ข้าไม่อยากเป็นนางร้ายในนิยายป่าเถื่อน

    ตอนที่ 41 ความผิดพลาดของโชคชะตา

            “ท่านพ่อ น้ำเล่า!” เสียงเรียกบิดาที่เมิ่งหรูฝึกใช้จนชิน บัดนี้ดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก

            “ขอผ้าแห้งอีกผืนเจ้าค่ะ!”

            ซูเซิ่นอี้รับคำสั่งจนมือไม้สั่น ส่วนเมิ่งหรูก็วิ่งส่งของเข้าไปในห้องจนเกือบจะชนกรอบประตูหลายครั้ง

            ภายในห้อง เสียงกรีดร้องของกวานซูเหยียนดังขึ้นเป็นระยะ

            ความเจ็บปวดทั้งหมดมันไม่เหมือนกับสิ่งที่นางเคยรู้ ไม่เหมือนในภาพยนตร์ที่นางเคยดู ไม่เหมือนความรู้ในหนังสือที่นางเคยอ่านผ่านตา การคลอดในยุคโบราณ…คือการเอาชีวิตเข้าแลกกับชีวิตโดยแท้!

            ทุกครั้งที่ความเจ็บถาโถมเข้ามา นางรู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน เหงื่อไหลอาบใบหน้า ผมเปียกชื้นแนบแก้ม ลมหายใจติดขัดจนแทบมองไม่เห็นปลายทาง

            ในห้วงเวลาที่ความเจ็บปวดกลืนกินทุกสติ นางกลับคิดถึงใครบางคนโดยไม่อาจห้ามได้

            เซียวหลิงเจา…

            นางกับเขาไม่เคยรักกัน แต่ในยามที่ความตายคลานเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขากลับผุดขึ้นมาอย่างไม่ยอมฟังเหตุผล

            นอกเรือนรับรอง กวานจื่อเซิงเดินวนไปมาไม่หยุด จนพื้นดินแทบถูกเขาเหยียบเป็นร่อง มือกำชายเสื้อแน่น ใบหน้าที่ปกติมักเจือแววขี้เล่น บัดนี้ซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด

            “ทำไมเด็กยังไม่ออกมาอีก!” เขาโวยวายเสียงดัง “นี่มันตั้งนานแล้วนะ! น้องสาวข้าจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่? หลีกทางสิข้าจะไปดูนางเอง!”

            “พี่ใหญ่! หยุดเดี๋ยวนี้!”

            เมิ่งหรูโผล่ออกมาจากเรือน ตวาดเสียงดังลั่น สีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำจากความตื่นตระหนกและโกรธเคือง

            “ท่านจะโวยวายทำไมกัน! เสียงดังเช่นนี้จะช่วยอะไรได้หรือ!” นางชี้หน้าเขาไม่ไว้หน้า “หมอตำแยกำลังทำงาน เสียงท่านจะทำให้นางเสียสมาธินะเจ้าคะ!”

            กวานจื่อเซิงชะงักไปในทันที ปากที่อ้าค้างค่อย ๆ หุบลง

            “ข้า…ข้าแค่เป็นห่วง…” เสียงเขาแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด

            “ห่วงก็ไปนั่งเฉย ๆ!” เมิ่งหรูสวนกลับ “หรือถ้าอยากช่วยจริง ๆ ก็ไปนั่งสวดมนต์กับท่านไต้ซือ อย่ามาทำให้คนอื่นเขาวุ่นวาย!”

            สิ้นคำเมิ่งหรูก็หันหลังกลับเข้าเรือน ทิ้งให้กวานจื่อเซิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาไม่กล้าเอ่ยปากอีกแม้แต่คำเดียว ได้แต่ยกมือเกาหัวที่โกนเกลี้ยงของตนเองอย่างจนใจ ก่อนจะค่อย ๆ ถอยไปนั่งชะเง้อคอมองอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ อย่างว่าง่าย

            ภายในห้องคลอด ความเจ็บปวดของหญิงสาวก็ทวีขึ้นทุกขณะ

            ทุกครั้งที่หมอตำแยสั่งให้เบ่ง ร่างกวานซูเหยียนก็จะสั่นสะท้าน ความเจ็บแล่นขึ้นมาจนสมองขาวโพลน น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

            “บ้าเอ๊ย…” นางสบถ “เซียว หลิง เจา…ถ้าไม่ใช่เพราะ..เจ้า!!!”

            ลมหายใจนางขาดห้วงอีกครั้ง ความเจ็บปวดซัดเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์

            “คนสารเลว…” นางกัดฟันแน่น “เจ้าคิดว่าการมีลูกมันง่ายนักหรือ!”

            นางจำได้ดีวิธีการที่จะทำให้ลืมความเจ็บปวดก็คือการนึกถึงเรื่องอื่น และคนที่นางนึกถึงก็เป็นเขา!

            “ถ้าเจ้าอยู่ตรงนี้…ข้าจะให้เจ้ามาเบ่งแทนข้าดูบ้าง!”

            คำด่าเหล่านั้นช่วยให้จิตใจของนางยังเกาะอยู่กับปัจจุบัน ไม่ปล่อยให้ความกลัวกลืนกินจนหมดสิ้น

            หมอตำแยจับมือของนางแน่น “ดีมาก อดทนเข้าไว้!”

            กวานซูเหยียนหลับตาลงสูดลมหายใจลึก

            “ข้า! จะ! ไม่ยอม..แพ้..เด็ดขาด!”

            ความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง ราวกับร่างทั้งร่างถูกฉีกกระชากออกจากกัน

            “เบ่งอีกครั้ง! ครั้งเดียวเท่านั้น!” หมอตำแยร้องสั่งเสียงดังลั่น ทำเอาคนที่อยู่นอกเรือนพากันกลั้นหายใจเอาไว้ไม่กล้าผ่อนออกมา

            กวานซูเหยียนกัดฟันแน่น รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เบ่งออกไปสุดแรง!

            และในวินาทีนั้น เสียงร้องแหลมเล็กก็ดังขึ้นแหวกผ่านความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และความมืดมนทั้งหมด

            “คลอดแล้ว!” เสียงหมอตำแยเปี่ยมด้วยความยินดี “เป็นเด็กผู้ชาย!”

            เสียงนั้นดังลอดออกไปนอกเรือน เมิ่งหรูที่ยืนรออยู่ถึงกับทรุดตัวลงด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาอย่างไม่อายใคร

            กวานซูเหยียนหลับตาลงช้า ๆ ริมฝีปากซีดขาวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแผ่วเบา แม้จะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่านางจะให้กำเนิดบุตรชาย แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ หญิงสาวก็อดปลื้มใจไม่ได้

            นางพึมพำแผ่วเบา เสียงแทบไม่ได้ยิน “ลูก…”

            ภาพทุกอย่างตรงหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป เสียงร้องไห้ของทารกยังคงดังก้องอยู่ในหู เป็นเสียงสุดท้ายที่นางได้ยิน ก่อนที่สติจะดับวูบลง ท่ามกลางความอ่อนแรงและความเหนื่อยล้า

    ……….

            เสียงร้องแหลมเล็กดังขึ้นอีกครั้ง กวานซูเหยียนสะดุ้งตื่นจากความมืดมิด ร่างกายหนักอึ้งไปทั้งตัว แต่สติกลับแจ่มชัดขึ้นทันทีเมื่อเสียงนั้นดังเข้าหู

            นางขยับตัวอย่างยากลำบาก ยันกายลุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปอุ้มทารกที่อยู่ข้างตัวมากอดไว้แนบอกโดยสัญชาตญาณ

            ใบหน้าเล็กจิ๋วของเด็กชายในอ้อมแขนแดงระเรื่อ คิ้วบางที่แม้ยังดูเลือนราง แต่กลับมีเค้ารูปทรงที่คุ้นตาเป็นที่สุด!

            สันจมูกเล็ก ๆ นั้น…

            มุมคิ้วนั้น…

            ปากนั้น..

            เด็กชายตัวน้อยมีใบหน้าเหมือนเซียวหลิงเจาไปแล้วถึงแปดส่วน!

            หัวใจของนางกระตุกเบา ๆ อ้อมแขนที่โอบเด็กชายตัวน้อยเอาไว้กระชับขึ้นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการยืนยันว่าลูกคนนี้เป็นของนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น!!

            ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนแรง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่งเข้า!

            ทารกอีกคนหนึ่ง!!

            กวานซูเหยียนแข็งค้างไปทั้งร่าง นางกะพริบตาช้า ๆ หนึ่งครั้ง แล้วอีกครั้ง จากนั้นก็ก้มมองเด็กในอ้อมแขน…แล้วมองเด็กที่นอนอยู่ข้าง ๆ สลับไปมา

            ในนิยายนางจะคลอดบุตรชายเพียงคนเดียวมิใช่หรือ?

            “เมิ่งหรู…” เสียงนางแหบแห้ง “เหตุใดจึงมีสอง?”

            เมิ่งหรูที่ยืนอยู่ข้างเตียงสะดุ้งเล็กน้อย นางยังไม่ทันตอบอะไร กวานซูเหยียนก็เงยหน้าขึ้นไปเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

            กวานจื่อเซิง..

            ศีรษะโกนเกลี้ยงสะท้อนแสงเทียนอ่อน ๆ ของเขาโคลงเคลงไปมา ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างจนแทบเห็นฟันครบทุกซี่ รอยยิ้มแบบเดียวกับเวลาที่เขารู้ตัวว่ากำลังจะโดนดุ แต่ก็ยังคิดว่าตัวเอง “ไม่ผิดมาก!”

            หัวใจของกวานซูเหยียนกระตุกวูบ “…อย่าบอกนะ”

            เมิ่งหรูกัดริมฝีปาก ถลึงตาโตใส่กวานจื่อเซิง ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด "ตอนแรกก็มีแค่คนเดียวนั่นล่ะ”

            “…ตอนแรก?” กวานซูเหยียนทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

            รอยยิ้มของกวานจื่อเซิงเริ่มฝืด “คือว่า..เรื่องมันเป็นอย่างนี้..ข้าเห็นหลานชายตัวอ้วนจ้ำม้ำ น่ารักเหลือเกิน ก็เลย” เขาทำท่าอุ้มเด็กประกอบคำอธิบาย “ข้าอุ้มหลานขึ้น แล้วหลานชายก็ฉี่ใส่มือข้า”

            กวานซูเหยียนหรี่ตาจ้องเขาเขม็ง "แล้วยังไงต่อ”

            “ข้าตกใจก็เลยรีบวางเด็กลง” เขาเกาศีรษะที่ไร้เส้นผมของตนเองแกรก ๆ “แล้ว…เอ่อ…ดูเหมือนว่าข้าจะวางเขาลงบนเหรียญทองของเจ้าเข้าพอดิบพอดีเลย”

            เงียบ

            เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของทารก

            เมิ่งหรูหลับตาแน่นราวกับไม่อยากรับรู้ความจริงต่อไป

            กวานจื่อเซิงโบกมือไปมาอย่างร้อนรน “ข้ายังไม่ทันทำอะไรเลย พอหันกลับมา เด็กก็เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว! เจ้าว่าดีใช่ไหมล่ะ! การคลอดบุตรน่ากลัวจะตายชัก ทีนี้เจ้าก็ไม่ต้องเสียเวลามาคลอดคนที่สองแล้ว!”

            กวานซูเหยียนก้มมองทารกสองคนตรงหน้า สมองของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ

            “…ข้า..อยากจะบ้า..” นางพึมพำ

            ในนิยาย บุตรชายของนางทั้งดื้อทั้งซน สร้างเรื่องไม่เว้นวัน แล้วนี่อะไร! สองคน? จากนี้ชีวิตนางต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าแน่!

            “แล้วทำไม…” นางกัดฟัน “เหรียญทองนี่เพิ่มคนได้ด้วย?! เพิ่มเงินไม่ได้ เพิ่มของมีค่าก็ไม่ได้ แต่ดันเพิ่มคนเป็น ๆ ได้งั้นหรือ? นี่มันแกล้งกันชัดๆ!!”

            หญิงสาวอยากจะกรีดร้องแต่ก็ร้องไม่ออก ดวงตาของนางกวาดมองเด็กน้อยทั้งสองที่หลับพริ้มอยู่ข้างกาย

            “เหรียญนี่..ก่อเรื่องได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

            เดิมทีนางคิดว่ามันคือตัวช่วยที่จะมอบความสะดวกสบายและเงินทองให้นางไม่รู้จบ หากรู้ว่ามันจะสร้างความวุ่นวายให้นางได้มากถึงเพียงนี้ ต่อให้นางยากจนกว่านี้อีกสิบเท่า ก็คงไม่กล้านำมันออกมาใช้อีกเป็นแน่!!

            กวานจื่อเซิงหัวเราะเจื่อน ๆ รีบยกมือขึ้นเอาใจ “เอาน่า..เจ้าอย่าโมโหไปเลย อย่างน้อยหลานข้าก็หน้าตาดีนะ”

            เมิ่งหรูแอบกลอกตาเล็กน้อย หลานชายทั้งสองหน้าตาเหมือนกับบิดาของเขาราวกับแกะ! หากทารกเหมือนมารดาต่างหากจึงจะเรียกว่าเด็กหน้าตาดี!

    คล้ายกับเรื่องข้าไม่อยากเป็นนางร้ายในนิยายป่าเถื่อน ที่คุณอ่าน