ตอนที่ 77 โจรกรรม
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
มาร์เทลที่ทำหน้าที่ดูแลคุณชายน้อยพริสตันพลันตื่นตัวขึ้นทันที
เขารีบเดินไปที่ประตูแล้วใช้เวทตรวจสอบ
วึง!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะสบถคำพูดออกมา
“บ้าจริง! การป้องกันแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรอ?”
ใช่แล้ว เวทตรวจสอบของมาร์เทลไม่สามารถทะลุผ่านการป้องกันของห้องทำพิธีได้
แม้มาร์เทลจะเป็นนักเวทสายโจมตี แต่เขาก็ต้องมีเวทตรวจสอบติดตัว เพราะนักเวทไม่สามารถเอาแต่โจมตีอย่างเดียวได้ พวกเขาต้องรักษาชีวิตของพวกเขาด้วย
มาร์เทลกำลังจะเคาะประตูบานนั้น แต่เขาก็หยุดการกระทำของเขาเอาไว้
“ไม่ได้ ถ้าเกิดคุณชายกำลังอยู่ในช่วงสำคัญอยู่ นี่ไม่เพียงทำให้เขาเกิดความผิดพลาด แต่ยังต้องได้รับบาดเจ็บอีกด้วย”
แน่นอนว่าการจารึกบทเวทล้มเหลวต้องได้รับผลสะท้อนกลับ
“แต่เขาเป็นแค่นักเวทหนึ่งวงเวทเท่านั้น ผลสะท้อนกลับคงจะไม่รุนแรง ความปลอดภัยของเขาสำคัญกว่า”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วมาร์เทลก็ลงมือเคาะประตูในทันที
ก๊อก … ก๊อก … ก๊อก …
ตำแหน่งที่เขาเคาะลงไปพลันปรากฏเรืองแสงขึ้นราวกับจะทำการปิดกั้นเสียงเคาะเอาไว้
“การป้องกันดีเกินไปไหมเนี้ย”
มาร์เทลตระหนักได้แล้วว่าห้องทำพิธีกรรมระดับนี้มีการรักษาความปลอดภัยดีเพียงใด
เขาเองแม้จะเป็นนักเวทสองวงเวท แต่ก็ไม่เคยใช้ห้องทำพิธีกรรมระดับนี้เลยสักครั้ง จึงไม่รู้ว่ามันมีความปลอดภัยมากขนาดนี้
“ถ้าอย่างนั้นบางทีเขาที่อยู่ในห้องอาจจะปลอดภัยมากกว่าอยู่ข้างนอกก็ได้”
เสียงตูมตามนั้นเป็นเสียงระเบิดอย่างแน่นอน
เสียงกรีดร้องเหล่านั้นย่อมเป็นสถานการณ์ที่ผู้คนตกอยู่ในความโกลาหล
ที่นี่ค่อนข้างไกลจากจุดระเบิดมาก มาร์เทลไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ โดยเฉพาะยังมีคนที่เขาต้องปกป้องอยู่ที่นี่ด้วย
ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงรออยู่ที่นี่ อารักขาประตูบานนี้เอาไว้ เขาต้องตั้งใจทำหน้าที่นี่เป็นอย่างดี
เด็กน้อยพึ่งจะเข้าห้องนี้ไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ พิธีกรรมของเขาต้องไม่เสร็จเร็วๆ นี้แน่ สำหรับคนทั่วไปพวกเขาต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งวันกว่าจะจารึกถาคาเวทสักบทให้เสร็จ
อย่างไรก็ตามตอนนี้มาร์เทลยังไม่รู้สถานการณ์ภายนอก เขายังไม่รู้ว่ามันรุนแรงในระดับใด
การก่อการร้ายในอาคารสมาคมเวทมนตร์นั้นเป็นการกระทำที่อุกอาจเป็นอย่างมาก พวกมันไม่เห็นคนของสมาคมเวทมนตร์อยู่ในสายตา อย่างไรที่นี่ก็มีมหาจอมเวทอย่างธีออนเป็นผู้กำกับอยู่
จึงคาดได้ว่าผู้ก่อการร้ายคงจะมีความร้ายกาจในขั้นที่น่ากลัวอย่างแน่นอน
หากเกิดความรุนแรงถึงขั้นนั้น แม้แต่มาร์เทลเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้
แต่ในระหว่างที่มาร์เทลกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น ทันใดนั้นประตูที่เขากำลังเฝ้าอยู่ก็เปิดออก
เด็กน้อยผู้มีดวงตาและเรือนผมสีเงินก้าวเดินออกมา แม้เขาจะอยู่ในชุดลำลองเชิร์ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ พร้อมสายเอี้ยมที่เหมือนคุณหนูตระกูลดังทั่วไป แต่กลับทำให้คนรอบข้างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายทางวิชาการจากเขาได้
เมอร์ลินที่เห็นท่าทางแตกตื่นของมาร์เทลก็เอ่ยขึ้น
“มีอะไรหรอครับคุณมาร์เทล?”
มาร์เทลตกใจกับการปรากฏตัวของเมอร์ลิน เขาหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดูก็พบว่าเวลาผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
“ล้มเหลวหรอครับ?” เขาเอ่ยคำถามนี้ออกไปอย่างไม่รู้ตัว
เมอร์ลินออกมาจากห้องภายในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มคิดได้ย่อมต้องคิดว่าเด็กคนนี้ต้องจารึกคาถาเวทล้มเหลวอย่างแน่นอน
ช่างเป็นการล้างผลาญวัสดุเวทที่รวดเร็วขนาดนี้ มันทำให้เขาอดที่จะรู้สึกเสียดายเงินไม่ได้
ทว่าตอนนั้นเองเขาก็ดึงสติของตนเองกลับมา
นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“ตอนนี้พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
เมอร์ลินยังไม่ทันได้ตอบคำถาม มาร์เทลก็รีบจับมือน้อยนั้นออกมาจากที่นั่นทันที
พวกเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ในสถานการณ์แบบนี้
เมื่อเดินมาใกล้ถึงทางออก เมอร์ลินก็พบผู้คนมากมายที่กำลังแย่งกันออกทางประตู
บางคนวิ่ง บางคนเดินเร็ว ผู้คนร่างกรูกันออกไป
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับคุณมาร์เทล?” เมอร์ลินเอ่ยถามขณะที่มาร์เทลรีบพาเขาออกจากที่นี่
“เมื่อสักครู่เกิดเสียงระเบิดดังหลายครั้งที่นี่ครับ เหมือนจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นที่นี่ ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ผมจะพาคุณออกไปครับ” มาร์เทลกล่าวสรุปอย่างรวดเร็ว
เมอร์ลินที่ได้ยินดังนั้นก็รีบเดินในทันที เขาพึ่งตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองได้ไม่นาน ก่อนที่เขาจะเลือกคาถาเวท ไม่คิดว่าตอนนี้จะมีอันตรายเกิดขึ้นอยู่ใกล้ตัวของเขา
ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็ไม่ลังเลที่จะใช้เวทบทใหม่ที่เขาพึ่งจารึกสำเร็จเมื่อครู่
เวทตรวจสอบ!
วึง!
ดวงตาสีเงินสว่างวาบครั้งหนึ่ง วินาทีนั้นเมอร์ลินก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวภายในระยะสิบเมตรของตนเองในทันที
ตอนนี้ผู้คนกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ไม่มีใครสนใจว่าจะมีใครใช้เวทตรวจสอบที่นี่ เพราะแทบทุกคนล้วนใช้เวทตรวจสอบของตนเองอยู่แล้ว
ระหว่างทางเมอร์ลินไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด มีเพียงผู้คนที่รีบออกไปจากที่นี่เท่านั้น
ทว่าเวลานั้นเองเขาก็พบกับชายชราที่เคยพบในห้องน้ำอีกครั้ง สาเหตุที่เขาจดจำได้ย่อมเป็นเพราะรอยสักเล็กๆ รูปเปลวไฟตรงต้นคอนั้น
ชายชราคนนั้นกำลังเดินออกจากทางออกเหมือนคนอื่นๆ
ที่นี่มีเจ้าหน้าที่ทำการควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่เพียงแค่มีนักเวทระดับสูงทำหน้าที่นี้เท่านั้น แต่ยังมีเหล่าอัศวินเข้าร่วมอีกด้วย
ผู้ที่จะออกจากอาคารได้จะต้องผ่านการตรวจจับของค่ายกล พวกเขาจะกักผู้ต้องสงสัยเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็สามารถเดินทางออกมาจากที่นั่นได้
เมอร์ลินเกิดความสงสัยเล็กๆ ขึ้นในใจ ก่อนจะละความสนใจออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อทั้งเขาและมาร์เทลได้ออกมาจากอาคารแห่งนั้นเรียบร้อยแล้ว
พวกเขารีบตรงไปที่รถม้าของตนเองแล้วกลับที่พักในทันที
ในเวลาต่อมาข่าวการก่อการร้ายในอาคารสมาคมเวทมนตร์ก็ถูกรายงานออกมา
“ตอนที่คุณเมอร์ลินกำลังทำพิธีกรรมเกิดการโจรกรรมวัสดุเวทหายากในโซนแลกเปลี่ยนครับ มีคนใช้อุปกรณ์เวทระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ แล้ววัสดุเวทที่จัดเตรียมไว้เพื่อนำมาประมูลก็หายไป โชคดีที่ไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นั่น ไม่อย่างนั้นคงมีคนบริสุทธิ์หลายคนได้รับลูกหลง เห็นได้ชัดว่าโจรกลุ่มนี้เตรียมการเป็นอย่างดี”
“กลุ่มโจร?”
“ใช่ครับ คนของสมาคมเวทมนตร์ตรวจสอบว่าการกระทำนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องมีกลุ่มคนที่วางแผนมาเป็นอย่างดี”
เมอร์ลินที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดเขาก็อดคิดถึงชายหนุ่มและชายชราที่มีรอยสักรูปเปลวไฟบนต้นคอไม่ได้