[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    159 ง่ายดาย

    “เร็วเข้า!”


    เสียงร้องตะโกนจากผู้เป็นหัวหน้าดังก้องไปทั่วเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนในหน่วยวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลัง แอนเดอร์สันที่ไม่สามารถเพิ่มความเร็วของตัวเองได้มากเท่าที่ต้องการเพราะติดปัญหาต้องวิ่งอยู่ในแถว จึงทำได้เพียงแค่วิ่งช้าๆรักษาระยะจากคนอื่น


    ปิ้ว!


    “พวกมันถูกยกระดับขึ้นด้วยเหรอ”


    แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังกระสุนหินที่ยิงออกมาจากหินดวงตา จากขนาดของกระสุนที่ยิงออกมามีขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อนที่พวกเขาต้องสร้างสะพานข้ามหัวของมันเพื่อวิ่งหนี นอกจากขนาดกระสุนจะใหญ่ขึ้นแล้วความเร็วในการยิงยังมากกว่าเดิมขึ้นหลายเท่า ปริมาณกระสุนหินที่ยิงออกมายังมากกว่าเดิมอีกด้วย ทำให้การวิ่งของทหารเป็นไปได้ยาก ถ้าหากพวกเขาพลาดถูกกระสุนหินกระแทกคงมีจุดจบไม่สวย จากเดิมต้องหล่นลงจากสะพานแต่ครั้งนี้คงถูกระดมยิงบนสะพานจนร่างกายพรุนเป็นรังผึ้ง


    “ป้องกันด้านหลังเอาไว้แล้ววิ่งต่อ!”


    เสียงร้องตะโกนยังคงดังขึ้นเป็นช่วงๆท่ามกลางทหารที่วิ่งออกมาจากเขตหินดวงตา แอนเดอร์สันที่ยกโล่ขึ้นมาป้องกันด้านหลังขณะวิ่งเขาได้มองจ้องไปยังพี่ชายที่ตอนนี้แทบไม่ได้ออกคำสั่งพร่ำเพรื่อ  ทำเพียงแค่พูดไม่กี่ประโยคทุกคนภายในหน่วยเอทโฟก็ทำตามอย่างว่าง่าย ผิดจากหน่วยของแอนเดอร์สันที่เต็มไปด้วยเสียงร้องของผู้เป็นหัวหน้า โดยหวังว่าเสียงของเขาจะทำให้ทหารตื่นตัวตลอดเวลา


    “หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ พวกเราจะใช้โล่ป้องกันในการเดินทาง แล้วพวกคุณล่ะผ่านเขตนี้ไปได้ยังไง”


    ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนเกิดเป็นม่านน้ำบดบังการมองเห็น คือสถานที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ ทางฝั่งหน่วยเอทโฟที่เคยผ่านเขตนี้ไปแล้วพวกเขามีวิธีในการเดินทาง ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้ตวัดมือไปบนท้องฟ้าแหวกก้อนเมฆออกเป็นสองส่วนทำให้เมฆที่กำลังตกลงมาอย่างหนักแหวกเป็นทางยาวรอให้พวกเขาเดินทางเข้าไป


    “พวกเราใช้วิธีนี้ในการเดินทางผ่าน”


    “ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ เราต้องลดระยะเวลาในการเดินทางเพื่อให้มีเวลาสำรวจได้มากยิ่งขึ้น”


    หน่วยเอทโฟและหน่วยเอทไนน์วิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังไปตามเส้นทางที่แอนเดอร์สันแหวกก้อนเมฆให้ ทันใดนั้นมอนสเตอร์ตัวใหญ่ก็ได้ลอดผ่านม่านน้ำเข้ามาปรากฎตัวดักหน้าเส้นทางที่หน่วยทั้งสองกำลังวิ่งไป แอนเดอร์สันจึงสังเกตไปยังพี่ชายว่าจะลงมืออย่างไรกับมอนสเตอร์เขตนี้ ทันทีที่แอนเดอร์สันจับตามองพี่ชายของเขาก็ได้ใช้เวทย์คำสาปที่ได้รับมาโดยไม่ต้องร่าย ส่งผลให้มอนสเตอร์ที่เข้ามาขวางทางตายไปในทันที


    จากคำสาปของพี่ชายที่ปลดปล่อยออกมานี้ทำเอาแอนเดอร์สันอึ้ง แม้มันจะเป็นเวทย์คำสาประดับต่ำผ่านการเรียกใช้ซ้อนทับกัน พี่ชายของเขากลับทำให้มันแข็งแกร่งได้ไม่ต่างจากเวทย์ระดับ 8 เขาจึงรู้สึกว่าการต่อสู้กับพี่ชายที่ก้าวผ่านนักเวทย์ 900 ปีไปแล้วดูจะลำบากไม่น้อยเพราะเวทย์ระดับต่ำที่พี่ของเขาครอบครองเหมือนจะถูกยกระดับความรุนแรงขึ้นไปได้ด้วย 


    “ทุกคนเตรียมพร้อม เปลี่ยนไปใช้รูปแบบสังหาร!”


    หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ร้องตะโกนก้องสั่งการให้คนในหน่วยจัดการกับมอนสเตอร์ที่เข้ามาขวางทางหน่วยเอทไนน์ อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันทำเพียงตวัดมือออกไปมอนสเตอร์ที่เข้ามากลับตายในทันที แม้มันจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งหัวหน้า แต่การลงมือของเขากลับทำให้การวิ่งดำเนินต่อไปได้


    “แอนเดอร์สัน!”


    “ผมรู้ครับว่ามันอยู่นอกเหนือคำสั่ง เพียงแต่ว่าหน่วยเอทโฟไม่สามารถรอเราได้”


    “ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้นายรับหน้าที่ในการจัดการกับมอนสเตอร์ ขึ้นมาวิ่งด้านหลังฉันซะ!”


    แอนเดอร์สันวิ่งออกจากแถวแซงหน้าทุกคนขึ้นไปวิ่งด้านหลังหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ ระหว่างที่แอนเดอร์สันวิ่งด้วยท่าทางง่ายดายอย่างกับคนกำลังเล่นสเก็ตน้ำแข็งสองมือของเขาก็ได้กวาดออกไปรอบข้างสร้างเป็นคมดาบขนาดใหญ่ตัดร่างมอนสเตอร์มากมายจนพวกมันตายไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ 800 ปีหรือ 900 ปี ขอเพียงแค่พวกมันยังไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดล้วนตกตายด้วยเงื้อมมือแอนเดอร์สัน


    “ทำไมไม่ใช้คำสาป”


    พี่ 4 หันมองแอนเดอร์สันเล็กน้อยแล้วมองเส้นทางที่กำลังวิ่งต่อไป ภายใต้สายตาที่เหลือบไปมองแอนเดอร์สันเขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่แอนเดอร์สันไม่ได้ใช้เวทย์คำสาป จากก่อนหน้าที่เคยคุยกันคำสาปของแอนเดอร์สันกลายเป็นเวทย์ที่ทำให้เขาใช้มานาน้อยมาก เพียงแค่นักเวทย์ 300 ปีสามารถใช้คำสาปได้ถึง 6,000 วงพร้อมกันและยังมีท่าทีว่าจะใช้ได้มากกว่านั้น เขาจึงรู้สึกสงสัยว่าทำไมแอนเดอร์สันถึงใช้เวทย์ของตระกูลเฟียร์ที่เหมือนจะใช้มานามากกว่า


    “เหอะ  ถ้าเป็นแผนฉันไม่หลงกลหรอกนะ”


    รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของนายน้อย 4 หลังจากเขาคิดว่าแอนเดอร์สันกำลังเล่นละครหลอกทุกคนว่าเขาใช้มานาไปมหาศาลด้วยการใช้เวทย์ของตระกูลเฟียร์ ซึ่งการแสดงละครของแอนเดอร์สันทำให้คนในหน่วยเอทโฟรู้ว่าเขาใช้มานาไปเป็นจำนวนมาก หากได้ปะทะกันคนที่ปะทะกับแอนเดอร์สันคงจะถูกมานาที่แอนเดอร์สันใช้ออกไปตลอดเส้นทางหลอกล่อให้คิดว่าเขาพลังมานาใกล้หมด


    “คิดอะไรอยู่นะ”


    แอนเดอร์สันมองไปยังพี่ชายที่ฉีกยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างได้ ซึ่งมันน่าจะเกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน แอนเดอร์สันที่ระมัดระวังรอบข้างตลอดจึงเพ่งมองทุกอย่างด้วยสายลมให้มากกว่าเดิมเพราะกลัวจะมีอะไรเล่นงานตลบหลัง


    “แอนเดอร์สัน ทำไมนายไม่ใช้คำสาปล่ะ”


    เสียงร้องตะโกนมาจากอีกฝั่ง แอนเดอร์สันจึงฉีกยิ้มกว้างหลังจากเขาพอจะเข้าใจสิ่งที่ทำให้พี่ชายของเขายิ้มได้แล้ว 


    “เวทย์ภูติสายลมของตระกูลเฟียร์มันสะดวกกว่าน่ะ ไม่ต้องคิดว่าจะใช้อะไรดีแค่กวาดมือมอนสเตอร์ก็ตายแล้ว”


    “ใช้คำสาปดีกว่า มันไม่ได้ผลหรอกนะกับสิ่งที่นายกำลังทำ มอนสเตอร์เหล่านี้ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งมีความสามารถในการต้านทานเวทย์ที่สูงขึ้น คำสาปเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดและมันประหยัดมานาของนายด้วยไม่ใช่เหรอ”


    “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผมเปลี่ยนไปใช้คำสาปก็ได้เผื่อมันจะดีขึ้นมาบ้าง”


    แอนเดอร์สันยิ้มเล็กน้อย การลงมือสังหารมอนสเตอร์ของเขาด้วยเวทย์ภูติจำแลงร่างแอนเดอร์สันไม่ได้คิดมากอะไรเลย เขาเพียงแค่คิดว่ามันสะดวกเพียงเท่านั้น ไม่ต้องคิดว่าจะใช้เวทย์อะไรบ้างเพียงแค่ตวัดมือแล้วคิดให้สายลมที่พุ่งออกไปเปลี่ยนไปในรูปแบบไหนแค่นั้นก็เพียงพอในการฆ่า


    แต่เมื่ออีกฝ่ายคิดว่าแอนเดอร์สันกำลังวางแผนจะทำอะไรบางอย่าง เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะให้กับความระแวงของพี่ชายจนเขาเปลี่ยนมาใช้คำสาปตามคำแนะนำของพี่ที่เป็นหัวหน้า


    วิ๊ง!


    วงเวทย์นับพันปรากฎขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าไปโจมตีมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมา ทันทีที่คำสาปมากมายร่ายพร้อมกันพวกมันก็ได้พุ่งเข้าไปกลืนกินร่างของมอนสเตอร์จนกลายเป็นเศษฝุ่นท่ามกลางสายตาตกใจของทุกๆคน


    “เห็นไหม คำสาปน่ะมันแรงกว่าเวทย์อื่น มอนสเตอร์ที่ต้านคำสาปหาได้ยาก”


    คำแนะนำจากพี่ 4 ดังมาอีกครั้ง แอนเดอร์สันจึงส่งยิ้มไปให้ ตอนนี้ทหารในหน่วยเอทโฟดูเหมือนจะได้รับความไว้วางใจและสามารถลบล้างความระแวงที่เกิดจากการข่มขู่ของแอนเดอร์สันก่อนหน้าไปได้แล้ว ด้วยน้ำเสียงของพี่ 4 และการอธิบายหลายๆอย่างเพื่อแนะนำแอนเดอร์สันนี้ ส่งผลให้ทหารในหน่วยเอทโฟรู้สึกว่าแอนเดอร์สันอ่อนแอเมื่อเทียบกับหัวหน้าหน่วยของพวกเขา


    “มอนสเตอร์มาแล้ว แอนเดอร์สันระวังด้วย ครั้งนี้พวกมันมาหลายสิบตัว”


    ม่านฝนถูกแหวกจากมือขนาดใหญ่ก่อนที่มอนสเตอร์นับสิบร่างกายสูงตั้งแต่ร้อยเมตรไปจนถึงห้าร้อยเมตรจะปรากฎตัวออกมา เพียงพริบตาที่พวกมันปรากฎตัวมาดักหน้า เสียงร้องคำรามลั่นก็ได้พุ่งกระแทกอากาศสั่นสะเทือนทุกๆอย่างจนเกิดเป็นแรงโจมตี แอนเดอร์สันที่วิ่งอยู่ด้านหน้าเขาได้ใช้คำสาปอีกครั้งเกิดเป็นวงเวทย์คำสาปมากมายพุ่งเข้าโจมตีมอนสเตอร์นับสิบที่โผล่ออกมาจนพวกมันตายไปในทันที


    ตัวแรกตกตายด้วยสภาพร่างกายเต็มไปด้วยหนอง ตัวที่สองมีเลือดไหลออกมาจากร่างกาย ตัวที่สามนอนตายจากอาการท้องแตก ตัวที่ 4 ร่างแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นผง ตัวที่ 5 ตายด้วยท่านั่งลงมาคุกเข่าพร้อมกับกระดูกทิ่มแทงออกมานอกร่างกาย ตัวที่ 6 ตายด้วยสาเหตุบางอย่าง บนผิวหนังของมันเต็มไปด้วยสีแดงอย่างกับหมึกไม่มีใครรู้ว่าเป็นอะไร ตัวที่ 7 ตกตายกลายเป็นโครงกระดูก เนื้อหนังทั้งหมดล้วนกลายเป็นของเหลวสีแดงเลือด ตัวที่ 8 ไม่ปรากฎร่องรอยความเสียหายของการตาย ตัวที่ 9 หัวของมันหายไปเหมือนถูกบางอย่างฉีกกระชาก ตัวสุดท้ายนั้นมันได้ระเบิดร่างออกเป็นชิ้นๆด้วยคำสาปที่ดูเหมือนจะรุนแรงไม่แพ้คำสาปอื่นๆเลย


    “ตายจริง ไม่ได้ใช้คำสาปนาน ไม่คิดว่าแค่คำสาประดับต่ำจะทำให้เกิดผลเสียมากขนาดนี้ได้”


    แอนเดอร์สันพูดด้วยท่าทางตกใจ พี่ 4 สามารถเรียกความมั่นใจของหน่วยกลับมาได้ แอนเดอร์สันก็สามารถทำลายความมั่นใจได้เช่นเดียวกัน เมื่อทุกคนเห็นว่าพลังของแอนเดอร์สันน่ากลัวเป็นอย่างมากจึงพยายามระมัดระวังตัว


    “หยุด!”


    เท้าที่กำลังวิ่งหยุดลงกระทันหัน ทันใดนั้นทุกคนที่กำลังวิ่งเต็มกำลังต่างแสดงสีหน้าวิตกออกมาเพราะตอนนี้บนท้องฟ้าด้านหน้ากำลังเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาด เมฆสีแดงที่พวกเขารู้จักกำลังรวมตัวกัน แอนเดอร์สันที่ลองใช้เวทย์สายลมแหวกเมฆสีแดงดูอีกครั้งปรากฎว่าเขาไม่สามารถแหวกได้เช่นเดิม


    “เราถูกล้อมแล้ว”


    เมฆสีแดงที่ไม่ควรจะปรากฎกลับเกิดขึ้นมาในเขตฝนตกหนัก ไม่เพียงแค่เกิดขึ้นมาดักหน้าเท่านั้น ด้านหลังและด้านข้างล้วนมีเมฆสีแดงปรากฎขึ้นมาเช่นกัน อีกไม่นานพวกเขาจะถูกฝนสีเลือดเล่นงานอย่างแน่นอน 


    “หัวหน้าหน่วยเอทไนน์ ทางเราจะสร้างม่านพลัง หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เราหวังว่าจะเจอพวกคุณที่ทางออกด้านหน้านี้”


    “ทางเราก็จะทำแบบนั้นเช่นเดียวกัน”


    เปรี้ยง!


    ฝนสีแดงที่มากระทันหันเริ่มเท่กระหน่ำตกลงมาจากฟากฟ้า นักเวทย์ธาตุดินจึงสร้างโดมพลังขึ้นมาป้องกัน อย่างไรก็ตามโดมขนาดใหญ่ที่ปกคลุมคนของหน่วยเอทไนน์เอาไว้ก็เริ่มสั่น มันเป็นอาการสั่นที่มากกว่าครั้งก่อนที่พวกเขาติดอยู่ภายในฝนสีเลือด


    “เพิ่มชั้นป้องกันเข้าไปอีก”


    นักเวทย์ธาตุดินเสริมความแข็งแรงให้กับโดมป้องกันพลางใช้เวทย์ระดับ 8 สร้างเป็นเสาค้ำให้กับโดมอีกชั้น ทันใดนั้นแรงสั่นสะเทือนกลับเพิ่มขึ้นมามาก แอนเดอร์สันจึงเจาะรูเพื่อดูด้านนอกก่อนที่เขาจะพบเข้ากับสาเหตุของโดมที่สั่นรุนแรง


    จากเดิมฝนเลือดจะตกลงมาปกติเหมือนฝนทั่วไป แต่ครั้งนี้การที่มันเกิดอยู่ภายในเขตฝนตกหนักกลับทำให้ฝนเลือดตกจนเป็นม่านน้ำส่งผลให้โดมของพวกเขาไม่สามารถป้องกันได้


    ตู้ม!


    รอยรั่วขนาดใหญ่เกิดจากฝนกระแทกเข้ามา นักเวทย์จึงรีบปิดรอยรั่วเอาไว้ก่อนที่น้ำจะท่วมด้านใน ทว่ารอยรั่วกลับเกิดขึ้นเรื่อยๆจนนักเวทย์ร้องตะโกนขอให้คนอื่นช่วยปิดรูเอาไว้อีกแรง


    “วิ่ง!”


    แอนเดอร์สันมองไปยังโดมด้านข้างปรากฎว่าหน่วยเอทโฟเลือกที่จะวิ่งฝ่าสายสนออกไป ด้วยโล่ที่ยกขึ้นปิดหัวทำให้พวกเขาวิ่งออกไปด้านนอกได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบจากฝนสีเลือดที่กระเด็นโดนชุดเกราะจนพลังมานาค่อยๆสลายออกจากตัว




     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน