเธอก็อยากจะปฏิเสธการผ่าตัดเพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตต่อไปนานๆ อย่างน้อยๆ ต่อให้สุขภาพย่ำแย่แค่ไหนแต่เธอก็ยังมีวันพรุ่งนี้ให้เธอได้เฝ้ามองคนที่เธอรัก...แต่ถ้าผ่าตัดผิดพลาด แค่พรุ่งนี้ก็จะไม่มีอีกต่อไป...แต่ว่าทุกคนต้องการให้เธอหายดี เธอจึงได้แต่พยักหน้าหนักแน่น“ค่ะ ห้ามดูก่อนฉันเด็ดขาดเลยนะคะ”อรที่ได้รับกำลังใจจากครอบครัวเต็มเปี่ยมถูกพาไปยังห้องผ่าตัด แม้ในใจจะขลาดกลัวแต่เธอก็เผชิญหน้ากับความกลัวนั้นด้วยรอยยิ้ม...เธอจะพยายาม...คล้อยหลังอร อดัมที่พยายามยิ้มแย้มนั่งกุมมือภาวนาต่อพระเจ้าต่อทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้การผ่าตัดในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี เพื่อที่ว่าครอบครัวจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง“หมอครับ ฝากด้วยนะครับ”แม้โอกาสในการมีชีวิตรอดจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว หมอผู้ลงมีดก็ยังคงพยักหน้าอย่างหนักแน่น“ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ”


    “เซ็ท ถึงนายจะบอกว่าไหวก็เถอะ แต่ใช้สตั้นท์ดีกว่ามั้ย?”“ไม่เป็นไรครับ ผมเล่นได้ อีกอย่างจากนี้ที่เหลือส่วนมากก็ฉากแอคชั่นกับฉากที่ต้องเจ็บตัว ต่อให้บาดเจ็บนิดหน่อยก็เข้าบทได้ แถมสมจริงด้วยครับ”“นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย”ผู้กำกับปาร์คซอนวอนและหัวหน้าทีมสตั้นท์โกชินกิที่มาประสานงานต่างพร้อมใจกันทำหน้าเคร่งเครียด จริงอยู่ที่ซีรี่ย์เรื่องนี้เน้นบทบู๊ระทึกใจเป็นสำคัญ แต่ขนาดโกชินกิยังเห็นว่าอันตรายเกินไป ปาร์คซอนวอนก็ไม่ใช่พวกที่อยากถ่ายงานดีๆ ขนาดไม่สนใจสวัสดิภาพของนักแสดงแถมถ้าตัวเอกเกิดเจ็บหนักขึ้นมา ซีรี่ย์จะดำเนินต่อไปได้ยังไง“ผมทำได้ เชื่อผมสิครับ อีกอย่างให้คนอื่นแสดงมันก็อันตรายเหมือนๆ กัน”{แค่เกาะเสากระโดดลงมาจากชั้นห้าไม่ได้ทำให้คุณตายได้หรอก คุณมันใช่มนุษย์ปกติซะที่ไหน}‘...ขอบคุณที่ชมนะโร’“ได้ นายจะได้ถ่ายฉากกระโดดเกาะเสาะแล้วต้องกะแทกกับหลอดไฟจำนวนมาก แต่ไฟฟ้าที่ต้องช็อตออกมาตอนกระแทก ฝ่ายเอ็ฟเฟ็กต์จะเป็นคนทำ เข้าใจนะ”ปาร์คซอนวอนว่าหลังจากต้องเดินไปคุยกับทีมงานอีกรอบ ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความหนักใจอยู่ไม่น้อย เซ็ทเลยว่าแบบติดตลก“เข้าใจครับ ถ่ายจริงเลยมั้ยครับ ถ้าให้ผมโดดหลายทีก็เสี่ยงหลายทีนะ”“เออได้ ถ่ายจริงเลย ไปเตรียมตัวซะ”“ได้ครับ”ห้างสรรพสินค้าเก่าร้างผู้คนคือแหล่งกบดานที่แท้จริงขององค์กร และที่แห่งนี้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำฉากบู๊สุดอลังในตอนท้ายของเรื่องเซ็ทขึ้นมาบนชั้นห้ามองซ้ายขวาสำรวจระยะในการกระโดดไปให้ถึงเสาที่ตั้งอยู่ตรงกลาง กะความสูงของราวกั้นที่ต้องใช้เป็นแท่นเหยียบด้วยสายตา จากนั้นก็หันกลับไปทำมือโอเคให้ผู้กำกับที่รอถ่าย{เหยียบไปทีราวกั้นนั่นพังแน่เซ็ท}‘เห็นก็รู้แล้ว แต่เหยียบได้ก็พอ’ปาร์คซอนวอนไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เชื่อใจเด็กอายุสิบหกขนาดนั้น แม้แต่โกชินกิเองก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรมากกว่าตอนที่มาบอกว่าอันตราย สุดท้ายแล้วก็เหมือนผู้ใหญ่อย่างพวกเขาพร้อมใจกันส่งเด็กไปเสี่ยงตาย...ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเขานี่แหละคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต“พร้อมนะ สาม สอง หนึ่ง แอคชั่น!”สิ้นเสียง เซ็ทก็กระโดดขึ้นไปยืนบนราวกั้น ถีบตัวกระโดดเกาะราวเหล็กที่อยู่ตรงกลาง ในขณะเดียวกันโคมไฟที่อยู่ด้านล่างก็ส่องแสงสีเหลือง ดังนั้นเมื่อเซ็ทปล่อยให้ร่างไถลไปตามแรงโน้มถ่วงโลก ร่างกายกระแทกกับโคมไฟที่มีไฟฟ้าไหลวนอยู่ดวงแล้วดวงเล่าเพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!ผู้กำกับผุดลุกขึ้นยืน คนในกองต่างพร้อมใจกันอ้าปากค้าง จวบจนกระทั่งเซ็ทหยุดยืนบนพื้นชั้นหนึ่งแล้ววิ่งออกไปนอกฉากตามบท ผู้กำกับถึงได้หาเสียงตัวเองเจอ “คัต! เฮ้ย! ฉันสั่งให้ตัดไฟแล้วไง!!”“ตัดแล้วนะครับ!”ก่อนที่ผู้กำกับและทีมงานจะเถียงกันจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต เซ็ทก็เดินเข้ามาขัดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ราวกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นนั้นหาใช่เรื่องใหญ่โตอะไร“ภาพออกมาใช้ได้มั้ยครับ?”“ไอ้เด็กนี่... ยังจะทำหน้าระรื่นอยู่อีก!” ผู้กำกับเขกหัวเซ็ทอย่างแรง จับพลิกซ้ายพลิกขวาดูบาดแผลทั่วทั้งตัว “เจ็บตรงไหนบ้าง รู้สึกแปลกตรงไหนมั้ย ต้องไปโรงพยาบาลรึเปล่า?”“ไม่เป็นไรครับ มีแค่แผลถลอกนิดหน่อย นอกนั้นปกติดี”“นายพึ่งฝ่าดงไฟฟ้ามานะ ข้างในจะเป็นอะไรมั้ยไม่รู้ ไปตรวจสักหน่อยเถอะ”ก่อนที่ผู้กำกับปาร์คจะได้ลากเซ็ทไปโรงพยาบาลจริงๆ เซ็ทก็รีบห้ามเอาไว้ก่อน ไม่วายพูดด้วยเสียงดังกว่าปกติเพื่อให้คนอื่นๆ ที่ดูสถานการณ์อยู่ได้ฟังด้วย“ไฟฟ้าทำอะไรผมไม่ได้หรอกครับ เห็นอย่างนี้ผมแกร่งมากนะ”“ยังจะมาพูดล้อเล่นอีกแน่ะ”ผู้กำกับปาร์คยกมือกุมขมับ แต่การเล่นมุกตลกของนักแสดงนำก็ทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดในกองหายไปเป็นปลิดทิ้ง จะมีก็แต่ผู้จัดการของคนทำอะไรเสี่ยงๆ ที่ยังทำหน้าห่วงอยู่ไกลๆ ไม่เลิก“งั้นถ่ายต่อเลยมั้ยครับ?”“ไหวแน่นะ เพราะซีนต่อไปต้องเล่นบทบู๊ยาวนะ”“ไหวครับ”เห็นเซ็ทยืนยันขนาดนั้นผู้กำกับก็ได้แต่สั่งให้เตรียมถ่ายฉากต่อไป เซ็ทที่เข้าฉากต้องต่อสู้กับตัวประกอบมากหน้า จากที่สู้อย่างยากลำบากอยู่แล้วก็ต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤตเนื่องจากนางเอกทะเล่อทะล่าเข้ามากลางวง“ยองฮวาง!”“!!!”เซ็ทในบทลียองฮวางพระเอกของเรื่องรีบกระโดดเข้าไปคว้าตัวนางเอกหลบกระสุนแทบไม่ทัน ในบทเขาโดนกระสุนเฉี่ยวเข้าที่แขน ในขณะเดียวกันแต่นอกบทก็คือแขนที่กระแทกกับฉากที่เต็มไปด้วยก้อนคอนกรีตของจริงทำให้กระดูกแขนร้าว ถึงกระนั้นก็ยังยิงปืนตอบโต้{ไม่ร้าวหรอก กระดูกแขนขวาของคุณหักแน่นอนแล้วครับ}‘จะทำการรักษาตัวเอง แต่จะไม่รักษาจนหายนะ’{รับทราบ}เซ็ทคลายอ้อมแขนที่โอบกอดร่างของนาบีออก แล้วต่อบทราวกับว่าไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรได้อย่างแนบเนียน “เข้ามาทำไมเนี่ยป้า!”“กะ-ก็ฉันเป็นห่วง...” นาบีเสียงสั่นเครือเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเกือบจะก้าวขาเข้าประตูยมโลกอีกหน เธอจับแขนเซ็ทที่อยู่ใต้เสื้อสีดำหากแต่มีของเหลวสีแดงไหลซึมออกมา ซึ่งพอมือบางจับโดนแผลซึ่งจริงๆ ไม่ใช่แผลกระสุนเฉี่ยวปลอมๆ หากแต่เป็นตรงที่กระดูกหักพอดี เซ็ทก็ร้องออกมาเบาๆ“โอ๊ย!”“นายบาดเจ็บนี่ เพราะฉัน...”ไม่ทันที่นาบีจะได้โทษตัวเองจนจบ เซ็ทก็ขัดเสียงดุ“หนวกหู เข้ามาถึงนี่แล้วก็ช่วยไม่ได้ ถึงจะไม่อยากแต่จะช่วยพาป้าออกไปแบบครบสามสิบสอง อย่าอยู่ไกลกว่าระยะที่ผมจะเอื้อมมือไปถึงก็แล้วกัน”เซ็ทว่าในขณะที่เช็คกระสุนที่เหลือ ไม่ทันมองว่าคำพูดง่ายๆ ของเขาทำให้คนข้างๆ หน้าแดงเป็นลูกตำลึง หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดแปลกๆ รัวแรง ก่อนจะพูดด้วยเสียงหนักแน่น“ใครจะยอมถูกช่วยอยู่คนเดียวกัน ยังไงซะฉันก็เป็นตำรวจนะ เด็กน้อยอย่างนายน่ะต้องหลบหลังฉันถึงจะถูกสิ”“...ตัวเท่าชิวาว่าจะให้หลบอีท่าไหน?”“หุบปากไปเลยนะยะ!”ไม่ทันได้เถียงกันต่อ นาบีก็กดหัวเซ็ทลงจนหน้าแทบทิ่มพื้น ยกปืนในมือตัวเองชี้ไปด้านหลังเซ็ท กระสุนสามนัดเข้าไปจนศัตรูล้มลงเซ็ทเงยคอขึ้นช้าๆ ทำหน้าแยกเขี้ยวใส่คนที่ทำเขาหน้าทิ่ม แต่นาบีนั้นยกยิ้มเหนือกว่า“ไงล่ะ ใครจะช่วยใครกันแน่”“...เอาเถอะ ฝากระวังหลังด้วยละกัน”เซ็ทส่ายหน้าปลงๆ ทำท่ายิ้มไม่คล้ายยิ้ม ใช้มือซ้ายถือปืนพกก่อนจะพุ่งเข้าใส่พวกที่เหลือ เนื่องจากมุ่งหน้าเข้าไปกลางดงศัตรู ฝ่ายตรงข้ามจึงไม่กล้ายิงมั่วซั่วเซ็ทเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้ ใช้ขามากกว่าแขน แต่ก็ไม่ใช้จนสไตล์การลุยผิดกับที่แล้วๆ มาจนสังเกตุเห็นได้ง่าย เซ็ทเน้นทำให้อีกฝ่ายเสียการทรงตัวแล้วยิงดับชีวิตอีกฝ่ายในทันทีเพื่อให้การสู้นี้ไม่ยืดเยื้อเกินไป“แฮ่กๆ”“หมดแรงแล้วเหรอป้า แก่จริงๆ” นาบีหอบหายใจแรงแค่จะอ้าปากเถียงยังพูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาเคืองๆ ไปให้ รอบข้างมีแต่ศพคนตาย แม้ส่วนมากจะไม่ใช่ฝีมือเธอ แต่ว่า...“...จะโดนว่าทำเกินกว่าเหตุมั้ยล่ะเนี่ย”“ไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า” เซ็ทว่าเสียงเรียบ “พวกของป้าล่ะ”“บอกว่าไม่ใช่ป้าไง หัวหน้ากำลังทำลายรังอีกที่ แต่ฟากนู้นมันเป็นเขตที่อยู่อาศัย กำลังพลก็ไม่ใช่น้อย จะแบ่งแยกผู้เกี่ยวข้องกับคนธรรมดาก็ยาก เลยน่าจะยังต้องใช้เวลาอีกเยอะ”“แล้วป้าโผล่มานี่ได้ก็?”“ก็เป็นห่วงเด็กบ้าแบบนายไงยะ”เซ็ทที่ได้รับคำตอบแบบขวานผ่าซากเงียบไปเล็กน้อย หันหลังให้กล้องแล้วพูดเสียงเบา“...ไร้สาระจริง”“คัต!! เยี่ยมมาก ยอดมากทั้งสองคน!”ผู้กำกับชมปากเปียกปากแฉะ น้ำและผ้าขนหนูถูกส่งให้นักแสดงทั้งตัวนำและเหล่าตัวประกอบ เซ็ทยังคงก้มหัวขอบคุณทุกคนทุกครั้งหลังเข้าฉากเสร็จ จากนั้นฉากบู๊สลับฉากพูดคุยทั้งฝั่งตัวเอกและตัวร้ายก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แบบๆม่หยุดพัก เรียกได้ว่าไฟแรงกันสุดๆหลายชั่วโมงต่อมา{เซ็ท ผู้ช่วยลำดับที่หนึ่งทำพลาด ทำเข็มหล่นเข้าไปในช่องท้องตอนจะเย็บปิดปากแผลครับ}‘...เกิดอะไรขึ้น?’{ดูเหมือนจะเกิดจากอุบัติเหตุ แต่เข็มนั่นหล่นไปด้านหลัง ทำให้ถ้าจะเอาออกต้องผ่าเปิดอีกที่ ซึ่งร่างกายของแม่อรทนไม่ไหวแน่}‘มันต้องมีเครื่องมือสักอย่างที่ใช้ดูดเหล็กออกมาได้โดยไม่ผ่า ท่อแม่เหล็กในโรงพยาบาลน่าจะมีนะ ถึงเสี่ยงหน่อยแต่ก็ไม่เสี่ยงเท่าผ่าเปิด’{จะให้คำแนะนำทางนั้นตามนั้นครับ}...“โอเค ทำดีมากทุกคน วันนี้เลิกแค่นี้ เก็บของกลับกันเถอะ”ดึกดื่นเกือบรุ่งสางของวันต่อมา จึงได้ยินเสียงเฮดังลั่นมาจากทีมงาน กว่าจะได้ฉากจบของตัวร้ายแบบที่ผู้กำกับต้องการเล่นต้องถ่ายใหม่ไม่รู้กี่เทค“เซ็ท บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า วิธีสู้ของเธอมันดูแปลกๆ นิดหน่อย”“อ่ะ...อ๋อพี่ชินกิสังเกตเห็นสินะครับ ปิดพี่ไม่ได้จริงๆ”“แสดงว่าเจ็บจริงๆ สินะ ตรงไหน?”“เอ่อ...แขนขวาผม ไม่หักก็ร้าวครับ”“หะ!!”ถ้อยคำของเซ็ทเรียกเสียงตกใจของทุกคนในกอง ไม่กี่นาทีต่อมาเจ๊เจสซี่ก็ได้รับหน้าที่พาเซ็ทไปตรวจที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดพร้อมกับทีมงานอีกคนที่ช่วยทำเรื่องให้...ผลการตรวจ แขนขวาของเซ็ทหักตามที่พูดเนื่องจากถ่ายฉากบู๊มาตลอดผู้กำกับต้องการให้เซ็ทตรวจร่างกายอย่างละเอียดเลยโดนบังคับแอดมิทอย่างน้อยหนึ่งวัน ซึ่งไม่กระทบตารางถ่ายทำเพราะคิวของพรุ่งนี้จะเป็นการถ่ายฉากต่อสู้ของฝั่งกองปราบ“โธ่! ใครให้เธอฝืนตัวเองขนาดนี้หะ นี่เจ็บตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่ยอมบอกล่ะ!?”“ไม่เป็นไรแล้วน่า หยุดบ่นเถอะครับเจ๊”เซ็ทได้แต่นอนทำท่าเซ็งๆ ฟังเจ๊เจสซี่บ่นไม่หยุด ในขณะเดียวกันก็เช็คข่าวจากข้อความที่อดัมส่งให้ แล้วก็ยิ้มออกมาน้อยๆ เดาออกเลยว่าอดัมต้องร้องไห้จนตาบวมแหงๆ[การผ่าตัดสำเร็จ อรปลอดภัย]{ถ้าไม่ได้คำแนะนำจากเซ็ทก็คงไม่ปลอดภัยแบบนี้หรอก}‘เอาเถอะ จะปลอดภัยจริงรึเปล่ามันขึ้นอยู่กับหลังจากนี้ต่างหาก’เซ็ทนอนหลับตาอยู่บนเตียง แกล้งหลับหนีเสียงบ่น เมื่อเห็นเซ็ทพักผ่อนเจ๊เจสซี่เลยจำเป็นต้องเงียบ‘จัดการโอนเงินตามสัญญาแล้วลบข้อมูลทิ้งด้วย’{รับทราบครับ}...“ขอบคุณครับ ขอบคุณครับหมอ”อดัมโค้งหัวขอบคุณหมอปลกๆ น้ำหูน้ำตาไหลพรากอย่างกลั้นไม่อยู่ ทั้งโล่งอกและดีใจจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ขอบคุณอยู่อย่างนั้น“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว อีกอย่างความเสี่ยงมันต่อจากนี้ครับ”“...เสี่ยง?” อดัมเหมือนตื่นจากฝัน เขาเขย่าตัวหมอ “เสี่ยงอะไรหมอ ก็ผ่าตัดสำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอครับ?”“หลังจากผ่าตัดเสร็จต้องระวังเรื่องของการติดเชื้อในร่างกายครับ เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกัน มีผลทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายต่ำลง และมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้นครับ ต่อให้พ้นช่วงรักษาตัวไปก็ยังต้องกินยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เพื่อกันให้ร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่ายครับ”“...”อดัมลดมือลง ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่แค่อยากลืมมันไป ถ้าร่างกายของอรปฏิเสธอวัยวะที่ได้รับหรือติดเชื้อขึ้นมา อรก็จะ...“ไว้หมอจะบอกวิธีดูแลอย่างละเอียดอีกครั้ง ตอนนี้ก็ภาวนาให้เธอแข็งแรงขึ้นไวๆ เถอะครับ หมอขอตัวนะ”“...ครับ”อดัมนั่งก้มหน้านิ่งอยู่พักใหญ่ ได้แต่ปลอบตัวเองว่าอรจะไม่เป็นไร จนกระทั่งอลิซเดินมาใช้มือเล็กๆ ปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าเขาให้“ปะป๊า ร้องไห้ทำไมคะ?”“ฝุ่นเข้าตาน่ะคนเก่ง ไม่มีอะไรหรอก” อดัมจำเป็นต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าลูกสาว เขาอุ้มอลิซขึ้นนั่งบนตัก “อลิซว่า...แม่อรจะหายดีมั้ยคะ?”“หายสิคะ ก็แม่บอกว่าจะหายแล้วกลับไปเล่นกับอลิซที่บ้าน หนูเชื่อแม่ค่ะ”“นั่นสินะคะ แม่อร...ต้องหายดีแน่ๆ”
    ‘ความสำเร็จมาพร้อมความเสี่ยงเสมอ ถ้าต้องการประสบความสำเร็จ พร้อมรับความเสี่ยงรึยัง?’
    ----------------------------เป็นตอนที่ใช้เวลาหาข้อมูลนานมากกกกก นานกว่าวิธีถ่ายซีรี่ย์ นานกว่าหาความหมายคำศัพท์ที่ใกล้เคียงกัน นานกว่าหาข้อมูลคอม และนานกว่าทุกตอนที่เขียนมา เห็นเขียนออกมาไม่มีอะไรมาก แต่นี่ไปนั่งอ่านข้อมูลการปลูกถ่ายไตนานมากค่ะ โอกาสสำเร็จ ข้อกำหนดและบลาๆ อีกมากมาย วิญญาณจะหลุดออกจากร่างให้ได้เลยอ่านให้สนุกนะคะ ขอตัวไปทำกับข้าวมื้อเย็นก่อนล่ะค่ะ ไส้จะหลุดเที่ยงยังไม่ได้กินไรเลย ถถถถ ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเม้นต์ ทุกรีวิว ทุกแชร์ ทุกการเปย์ ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยสนับสนุนค่ะ หวังว่าจะติดตามแมวกันไปยาวๆ น้า รักค่าาา