ขบวนคาราวานชาวแคว้นกุสุมาเดินทางถึงชุมทางอรัญในช่วงค่ำ พวกมันเข้าพักที่ ‘เรือนสกุลฮวง’ เป็นกลุ่มอาคารไม้ก่อสร้างตามรูปแบบชนบทพื้นถิ่น มองจากภายนอกเห็นเป็นกำแพงสูงห้อมล้อมบ้านเรือนไว้ สิ่งปลูกสร้างภายในจัดวางในลักษณะ ‘เรือนสามประสาน’ .. เรือนไม้สามหลังวางต่อกันเป็นรูปเกือกม้า เรือนประธานขนาดใหญ่อยู่กึ่งกลาง ซ้ายขวาคือเรือนลำดับรองทั้งสองด้านโดนโอบล้อมพื้นที่ตรงกลางที่เป็นลานโล่ง
โคมไฟถูกจุดสว่างไสวราวกลางวัน .. ท่านชายผู้สูงศักดิ์ถูกห้อมล้อมด้วยหญิงรับใช้เข้าพักในเรือนประธานหลังใหญ่ พื้นที่แห่งนี้ถูกกันไว้เป็นบริเวณของมันโดยเฉพาะ
สัตว์พาหนะ รถม้า และเกวียนทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในลานโล่งตรงกลาง .. เหล่าคนงานกุลีกุจอขนย้ายสิ่งของวิ่งสวนกันไปมา .. กลิ่นประกอบอาหารหอมฉุยโชยมาจากโรงครัวที่อยู่ด้านหลังของกลุ่มอาคารซ้ายมือ
ยอดยุทธ์ ‘ซออะวิน’ เดินตรวจตราสถานที่สั่งการตามจุดต่างๆ เหล่าชายฉกรรจ์ที่ติดตามมาก็ทำงานอย่างแข็งขัน บางส่วนตรวจตรากลุ่มเรือนโดยรอบ บางส่วนยืนยามเตรียมพร้อมตามจุดสำคัญของพื้นที่
ที่ด้านข้างของซออะวินมีชายกลางคนรูปร่างท้วมผู้หนึ่งเดินติดตามอยู่ไม่ห่าง ชายผู้นั้นสูงเพียงปลายคางของซออะวิน มันคือเจ้าของหมู่ตึกแห่งนี้นามว่า ‘เศรษฐีฮวง’
“ท่านซอ .. พอใจกับสถานที่หรือไม่ ..” เสียงเศรษฐีฮวงกล่าวประจบเอาใจ
อื่มมม .. เสียงของซออะวิน แล้วกล่าวว่า “ถึงแม้สถานที่คับแคบไปบ้าง แต่ก็ยังไม่เลว ..”
เศรษฐีฮวงก้าวตามติดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มนำสองมือถูไปมา กล่าวว่า “ผู้น้อยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคณะของนายท่าน..”
“.. ตึกแห่งนี้นับว่าโอ่อ่าที่สุดในชุมชนนี้แล้ว สามารถรองรับผู้คนได้กว่าสองร้อยคน”
“.. โดยปกติผู้น้อยใช้อยู่อาศัยเอง .. และได้สั่งย้ายครอบครัวออกไปชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ”
“.. ทั้งยังสั่งบ่าวไพร่ซ่อมแซมอาคาร และขยายประตูด้านหน้าให้เกวียนผ่านได้ตามคำสั่งของนายท่าน”
เศรษฐีฮวงยังกล่าวพรรณนาต่อ “พื้นที่โดยรอบเงียบสงบ ช่างเหมาะแก่การพักผ่อน ..”
“แต่ .. หากเดินตามถนนด้านหน้าไปอีกเพียงหนึ่งเส้น ก็จะพบแหล่งบันเทิงเป็นเหลาสุรามากมาย”
มันทำเสียงเบาคล้ายกระซิบว่า “.. ยังมีสำนักโคมเขียว .. ในช่วงเทศกาลเช่นนี้ .. เป็นที่รื่นเริงยิ่งนัก .. ฮี ฮี ฮี”
ซออะวินรีบกล่าวตัดบท “.. ขอบน้ำใจท่านเศรษฐีมาก ..” หาไม่แล้วคงต้องฟังเศรษฐีฮวงผู้นี้กล่าวบรรยายถึงสถานที่ของมันทั้งคืน
แล้วจึงร้องสั่งบุคคลผู้หนึ่ง “นำสิ่งของมา ..”
“ขอรับ ..” เสียงตอบรับจากชายรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนรออยู่ ในมือถือกล่องไม้สีดำขนาดย่อมใบหนึ่งเดินปรี่เข้ามา มันโค้งคารวะให้ซออะวินครั้งหนึ่ง แล้วหยุดยืนตรงเปิดฝากล่องไม้ออกให้เศรษฐีฮวงชมดู
อ่า .. เศรษฐีฮวงอุทาน .. ตาของมันเป็นประกายวิบวับ แสงสีทองสะท้อนออกจากภายในกล่องไม้ .. เสียงของซออะวินดังขึ้นปลุกเศรษฐีฮวงสะดุ้งตื่นจากภวังค์ .. “ทองคำหนักยี่สิบตำลึงจำนวนสิบแท่ง .. เป็นค่าใช้สถานที่ในคืนนี้ ..”
เศรษฐีฮวงกล่าวเสียงใส “.. ประเสริฐ .. นายท่านซอช่างประเสริฐนัก” แล้วจึงตรงเข้ารับกล่องไม้เอาไว้ .. น้ำหนักของทองคำทำร่างเศรษฐีฮวงเอียงวูบ มันต้องออกแรงประคองตัวโอบกอดกล่องไม้นั้นเอาไว้
ซออะวินยิ้มกล่าว “ไม่รบกวนแล้ว .. ท่านไปพักผ่อนเถอะ ..”
เศรษฐีฮวงพยักหน้ากล่าวอย่างลิงโลด “ผู้น้อยพักอยู่ที่เหลาอรัญ .. ท่านซอสามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ ..” มันแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วจึงนำกล่องไม้บรรจุทองคำจากไปอย่างว่องไว
.. กิจกรรมภายในเรือนสกุลฮวงดำเนินไปโดยปกติ หลังรับประทานอาหารคณะเดินทางเข้าพักตามห้องหับที่ได้รับการจัดสรรไว้ การเดินทางอันยาวนานทำผู้คนเหนื่อยอ่อน เมื่อทิ้งตัวลงนอนต่างหลับใหลทำเรือนแห่งนี้เงียบสงบ
จวบจนอีกสามชั่วโมงจะรุ่งสาง .. ซออะวินตื่นขึ้นมาเดินตรวจตราไปตามกลุ่มอาคาร ระหว่างที่กำลังเดินไปยังเรือนที่ถูกจัดเป็นที่พักคนงานก็พบเห็นเงาตะคุ่มของคนผู้หนึ่ง
.. เสียงสนทนาดังมาตามสายลม .. เป็นเสียงเด็กหนุ่มอายุเยาว์
“เจ้าว่า .. หลานชายของตาเฒ่าจะอยู่ในงานชุมนุมหรือไม่ ..”
“อื่มมม เช่นนั้นก็ดี .. คงต้องเป็นตามที่ท่านแนะนำแล้ว”
“นี่เจ้าจ๋อ .. เจ้าขโมยอันใดมารับประทานอีก .. เจ้านี่ ..”
ซออะวินมีสีหน้าฉงน .. จดจำได้ว่าเงาที่ตรงหน้าเป็นคนงานที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ .. ระหว่างที่เดินทางมา คณะของมันได้ถูกโจรป่าเข้าปล้นชิงคราหนึ่ง ครั้งนั้นคนงานที่ติดตามมาด้วยถูกสังหารไปถึงสิบห้าคน .. ซออะวินจึงตัดสินใจรับคนงานเพิ่มอีกหลายคน
เด็กชายวัยรุ่นผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น .. แต่ มันกำลังสนทนาอยู่กับใคร
ซออะวินเดินออกมาจากมุมมืดของอาคาร คนงานผู้นั้นรู้สึกตัวลุกขึ้นยืนหันมองกลับมา
“อ่า .. นายท่าน ..” คนงานใหม่กล่าวกับซออะวิน
“…” ซออะวินต้องแปลกใจเมื่อพบเห็นคนงานผู้นั้นอยู่เพียงลำพัง .. ไม่สิ! .. ยังมีแมวตัวน้อยอีกหนึ่งตัว และลูกวานรอีกหนึ่งตัว
ซออะวินกล่าวถามด้วยความสงสัย “นี่เจ้า .. สนทนากับผู้ใด .. สนทนากับแมวหรือ ..”
เด็กหนุ่มกล่าวตอบว่า “ขอรับ นายท่าน ..” มันยิ้มแหยๆ “.. ยังมีวานรอีกหนึ่งตัวขอรับ”
มันผู้นี้คือ ‘อุทัย’ นั้นเอง .. หลังจากมันออกจากเมืองนพรัตน์ก็ตั้งใจตามหาหลานชายของ ‘ราชครูมหาเวทดวงดึงส์’
.. แมวน้อยซิงซิงบอกว่าบุคคลผู้นั้นก็คือ ‘เจ้าฟ้าอนันตราช’ แห่งแคว้นมหาการีย์ และยังเป็นถึงลำดับแปดในทำเนียบยอดยุทธ์แห่งสหพันธรัฐอีกด้วย
.. อุทัยสืบข่าวได้ความว่าเจ้าฟ้าอนันตราชกำลังไปร่วมงานชุมนุมชมมังกร ด้วยสัญญาที่ให้ไว้กับราชครูเฒ่ามันจึงติดตามไปยังแคว้นโอริสา และระหว่างที่เดินทางมันได้เข้าร่วมกับคณะของซออะวินในฐานะคนงานผู้หนึ่ง
ซออะวินจ้องมองอุทัยครุ่นคิดในใจ .. เด็กหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนสติจะไม่ปกติธรรมดาจึงลุกขึ้นมานั่งสนทนากับสัตว์เลี้ยงกลางดึกเช่นนี้ .. แต่จากเหตุการณ์ช่วงบ่าย มันจึงสงสัยในกลุ่มคนงานที่รับเข้ามาใหม่ เนื่องเพราะอาจมีสายโจรปะปนแอบสอดแนมพวกมัน
ซออะวินพิจารณาอุทัยอย่างตั้งใจ แล้วถามว่า “ดูท่าร่างเจ้าคล้ายผู้ฝึกยุทธ์ .. ก่อนหน้านี้เจ้ามาจากที่ใด ..”
อุทัยตอบว่า “ข้าเคยเรียนนายท่านแล้ว .. ว่าข้าเป็นชาวมัธยา”
“.. หนีภัยสงครามไปอยู่อโยธยาเมื่อครั้งยังเด็ก .. ได้ฝึกหมัดมวยและเพลงดาบมาบ้าง ..”
“.. ก่อนหน้าตั้งใจกลับไปติดตามหาญาติที่บ้านเกิด .. แต่ไม่ประสบผลจึงร่อนเร่จนได้มาเป็นคนงานของท่าน ..”
อุทัยกล่าวจ้อราวไม่ได้พูดคุยกับมนุษย์มาเนิ่นนาน ตลอดวันเวลามีเพียงแมวน้อยซิงซิงและวานรเวรุงกะ .. เมื่อมาเป็นคนงานก็ตั้งใจทำงานจนมิได้พูดคุยกับผู้ใด
“.. วิชามวยของข้าเข้าขั้นปรมาจารย์เลยหนา .. นายท่าน ..” ว่าแล้วจึงร่ายรำหมัดมวยให้ซออะวินชม .. “หมัดเปิดฟ้า .. ฮึบบ .. ฮึบบ..” เสียงอุทัยเจื้อยแจ้วพร้อมเหวี่ยงหมัดชกลมซ้ายทีขวาที
ซออะวินรีบกล่าวว่า “เอาหล่ะ .. พอๆ .. ปรมาจารย์พอแล้ว ข้าเชื่อเจ้าแล้ว” .. เจ้าเด็กโล้นผู้นี้ดูเหมือนไม่ได้พูดปด .. มันมีหน่วยก้านเชิงมวยดีพอใช้ แต่ร่างกายไม่ปรากฏพลังปราณยุทธ์ใดๆ ..
อุทัยกล่าวต่อ “เพลงดาบของนายท่านนั้นสุดยอด .. ข้าเลื่อมใสนัก .. ดาบเดียวตัดร่างโจรร้ายเป็นสองท่อน .. ทั้งยังกระแทกทำร้ายหัวหน้าโจรกระเด็นไปกว่าสิบก้าว ..” แล้วจึงหยิบท่อนไม้มาทำท่าร่ายรำเพลงดาบ
แม๊วววว .. เจ้าแมวน้อยซิงซิงเบ้หน้าหนีในทันใด
เจี๊ยกกก .. เจี๊ยกกก .. เจ้าเวรุงกะกระโดดเหยงๆ .. นึกว่าอุทัยกำลังเล่นกับมัน
เฮ่อออ .. ซออะวินส่ายหน้าทอดทอนใจ เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างเล่นสนุกดังเด็กน้อยเยาว์วัย เหมือนสมองมิได้มีพัฒนาการทันตามร่างกายที่เติบโตแข็งแรงของมัน
ขณะซออะวินกำลังจะเดินจากไป .. ท่าร่ายรำเพลงดาบของอุทัยชะงักค้าง มันหันหน้ากลับมากล่าวว่า “.. พวกมันกำลังกลับมาแล้ว.. นายท่าน”
“…” ซออะวินท่าเท้าหยุดกึก หันขวับกลับมาในทันใด .. สายตาจับจ้องไปยังอุทัย ยังไม่เข้าใจความหมายในวาจาของเด็กหนุ่มที่กล่าวออก
.. อุทัยหลับตาลงตั้งสมาธิรั้งรวมเป็นหนึ่งเดียว พลังแห่งจิตแผ่ขยายออกไป
ซออะวินขนแขนลุกเกรียวเป็นความรู้สึกช่างแปลกพิสดาร แล้วจึงกล่าวถาม “อันใดของเจ้า .. ใครกำลังมา ..”
อุทัยยังไม่ตอบคำ .. ปากขมุบขมิบกล่าวพึมพำเบาๆ “.. สองร้อยสามสิบเจ็ด .. สองร้อยสามสิบแปด .. สองร้อยสามสิบเก้า”
แม๊วววว .. เจ้าแมวน้อยซิงซิงตื่นตัวลุกขึ้น ยืดลำตัวทำหูกระดู๊กกระดิ๊ก .. แล้วจึงกระโดดขึ้นไปด้านบนหลังคาเรือนพัก
เจี๊ยกกก .. เจี๊ยกกก .. เจ้าเวรุงกะทำหน้าเหลอหลา .. กระโดดตามแมวน้อยไปติดๆ
ซออะวินยังจ้องมองที่อุทัยด้วยความฉงน ร่างกายของเด็กหนุ่มคล้ายมีพลังบางชนิดดึงดูดความสนใจของมัน
“อาจารย์ซอ ! .. อาจารย์ซอ ! ..” เสียงร้อนรนเรียกหาซออะวินดังมาแต่ไกล เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งเคลื่อนไหวตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ซออะวินหันขวับตามเสียงเรียก มองเห็นผู้มาคือยอดยุทธ์ฝีมือดีหนึ่งในคณะของมัน โดยปกติซออะวินจะจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ที่ห่างไปหนึ่งเส้นจากที่พักจะจัดยอดฝีมือซุ่มประจำการอยู่ทั้งแปดทิศ
ตามผังเวรยามบุคคลผู้นี้สมควรซุ่มตัวอยู่ทางทิศเหนือของเรือนสกุลฮวง ซออะวินจึงกล่าวถามว่า “มีเหตุอันใด .. หรือ ..”
“แย่แล้วท่านอาจารย์ !!!” บุรุษผู้นั้นมาหยุดยืนที่เบื้องหน้า มันระงับความตระหนกรีบกล่าวรายงาน “.. ที่จุดทางทิศเหนือ พบเห็นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเรา ..”
ฮึ !!! ซออะวินอุทาน แล้วกล่าวถาม “พวกมันมากันเท่าใด ..”
“ไม่แน่ชัด ขอรับ .. สมควรไม่ต่ำกว่าร้อยคน ..” บุรุษผู้นั้นตอบอย่างรวดเร็ว
“ท่านอาจารย์ ! ..” เสียงเรียกดังขึ้นจากอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองหันไปตามต้นเสียงพบเห็นยอดยุทธ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาอีกคน
มันมาถึงก็รีบกล่าวว่า “เวรยามที่ทางทิศตะวันตกส่งสัญญาณมา พวกมันพบเห็นกลุ่มบุคคลกำลังตรงมาที่เรือนพักของเรา ขอรับ”
.. มีกลุ่มคนเป็นจำนวนมากกำลังตรงมายังเรือนพักแห่งนี้ .. นี่พวกมันจะถูกปล้นอีกแล้วหรือ ..
ซออะวินตื่นตัวถึงขีดสุด มันไม่รอช้ารีบสั่งการโดยฉับพลัน “.. สถานการณ์คับขัน ส่งสัญญาณเตือนภัยโดยเร็ว ตรึงกำลังป้องกันสถานที่ด้วยมาตรการขั้นสูงสุด”
ขอรับ .. เสียงตอบรับจากทั้งสอง พวกมันวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
ซออะวินหยิบสิ่งของหนึ่งออกมา เป็นพลุสัญญาณแจ้งเหตุด่วน มันตรงไปยังคบเพลิงที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วจุดพลุสัญญาณยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า
.. ฟิ้ววววววว .. เส้นสายสีเหลืองนวลพุ่งแหวกอากาศขึ้นสู่เบื้องบน
.. บรึ๊มมม .. บรึ๊มมม .. บรึ๊มมม .. แสงสว่างสีแดงสามลูกระเบิดแตกออกที่กลางอากาศ ส่งประกายแสงวาบเห็นได้แต่ไกล
.. แก๊งงง .. แก๊งงง .. แก๊งงง .. แก๊งงง .. แก๊งงง .. เสียงเคาะโลหะเป็นจังหวะดังไปทั่วเรือนสกุลฮวง เป็นสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินปลุกผู้คนให้ตื่นกลางดึกอย่างเร่งด่วน
คณะชาวกุสุมารับเหตุเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที เพียงชั่วครู่ยอดยุทธ์ก็เข้าประจำตามจุดต่างๆ ราวนัดแนะกันไว้ล่วงหน้า เวรยามที่จุดรอบนอกกลับมายังเรือนสกุลฮวง ตามที่สูงเช่นบนหลังคาและต้นไม้มียอดยุทธ์ถืออาวุธหน้าไม้คุมเชิง โดยเฉพาะเรือนประธานถูกกองกำลังกว่าครึ่งปกป้องไว้อย่างแน่นหนา
ซออะวินและยอดยุทธ์ฝีมือดีอีกยี่สิบกว่าคนขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคาอาคารประธาน ทุกคนต่างเตรียมพร้อมรอคอยกลุ่มผู้มาที่ระดมกันมานับร้อย
ผ่านไปชั่วครู่ .. ร่างอันใหญ่โตร่างหนึ่งโผล่พรวดมายืนตระหง่านอยู่บนกำแพงด้านหน้าของเรือนสกุลฮวง เสียงหัวเราะดังกึกก้อง ฮา .. ฮา .. ฮ่า..
เป็นบุรุษสูงกว่าห้าศอก ตัวหยาบหนาสวมชุดเกราะหนังเก่าคร่ำคร่า มันปล่อยผมสยายไว้หนวดเครารกครึ้ม ใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมพร้อมส่งรอยิ้มอย่างชั่วช้า
ในมือถือง้าวด้ามยาวใบใหญ่สีดำวาว กล่าวขึ้นว่า “ผู้ใดคือ ซออะวิน .. ง้าวของข้าอันนี้ จักนำหัวเจ้าลงมา .. ฮา ฮา”
“จิ จิ สหาย .. ท่านก็คุยโอ่เกิดไป ..” เสียงเล็กแหลมของบุรุษอีกผู้หนึ่ง มันมาปรากฏตัวบนกำแพงด้านซ้าย รูปร่างของมันผอมเพรียว โพกศีรษะมีดวงตาเล็กเรียว จมูกใหญ่งองุ้ม
มันสวมชุดรัดกุมสีดำ สะบัดดาบใหญ่ในมือ แล้วกล่าวต่อ “ต้องถามดาบในมือข้าก่อน .. หัวของมันต้องเป็นของข้าต่างหาก .. ฮา”
ยังมีบุรุษอีกคนกระโดดขึ้นมาหยุดยืนบนกำแพงด้านขวา เสียงชราแหบแห้งหัวเราะกล่าวขึ้น “ฮา ฮา .. เจ้าพวกโง่ พวกเจ้าไปตัดหัวมันมา ส่วนข้าขอสิ่งของในเกวียนเหล่านั้นก็แล้วกัน .. ฮา” คนผู้นี้สูงเพียงสามศอกเศษ สวมชุดคลุมสีดำตั้งแต่ศีรษะจนถึงข้อเท้ามองไม่เห็นใบหน้าพบเห็นเพียงหลังงองุ้มดังชายชราผู้หนึ่ง
เสียงอื้ออึงจากรอบนอก .. พวกมันยังมีจำนวนอีกกว่าร้อยๆ คน ทำการห้อมล้อมเรือนสกุลฮวงเอาไว้ ยังมีบุคคลผลุบโผล่ขึ้นมาตามแนวกำแพงต่างมีอาวุธครบมือทั้งแสดงท่าทีข่มขวัญ
แคร่กกก .. ถุยยยย ! เสียงถ่มถุยของเหลวกักขฬะ .. หนึ่งในนั้นคือ ‘สมิงฮวน’ เจ้าโจรตัวใหญ่หัวล้านที่หนีตายไปเมื่อตอนบ่าย มันยืนจังก้านำดาบใหญ่ชี้ไปยังหลังคาเรือนประธาน
“มันผู้นั้น ! .. คือ ซออะวิน .. สังหารมันก่อน แล้วมาแบ่งทรัพย์สินกัน ..” สมิงฮวนกล่าวกับทั้งหมดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น มันเป็นคนผูกใจเจ็บจึงรีบกลับไปหว่านล้อมเหล่าสหายโจรให้เร่งรีบกลับมาในคืนนี้ .. หากปล่อยให้คณะชาวกุสุมาเดินทางถึงเมืองเอกประจิม โอกาสในการปล้นชิงอีกครั้งของมันจะยากขึ้นนับร้อยนับพันเท่า
ฮึ ฮึ .. สมิงฮวนหัวเราะอย่างสะใจ .. นอกจากได้ชำระแค้นซออะวินแล้ว ยังได้ครอบครองสมบัติของพวกมันอีกด้วย
โจรถือง้าวที่มาถึงคนแรกจ้องมองซออะวิน แล้วชี้หน้ากล่าว “เป็นเจ้าผู้นั้นหรือ .. ฮา ฮา ..” มันคือ ‘จอมโจรง้าวดำ’ หัวหน้าชุมโจรชายแดนนำลูกน้องมาร่วมหกสิบคน
“จิ จิ .. ท่าทางอ่อนด้อย เพียงสามดาบ ข้าต้องตัดหัวมันลงมา ..” เสียงจากโจรถือดาบที่มาถึงลำดับสอง มันคือ ‘สมิงหว่อง’ หัวหน้ากลุ่มโจรชั่วช้าจำนวนสี่สิบกว่าคน พวกมันปล้นฆ่าขบวนสินค้าจนมีชื่อเสียงกระฉ่อน
“จะตัดหัวมันก็เร่งเข้า ข้าต้องไปปล้นที่อื่นอีก” เสียงชราของโจรตัวเตี้ยในชุดคลุม มันคือ ‘สมิงเตี้ย’ จอมโจรที่ช่ำชองในการแพร่พิษ นำขบวนโจรมาร่วมสามสิบคน
“ฮา ฮา .. สหายฮวน ท่านช่างมีน้ำใจชักชวนข้ามาร่วมทำการ ..” หัวหน้าโจรอีกผู้หนึ่งหันไปกล่าวกับสมิงฮวน สายตาจับจ้องไปยังขบวนเกวียนสินค้า
“นั่นซี .. ขบวนจากกุสุมา ต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่ไม่น้อย เพียงพอให้เที่ยวสตรีได้อีกหลายปี ฮา ฮา ..” โจรระดับหัวหน้าอีกผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความละโมบ
กลุ่มกองโจรเข้าโอบล้อมสถานที่ไว้ พวกมันต่างส่งเสียงโห่ร้องกระเหี้ยนกระหือรือเตรียมพร้อมเข้าเข่นฆ่าทุกคนภายในเรือนสกุลฮวง
นาม ‘ซออะวิน’ ยอดยุทธ์ลำดับหนึ่งแห่งแคว้นกุสุมาไม่ทำให้พวกมันเกรงกลัว ที่ล่อตาล่อใจคือความมั่งคั่งแห่งแคว้น .. หากเป็นจอมยุทธ์ซอนำขบวนมาเอง ภายในเกวียนบรรทุกคงต้องเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล
ทันใดนั้นเอง ! พลังเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไร้ที่มา
.. ซอ .. อา .. วิน ... ฮา .. ฮา .. ฮ่า .. ฮ่า
.. เป็นพลังปราณอันล้ำลึก .. กลุ่มโจรที่ภายนอกต่างเงียบกริบ
.. เปรี้ยงงง !!! เสียงดังสนั่น ซุ้มประตูทางเข้าเรือนสกุลฮวงที่ปิดอยู่ถูกพลังปราณรุนแรงกระแทกจนระเบิดออก เศษไม้เศษอิฐถูกทำลายสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยปลิดปลิว
ช่วงเวลาคล้ายหยุดนิ่ง .. ระหว่างที่เศษวัสดุกระเด็นลอยค้างกลางอากาศ เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งก้าวเดินอย่างเนิบนาบผ่านรั้วที่ถูกทำลายเป็นช่องกลวง
ร่างนั้นคล้ายเชื่องช้าคล้ายรวดเร็วก้าวเดินอย่างมั่นคง พลังยุทธ์ระดับ ‘ปรมะปราณ’ แผ่กระจายออกอย่างเข้มข้น
.. โครมมม .. ชิ้นส่วนเศษอิฐเศษไม้ร่วงหล่นลงพื้นดิน คนผู้นั้นหยุดยืนภายในลานเรือนสกุลฮวง มันยืนอย่างปลอดโปร่งจ้องมองไปยังซออะวิน
ลักษณะของมันไม่เหมือนโจรแม้แต่น้อย .. อายุราวสี่สิบเศษรูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายคล้ายบัณฑิตสวมชุดยาวสีเทาสะอาดสะอ้าน ผมรัดมวยเรียบร้อย ใบหน้าซูบผอมดวงตาสุกใสไว้หนวดเคราเรียวยาว
“ได้ยินชื่อเสียงมานาน .. นับถือ .. นับถือ ..” บุคคลผู้มากล่าว มือหนึ่งไพล่ไว้ด้านหลัง อีกมือหนึ่งลูบเครายาวของตน
ซออะวินจ้องมองมาจากหลังคากล่าวว่า “ที่แท้ก็ .. บัณฑิตไร้สัจ .. มุตาวี .. นี่ท่านมาร่วมวงกับกลุ่มโจรเหล่านี้ด้วยหรือ ..”
บัณฑิตไร้สัจหัวเราะ ฮา ฮา .. กล่าวว่า “เป็นเช่นนั้น .. ใดใดในโลกล้วนเป็นสิ่งสมมุติ ..” มันยิ้มเยาะให้ซออะวินแล้วกล่าวต่อ “สิ่งของเหล่านี้ก็เช่นกัน .. ล้วนมิใช่เป็นของท่าน หรือของแคว้นท่าน ..”
ซออะวินยืนงงในคำพูดของบุคคลผู้นี้ กล่าวถามว่า “หากมิใช่ของข้า .. สมควรเป็นของท่าน .. เช่นนั้นหรือ ..”
บัณฑิตไร้สัจกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “มิผิด .. คืนนี้สมมุติให้เป็นของข้า .. หรือของทุกคนที่มารวมกันในที่นี้ ..”
จอมโจรง้าวดำกล่าวสอด “วาจาพี่ใหญ่ช่างน่าฟัง .. ฮา ฮา” .. หัวหน้ากลุ่มโจรอีกผู้หนึ่งตะโกนออกมาว่า “แม่น .. แม่นแล่ว ท่านพี่ช่างมีเหตุผล .. สมบัติเหล่านี้สมควรเป็นของหมู่เฮา .. ฮา” .. เหล่าโจรต่างหัวเราะตอบรับกันขรม
ตรรกะอันใดของกลุ่มคนเหล่านี้ ซออะวินกล่าวขึ้น “วาจาอันใด .. ล้วนต้องการแย่งชิงสิ่งของผู้อื่น ..”
บัณฑิตไร้สัจหัวเราะ ฮา ฮา .. แล้วกล่าวต่อ “.. แม่แต่ชีวิตของท่าน ก็มิใช่ของท่าน .. คืนนี้ท่านคงรักษาเอาไว้มิได้ .. ฮึ ฮึ”
“เช่นนั้นก็เข้ามา ..” ซออะวินตะโกนใส่ด้วยพลังปราณที่ไม่ได้เป็นรอง ดาบคู่ใจในมือสะบัดดังขวับๆ
ฮา ฮา .. บัณฑิตไร้สัจก้าวอย่างเชื่องช้ามั่นคง .. มือข้างขวาปรากฏกระบี่เล่มเรียวยาวกว่าสามศอก
ผู้นำกลุ่มโจรพุ่งลงมาด้วยท่าทางดุร้าย อาวุธประจำกายถูกนำออกมากวัดแกว่งเข้าสังหาร เสียงตวาดกึกก้อง .. ฆ่ามัน .. ฆ่ามันให้สิ้นซาก ..
เฮ .. เฮ .. เฮ .. ฆ่ามัน .. เสียงโห่ร้องรับดังอึงมี่ สมุนโจรที่ด้านนอกต่างพร้อมใจบุกเข้าเรือนสกุลฮวงจากทั่วทุกทิศทาง ในยามมืดมองเห็นเป็นเงาชายฉกรรจ์กระโดดข้ามกำแพงติดตามกันมาเป็นขบวน ..